บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5311 out_tok=2175 at=2026-07-27T13:09:05 -->
# TACC กำไรสุทธิ Q2/2564 พุ่ง 14.7% รับ GPM ขยายตัว-ยอดขายสินค้ากำไรสูงหนุน
## รายได้-กำไร TACC Q2/2564 เติบโตตามคาด ฝ่ายบริหารชี้ GPM ขยายตัวจากการบริหารต้นทุนและสินค้ากำไรสูง พร้อมเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่รับเทรนด์ผู้บริโภค
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 54.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.83% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ 351.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.47% ปัจจัยหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ TACC ในไตรมาส 2/2564 คือ **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่เพิ่มขึ้นจาก 34.22% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 38.88%** ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่ 9.47% โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากยอดขายสินค้าที่มีกำไรสูงและประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายบริหารระบุว่าอัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจาก **(1) สัดส่วนยอดขายของสินค้าที่มีกำไรสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น** และ **(2) การพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทฯ ปรับตัวสูงขึ้น นอกจากนี้ รายได้จากการขายและบริการที่เติบโตยังได้รับแรงหนุนจากกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee ในมุม All Café ที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาและการจำหน่ายสินค้าขนาด 22 ออนซ์ รวมถึงกลุ่มสินค้าที่ร่วมพัฒนากับ B2B (7-11 และ Non 7-11)
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารได้ระบุแผนการดำเนินงานในปี 2564 ว่าจะ **เน้นการพัฒนาสินค้าออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค และจัดการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งเป็นแนวทางที่จะช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น รวมถึงการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ทั้งปีคาดการณ์ไว้ที่ 5-10% ซึ่งอาจได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต:** ไตรมาส 2/2564 กำไรสุทธิอยู่ที่ 54.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.83% YoY
* **รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 351.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.47% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ขยายตัว:** เพิ่มขึ้นจาก 34.22% เป็น 38.88%
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้นสูง:** 3.57 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 207.76% YoY หลักจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเงินลงทุน
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น:** สัดส่วนต่อรายได้รวมเพิ่มขึ้นจาก 9.69% เป็น 13.24% เพื่อส่งเสริมการขายและวิจัยโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 2/2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 351.89 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.47% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee ในมุม All Café และกลุ่มสินค้าที่ร่วมพัฒนากับ B2B ขณะที่รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 207.76% มาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและเงินลงทุน
ต้นทุนขายและบริการคิดเป็น 61.12% ของรายได้ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 38.88% เพิ่มขึ้นจาก 34.22% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการที่สินค้ากำไรสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นและการพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายเพิ่มขึ้น 50.84% คิดเป็น 13.24% ของรายได้รวม เพิ่มขึ้นจาก 9.69% ในปีก่อน เนื่องจากการส่งเสริมการขายสินค้า การโฆษณา และค่าใช้จ่ายในการวิจัยโครงการใหม่ๆ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้จากการขายและบริการ 677.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4.24% และมีกำไรสุทธิ 101.28 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.91% โดยมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 37.45% เพิ่มขึ้นจาก 33.89% ในปีก่อน
## โอกาส
* **การพัฒนาสินค้าใหม่:** บริษัทฯ เน้นการพัฒนาสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค ซึ่งเป็นโอกาสในการขยายฐานลูกค้าและเพิ่มยอดขาย
* **การเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee:** การขยายจำนวนสาขา All Café และการจำหน่ายสินค้าขนาด 22 ออนซ์ เป็นปัจจัยหนุนการเติบโต
* **ความร่วมมือกับ B2B:** การร่วมพัฒนากับ 7-11 และ Non 7-11 ยังคงเป็นช่องทางสำคัญในการสร้างรายได้
* **การบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพ:** การพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่องและการเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานจะช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไร
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากโควิด-19:** สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ยังคงส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายส่งเสริมการขายและการโฆษณาอาจส่งผลต่ออัตรากำไรสุทธิหากไม่สามารถผลักดันยอดขายได้ตามเป้า
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน แต่ความผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการในอนาคตได้
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการเติบโตของรายได้ในครึ่งปีหลัง และการบรรลุเป้าหมายการเติบโตทั้งปีที่ 5-10%
* ประสิทธิภาพของแคมเปญส่งเสริมการขายและการโฆษณาที่เพิ่มขึ้น
* การพัฒนาและเปิดตัวสินค้าใหม่เพื่อตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภค
* ผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อกำลังซื้อและพฤติกรรมผู้บริโภค
* การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ชี้แจงว่า GPM เพิ่มขึ้นจากการพัฒนาต้นทุนอย่างต่อเนื่อง
* **Volume:** ยอดขายเติบโตจากกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee และสินค้า B2B โดยไม่ได้ระบุปริมาณขายที่ชัดเจน
* **GPM:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 34.22% เป็น 38.88% ใน Q2/2564 และ 33.89% เป็น 37.45% ใน 6 เดือนแรกปี 2564
* **ช่องทางขาย:** All Café (เครื่องดื่ม Non-coffee) และ B2B (7-11 และ Non 7-11) เป็นช่องทางหลักที่ขับเคลื่อนยอดขาย
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกสินค้า
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดจริงจากการเงินลงทุนและกำไรจากเงินลงทุนในกองทุนรวม แต่ไม่ได้ระบุถึงการดำเนินงานส่งออกโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงปัจจัยฤดูกาลผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึงต้นทุนทางการเงินที่ลดลงเล็กน้อย และหนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน
## สรุปท้าย
TACC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนและกลยุทธ์การขายสินค้าที่มีกำไรสูง ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นขยายตัวได้อย่างน่าพอใจ ประกอบกับการเติบโตของรายได้จากช่องทาง All Café และ B2B แม้จะเผชิญความท้าทายจากสถานการณ์โควิด-19 แต่บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าพัฒนาสินค้าใหม่และเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยหนุนการเติบโตอย่างต่อเนื่องในอนาคต ทว่า นักลงทุนควรจับตาการบริหารค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นและการตอบสนองต่อปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26
ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76
ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95
%
กำไรสุทธิ
56.94
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
64.84
-148.31%
|
-134.22
+3,618.01%
|
-3.61
-97.36%
|
-136.72
+20.78%
|
-113.20
+24.75%
|
-90.74
+1.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-300.25
-564.06%
|
64.70
-136.62%
|
-176.70
+115.12%
|
-82.14
-225.90%
|
65.24
-215.63%
|
-56.42
-166.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.64
-3.54%
|
124.03
-20.12%
|
155.28
+9.49%
|
141.82
+36.21%
|
104.12
+174.94%
|
37.87
-31.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-115.78
-312.40%
|
54.51
-317.69%
|
-25.04
-67.50%
|
-77.04
-237.18%
|
56.16
-151.39%
|
-109.28
-317.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|
16.09
-79.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
137.04
-30.99%
|
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|