บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4876 out_tok=2193 at=2026-07-26T08:07:36 -->
# TACC กำไร Q1/2566 หด 29.65% รับต้นทุนพุ่ง-ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม
## รายได้รวมโต 11.94% แต่ GPM แผ่ว ฝ่ายจัดการเร่งคุมต้นทุน-ออกสินค้าใหม่
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิรวม 42.32 ล้านบาท ลดลง 29.65% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ 11.94% โดยมีปัจจัยหลักจากต้นทุนขายที่ปรับตัวสูงขึ้น และค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามการขยายตัวของธุรกิจ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
หัวใจกำไรของ TACC ในไตรมาส 1 ปี 2566 มาจากการที่ **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิโดยรวม แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะเติบโตได้ดีก็ตาม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของ TACC ลดลงในไตรมาส 1/2566 คือ **การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565** ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.96% ในปีก่อน เหลือ 31.47% (เฉพาะกิจการ) หรือ 31.61% (งบรวม) คิดเป็นการลดลงถึง 7.49% นอกจากนี้ ค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนพนักงานที่มากขึ้น และผลขาดทุนจากบริษัทย่อยที่จัดตั้งขึ้นใหม่ ก็เป็นปัจจัยรองที่กดดันกำไรสุทธิ
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบเป็นปัจจัยต้นทางที่ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนขายของบริษัทฯ ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 25.67% (เฉพาะกิจการ) เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งสูงกว่าการเติบโตของรายได้ที่ 11.94% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างชัดเจน ขณะเดียวกัน การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายพนักงาน 85.30% (เฉพาะกิจการ) เกิดจากการเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับการดำเนินงานที่ขยายตัว และการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้ค่าใช้จ่ายเดินทางเพิ่มขึ้น ประกอบกับบริษัทย่อยที่เพิ่งเริ่มดำเนินงานมีผลขาดทุน 1.67 ล้านบาท และส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น 2.11 ล้านบาท ปัจจัยเหล่านี้รวมกันทำให้น้ำหนักกดดันกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัทฯ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าการปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบเริ่มตั้งแต่ปี 2565 แต่ยังไม่มีข้อมูลชัดเจนในเอกสารว่าจะคลี่คลายลงเมื่อใด อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการได้วางแผนรับมือโดยจะเน้นกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเดิม การบริหารจัดการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น และการออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนที่สูงขึ้นได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิรวมลดลง 29.65% YoY** อยู่ที่ 42.32 ล้านบาท จาก 60.15 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเติบโต 11.94% YoY** อยู่ที่ 379.90 ล้านบาท จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและนักท่องเที่ยว
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 38.96% เหลือ 31.61% เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 27.59% YoY** จากการลดรายการส่งเสริมการขาย
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 85.30% YoY** จากการเพิ่มขึ้นของเงินเดือนและโบนัสตามจำนวนพนักงาน
* **ตั้งเป้าปี 2566 รายได้เติบโต 10%** เน้นบริหารต้นทุนและออกสินค้าใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 กลุ่มบริษัท TACC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 379.90 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.94% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการฟื้นตัวของสถานการณ์โควิด-19 การกลับมาเปิดดำเนินการของภาคธุรกิจและหน่วยงานต่างๆ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2565 นอกจากนี้ ยังมีรายได้จากลูกค้ารายใหม่และการขยายตลาดในประเทศกัมพูชา อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่สูงกว่ารายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 38.96% ในปีก่อน เหลือ 31.61% ในไตรมาสนี้ ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง แต่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมาก ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมลดลง 29.65% มาอยู่ที่ 42.32 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** สถานการณ์โควิด-19 ที่คลี่คลายส่งผลให้ประชาชนและภาคธุรกิจกลับมาดำเนินกิจกรรมได้ตามปกติ รวมถึงจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อการบริโภคสินค้าและบริการ
* **การขยายตลาดในต่างประเทศ:** การเปิดสาขาของ 7-11 ในประเทศกัมพูชาช่วยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและสร้างรายได้ใหม่
* **การออกสินค้าใหม่:** บริษัทฯ มีแผนออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค เพื่อเพิ่มมูลค่าและตอบสนองความต้องการของตลาด
* **การบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** ฝ่ายจัดการมุ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อบรรเทาผลกระทบจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบผันผวน:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2565 เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรขั้นต้น
* **ค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มจำนวนพนักงานเพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจส่งผลให้ค่าใช้จ่ายในการบริหารสูงขึ้น
* **ผลขาดทุนจากบริษัทย่อย:** การจัดตั้งบริษัทย่อยใหม่ (Health Inspired Planet) ทำให้เกิดผลขาดทุนในช่วงเริ่มต้นดำเนินงาน
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** ค่าตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตนของบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นส่งผลให้ส่วนแบ่งขาดทุนเพิ่มขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาวัตถุดิบในตลาดโลก และความสามารถของบริษัทในการส่งผ่านต้นทุนไปยังผู้บริโภค
* ประสิทธิภาพของการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
* ความสำเร็จของการออกสินค้าใหม่ และการตอบรับจากผู้บริโภค
* ผลประกอบการของบริษัทย่อยที่เพิ่งจัดตั้งขึ้น และแนวโน้มการพลิกกลับมามีกำไร
* การขยายตลาดในประเทศกัมพูชา และการเติบโตของช่องทาง 7-11 ในต่างประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
TACC ซึ่งอยู่ในกลุ่มเกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร เผชิญกับความท้าทายด้านต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ในไตรมาส 1/2566 GPM ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนถึงแรงกดดันด้านต้นทุน แม้ว่าปริมาณการขาย (Volume) จะได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีการปรับกลยุทธ์โดยการลดค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและโฆษณา เพื่อชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และมีแผนออกสินค้าใหม่เพื่อเพิ่มมูลค่าและสร้างรายได้ การขยายช่องทางขายไปยังต่างประเทศ เช่น กัมพูชา เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารไม่ได้ให้ข้อมูลเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดในส่วนนี้ จึงขอข้ามไป)
## สรุปท้าย
TACC ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้รวมจะเติบโตได้จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและนักท่องเที่ยว แต่ค่าใช้จ่ายพนักงานที่เพิ่มขึ้นและผลขาดทุนจากบริษัทย่อยใหม่ก็ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิรวมที่ลดลง ฝ่ายจัดการมีแผนรับมือด้วยการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพและออกสินค้าใหม่ ซึ่งต้องติดตามความสำเร็จของแผนงานเหล่านี้ในระยะต่อไป ท่ามกลางความเสี่ยงด้านความผันผวนของต้นทุนวัตถุดิบ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26
ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76
ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95
%
กำไรสุทธิ
56.94
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
64.84
-148.31%
|
-134.22
+3,618.01%
|
-3.61
-97.36%
|
-136.72
+20.78%
|
-113.20
+24.75%
|
-90.74
+1.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-300.25
-564.06%
|
64.70
-136.62%
|
-176.70
+115.12%
|
-82.14
-225.90%
|
65.24
-215.63%
|
-56.42
-166.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.64
-3.54%
|
124.03
-20.12%
|
155.28
+9.49%
|
141.82
+36.21%
|
104.12
+174.94%
|
37.87
-31.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-115.78
-312.40%
|
54.51
-317.69%
|
-25.04
-67.50%
|
-77.04
-237.18%
|
56.16
-151.39%
|
-109.28
-317.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|
16.09
-79.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
137.04
-30.99%
|
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|