บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5617 out_tok=2627 at=2026-07-26T07:48:32 -->
# TACC กำไรสุทธิ Q3/2565 โต 11% รับอานิสงส์รายได้ขายพุ่ง-คุมต้นทุน
## รายได้-กำไร TACC เติบโตตามการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 62.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.15% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 23.12% จากการกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่คึกคักขึ้น อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นปรับลดลงเล็กน้อยจากต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TACC ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่งถึง 23.12%** ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ชดเชยแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิโดยรวมยังคงเติบโตได้ 11.15%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายปัจจัย ได้แก่:
* **การกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** การอนุญาตให้โรงเรียนเปิดเรียนตามปกติ และหน่วยงานต่างๆ กลับมาดำเนินงานเต็มรูปแบบ ส่งผลให้ความต้องการเครื่องดื่มในโถกด (All Café) เพิ่มสูงขึ้น
* **การฟื้นตัวของการท่องเที่ยว:** จำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นหลังจากการผ่อนคลายมาตรการกักตัว ช่วยกระตุ้นยอดขาย
* **การออกสินค้าใหม่และการขยายตลาด:** การออกเครื่องดื่มปรุงสำเร็จใหม่ๆ ในประเทศ และการขยายตลาดในกัมพูชาผ่านการเปิดสาขาของ 7-11 ก็เป็นอีกแรงหนุนสำคัญ
แม้ว่ารายได้จะเติบโต แต่ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้ (29.13%) ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 38.16% ในปีก่อน เป็น 35.14% ในไตรมาสนี้ โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 เป็นต้นมา
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน**
การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการกลับมาดำเนินกิจกรรมต่างๆ ตามปกติ น่าจะส่งผลดีต่อรายได้ของ TACC อย่างต่อเนื่องในระยะสั้นถึงกลาง อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ฝ่ายจัดการได้ระบุว่ามีแผนกลยุทธ์ในการสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคุมค่าใช้จ่าย และออกสินค้าใหม่ ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ แต่ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภคจะเป็นกุญแจสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 23.12% YoY** แตะ 381.52 ล้านบาท จาก 309.87 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 11.15% YoY** อยู่ที่ 62.51 ล้านบาท จาก 56.24 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง** จาก 38.16% ใน Q3/2564 เป็น 35.14% ใน Q3/2565 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **รายได้จากการขายและบริการ 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 11.84% YoY** อยู่ที่ 1,103.84 ล้านบาท
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 21.71% YoY** อยู่ที่ 191.73 ล้านบาท
* **ฝ่ายจัดการคาดการณ์รายได้ทั้งปี 2565 เติบโต 10% YoY** เน้นกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าสินค้า ออกสินค้าใหม่ และขยายช่องทางจัดจำหน่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 TACC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 381.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23.12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ การกลับมาเปิดเรียน และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ การออกสินค้าใหม่และการขยายตลาดในกัมพูชายังเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยหนุนรายได้
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการปรับตัวสูงขึ้น 29.13% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.16% ในปีก่อน มาอยู่ที่ 35.14% ในไตรมาสนี้ สาเหตุหลักมาจากการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบ
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 12.41% ในไตรมาสนี้ จากการเพิ่มค่าส่งเสริมการขายและโฆษณาเพื่อกระตุ้นยอดขาย ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 7.84% จากจำนวนพนักงานที่เพิ่มขึ้น
ผลประกอบการโดยรวมทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 62.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.15% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้ว่าอัตรากำไรสุทธิจะลดลงเล็กน้อยจาก 18.15% เป็น 16.38%
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,103.84 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.84% และมีกำไรสุทธิ 191.73 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยอัตรากำไรสุทธิปรับเพิ่มขึ้นจาก 15.96% เป็น 17.37%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคม:** การกลับมาเปิดเรียน การเปิดประเทศ และการดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ เป็นปัจจัยบวกสำคัญต่อยอดขายเครื่องดื่มในโถกด (All Café) และสินค้าอื่นๆ
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเปิดสาขา 7-11 ในประเทศกัมพูชา เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้และฐานลูกค้าในต่างประเทศ
* **การออกสินค้าใหม่:** การพัฒนาและออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค ช่วยเพิ่มความหลากหลายและกระตุ้นยอดขาย
* **การร่วมพัฒนาสินค้ากับ B2B และ Modern Trade:** การขยายความร่วมมือกับลูกค้ากลุ่มธุรกิจและร้านค้าสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นความเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและราคาขาย
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะมีผลกระทบจากรายการขายเงินลงทุน แต่การดำเนินธุรกิจในต่างประเทศยังคงมีความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภคที่รวดเร็ว อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้า
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น นม น้ำตาล และส่วนผสมอื่นๆ จะส่งผลโดยตรงต่อ GPM
* **กลยุทธ์การบริหารต้นทุน:** ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านราคาไปยังผู้บริโภค
* **ยอดขายสินค้าใหม่:** ผลตอบรับและการเติบโตของสินค้าใหม่ที่ออกสู่ตลาด
* **การขยายตลาดในกัมพูชา:** ความคืบหน้าและผลประกอบการจากการขยายธุรกิจในประเทศกัมพูชา
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume ขาย:** รายได้จากการขายเครื่องดื่มในโถกดเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมต่างๆ ซึ่งเป็น Volume หลักของบริษัท
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 เป็นปัจจัยกดดัน GPM โดยตรง
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 3.02% ในไตรมาส 3/2565 เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่เพิ่มขึ้น แม้ว่าสำหรับ 9 เดือนแรก GPM จะลดลงเพียง 0.80% เนื่องจากไตรมาส 1/2565 มีการขายสินค้ากำไรสูงและบริหารต้นทุนได้ดี
* **ช่องทางขาย:** การขยายตัวของ 7-11 ในกัมพูชาเป็นช่องทางขายใหม่ที่สำคัญ นอกจากนี้ การเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่ม non-coffee ใน All Café และสินค้าขนาด 22 ออนซ์ที่ราคาสูงขึ้นก็เป็นปัจจัยบวก
* **สต็อก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้อื่นลดลงเนื่องจากการขายเงินลงทุนสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แต่การขยายตลาดในกัมพูชาบ่งชี้ถึงการเติบโตของการส่งออก
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน แต่การกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจเป็นปัจจัยที่ส่งผลต่อยอดขายในไตรมาสนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงิน เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน หรือกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงรายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากเงินฝากธนาคารที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยเช่าซื้อ
## สรุปท้าย
TACC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 ด้วยกำไรสุทธิที่เติบโต 11.15% จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่แข็งแกร่ง ซึ่งเป็นผลมาจากการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจตามปกติ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้นได้กดดันอัตรากำไรขั้นต้นให้ลดลงเล็กน้อย ฝ่ายจัดการมีแผนรับมือด้วยการเพิ่มมูลค่าสินค้า ออกสินค้าใหม่ และควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งต้องติดตามความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและส่งผ่านราคาเพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางโอกาสจากการขยายตลาดและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ แต่ก็ยังมีความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบและการแข่งขันในตลาด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26
ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76
ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95
%
กำไรสุทธิ
56.94
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
64.84
-148.31%
|
-134.22
+3,618.01%
|
-3.61
-97.36%
|
-136.72
+20.78%
|
-113.20
+24.75%
|
-90.74
+1.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-300.25
-564.06%
|
64.70
-136.62%
|
-176.70
+115.12%
|
-82.14
-225.90%
|
65.24
-215.63%
|
-56.42
-166.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.64
-3.54%
|
124.03
-20.12%
|
155.28
+9.49%
|
141.82
+36.21%
|
104.12
+174.94%
|
37.87
-31.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-115.78
-312.40%
|
54.51
-317.69%
|
-25.04
-67.50%
|
-77.04
-237.18%
|
56.16
-151.39%
|
-109.28
-317.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|
16.09
-79.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
137.04
-30.99%
|
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|