บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน)
MAI · อาหารและเครื่องดื่ม
6.45
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5186 out_tok=2403 at=2026-07-26T07:39:08 -->
# TACC กำไรสุทธิ Q3/64 พุ่ง 18% รับ GPM ขยายตัว – คาดรายได้ทั้งปีฟื้นตามศก.
## รายได้-กำไร Q3/64 เติบโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ GPM ขยายตัวจากการบริหารต้นทุนและสินค้ากำไรสูง ขณะที่แผนปี 64 เน้นคุมค่าใช้จ่ายและรอเศรษฐกิจฟื้นตัว
บริษัท ที.เอ.ซี. คอนซูเมอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TACC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 56.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.24% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ปรับตัวสูงขึ้นจากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้ากำไรสูง ขณะที่รายได้รวมยังคงลดลงเล็กน้อยตามผลกระทบโควิด-19 แต่มีสัญญาณบวกจากกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee และสินค้า B2B
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ TACC ในไตรมาส 3/2564 คือ **การขยายตัวของอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin - GPM)** ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 32.19% ในไตรมาส 3/2563 เป็น 38.16% ในไตรมาส 3/2564 แม้ว่ารายได้จากการขายและบริการจะลดลง 10.22% เมื่อเทียบกับปีก่อนก็ตาม การเพิ่มขึ้นของ GPM นี้เป็นปัจจัยหลักที่ทำให้กำไรสุทธิเติบโตถึง 18.24%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า GPM ที่สูงขึ้นเป็นผลมาจาก **ยอดขายของสินค้าที่มีกำไรสูงมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น** ประกอบกับการ **พัฒนาต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นโดยรวมของบริษัทสูงขึ้นในไตรมาสนี้ นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยสนับสนุนจากรายได้อื่นที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 121.94% โดยส่วนใหญ่มาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้และผลตอบแทนจากเงินลงทุนในกองทุนรวม
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายจัดการระบุในแผนการดำเนินงานปี 2564 ว่าจะยังคง **จัดการควบคุมและเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง** ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทจะยังคงมุ่งเน้นการบริหารต้นทุนและเพิ่มสัดส่วนสินค้ากำไรสูงต่อไป อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้ในภาพรวมยังคงขึ้นอยู่กับ **การคลี่คลายของสถานการณ์โควิด-19 และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ต้องติดตาม
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเติบโต 18.24% YoY:** ในไตรมาส 3/2564 TACC มีกำไรสุทธิ 56.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 46.72 ล้านบาทในปีก่อน
* **GPM ขยายตัวโดดเด่น:** อัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นจาก 32.19% เป็น 38.16% จากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้ากำไรสูง
* **รายได้รวมลดลง 10.22% YoY:** รายได้จากการขายและบริการอยู่ที่ 309.87 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบโควิด-19
* **รายได้อื่นเพิ่มขึ้น 121.94%:** หนุนโดยกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนและผลตอบแทนเงินลงทุน
* **ค่าใช้จ่ายขาย-บริหารเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 15.87% (9 เดือน) จากการส่งเสริมการขายและโครงการใหม่ ส่วนค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่ม 4.95% (9 เดือน)
* **คาดรายได้ทั้งปีฟื้นตัว:** ฝ่ายจัดการคาดว่ารายได้ทั้งปี 2564 จะเติบโตได้เมื่อสถานการณ์โควิดคลี่คลายและเศรษฐกิจกลับสู่ปกติ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3/2564 TACC มีรายได้จากการขายและบริการ 309.87 ล้านบาท ลดลง 10.22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 345.15 ล้านบาท สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2564 รายได้รวมอยู่ที่ 987.02 ล้านบาท ลดลง 0.78% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบโควิด-19 อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จาก 32.19% ในไตรมาส 3/2563 เป็น 38.16% ในไตรมาส 3/2564 และจาก 33.30% ในงวด 9 เดือนปีก่อน เป็น 37.67% ในงวด 9 เดือนปีนี้ ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3/2564 อยู่ที่ 56.24 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 18.24% YoY และกำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2564 อยู่ที่ 157.52 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.86% YoY
## โอกาส
* **การเติบโตของกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee:** All Café มีการเพิ่มจำนวนสาขา การเพิ่มเมนูใหม่ตามฤดูกาล และการจำหน่ายสินค้าขนาด 22 ออนซ์ตลอดปี
* **การเติบโตจากกลุ่มสินค้า B2B:** การร่วมพัฒนากับลูกค้ากลุ่ม 7-11 และ Non 7-11 ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนยอดขาย
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจ:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่ารายได้ทั้งปี 2564 จะเติบโตได้เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายและเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ
* **การขยายช่องทางการขาย:** บริษัทฯ เน้นการขยายกลุ่มลูกค้าในหลากหลายช่องทางการขายมากขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19:** ยังคงเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขาย:** ค่าใช้จ่ายในการขายและส่งเสริมการขายมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น เพื่อรองรับการทำสื่อ โปรโมชั่น และการศึกษาโครงการใหม่ๆ
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัท TCI ที่เข้าไปลงทุน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของรายได้:** ติดตามการเติบโตของรายได้จากการขายและบริการในไตรมาสถัดไป โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **การบริหารต้นทุนและ GPM:** ประสิทธิภาพในการบริหารต้นทุนวัตถุดิบและสินค้าที่มีกำไรสูง จะเป็นปัจจัยสำคัญต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **การขยายช่องทางการขาย:** ความสำเร็จในการขยายฐานลูกค้าไปยังช่องทางใหม่ๆ
* **การบริหารค่าใช้จ่าย:** การควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมกับรายได้
* **ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนอาจส่งผลต่อรายได้อื่น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: เกษตรและอุตสาหกรรมอาหาร)
**ราคาวัตถุดิบ/สินค้า:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงความผันผวนของราคาวัตถุดิบโดยตรง แต่ชี้ให้เห็นว่าบริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงานได้ดี ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) เพิ่มขึ้น
**Volume:** รายได้จากการขายและบริการลดลง 10.22% ในไตรมาส 3/2564 ซึ่งบ่งชี้ถึงปริมาณการขายที่อาจลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม มีการเติบโตในกลุ่มเครื่องดื่ม Non-coffee และสินค้า B2B ที่ช่วยชดเชยบางส่วน
**GPM:** เป็นจุดเด่นสำคัญของไตรมาสนี้ GPM เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 32.19% เป็น 38.16% ในไตรมาส 3/2564 และ 33.30% เป็น 37.67% ในงวด 9 เดือนปี 2564 ซึ่งเกิดจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้ากำไรสูงและการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ
**ช่องทางขาย:** มีการเน้นการขยายกลุ่มลูกค้าในหลากหลายช่องทางขายมากขึ้น ทั้งกลุ่ม All Café (เครื่องดื่ม Non-coffee) และกลุ่ม B2B (7-11 และ Non 7-11)
**สต็อก:** ไม่มีการกล่าวถึงข้อมูลสต็อกสินค้าในเอกสาร
**อัตราแลกเปลี่ยน/ส่งออก:** รายได้อื่นเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยส่วนหนึ่งมาจากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่ยังไม่รับรู้ ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทอาจมีรายได้หรือต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินต่างประเทศ
**ฤดูกาลผลิต:** ไม่มีการกล่าวถึงลักษณะฤดูกาลผลิตที่ชัดเจนในเอกสาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง มีเพียงการกล่าวถึง "หนี้สินตามสัญญาเช่าทางการเงิน" และ "ค่าใช้จ่ายทางการเงิน" ที่ลดลงเล็กน้อย ซึ่งบ่งชี้ว่าภาระต้นทุนทางการเงินอยู่ในระดับต่ำและมีการบริหารจัดการที่ดี
## สรุปท้าย
TACC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3/2564 ที่น่าพอใจ โดยมีกำไรสุทธิเติบโต 18.24% แม้รายได้รวมจะหดตัวเล็กน้อย ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ขยายตัวได้ดีจากการบริหารต้นทุนและสัดส่วนสินค้ากำไรสูง ขณะที่ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการควบคุมค่าใช้จ่ายและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน โดยคาดหวังการฟื้นตัวของรายได้ทั้งปีเมื่อเศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความเสี่ยงจากผลกระทบโควิด-19 และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ TACC ไตรมาส 2/2025
รายได้รวม
675.26
ล้านบาท
↑ 29.2% YoY
กำไรขั้นต้น
215.76
ล้านบาท
↑ 27.8% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
31.95
%
กำไรสุทธิ
56.94
ล้านบาท
↑ 0.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
8.43
%
D/E Ratio
0.69
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
675
↑ + 29.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
216
↑ + 27.8%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
57
↑ + 0.7%
YoY
D/E Ratio
0.69
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — TACC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.69
ROE (%)
39.74
ROA (%)
30.17
Book Value/หุ้น
1.47
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — TACC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-300
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — TACC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
64.84
-148.31%
|
-134.22
+3,618.01%
|
-3.61
-97.36%
|
-136.72
+20.78%
|
-113.20
+24.75%
|
-90.74
+1.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-300.25
-564.06%
|
64.70
-136.62%
|
-176.70
+115.12%
|
-82.14
-225.90%
|
65.24
-215.63%
|
-56.42
-166.30%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
119.64
-3.54%
|
124.03
-20.12%
|
155.28
+9.49%
|
141.82
+36.21%
|
104.12
+174.94%
|
37.87
-31.23%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-115.78
-312.40%
|
54.51
-317.69%
|
-25.04
-67.50%
|
-77.04
-237.18%
|
56.16
-151.39%
|
-109.28
-317.17%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|
16.09
-79.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
137.04
-30.99%
|
198.59
+23.14%
|
161.27
+6.94%
|
150.80
+10.48%
|
136.50
-32.95%
|
203.57
+1,165.20%
|