บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5605 out_tok=2686 at=2026-07-26T08:02:18 -->
# TACC กำไร Q2/2565 พุ่ง 26% รับอานิสงส์เศรษฐกิจฟื้น-คุมต้นทุน
## รายได้-กำไรโตตามการกลับมาของกิจกรรมเศรษฐกิจ ฝ่ายจัดการเน้นบริหารต้นทุนและออกสินค้าใหม่รับเทรนด์
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 68.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.91% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพและการลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TACC ในไตรมาส 2/2565 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่เติบโต 9.40% YoY** ประกอบกับการ **บริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวได้ดีในภาพรวม 6 เดือนแรก** แม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้นในไตรมาส 2 ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 25.91% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**รายได้ที่เพิ่มขึ้น** เป็นผลมาจากการกลับมาเปิดเรียนของโรงเรียน หน่วยงานต่างๆ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการ รวมถึงการขยายตลาดในกัมพูชา และการออกสินค้าใหม่ในกลุ่มเครื่องดื่มปรุงสำเร็จในประเทศ นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกลุ่มเครื่องดื่ม non-coffee ในมุม All Café และการจำหน่ายสินค้าขนาดใหญ่ขึ้นก็เป็นปัจจัยเสริม
ในด้าน **ต้นทุนขายและบริการ** แม้ราคาวัตถุดิบจะปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน ทำให้ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2565 ลดลงเล็กน้อยจาก 38.88% เป็น 36.77% แต่สำหรับภาพรวม 6 เดือนแรก อัตรากำไรขั้นต้นยังคงทรงตัวอยู่ที่ 37.79% เทียบกับ 37.45% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบที่ดีในไตรมาส 1/2565 และการขายสินค้าที่มีกำไรสูง
ขณะที่ **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 18.77% ในไตรมาส 2/2565 และ 17.03% ในงวด 6 เดือนแรก เป็นผลมาจากการลดค่าส่งเสริมการขาย สื่อโฆษณา และค่าเสื่อมราคาเครื่องมือที่ครบอายุการใช้งาน
**ค่าใช้จ่ายในการบริหาร** ในไตรมาส 2/2565 ลดลง 4.58% เนื่องจากการไม่มีการตั้งค่าเผื่อการลดมูลค่าสินค้าคงเหลือเหมือนปีก่อน แม้จะมีค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้นก็ตาม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้ทั้งปี 2565 จะเติบโต 10% จากปีก่อน โดยจะเน้นกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่ม การบริหารจัดการค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพ การออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ และการร่วมพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งปัจจัยเหล่านี้หากสามารถดำเนินการได้ตามแผน จะส่งผลดีต่อการเติบโตของรายได้และอัตรากำไรในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การปรับตัวขึ้นของราคาวัตถุดิบยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่น:** ไตรมาส 2/2565 กำไรสุทธิอยู่ที่ 68.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.91% YoY และ 6 เดือนแรกอยู่ที่ 129.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.58% YoY
* **รายได้จากการขายและบริการฟื้นตัว:** ไตรมาส 2/2565 รายได้ 384.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.40% YoY และ 6 เดือนแรก 722.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.67% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้นทรงตัวใน 6 เดือนแรก:** แม้ไตรมาส 2/2565 อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเล็กน้อยจากราคาวัตถุดิบ แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกยังคงใกล้เคียงปีก่อนที่ 37.79%
* **คุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารได้ดี:** ค่าใช้จ่ายขายและจัดจำหน่ายลดลง 18.77% ในไตรมาส 2/2565 และค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 4.58% ในไตรมาส 2/2565
* **คาดรายได้ทั้งปีโต 10%:** ฝ่ายจัดการตั้งเป้ารายได้ปี 2565 เติบโต 10% จากปีก่อน เน้นกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าสินค้า ออกสินค้าใหม่ และขยายช่องทาง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 384.98 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการกลับมาเปิดเรียนของโรงเรียน หน่วยงานต่างๆ และจำนวนนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการขยายตลาดในกัมพูชาและสินค้าใหม่ในประเทศ
ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 243.43 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.19% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 38.88% เป็น 36.77% เนื่องจากราคาวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 18.77% และค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 4.58% ช่วยหนุนให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 68.74 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.91% เมื่อเทียบกับปีก่อน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 รายได้รวมอยู่ที่ 722.32 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.67% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 129.22 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27.58% YoY โดยอัตรากำไรขั้นต้นสำหรับงวด 6 เดือนแรกทรงตัวอยู่ที่ 37.79%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคม:** การเปิดเรียนของโรงเรียน หน่วยงาน และการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยว เป็นปัจจัยบวกโดยตรงต่อยอดขายเครื่องดื่มในโถกดและเครื่องดื่มปรุงสำเร็จ
* **การขยายตลาดต่างประเทศ:** การเปิดสาขาของ 7-11 ในกัมพูชา เป็นโอกาสในการเพิ่มรายได้จากตลาดใหม่
* **การออกสินค้าใหม่และสินค้าขนาดใหญ่:** การนำเสนอสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค และสินค้าขนาด 22 ออนซ์ ช่วยเพิ่มยอดขายและมูลค่าต่อหน่วย
* **การร่วมพัฒนาสินค้ากับ B2B และ Modern Trade:** การขยายฐานลูกค้ากลุ่มธุรกิจและร้านค้าสมัยใหม่ ช่วยเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวเพิ่มขึ้นของราคาวัตถุดิบส่งผลกระทบโดยตรงต่อต้นทุนขายและอัตรากำไรขั้นต้น
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาดเครื่องดื่มมีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้ผลิตรายเดิมและรายใหม่
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาส 2/2565 จะมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา โดยเฉพาะหากมีการส่งออกมากขึ้น
* **การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค:** เทรนด์สุขภาพและความต้องการสินค้าที่หลากหลาย อาจส่งผลต่อความต้องการสินค้าบางประเภท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบ:** การปรับตัวขึ้นหรือลงของราคาวัตถุดิบหลัก เช่น นม น้ำตาล จะส่งผลต่อ GPM
* **การตอบรับของสินค้าใหม่:** ประสิทธิภาพของสินค้าใหม่ที่ออกสู่ตลาด และการยอมรับของผู้บริโภค
* **การขยายตลาดในกัมพูชา:** ความคืบหน้าและผลประกอบการจากการขยายสาขา 7-11 ในกัมพูชา
* **การบริหารจัดการค่าใช้จ่าย:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายขายและบริหารให้มีประสิทธิภาพต่อเนื่อง
* **สถานการณ์โควิด-19 และมาตรการภาครัฐ:** การเปลี่ยนแปลงของสถานการณ์โรคระบาดและนโยบายที่เกี่ยวข้อง อาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการเดินทาง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ:** ฝ่ายจัดการระบุชัดเจนว่าราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2565 ซึ่งเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2565 ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน
* **Volume การขาย:** รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 9.40% ในไตรมาส 2/2565 โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการกลับมาเปิดเรียนและกิจกรรมทางเศรษฐกิจต่างๆ ซึ่งส่งผลให้ Volume การขายเครื่องดื่มในโถกดเพิ่มขึ้น
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นในไตรมาส 2/2565 อยู่ที่ 36.77% ลดลงจาก 38.88% ในปีก่อน แต่ภาพรวม 6 เดือนแรกยังทรงตัวได้ดีที่ 37.79%
* **ช่องทางขาย:** มีการขยายช่องทางขายทั้งในประเทศ (All Café, B2B, Modern Trade) และต่างประเทศ (กัมพูชา)
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึง Stock Gain/Loss ในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงเพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาทในไตรมาส 2/2565 แต่สำหรับ 6 เดือนแรก รายได้อื่นลดลงเนื่องจากการขายเงินลงทุนในกองทุนส่วนบุคคล
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงฤดูกาลผลิตที่ชัดเจน แต่การกลับมาเปิดเรียนของโรงเรียนเป็นปัจจัยตามฤดูกาลที่ส่งผลดีต่อยอดขาย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับงบดุลหรืองบกระแสเงินสดที่เพียงพอต่อการวิเคราะห์ในส่วนนี้
## สรุปท้าย
TACC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 เติบโตแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 25.91% จากการฟื้นตัวของรายได้จากการขายและบริการที่ได้รับอานิสงส์จากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ และการบริหารจัดการต้นทุนขายและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญแรงกดดันจากราคาวัตถุดิบที่สูงขึ้น ฝ่ายจัดการยังคงมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของรายได้ทั้งปีที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 10% โดยเน้นกลยุทธ์การเพิ่มมูลค่าสินค้าและขยายช่องทาง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรติดตามความผันผวนของราคาวัตถุดิบและแนวโน้มการแข่งขันในตลาดอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26
ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76
ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95
%
กำไรสุทธิ
56.94
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
64.84
-148.31%
|
-134.22
+3,618.01%
|
-3.61
-97.36%
|
-136.72
+20.78%
|
-113.20
+24.75%
|
-90.74
+1.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-300.25
-564.06%
|
64.70
-136.62%
|
-176.70
+115.12%
|
-82.14
-225.90%
|
65.24
-215.63%
|
-56.42
-166.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.64
-3.54%
|
124.03
-20.12%
|
155.28
+9.49%
|
141.82
+36.21%
|
104.12
+174.94%
|
37.87
-31.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-115.78
-312.40%
|
54.51
-317.69%
|
-25.04
-67.50%
|
-77.04
-237.18%
|
56.16
-151.39%
|
-109.28
-317.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|
16.09
-79.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
137.04
-30.99%
|
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|