บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4373 out_tok=2506 at=2026-07-26T07:24:54 -->
# TACC กำไร Q1/2565 พุ่ง 29.5% รับ GPM ขยายตัวจากการบริหารต้นทุน
## รายได้โต 3.7% จากเครื่องดื่ม All Café และสินค้า B2B ขณะที่ GPM เพิ่มขึ้นจากการควบคุมค่าใช้จ่าย
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 60.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.53% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TACC ในไตรมาส 1/2565 ให้เติบโตถึง 29.53% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (GPM)** ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 35.90% ในไตรมาส 1/2564 เป็น 38.96% ในไตรมาส 1/2565 แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตเพียง 3.72% ก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า อัตรากำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นเป็นผลมาจากการ **บริหารจัดการและควบคุมการดำเนินงาน รวมถึงการบริหารต้นทุนให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด** โดยต้นทุนขายและบริการต่อรายได้ลดลงจาก 64.10% เป็น 61.04% แม้ว่าต้นทุนขายและบริการจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 208.48 ล้านบาท เป็น 205.91 ล้านบาท แต่การควบคุมต้นทุนนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของ GPM
นอกจากนี้ รายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 3.72% มาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ คือ
1. **กลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee ในมุม All Café:** เติบโตตามจำนวนสาขาที่เพิ่มขึ้น การจำหน่ายสินค้าขนาด 22 ออนซ์ และการออกสินค้าใหม่
2. **กลุ่มสินค้าที่ร่วมพัฒนากับ B2B (7-11 และ Non 7-11) และลูกค้า Modern trade และ Food service:** มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น
อย่างไรก็ตาม รายได้อื่นซึ่งรวมถึงกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนลดลง 56.45% เนื่องจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลให้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริงของกองทุนส่วนบุคคลลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการได้วางแผนการดำเนินงานสำหรับปี 2565 โดยคาดการณ์รายได้รวมทั้งปีจะเติบโต 10% จากปีก่อน ซึ่งจะเน้นกลยุทธ์การสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าเดิม การบริหารจัดการควบคุมพัฒนาค่าใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น การออกสินค้าใหม่ตามเทรนด์ผู้บริโภค และการร่วมพัฒนาสินค้าเพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่าย ซึ่งล้วนเป็นปัจจัยที่จะช่วยสนับสนุนการบริหารต้นทุนและอัตรากำไรให้มีประสิทธิภาพอย่างต่อเนื่อง
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ:** 60.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.53% YoY
* **รายได้จากการขายและบริการ:** 337.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.72% YoY
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM):** เพิ่มขึ้นจาก 35.90% เป็น 38.96% YoY
* **ต้นทุนขายและบริการ:** 205.91 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับรายได้
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่าย:** ลดลง 15.20% YoY
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** เพิ่มขึ้น 15.51% YoY จากจำนวนพนักงานและสวัสดิการ
* **แผนปี 2565:** คาดรายได้เติบโต 10% เน้นสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าเดิม ควบคุมค่าใช้จ่าย ออกสินค้าใหม่ และขยายช่องทางจำหน่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC มีรายได้จากการขายและบริการรวม 337.33 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.72% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 325.25 ล้านบาท การเติบโตของรายได้มาจากกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee ใน All Café ที่ขยายตัวตามจำนวนสาขาและการออกสินค้าใหม่ รวมถึงกลุ่มสินค้าที่ร่วมพัฒนากับลูกค้า B2B และ Modern trade ที่มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น
ขณะที่ต้นทุนขายและบริการอยู่ที่ 205.91 ล้านบาท คิดเป็นอัตราส่วนต้นทุนขายต่อรายได้ 61.04% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 38.96% ซึ่งปรับตัวดีขึ้นจาก 35.90% ในปีก่อน เนื่องจากการบริหารจัดการและควบคุมต้นทุนการดำเนินงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ค่าใช้จ่ายในการขายและจัดจำหน่ายลดลง 15.20% มาจากค่าส่งเสริมการขาย สื่อโฆษณา และค่าเสื่อมราคาของอุปกรณ์การขายที่ครบอายุการใช้งาน ในทางกลับกัน ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 15.51% จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนพนักงานและค่าสวัสดิการ
ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม (TCI) เกิดขึ้นจากการรับรู้ขาดทุนตามสัดส่วนการลงทุน
โดยรวมแล้ว บริษัทฯ มีกำไรสุทธิในไตรมาส 1/2565 อยู่ที่ 60.48 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 29.53% เมื่อเทียบกับ 46.69 ล้านบาทในปีก่อน คิดเป็นอัตรากำไรสุทธิ 17.85% ซึ่งดีขึ้นจาก 14.21% ในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอัตรากำไรขั้นต้น
## โอกาส
* **การเติบโตของเครื่องดื่ม All Café:** การขยายจำนวนสาขา การออกสินค้าขนาดใหญ่ (22 ออนซ์) และการออกรสชาติใหม่ๆ จะช่วยหนุนยอดขายในกลุ่มนี้
* **การขยายฐานลูกค้า B2B และ Modern Trade:** การร่วมพัฒนาสินค้ากับลูกค้ากลุ่มนี้ รวมถึงลูกค้า Food service จะเป็นอีกช่องทางสำคัญในการเพิ่มรายได้
* **การสร้างมูลค่าเพิ่มและออกสินค้าใหม่:** กลยุทธ์หลักในปี 2565 ที่จะช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและตอบสนองเทรนด์ผู้บริโภค
* **การควบคุมค่าใช้จ่าย:** การบริหารต้นทุนให้มีประสิทธิภาพจะช่วยรักษาและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นส่งผลกระทบต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง
* **ต้นทุนวัตถุดิบ:** แม้จะมีการบริหารจัดการต้นทุน แต่ความผันผวนของราคาวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหารและเครื่องดื่มยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **การแข่งขันในตลาด:** อุตสาหกรรมเครื่องดื่มและอาหารมีแนวโน้มการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นรายเดิมและรายใหม่
* **การรับรู้ขาดทุนจากบริษัทร่วม:** การลงทุนในบริษัท TCI ยังคงมีการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุน ซึ่งส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การเติบโตของรายได้:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการที่คาดหวัง 10% ในปี 2565 ว่าจะสามารถทำได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **ประสิทธิภาพการบริหารต้นทุน:** จับตาการรักษาอัตรากำไรขั้นต้นให้อยู่ในระดับสูงอย่างต่อเนื่อง
* **การออกสินค้าใหม่:** ประสิทธิภาพของสินค้าใหม่ในการตอบรับของผู้บริโภคและสร้างยอดขาย
* **ผลประกอบการของบริษัทร่วม TCI:** การเปลี่ยนแปลงของการรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม
* **แนวโน้มค่าเงินบาท:** ผลกระทบต่อรายได้จากอัตราแลกเปลี่ยน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
* **ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงการเปลี่ยนแปลงราคาวัตถุดิบหลักโดยตรง แต่เน้นย้ำถึงการบริหารจัดการต้นทุนให้มีประสิทธิภาพสูงสุดเพื่อรักษา GPM
* **Volume:** ยอดขายเครื่องดื่ม All Café เติบโตตามจำนวนสาขาและการขยายขนาดสินค้า ขณะที่สินค้า B2B และ Modern trade ก็มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้น
* **GPM:** ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 35.90% เป็น 38.96% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรหลัก
* **ช่องทางขาย:** มีการขยายตัวทั้งจากช่องทาง All Café, B2B (7-11 และ Non 7-11), Modern trade และ Food service
* **สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงประเด็นสต็อกในเอกสาร
* **อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** มีการกล่าวถึงผลกระทบจากค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นต่อกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่เกิดขึ้นจริง แต่ไม่ได้ระบุถึงรายได้จากการส่งออกโดยตรง
* **ฤดูกาลผลิต:** ไตรมาส 1 เป็นช่วงที่บริษัทฯ มีผลประกอบการดีขึ้น โดยเฉพาะจากกลุ่มเครื่องดื่ม All Café
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรงในส่วน MD&A นี้ มีเพียงการกล่าวถึงรายได้ทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยเงินฝาก และต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้นจากดอกเบี้ยเช่าซื้อ
## สรุปท้าย
TACC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1/2565 เติบโตโดดเด่นด้วยกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้น 29.53% โดยมีหัวใจสำคัญอยู่ที่การบริหารจัดการต้นทุนที่ยอดเยี่ยม ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้รายได้จากการขายและบริการจะเติบโตในระดับปานกลางก็ตาม การเติบโตของรายได้มาจากเครื่องดื่ม All Café และสินค้า B2B ที่แข็งแกร่ง ขณะที่ฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าตามแผนปี 2565 ที่เน้นการสร้างมูลค่าเพิ่ม ควบคุมค่าใช้จ่าย และออกสินค้าใหม่ ซึ่งเป็นปัจจัยที่สนับสนุนโอกาสในการเติบโตอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากความผันผวนของค่าเงินบาทและต้นทุนวัตถุดิบ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทร่วม TCI ที่ยังคงมีส่วนแบ่งขาดทุน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26
ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76
ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95
%
กำไรสุทธิ
56.94
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
64.84
-148.31%
|
-134.22
+3,618.01%
|
-3.61
-97.36%
|
-136.72
+20.78%
|
-113.20
+24.75%
|
-90.74
+1.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-300.25
-564.06%
|
64.70
-136.62%
|
-176.70
+115.12%
|
-82.14
-225.90%
|
65.24
-215.63%
|
-56.42
-166.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.64
-3.54%
|
124.03
-20.12%
|
155.28
+9.49%
|
141.82
+36.21%
|
104.12
+174.94%
|
37.87
-31.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-115.78
-312.40%
|
54.51
-317.69%
|
-25.04
-67.50%
|
-77.04
-237.18%
|
56.16
-151.39%
|
-109.28
-317.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|
16.09
-79.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
137.04
-30.99%
|
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|