บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
3.24
+0.14 (+4.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=11013 out_tok=3635 at=2026-07-26T06:50:04 -->
# SUTHA กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกหด 64% แต่กำไรปกติโต 8% รับผลบวกจากต้นทุน-ค่าใช้จ่ายลด
## รายได้ Q3/66 หด 6% แต่ EBITDA ปกติโต 38% ฝ่ายจัดการชี้เศรษฐกิจชะลอ-เหล็กนำเข้ากระทบ แต่ต้นทุนพลังงาน-ค่าขนส่งลดช่วยหนุน
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) หรือ SUTHA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการ 341 ล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่กำไรสุทธิสำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 31.76 ล้านบาท ลดลง 64% จาก 88.46 ล้านบาทในปีก่อน อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาเฉพาะกำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ พบว่าเพิ่มขึ้น 8% เป็น 60 ล้านบาท สะท้อนการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการของ SUTHA ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 คือ **การลดลงของกำไรสุทธิที่เกิดจากรายการพิเศษทางภาษีในปี 2565** ซึ่งทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิรวมดูหดตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณา **กำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Normalized Net Profit)** กลับเติบโตได้ 8% สะท้อนถึงการดำเนินงานที่แข็งแกร่งขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนหลักจาก **การบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการที่ลดลง** และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ลดลง** แม้รายได้รวมจะปรับตัวลดลงเล็กน้อยก็ตาม
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **กำไรสุทธิรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ:** สาเหตุหลักมาจากรายการพิเศษทางภาษีในปี 2565 ซึ่งบริษัทได้บันทึกกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเข้ามาเป็นภาษีเงินได้ในปีนี้ ทำให้ตัวเลขกำไรสุทธิรวมของปี 2565 สูงผิดปกติ
* **กำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ (Normalized Net Profit) เติบโต:**
* **ต้นทุนขายและบริการลดลง:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 ต้นทุนขายและบริการลดลง 11% YoY โดยมีปัจจัยหลักจากการที่ราคาต้นทุนเชื้อเพลิง (ถ่านหิน, ปิโตรเลียมโค้ก) ดีเซล และค่าไฟฟ้าเริ่มปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของธุรกิจหินอ่อนในบริษัทย่อย ทำให้ความสามารถในการครอบคลุมต้นทุนดีขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นใน Q3/66 ปรับปรุงดีขึ้น 4%
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 13% YoY จากค่าขนส่งการส่งออกที่ลดลงและต้นทุนดีเซลที่ลดลง แม้ภาพรวม 9 เดือนจะใกล้เคียงปีก่อน เนื่องจากมีค่าใช้จ่ายพิเศษในการต่ออายุสัมปทานบัตรเหมืองแร่ หากไม่รวมรายการนี้จะลดลง
* **รายได้รวมลดลงเล็กน้อย:** รายได้จากการขายและบริการใน Q3/66 ลดลง 6% YoY และ 9 เดือนแรก ลดลง 3% YoY สาเหตุหลักมาจากรายได้ธุรกิจเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตปูนขาวลดลงเนื่องจากปีนี้ไม่มีโครงการใหญ่เหมือนปีก่อน ประกอบกับปริมาณการขายผลิตภัณฑ์จากเตาทั้งปูนขาวและปูนโดโลไมท์ลดลงจากราคาที่สูงขึ้น ปริมาณอ้อยที่ต่ำกว่าคาด และลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กหยุดผลิตบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม มีการชดเชยจากลูกค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์ที่แข็งแกร่ง การก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น และธุรกิจหินอ่อนและผงแคลเซียมคาร์บอเนต (GCC) ที่เติบโต
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าหากราคาพลังงานคงระดับกลางเช่นปัจจุบัน จะเป็น "ความปกติใหม่" ในไตรมาส 4 ปี 2566 และต่อเนื่องไปยังปีงบประมาณ 2567 นอกจากนี้ การปรับโครงสร้างทางการเงินจากการเพิ่มทุนจะช่วยลดภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินในระยะยาว ซึ่งจะส่งผลดีต่อผลประกอบการในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 31.76 ล้านบาท ลดลง 64% YoY** จาก 88.46 ล้านบาทในปี 2565
* **กำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 8% YoY** เป็น 60 ล้านบาท จาก 56 ล้านบาทในปี 2565
* **EBITDA ไตรมาส 3 ปี 2566 เพิ่มขึ้น 38% YoY** เป็น 54.84 ล้านบาท จาก 39.87 ล้านบาทในปี 2565
* **EBITDA 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 164.17 ล้านบาท ลดลง 11% YoY** จาก 183.56 ล้านบาทในปี 2565 แต่หากไม่รวมรายการพิเศษจะใกล้เคียงปีก่อน
* **รายได้จากการขายและบริการ Q3/66 ลดลง 6% YoY** อยู่ที่ 341.09 ล้านบาท และ 9 เดือนแรก ลดลง 3% YoY อยู่ที่ 1,095.70 ล้านบาท
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q3/66 ปรับปรุงดีขึ้นเป็น 25%** จาก 21% ในปีก่อน
* **ต้นทุนทางการเงิน 9 เดือนแรกปี 2566 เพิ่มขึ้น 17% YoY** แต่บริษัทได้บรรเทาผลกระทบโดยการชำระคืนเงินต้นสม่ำเสมอ
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทมีรายได้จากการขายและบริการ 341.09 ล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับ 362.68 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2565 ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 85.94 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13% และอัตรากำไรขั้นต้นปรับเพิ่มขึ้นเป็น 25% จาก 21% ในปีก่อน แม้ว่าค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารจะลดลง 13% แต่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 4% และมีรายการพิเศษทางภาษีในปี 2565 ทำให้กำไรสุทธิสำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 13.41 ล้านบาท ลดลง 56% เมื่อเทียบกับ 30.32 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับภาพรวม 9 เดือนแรกปี 2566 รายได้รวมอยู่ที่ 1,104.05 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับ 1,141.33 ล้านบาทในปี 2565 แม้ต้นทุนขายและบริการจะลดลง 3% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 1% แต่ค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 17% และรายการพิเศษทางภาษีในปี 2565 ทำให้กำไรสุทธิรวมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 64% มาอยู่ที่ 31.76 ล้านบาท จาก 88.46 ล้านบาทในปี 2565 อย่างไรก็ตาม EBITDA ที่ไม่รวมรายการพิเศษยังคงใกล้เคียงปีก่อน และกำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษเพิ่มขึ้น 8%
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดก่อสร้าง:** กิจกรรมก่อสร้างและการขายปูนขาวทำได้ดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มผลิตอิฐมวลเบา และการขายหินอ่อนเพื่องานประดับตกแต่ง
* **ศักยภาพตลาดสิ่งแวดล้อม:** ธุรกิจที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม (FGC, การบำบัดก๊าซไอเสีย, การบำบัดน้ำ) ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น แต่ตลาดการแปรรูปของเสียให้เป็นพลังงานถือเป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง
* **การส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้น:** ค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ และเงินบาทที่อ่อนค่าส่งเสริมความสามารถในการแข่งขันของสินค้าส่งออก
* **การขยายธุรกิจหินอ่อนและ GCC:** ธุรกิจหินอ่อนเริ่มดีขึ้นตั้งแต่ปลายปี 2565 และคาดว่าจะเติบโตเป็นสองเท่าในปีนี้ รวมถึงธุรกิจการจำหน่ายผงแคลเซียมคาร์บอเนต (GCC) ที่เติบโตจากการขายให้ลูกค้าใหม่
* **การลงทุนในพลังงานทดแทน:** การติดตั้งระบบผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ และพิจารณาโครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์เพิ่มเติม รวมถึงโครงการนำร่องผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวล (BIOMASS) เพื่อตอบสนองเป้าหมาย Net Zero
* **ผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มอิฐมวลเบา (AAC):** ยังคงทำผลงานได้ดีในตลาด มีฐานลูกค้าประจำ และยอดขายมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
## ความเสี่ยง
* **เศรษฐกิจไทยชะลอตัว:** อัตราการเติบโต GDP ชะลอตัวกระทบต่อผลการดำเนินงานในกลุ่มลูกค้าหลัก
* **การแข่งขันจากเหล็กนำเข้า:** ตลาดเหล็กถูกแบ่งไปให้กับการนำเข้าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปและกึ่งสำเร็จรูปอย่างเหล็กแท่งยาวและเหล็กแท่งแบน ทำให้การผลิตโลหะในประเทศลดลง
* **ปริมาณการเก็บเกี่ยวอ้อยต่ำกว่าคาด:** ส่งผลกระทบต่อรายได้จากตลาดน้ำตาล
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงยังคงสูง:** แม้จะลดลงจากจุดสูงสุด แต่ราคาถ่านหินและปิโตรเลียมโค้กในตลาดโลกยังคงสูงกว่าช่วงก่อนเกิดวิกฤต
* **ต้นทุนคงที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนด้านทรัพยากรบุคคลเพิ่มขึ้นตามอัตราเงินเฟ้อและภาวะตลาดแรงงานตึงตัว
* **การต่ออายุใบอนุญาตสกัดแร่:** เหมืองหินอ่อนสีชมพูของบจ.หินอ่อนอยู่ระหว่างการต่ออายุใบอนุญาตสกัดแร่ ซึ่งจะแล้วเสร็จในปี 2567
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มเศรษฐกิจไทยและกำลังซื้อของภาคอุตสาหกรรมต่างๆ
* สถานการณ์ราคาวัตถุดิบหลัก เช่น ถ่านหิน ปิโตรเลียมโค้ก และผลกระทบต่อต้นทุนการผลิต
* ความคืบหน้าของโครงการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์เพิ่มเติม และโครงการผลิตพลังงานทดแทนจากชีวมวล
* การขยายธุรกิจหินอ่อนและ GCC รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับกลุ่มสิ่งแวดล้อม
* ความสามารถในการคงระดับราคาขายเพื่อชดเชยต้นทุนที่ยังคงสูง
* การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงินหลังการเพิ่มทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการผลิตโลหะในประเทศลดลง 5-10% และโรงงานที่ผลิตเหล็กด้วยวิธีอาร์คไฟฟ้า (EAF) หลายแห่งชะลอหรือหยุดการผลิตชั่วคราว ซึ่งสะท้อนถึง Utilization Rate ที่ลดลงในอุตสาหกรรมเหล็ก
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการรับรู้รายได้จากโครงการสร้างเตาเผาในประเทศอินโดนีเซียในปีที่แล้ว ซึ่งปีนี้ยังไม่มีโครงการใหญ่ๆ
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาถ่านหินและปิโตรเลียมโค้กในตลาดโลกยังคงสูงกว่าช่วงปี 2558-2563 ราว 1.3-1.8 เท่า
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นใน Q3/66 ปรับปรุงดีขึ้นเป็น 25% จาก 21% ในปีก่อน และภาพรวม 9 เดือนอยู่ที่ 24% เท่ากับปีก่อน หากไม่รวมรายการพิเศษจะเพิ่มขึ้น 1%
* **การส่งออก:** ผู้ผลิตไทยสามารถทำตลาดส่งออกได้ดียิ่งขึ้นด้วยค่าขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่ลดลง และเงินบาทที่อ่อนค่าส่งเสริมความสามารถในการแข่งขัน
* **ค่าเงินบาท:** อัตราแลกเปลี่ยนที่ 35-36 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ ช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันในการส่งออก
* **สินค้าคงคลัง:** ไม่ได้ระบุข้อมูลสินค้าคงคลังโดยตรง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 2,149.46 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2565 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงเล็กน้อย 1% และสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลง 3% จากการตัดค่าเสื่อมราคาและตัดจำหน่าย
หนี้สินรวมลดลง 22% มาอยู่ที่ 1,152.44 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนลดลง 32% จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและจัดประเภทเงินกู้ระยะยาวที่ถึงกำหนดชำระ ส่วนหนี้สินไม่หมุนเวียนเพิ่มขึ้น 10% จากการจัดประเภทเงินกู้ยืมระยะยาว
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 39% มาอยู่ที่ 997.02 ล้านบาท จากการเพิ่มทุนและการบันทึกกำไรสุทธิในปีนี้ ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E Ratio) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 2.14 เท่า ณ สิ้นปี 2565 มาอยู่ที่ 1.16 เท่า ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566
กระแสเงินสดสุทธิจากการดำเนินงานใน 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 116.56 ล้านบาท ลดลง 24% จากปีก่อน เนื่องจากยอดลูกหนี้การค้าเพิ่มขึ้นและมีการจ่ายชำระเจ้าหนี้การค้าอย่างต่อเนื่อง เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนสูงขึ้น 23% จากการต่ออายุสัมปทานบัตรเหมืองแร่ และเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 24% จากการเพิ่มทุนและนำเงินไปจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืม ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นงวดลดลง 47% มาอยู่ที่ 24.90 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SUTHA เผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบที่ยังคงสูง แต่สามารถบริหารจัดการต้นทุนขายและบริการ รวมถึงค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งผลให้กำไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษเติบโตได้ 8% ในช่วง 9 เดือนแรกปี 2566 การปรับโครงสร้างทางการเงินผ่านการเพิ่มทุนช่วยลดภาระหนี้สินและเพิ่มความแข็งแกร่งทางการเงิน ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อการดำเนินงานในอนาคต ขณะที่โอกาสจากการฟื้นตัวของภาคก่อสร้าง ตลาดสิ่งแวดล้อม และการส่งออกที่แข็งแกร่งขึ้น จะเป็นแรงหนุนสำคัญในการเติบโตต่อไป อย่างไรก็ตาม ต้องจับตาความผันผวนของราคาพลังงานและแนวโน้มเศรษฐกิจมหภาคอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUTHA ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
327.41
ล้านบาท
↑ 9.7% YoY
กำไรขั้นต้น
53.77
ล้านบาท
↓ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.42
%
กำไรสุทธิ
-50.01
ล้านบาท
↑ 680.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.28
%
D/E Ratio
1.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
327
↑ + 9.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
54
↓ -28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-50
↑ + 680.7%
YoY
D/E Ratio
1.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUTHA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.27
ROE (%)
-0.91
ROA (%)
1.38
Book Value/หุ้น
2.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUTHA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUTHA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.44
+171.48%
|
-31.84
-122.20%
|
143.44
-238.47%
|
-103.59
-239.29%
|
74.37
-66.68%
|
223.21
-23.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.43
+10,665.48%
|
0.84
-95.44%
|
18.44
+23.34%
|
14.95
-86.56%
|
111.26
-118.72%
|
-594.27
+733.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.07
-96.12%
|
53.36
-146.70%
|
-114.25
-395.75%
|
38.63
-1,270.61%
|
-3.30
-100.78%
|
421.15
-339.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.05
-72.94%
|
22.36
-53.04%
|
47.62
-195.26%
|
-49.99
-159.03%
|
84.69
+69.08%
|
50.09
+12.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.71
-33.26%
|
66.99
+50.74%
|
44.44
+10.82%
|
40.10
-69.96%
|
133.48
+60.07%
|
83.39
+114.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
45.03
+0.72%
|
44.71
-33.26%
|
66.99
+50.74%
|
44.44
+10.82%
|
40.10
-69.96%
|
133.48
+60.07%
|