บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
7.70
+0.20 (+2.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7530 out_tok=2877 at=2026-07-26T08:39:33 -->
THG พลิกกำไร Q1/2565 ทะยาน 552 ล้านบาท รับแรงหนุนรายได้บริการทางการแพทย์พุ่ง
รายได้-กำไรโตแรงจากผู้ป่วยโควิด-19 และการฉีดวัคซีน ขณะที่ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุยอดโอนต่ำกว่าเป้า
บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ THG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 552 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 223 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมเติบโตกว่า 125% เป็น 3,530 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการให้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการดูแลผู้ป่วยโควิด-19 และการให้บริการฉีดวัคซีน ขณะที่ธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุยังคงเผชิญความท้าทายจากยอดโอนที่ต่ำกว่าเป้าหมาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ THG ในไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรอย่างโดดเด่น มาจาก **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 135.2% เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของ COVID-19 สายพันธุ์ Omicron ที่ทำให้มีผู้ป่วยเข้ามาใช้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการให้บริการฉีดวัคซีนภาครัฐและวัคซีนทางเลือก ซึ่งคิดเป็นสัดส่วนถึง 27.4% ของรายได้ทั้งหมด
กลไกที่ส่งผลให้กำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เริ่มจากการที่รายได้รวมของกลุ่มธุรกิจบริการทางการแพทย์พุ่งสูงขึ้น จาก 1,464 ล้านบาท เป็น 3,444 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของรายได้นี้ แม้จะมีต้นทุนที่เพิ่มขึ้นตามมา (ต้นทุนธุรกิจการให้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 79.1%) แต่ THG สามารถบริหารจัดการต้นทุนต่อยอดรายได้ให้ลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ จาก 86.4% ในปีก่อน เหลือเพียง 65.8% ในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนค่ายา เวชภัณฑ์ วัคซีน ค่าเช่าสถานที่ Hospitel และค่าตอบแทนบุคลากรที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลเฉพาะกิจและ Hospitel ได้ดีขึ้น ประกอบกับการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่ารายได้ ทำให้บริษัทสามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 552 ล้านบาท จากที่เคยขาดทุน 223 ล้านบาทในปีที่แล้ว
สำหรับแนวโน้มในอนาคต **มีโอกาสต่อเนื่อง** จากปัจจัยบวกด้านการให้บริการทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19 และการฉีดวัคซีนที่ยังคงเป็นส่วนสำคัญของรายได้ นอกจากนี้ THG ยังมีแผนต่อยอดธุรกิจ เช่น การรักษาพยาบาลผู้ติดยาเสพติด การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ออนไลน์ และการเข้าซื้อกิจการเพื่อเสริมทัพ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการเติบโตในระยะยาว อย่างไรก็ตาม ธุรกิจการดูแลผู้สูงอายุยังคงต้องจับตาดูการฟื้นตัวของยอดโอนห้องชุด ซึ่งฝ่ายจัดการได้อนุมัติการสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิตเพื่อสนับสนุนโครงการ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยบวกในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่ง 125.4% YoY:** อยู่ที่ 3,530 ล้านบาท จาก 1,566 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2564
* **พลิกกำไรสุทธิ 552 ล้านบาท:** จากขาดทุนสุทธิ 223 ล้านบาท ในไตรมาส 1/2564
* **อัตรากำไรสุทธิเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 15.6% จาก -14.2% ในปีก่อน
* **ธุรกิจบริการทางการแพทย์เติบโตโดดเด่น:** รายได้เพิ่มขึ้น 135.2% จากผู้ป่วยโควิด-19 และการฉีดวัคซีน
* **ต้นทุนต่อยอดรายได้ลดลง:** จาก 86.4% เหลือ 65.8% ในธุรกิจบริการทางการแพทย์
* **ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุยอดโอนต่ำกว่าเป้า:** ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อ/โอนห้องชุดจากความไม่แน่นอนเศรษฐกิจ
## ภาพรวมผลประกอบการ
THG รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 3,530 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 125.4% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 1,566 ล้านบาท การเติบโตนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากธุรกิจให้บริการทางการแพทย์ถึง 135.2% เป็น 3,444 ล้านบาท ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการให้บริการผู้ป่วยโควิด-19 ใน Hospitel และโรงพยาบาลสนาม รวมถึงการให้บริการฉีดวัคซีนที่คิดเป็นสัดส่วน 27.4% ของรายได้ทั้งหมด ในขณะที่รายได้จากธุรกิจการบริบาลผู้ป่วยและเครื่องมือแพทย์ลดลง 16.2% เนื่องจากยอดโอนห้องพักอาศัยลดลง
ด้านต้นทุนรวมเพิ่มขึ้น 75.3% เป็น 2,340 ล้านบาท โดยต้นทุนธุรกิจให้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 79.1% ซึ่งประกอบด้วยค่ายา เวชภัณฑ์ วัคซีน ค่าเช่า Hospitel และค่าตอบแทนบุคลากร อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้สัดส่วนต้นทุนต่อยอดรายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 86.4% เหลือ 65.8%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 22.2% เป็น 440 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าเผื่อสินค้าเสียหาย ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 5.6% เป็น 75 ล้านบาท
ผลประกอบการโดยรวมส่งผลให้บริษัทพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 552 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 15.6%) จากที่เคยขาดทุนสุทธิ 223 ล้านบาท (อัตราขาดทุนสุทธิ -14.2%) ในไตรมาส 1 ปี 2564 โดยกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่เท่ากับ 527 ล้านบาท (อัตรากำไรสุทธิ 14.9%)
## โอกาส
* **การให้บริการที่เกี่ยวข้องกับ COVID-19:** ยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้หลัก ทั้งการรักษา การป้องกัน และการฟื้นฟูผู้ป่วย
* **การขยายบริการฉีดวัคซีน:** ทั้งวัคซีนทางเลือกและวัคซีนภาครัฐ ผ่านเครือข่ายโรงพยาบาลกว่า 18 แห่ง
* **การต่อยอดธุรกิจใหม่:** เช่น การรักษาพยาบาลผู้ติดยาเสพติด การเพิ่มช่องทางการจำหน่ายสินค้าและเวชภัณฑ์ทางการแพทย์ออนไลน์
* **การเข้าซื้อกิจการ:** เพื่อเสริมความแข็งแกร่งและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน
* **การพัฒนาโครงการจิณณ์ เวลบีอิ้ง เคาน์ตี้:** การสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิตหน้าโครงการ คาดว่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นและดึงดูดลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** แม้สถานการณ์จะดีขึ้น แต่การระบาดของสายพันธุ์ใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงาน
* **ความผันผวนของค่าเงิน:** ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานของโรงพยาบาล Ar Yu International ในเมียนมาร์
* **ภาวะเศรษฐกิจ:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจส่งผลให้ลูกค้าชะลอการตัดสินใจซื้อหรือโอนห้องชุดในโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ
* **การแข่งขันในธุรกิจบริการสุขภาพ:** ตลาดมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลเอกชนและภาครัฐ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้จากบริการ COVID-19 และวัคซีน:** จะยังคงเป็นสัดส่วนสำคัญของรายได้ในระยะต่อไปหรือไม่
* **การฟื้นตัวของยอดโอนในโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ:** หลังจากการก่อสร้างโรงพยาบาลธนบุรีรังสิต
* **ผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน:** ต่อผลประกอบการของโรงพยาบาลในเมียนมาร์
* **ความคืบหน้าของการต่อยอดธุรกิจใหม่:** เช่น การรักษาผู้ติดยาเสพติด และช่องทางออนไลน์
* **แผนการเข้าซื้อกิจการ:** จะมีรายละเอียดและส่งผลต่อการเติบโตอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้บริการทางการแพทย์:** เติบโตโดดเด่น 135.2% YoY โดยมีสัดส่วนรายได้จากผู้ป่วยโควิดและวัคซีนถึง 27.4% สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวรับสถานการณ์
* **ต้นทุนบริการทางการแพทย์:** แม้จะเพิ่มขึ้น 79.1% แต่การบริหารจัดการต้นทุนต่อยอดรายได้ (Cost to Revenue) ที่ลดลงจาก 86.4% เหลือ 65.8% เป็นจุดแข็งสำคัญที่ช่วยผลักดันอัตรากำไร
* **ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุ:** ยังคงเป็นจุดที่ต้องเฝ้าระวัง ยอดโอนต่ำกว่าเป้าหมาย บ่งชี้ถึงผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ลูกค้ามีความระมัดระวังในการใช้จ่าย
* **โรงพยาบาล Ar Yu International (เมียนมาร์):** ยังคงมีกำไรจากการดำเนินงาน แต่ขาดทุนสุทธิจากผลกระทบอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งบริษัทอยู่ระหว่างบริหารจัดการความเสี่ยง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 THG มีสินทรัพย์รวม 23,234 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อย 2.4% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนลดลง 6.2% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 0.8% หนี้สินรวมอยู่ที่ 13,305 ล้านบาท ลดลง 6.2% โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 11.8% ขณะที่หนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 2.8% ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 3.2% เป็น 9,929 ล้านบาท และอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นลดลงจาก 1.5 เท่า เหลือ 1.3 เท่า
อัตราส่วนสภาพคล่อง (Current Ratio) อยู่ที่ 0.9 เท่า (งบการเงินรวม) เพิ่มขึ้นจาก 0.8 เท่า ในสิ้นปี 2564 อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ (ROA) อยู่ที่ 13.6% และอัตราผลตอบแทนต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (ROE) อยู่ที่ 24.2% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 54.6% เป็น 657 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเพิ่มขึ้น 81.2% เป็น 299 ล้านบาท จากการจ่ายชำระหนี้ค่าสินทรัพย์และค่าก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น ส่วนกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเปลี่ยนแปลงมากกว่า 100% เป็น 623 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลและคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน
## สรุปท้าย
THG โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่น่าประทับใจ พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 552 ล้านบาท จากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้บริการทางการแพทย์ที่ได้รับแรงหนุนจากสถานการณ์โควิด-19 และการฉีดวัคซีน ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ธุรกิจดูแลผู้สูงอายุจะยังเผชิญความท้าทายจากยอดโอนที่ต่ำกว่าเป้า และความเสี่ยงจากความผันผวนค่าเงินในธุรกิจต่างประเทศ แต่ด้วยแผนการต่อยอดธุรกิจใหม่และการเข้าซื้อกิจการในอนาคต ประกอบกับการพัฒนาโครงการที่พักอาศัยสำหรับผู้สูงอายุ คาดว่า THG จะสามารถรักษาโมเมนตัมการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับผู้มีส่วนได้เสียได้อย่างต่อเนื่อง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ THG ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
2,131.74
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
กำไรขั้นต้น
561.22
ล้านบาท
↑ 29.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
26.33
%
กำไรสุทธิ
83.98
ล้านบาท
↓ 105.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.94
%
D/E Ratio
0.41
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
2,132
↓ -6.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
561
↑ + 29.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
84
↓ -105.7%
YoY
D/E Ratio
0.41
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — THG
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.41
ROE (%)
0.93
ROA (%)
3.40
Book Value/หุ้น
7.54
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — THG
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-486
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+324
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — THG
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-485.63
+591.78%
|
-70.20
-89.92%
|
-696.23
-17.30%
|
-841.83
-604.30%
|
166.93
-62.14%
|
440.96
-357.48%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
323.55
-72.71%
|
1,185.70
+109.67%
|
565.52
-349.95%
|
-226.25
+359.30%
|
-49.26
-95.18%
|
-1,021.42
-52.73%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-139.55
-89.32%
|
-1,306.71
-152.76%
|
2,476.76
-15.99%
|
2,948.04
-508.21%
|
-722.18
-274.71%
|
413.36
-81.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-301.62
+57.74%
|
-191.21
-108.15%
|
2,346.05
+24.79%
|
1,879.98
-410.99%
|
-604.52
+261.75%
|
-167.11
+111.45%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|
662.48
-10.66%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,006.73
+118.99%
|
459.72
-51.08%
|
939.77
-63.66%
|
2,585.97
+74.46%
|
1,482.29
+199.22%
|
495.38
-25.22%
|