บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4510 out_tok=2591 at=2026-07-26T07:18:32 -->
# TACC กำไรสุทธิปี 64 พุ่ง 14.46% รับ GPM ขยายตัว-คุมต้นทุน
## รายได้รวมโต 2% แม้เผชิญโควิด-19 ฝ่ายบริหารมั่นใจปี 65 โต 15%
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการปี 2564 มีกำไรสุทธิ 215.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.46% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้น แม้รายได้รวมจะเติบโตเพียงเล็กน้อย 2.01% ท่ามกลางความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TACC ในปี 2564 ให้เติบโต 14.46% มาจาก **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ที่เพิ่มขึ้นจาก 33.87% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 38.02% ในปีนี้ แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตเพียง 2.01% ก็ตาม โดยปัจจัยนี้มีน้ำหนักมากกว่าการเปลี่ยนแปลงของรายได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ GPM ของ TACC ปรับตัวสูงขึ้นในปี 2564 เกิดจากหลายปัจจัยที่ฝ่ายจัดการได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ประการแรกคือ **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น** โดยต้นทุนขายและบริการลดลง 4.40% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งส่งผลให้อัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลง ประการที่สองคือ **การพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่อง** และประการสุดท้ายคือ **การเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายสินค้าที่มีกำไรสูง** ซึ่งสะท้อนถึงการบริหารจัดการผลิตภัณฑ์และการตลาดที่สามารถผลักดันสินค้าที่มีมาร์จิ้นดีให้มียอดขายเพิ่มขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้ระบุแผนการดำเนินงานในปี 2565 ว่าจะเน้นกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเดิม และออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค รวมถึงการร่วมพัฒนาสินค้าให้กับลูกค้า ซึ่งกลยุทธ์เหล่านี้มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการเติบโตของสินค้าที่มีกำไรสูงต่อไป นอกจากนี้ การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพที่พิสูจน์แล้วในปี 2564 ก็มีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2564 เติบโต 14.46%** มาอยู่ที่ 215.62 ล้านบาท จาก 188.38 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว** จาก 33.87% เป็น 38.02% จากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้ากำไรสูง
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 2.01%** เป็น 1,341.14 ล้านบาท โดยได้รับแรงหนุนจากสินค้า Non-coffee ใน All Café และสินค้า B2B
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 16.60%** จากการส่งเสริมการขายและค่าใช้จ่ายในการศึกษาโครงการใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 21.78%** เป็นไปตามแผนงานและมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผู้บริหารและพนักงาน รวมถึงการตั้งสำรอง
* **คาดการณ์รายได้ปี 2565 เติบโต 15%** จากการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเดิม ออกสินค้าใหม่ และร่วมพัฒนาสินค้ากับลูกค้า
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,341.14 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.01% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 1,314.74 ล้านบาท แม้จะได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ที่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และการใช้ชีวิตแบบ New Normal อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงมียอดขายเติบโตได้จากการขยายตัวของกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee ใน All Café ตามจำนวนสาขา การเพิ่มเมนูใหม่ตามฤดูกาล และการเพิ่มขนาดผลิตภัณฑ์ รวมถึงการเติบโตของสินค้าที่ร่วมพัฒนากับลูกค้า B2B
ต้นทุนขายและบริการในปี 2564 ลดลง 4.40% มาอยู่ที่ 831.25 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ 61.98% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้นเป็น 38.02% จากปีก่อนที่ 33.87% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มขึ้นของสัดส่วนยอดขายสินค้าที่มีกำไรสูง
ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 16.60% เป็น 164.31 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขาย การโฆษณา การศึกษาโครงการใหม่ๆ และค่าใช้จ่ายบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ด้านค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 21.78% เป็น 88.06 ล้านบาท เป็นไปตามแผนการดำเนินงานและงบประมาณ รวมถึงมีค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับผู้บริหาร พนักงาน และการตั้งสำรองด้อยค่าสินทรัพย์
บริษัทฯ รับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม TCI จำนวน 1.38 ล้านบาท รายได้ทางการเงินลดลง 69.43% จากอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ลดลง และมีต้นทุนทางการเงินลดลงเล็กน้อย 9.18% จากดอกเบี้ยเช่าซื้อ
ส่งผลให้กำไรสุทธิในปี 2564 อยู่ที่ 215.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.46% จากปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 188.38 ล้านบาท โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 15.94% เพิ่มขึ้นจาก 14.31% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การขยายตัวของกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee ใน All Café:** การเพิ่มจำนวนสาขา การออกเมนูใหม่ตามฤดูกาล และการเพิ่มขนาดผลิตภัณฑ์ เป็นปัจจัยหนุนการเติบโตของรายได้ในช่องทางนี้
* **การร่วมพัฒนาสินค้ากับลูกค้า B2B:** เป็นอีกช่องทางที่ช่วยเพิ่มยอดขายและกระจายความเสี่ยง
* **การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเดิมและออกสินค้าใหม่:** เป็นกลยุทธ์หลักสำหรับปี 2565 เพื่อขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** แนวโน้มการควบคุมต้นทุนและพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่อง จะช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูง
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19:** แม้จะเริ่มคลี่คลาย แต่ยังคงส่งผลต่อเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และพฤติกรรมผู้บริโภค
* **การแข่งขันในตลาดเครื่องดื่ม:** ตลาดมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุชัดเจน แต่เป็นความเสี่ยงทั่วไปของกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่ม
* **การรับรู้ขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การลงทุนใน TCI ยังคงมีผลขาดทุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวม
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของรายได้ในปี 2565:** จะสามารถทำได้ตามเป้าหมาย 15% หรือไม่ โดยเฉพาะการออกสินค้าใหม่และการสร้างมูลค่าเพิ่ม
* **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ:** จะสามารถรักษา GPM ให้อยู่ในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม TCI:** จะสามารถพลิกกลับมามีกำไรได้หรือไม่ เพื่อลดผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวม
* **การขยายตัวของช่องทาง All Café:** จำนวนสาขาและยอดขายต่อสาขาจะเป็นอย่างไร
* **การตอบรับของสินค้าใหม่:** จะสามารถสร้างยอดขายและกำไรได้ตามที่คาดหวังหรือไม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **Volume:** ยอดขายเติบโตจากการขยายตัวของลูกค้าและสินค้าใหม่ โดยเฉพาะกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee ในมุม All Café ที่เติบโตตามจำนวนสาขา การเพิ่มเมนูใหม่ตามฤดูกาล และการเพิ่มขนาดผลิตภัณฑ์ รวมถึงสินค้าที่ร่วมพัฒนากับ B2B
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 33.87% เป็น 38.02% ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่มีประสิทธิภาพ การพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่อง และการเพิ่มสัดส่วนยอดขายสินค้าที่มีกำไรสูง
* **ช่องทางขาย:** ช่องทาง All Café ยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนยอดขาย โดยมีการขยายจำนวนสาขาและพัฒนาเมนูใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง ขณะที่การร่วมมือกับลูกค้า B2B ก็เป็นอีกช่องทางที่ช่วยเสริมรายได้
* **สต็อก:** ไม่ได้มีการกล่าวถึงข้อมูลเกี่ยวกับสต็อกสินค้าในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึง "กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ของกองทุนส่วนบุคคล" ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของรายได้อื่น แต่ไม่ได้ระบุถึงผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการขายสินค้า
* **ฤดูกาลผลิต:** มีการกล่าวถึง "การเพิ่มเมนูใหม่ตามฤดูกาล" ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์ตามฤดูกาลเพื่อกระตุ้นยอดขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
TACC สามารถสร้างการเติบโตของกำไรสุทธิในปี 2564 ได้อย่างน่าประทับใจถึง 14.46% โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัวอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลงจากผลกระทบของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ด้วยกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเดิม ออกสินค้าใหม่ และการร่วมพัฒนาสินค้ากับลูกค้า รวมถึงการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง ทำให้ฝ่ายบริหารมีความมั่นใจในการเติบโตของรายได้ 15% ในปี 2565 ซึ่งเป็นโอกาสสำคัญที่นักลงทุนควรจับตา ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 และการแข่งขันในตลาด รวมถึงผลขาดทุนจากบริษัทร่วม ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26
ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76
ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95
%
กำไรสุทธิ
56.94
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
64.84
-148.31%
|
-134.22
+3,618.01%
|
-3.61
-97.36%
|
-136.72
+20.78%
|
-113.20
+24.75%
|
-90.74
+1.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-300.25
-564.06%
|
64.70
-136.62%
|
-176.70
+115.12%
|
-82.14
-225.90%
|
65.24
-215.63%
|
-56.42
-166.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.64
-3.54%
|
124.03
-20.12%
|
155.28
+9.49%
|
141.82
+36.21%
|
104.12
+174.94%
|
37.87
-31.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-115.78
-312.40%
|
54.51
-317.69%
|
-25.04
-67.50%
|
-77.04
-237.18%
|
56.16
-151.39%
|
-109.28
-317.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|
16.09
-79.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
137.04
-30.99%
|
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|