TACC
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
TACC
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.35
0.05 (0.78%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5617 out_tok=2627 at=2026-07-26T07:48:32 --> # TACC กำไรสุทธิ Q3/2565 โต 11% รับอานิสงส์รายได้ขายพุ่ง-คุมต้นทุน ## รายได้-กำไร TACC เติบโตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบกดดันอัตรากำไรขั้นต้น บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 62.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 23.12% จากการกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคักขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TACC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่งถึง 23.12%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้ 11.15% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่: * **การกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** การอนุญาตให้โรงเรียนเปิดเรียนตามปกติ และหน่วยงานต่างๆ กลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความต้องการเครื่องดื่มในโถกด (All Café) เพิ่มสูงขึ้น * **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลังจากการผ่อนคลายมาตรการกักตัว ช่วยกระตุ้นยอดขาย * **การออกสินค้าใหม่และการขยายตลาด:** การออกเครื่องดื่มปรุงสำเร็จใหม่ๆ ในประเทศ และการขยายตลาดในกัมพูชาผ่านการเปิดสาขาของ 7-11 ก็เป็นอีกแรงหนุนสำคัญ แม้ว่ารายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ (29.13%) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 38.16% ในปีก่อน เป็น 35.14% ในไตรมาสนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 เป็นต้นมา ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามปกติ น่าจะส่งผลดีต่อรายได้ของ TACC อย่างต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ามีแผนกลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคุมค่าใช้จ่าย และออกสินค้าใหม่ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภคจะเป็นกุญแจสำคัญ ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 23.12% YoY** แตะ 381.52 ล้านบาท จาก 309.87 ล้านบาท * **กำไรสุทธิ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 11.15% YoY** อยู่ที่ 62.51 ล้านบาท จาก 56.24 ล้านบาท * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 38.16% ใน Q3/2564 เป็น 35.14% ใน Q3/2565 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น * **รายได้จากการขายและบริการ 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 11.84% YoY** อยู่ที่ 1,103.84 ล้านบาท * **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 21.71% YoY** อยู่ที่ 191.73 ล้านบาท * **ฝ่ายจัดการคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2565 เติบโต 10% YoY** เน้นกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าสินค้า ออกสินค้าใหม่ และขยายช่องทางจัดจำหน่าย ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 3 ปี 2565 TACC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 381.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การกลับมาเปิดเรียน และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การออกสินค้าใหม่และการขยายตลาดในกัมพูชายังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการปรับตัวสูงขึ้น 29.13% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.16% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 35.14% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 12.41% ในไตรมาสนี้ จากการเพิ่มค่าส่งเสริมการขายและโฆษณาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.84% จากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น ผลประกอบการโดยรวมทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 62.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.15% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อยจาก 18.15% เป็น 16.38% สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,103.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.84% และมีกำไรสุทธิ 191.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจาก 15.96% เป็น 17.37% ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคม:** การกลับมาเปิดเรียน การเปิดประเทศ และการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อยอดขายเครื่องดื่มในโถกด (All Café) และสินค้าอื่นๆ * **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเปิดสาขา 7-11 ในประเทศกัมพูชา เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และฐานลูกค้าในต่างประเทศ * **การออกสินค้าใหม่:** การพัฒนาและออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค ช่วยเพิ่มความหลากหลายและกระตุ้นยอดขาย * **การร่วมพัฒนาสินค้ากับ B2B และ Modern Trade:** การขยายความร่วมมือกับลูกค้ากลุ่มธุรกิจและร้านค้าสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคาขาย * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีผลกระทบจากรายการขายเงินลงทุน แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน * **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่รวดเร็ว อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้า ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น นม น้ำตาล และส่วนผสมอื่นๆ จะส่งผลโดยตรงต่อ GPM * **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภค * **ยอดขายสินค้าใหม่:** ผลตอบรับและการเติบโตของสินค้าใหม่ที่ออกสู่ตลาด * **การขยายตลาดในกัมพูชา:** ความคืบหน้าและผลประกอบการจากการขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชา * **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร) * **Volume ขาย:** รายได้จากการขายเครื่องดื่มในโถกดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็น Volume หลักของบริษัท * **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 เป็นปัจจัยกดดัน GPM โดยตรง * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 3.02% ในไตรมาส 3/2565 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าสำหรับ 9 เดือนแรก GPM จะลดลงเพียง 0.80% เนื่องจากไตรมาส 1/2565 มีการขายสินค้ากำไรสูงและบริหารต้นทุนได้ดี * **ช่องทางขาย:** การขยายตัวของ 7-11 ในกัมพูชาเป็นช่องทางขายใหม่ที่สำคัญ นอกจากนี้ การเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่ม non-coffee ใน All Café และสินค้าขนาด 22 ออนซ์ที่ราคาสูงขึ้นก็เป็นปัจจัยบวก * **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า * **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้อื่นลดลงเนื่องจากการขายเงินลงทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่การขยายตลาดในกัมพูชาบ่งชี้ถึงการเติบโตของการส่งออก * **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน แต่การกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดขายในไตรมาสนี้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงรายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากเงินฝากธนาคารที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยเช่าซื้อ ## สรุปท้าย TACC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 11.15% จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงเล็กน้อย ฝ่ายจัดการมีแผนรับมือด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้า ออกสินค้าใหม่ และควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านราคาเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางโอกาสจากการขยายตลาดและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขันในตลาด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26 ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76 ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95 %
กำไรสุทธิ
56.94 ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43 %
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7% YoY
D/E Ratio
0.69

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
675.26
+29.19%
522.69
+11.80%
467.53
+10.92%
421.50
+19.09%
353.93
+13.27%
312.46
-21.93%
กำไรขั้นต้น —
215.76
+27.84%
168.77
+10.62%
152.57
+18.09%
129.20
-6.41%
138.04
+22.69%
112.52
-8.22%
ค่าใช้จ่ายรวม —
141.45
+50.99%
93.68
+6.63%
87.86
+17.33%
74.88
+13.53%
65.96
+40.37%
46.99
-27.18%
กำไรสุทธิ —
56.94
+0.70%
56.54
-3.19%
58.41
+31.44%
44.43
-23.18%
57.84
+12.87%
51.25
+22.58%
กำไรต่อหุ้น —
0.10
+1.06%
0.09
-3.09%
0.10
+31.08%
0.07
-22.92%
0.10
+12.94%
0.09
+21.43%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
31.95
-1.05%
32.29
-1.04%
32.63
+6.46%
30.65
-21.41%
39.00
+8.30%
36.01
+17.56%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
20.95
+16.91%
17.92
-4.63%
18.79
+5.74%
17.77
-4.67%
18.64
+23.94%
15.04
-6.70%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
8.43
-22.09%
10.82
-13.37%
12.49
+18.50%
10.54
-35.50%
16.34
-0.37%
16.40
+56.94%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
0.00
+100.00%
-1.01
+10.62%
-1.13
+92.93%
-15.99
-18.44%
-13.50
-121.21%
63.66
+2,960.58%
ROE(%) —
39.74
+15.62%
34.37
+22.84%
27.98
-10.44%
31.24
+6.80%
29.25
+12.20%
26.07
-29.52%
ROA(%) —
30.17
+10.07%
27.41
+21.98%
22.47
-14.79%
26.37
+1.93%
25.87
+10.93%
23.32
-18.63%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.69
+1.47%
0.68
+23.64%
0.55
0.55
+27.91%
0.43
+7.50%
0.40
-40.30%
P/E —
10.34
-7.43%
11.17
-17.93%
13.61
-13.09%
15.66
-31.88%
22.99
+12.70%
20.40
-2.81%
P/BV —
4.25
+1.92%
4.17
+8.03%
3.86
-28.52%
5.40
-22.53%
6.97
+26.27%
5.52
+36.63%
BV —
1.21
+9.01%
1.11
-1.77%
1.13
-4.24%
1.18
+4.42%
1.13
+2.73%
1.10
+1.85%
YIELD(%) —
7.57
-3.07%
7.81
-6.47%
8.35
+61.82%
5.16
+35.08%
3.82
-2.80%
3.93
+32.32%
ราคาหุ้น —
5.15
+10.99%
4.64
+6.42%
4.36
-31.88%
6.40
-18.47%
7.85
+24.60%
6.30
+43.84%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.42

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
1,115.54
+14.23%
976.61
+3.84%
940.51
-7.91%
1,021.28
+12.90%
904.60
+2.86%
879.44
-3.43%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
206.25
-15.29%
243.48
+39.06%
175.09
+11.22%
157.43
-1.61%
160.01
+21.15%
132.07
+11.81%
รวมสินทรัพย์ —
1,321.79
+8.34%
1,220.09
+9.37%
1,115.60
-5.35%
1,178.70
+10.72%
1,064.61
+5.25%
1,011.51
-1.68%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
496.51
+15.33%
430.51
+19.57%
360.04
-4.54%
377.18
+31.95%
285.86
+12.31%
254.52
-17.95%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
44.92
-30.84%
64.95
+71.52%
37.87
-1.96%
38.63
+6.36%
36.32
+5.89%
34.30
+70.55%
รวมหนี้สิน —
541.43
+9.28%
495.46
+24.51%
397.91
-4.30%
415.81
+29.06%
322.18
+11.55%
288.82
-12.56%
รวมส่วนของเจ้าของ —
780.36
+7.69%
724.63
+0.97%
717.69
-5.93%
762.89
+2.76%
742.43
+2.73%
722.69
+3.47%
D/E —
0.69
0.68
0.55
0.55
0.43
0.40
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
39.74
34.37
27.98
31.24
29.25
26.07
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
30.17
27.41
22.47
26.37
25.87
23.32
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
2.25
2.27
2.61
2.71
3.16
3.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
1.17
2.00
1.38
1.22
1.39
1.75
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
60.34
64.32
0.00
0.00
68.51
75.44
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
25.92
21.93
0.00
0.00
20.23
15.65
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
89.52
95.74
0.00
0.00
98.98
101.50
วงจรเงินสด —
-3.26
-9.49
0.00
0.00
-10.24
-10.41
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
64.84
-148.31%
-134.22
+3,618.01%
-3.61
-97.36%
-136.72
+20.78%
-113.20
+24.75%
-90.74
+1.00%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
-300.25
-564.06%
64.70
-136.62%
-176.70
+115.12%
-82.14
-225.90%
65.24
-215.63%
-56.42
-166.30%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
119.64
-3.54%
124.03
-20.12%
155.28
+9.49%
141.82
+36.21%
104.12
+174.94%
37.87
-31.23%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-115.78
-312.40%
54.51
-317.69%
-25.04
-67.50%
-77.04
-237.18%
56.16
-151.39%
-109.28
-317.17%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
198.59
+23.14%
161.27
+6.94%
150.80
+10.48%
136.50
-32.95%
203.57
+1,165.20%
16.09
-79.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
137.04
-30.99%
198.59
+23.14%
161.27
+6.94%
150.80
+10.48%
136.50
-32.95%
203.57
+1,165.20%