บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4470 out_tok=2672 at=2026-07-26T07:08:51 -->
# TACC กำไรปี 65 โต 9.76% รับอานิสงส์เปิดเมือง-ขยายตลาด แต่ GPM หดเหตุต้นทุนวัตถุดิบพุ่ง
## รายได้รวมโต 13.59% หนุนกำไรสุทธิเพิ่ม แต่ GPM ลดลง 2.82% จากราคาวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 235.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.76% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับลดลงเล็กน้อย เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
เลนส์ sector สำหรับหาหัวใจ: มองหาหัวใจจากราคาสินค้า/วัตถุดิบ, volume ขาย-ผลิต, GPM, FX/ส่งออก, ฤดูกาล, หรือ stock gain/loss
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TACC ในปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่งถึง 13.59%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 9.76% อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันสำคัญคือ **การปรับเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 2.82%**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลาย ทำให้ประชาชน ภาคธุรกิจ และหน่วยงานต่างๆ กลับมาดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนนักท่องเที่ยว
* **การขยายฐานลูกค้า:** กลุ่มสินค้าที่ร่วมพัฒนากับ 7-11 และ Non 7-11 รวมถึงลูกค้า Modern trade และ Food service มีจำนวนเพิ่มขึ้น
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเปิดสาขาของ 7-11 ในประเทศกัมพูชา ช่วยเพิ่มช่องทางการขาย
ส่วนการลดลงของ GPM เกิดจากการที่ **ราคาวัตถุดิบในระหว่างปี 2565 ปรับตัวสูงขึ้น** ทำให้ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.02% ในปี 2564 เป็น 35.20% ในปี 2565
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์ว่ารายได้ในปี 2566 จะเติบโต 10% จากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การออกสินค้าใหม่ และการเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย แต่ประเด็นเรื่อง **ราคาวัตถุดิบที่ปรับเพิ่มขึ้นนั้นเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด** เนื่องจากเอกสารไม่ได้ระบุแนวโน้มราคาวัตถุดิบในอนาคตที่ชัดเจน และการที่ GPM ลดลงจากปัจจัยนี้บ่งชี้ว่าหากต้นทุนยังคงสูง อาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไปได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการปี 2565 อยู่ที่ 1,523.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.59% YoY** จาก 1,341.14 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิปี 2565 อยู่ที่ 235.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.76% YoY** จาก 214.24 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง 2.82%** จาก 38.02% เป็น 35.20% เนื่องจากราคาวัตถุดิบปรับสูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.11%** เนื่องจากปี 2564 มีการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์
* **คาดการณ์รายได้ปี 2566 เติบโต 10%** จากการบริหารต้นทุน ออกสินค้าใหม่ และขยายช่องทาง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2565 บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,523.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 182.20 ล้านบาท หรือ 13.59% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 การกลับมาเปิดดำเนินการของภาคธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว นอกจากนี้ การขยายกลุ่มสินค้าที่ร่วมพัฒนากับ 7-11 และ Non 7-11 รวมถึงลูกค้า Modern trade และ Food service ที่เพิ่มขึ้น และการขยายตลาดในประเทศกัมพูชาจากการเปิดสาขาของ 7-11 ก็เป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันรายได้
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการในปี 2565 อยู่ที่ 987.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 155.85 ล้านบาท หรือ 18.75% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 38.02% ในปี 2564 เป็น 35.20% ในปี 2565 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3.14% เป็น 169.47 ล้านบาท แต่สัดส่วนต่อรายได้ลดลง เนื่องจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นชดเชยได้ ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 5.11% เป็น 83.56 ล้านบาท เนื่องจากการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์ในปี 2564
บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับปี 2565 อยู่ที่ 235.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.91 ล้านบาท หรือ 9.76% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อยจาก 15.97% เป็น 15.44% เนื่องจากผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** สถานการณ์โควิด-19 ที่ดีขึ้นและการกลับมาของนักท่องเที่ยวเป็นปัจจัยบวกต่อการบริโภคและการใช้จ่ายสินค้า
* **การขยายฐานลูกค้าและช่องทางการขาย:** การร่วมพัฒนากับลูกค้ากลุ่ม 7-11, Non 7-11, Modern trade, Food service และการขยายตลาดในกัมพูชา เป็นโอกาสในการเพิ่มยอดขาย
* **การออกสินค้าใหม่:** แผนการออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภคในปี 2566 จะช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มและกระตุ้นยอดขาย
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** การมุ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นความเสี่ยงที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและราคาขาย
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ปัจจุบันกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงิน
* **การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** การลงทุนในบริษัท TCI ยังคงมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการโดยรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลักที่ใช้ในการผลิต
* **ผลการดำเนินงานในตลาดกัมพูชา:** ประเมินการเติบโตและผลกระทบจากการขยายตลาดในต่างประเทศ
* **การเปิดตัวสินค้าใหม่:** ประสิทธิภาพของสินค้าใหม่ในการตอบรับของผู้บริโภคและสร้างยอดขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการควบคุมต้นทุนการผลิตและค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** การฟื้นตัวหรือทรงตัวของ GPM จะเป็นสัญญาณสำคัญต่อความสามารถในการทำกำไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume การขาย:** รายได้ที่เพิ่มขึ้น 13.59% บ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มสินค้าที่ร่วมพัฒนากับ 7-11 และลูกค้า Modern trade/Food service รวมถึงการขยายตลาดในกัมพูชา
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** การปรับเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลง แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันด้านต้นทุน
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 2.82% เป็น 35.20% ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ช่องทางขาย:** การขยายช่องทางขายผ่าน 7-11 (ทั้งในประเทศและกัมพูชา) และ Modern trade/Food service เป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้ที่สำคัญ
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 3.79 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน แต่การขยายตลาดในกัมพูชาแสดงถึงการเติบโตในส่วนของการส่งออก/ต่างประเทศ
* **ฤดูกาลผลิต:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **รายได้อื่น:** เพิ่มขึ้น 95.25% เป็น 9.24 ล้านบาท จากกำไรขายเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล
* **รายได้ทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 0.24 ล้านบาท เป็น 0.84 ล้านบาท จากเงินฝากธนาคารที่เพิ่มขึ้นและผลตอบแทน
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.01 ล้านบาท เป็น 1.15 ล้านบาท จากดอกเบี้ยเช่าซื้อ
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** มีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากการลงทุนในบริษัท TCI
(หมายเหตุ: เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดงบดุล งบกระแสเงินสด หรือ D/E Ratio ที่ชัดเจน)
## สรุปท้าย
TACC ในปี 2565 สามารถสร้างการเติบโตของรายได้และกำไรสุทธิได้ตามเป้าหมาย โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังโควิด-19 และการขยายช่องทางการขายทั้งในและต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม ความสามารถในการทำกำไรขั้นต้นถูกกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับสูงขึ้น ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องจับตาในปี 2566 แม้ฝ่ายจัดการจะคาดการณ์การเติบโตของรายได้ต่อเนื่อง แต่การบริหารจัดการต้นทุนและรักษาอัตรากำไรจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่งต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26
ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76
ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95
%
กำไรสุทธิ
56.94
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
64.84
-148.31%
|
-134.22
+3,618.01%
|
-3.61
-97.36%
|
-136.72
+20.78%
|
-113.20
+24.75%
|
-90.74
+1.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-300.25
-564.06%
|
64.70
-136.62%
|
-176.70
+115.12%
|
-82.14
-225.90%
|
65.24
-215.63%
|
-56.42
-166.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.64
-3.54%
|
124.03
-20.12%
|
155.28
+9.49%
|
141.82
+36.21%
|
104.12
+174.94%
|
37.87
-31.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-115.78
-312.40%
|
54.51
-317.69%
|
-25.04
-67.50%
|
-77.04
-237.18%
|
56.16
-151.39%
|
-109.28
-317.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|
16.09
-79.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
137.04
-30.99%
|
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|