บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
2.80
+0.04 (+1.45%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทสรุปผลประกอบการของหุ้น SUTHA บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) ในไตรมาสล่าสุด
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) หรือ SUTHA ในกลุ่มสินค้าอุตสาหกรรม ประสบกับรายได้รวมลดลงในไตรมาส 4 ปี 2566 อยู่ที่ 333 ล้านบาท ลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 ที่มีรายได้ 343 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ผลกำไรสุทธิในช่วงนี้เพิ่มขึ้น 43% โดยอยู่ที่ 62 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 4 ปี 2565 ที่มีกำไรสุทธิ 43 ล้านบาท การเติบโตนี้เกิดจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ
เศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาสล่าสุดเผชิญกับภาวะชะลอตัว อัตราการเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ลดลงเหลือ 1.7% จากที่คาดการณ์ไว้ช่วงต้นปี 3-4% ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้ปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายขึ้นเป็น 2.5% ในช่วงกลางปี และคาดว่าจะคงไว้จนถึงปีนี้ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยจะค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับมาตรฐานทั่วโลก แต่ยังคงส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยเฉพาะการซื้อขายเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันด้านการส่งออกของไทย
**การวิเคราะห์ผลประกอบการปี 2566**
รายได้จากการขายและบริการในปี 2566 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้ของธุรกิจการขายเครื่องจักรและอุปกรณ์การผลิตปูนขาวลดลง เนื่องจากปีนี้ไม่มีโครงการใหญ่ๆ ขณะที่ปีที่แล้วมีการรับรู้รายได้จากโครงการสร้างเตาเผาในประเทศอินโดนีเซีย นอกจากนี้ ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์จากเตาทั้งปูนขาวและปูนโดโลไมท์ลดลง สาเหตุมาจากแรงกดดันด้านราคา ปริมาณการเก็บเกี่ยวอ้อยสําหรับน้้าตาลที่ตํากว่าคาดการณ์ และลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กในผลิตภัณฑ์ปูนโดโลไมท์มีการหยุดการผลิตในบางช่วงเวลา อย่างไรก็ตาม ลูกค้ากลุ่มเคมีภัณฑ์มีตลาดที่แข็งแกร่ง ลูกค้ากลุ่มก่อสร้างมีปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากปีก่อน และรายได้จากบริษัทย่อยธุรกิจหินอ่อนเริ่มกลับสู่สภาพปกติตั้งแต่ไตรมาส 4 ปี 2565 รวมถึงรายได้จากธุรกิจการจําหน่ายผงแคลเซียมคาร์บอเนต (GCC) เพิ่มขึ้นสูงกว่าปีที่แล้วจากการขายให้กับลูกค้าใหม่ที่เข้าสู่ตลาด
รายได้อื่นในปี 2566 เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการได้รับเงินค่าเคลมประกันทรัพย์สินที่เสียหายและกําไรจากการจําหน่ายสินทรัพย์ถาวรที่ไม่ได้ใช้งาน
ต้นทุนขายและบริการทั้งไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2566 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ด้านราคาต้นทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น ส่งผลดีต่อต้นทุนเชื้อเพลิง ต้นทุนดีเซล และต้นทุนค่าไฟฟ้า ในขณะที่บริษัทพยายามคงรักษาราคาขายไว้ ประกอบกับธุรกิจหินอ่อนในบริษัทย่อยได้ปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้มีความสามารถในการครอบคลุมต้นทุนได้ดีขึ้น จึงส่งผลให้อัตราถ้าไรขั้นต้นในไตรมาส 4 ปรับปรุงดีขึ้น 5% จากช่วงเดียวกันปีก่อน และภาพรวมปี 2566 ปรับปรุงดีขึ้นจากปีก่อน 19% อย่างไรก็ตามหากไม่รวมรายการพิเศษค่าใช้จ่ายที่เกิดเพียงครั้งเดียว เช่น การบันทึกค่าเผื่อการปรับลดราคาทุนให้เป็นมูลค่าสุทธิที่จะได้รับสําหรับสินค้าในส่วนงานทําเหมืองหินปูน การจัดหาเชื้อเพลิง อัตรากําไรขั้นต้นในปี 2566 จะเพหิมขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน
ค่าใช้จ่ายในการขายทั่วไปและบริหาร ในไตรมาส 4 และภาพรวมปี 2566 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อนเล็กน้อย จากค่าขนส่งการส่งออกที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนดีเซลที่ลดลง อย่างไรก็ตาม ในปี 2566 กลุ่มบริษัทมีค่าใช้จ่ายที่เกิดเพียงครั้งเดียวในการต่ออายุสัมปทานบัตรเหมืองแร่ หากไม่รวมรายการดังกล่าว ค่าใช้จ่ายในการขายทั่วไปและบริหารจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากช่วงเดียวกันปีก่อน
ถําไรถ่อนค่าใช้จ่ายทางการเงิน, ภาษีเงินได้, ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจําหน่าย (EBITDA) ในไตรมาส 4 เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 43% ในขณะที่ภาพรวมปี 2566 ใกล้เคียงจากช่วงเดียวกันปีก่อน หากไม่รวมค่าใช้จ่ายพิเศษที่เกิดเพียงครั้งเดียว (ไม่รวมค่าใช้จ่ายในการต่ออายุสัมปทานบัตรเหมืองแร่, ค่าเผื่อการปรับลดราคาทุน, และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี) EBITDA ในปี 2566 จะเติบโตจากช่วงเดียวกันปีก่อน 10%
ค่าเสื่อมราคา ลดลงเล็กน้อยจากช่วงเดียวกับปีก่อน เนื่องจากสินทรัพย์บางตัวได้ถูกตัดค่าเสื่อมราคาและตัดจําหน่ายจนหมด
ต้นทุนทางการเงิน ในไตรมาส 4 ลดลงจากช่วงเดียวกันปีก่อน 12% สาเหตุหลักจากการจ่ายเงินต้นเงินกู้ระยะยาวและเงินกู้ระยะสั้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนทางการเงินภาพรวมปี 2566 เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ในขณะเดียวกัน อัตราดอกเบี้ยนโยบายของประเทศไทยเพิ่มขึ้นมากกว่า 150% แสดงถึงบริษัทได้บรรเทาผลกระทบโดยการที่บริษัทได้ชําระเงินต้นอย่างสม่าเสมอ และมีการชําระเงินต้นนอกเหนือจากในตารางเงินกู้ ประกอบกับมีการใช้สินเชื่อเพื่อเงินทุนหมุนเวียนน้อยลงอย่างมีประสิทธิภาพ
ภาษีเงินได้ ในปี 2566 เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกับปีก่อน เนื่องจากผลประกอบการที่เป็นกําไร เลยทําให้มีการใช้ประโยชน์จากผลขาดทุนทางภาษี ซึ่งปีที่แล้วบันทึกเป็นสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีไว้ โดยบริษัทบันทึกกลับรายการบัญชีสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชีเข้ามาเป็นภาษีเงินได้ในปีนี้ จากที่กล่าวมาทั้งหมดส่งผลให้กําไรสุทธิในปี 2566 ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันกับปีก่อน สาเหตุหลักจากรายการพิเศษทางภาษีที่เกิดเพียงครั้งเดียวในปีก่อน โดยกําไรสุทธิที่ไม่รวมรายการพิเศษ (ค่าใช้จ่ายในการต่ออายุสัมปทานบัตรเหมืองแร่, ค่าเผื่อการปรับลดราคาทุน, และภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี) ในปี 2566 จะใกล้เคียงจากช่วงเดียวกันกับปีก่อน
**การวิเคราะห์ฐานะทางการเงิน**
สินทรัพย์หมุนเวียน เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว จากเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด และลูกหนี้การค้าที่เพิ่มสูงขึ้น สินทรัพย์ไม่หมุนเวียน ลดลงจากการตัดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวร และการตัดจําหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ประกอบกับมีการกลับรายการสินทรัพย์ภาษีเงินได้รอการตัดบัญชี
หนี้สินหมุนเวียน เงินกู้ยืมระยะสั้นลดลงจากการจ่ายชําระคืน ประกอบกับมีการจัดประเภทเงินกู้ยืมระยะยาวที่ถึงกําหนดชําระภายในหนึ่งปีตามตารางการจ่ายชําระในสัญญา เนื่องจากสามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขเงินกู้ยืมระยะยาวที่เกี่ยวข้องกับการดํารงอัตราส่วนทางการเงิน
หนี้สินไม่หมุนเวียน เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินเพิ่มสูงขึ้นตามการจัดประเภท ซึ่งได้อธิบายไว้ที่หนี้สินหมุนเวียนอื่น อย่างไรก็ตาม หากไม่รวมรายการจัดประเภทดังกล่าว เงินกู้ยืมระยะยาวจากสถาบันการเงินลดลงจากการจ่ายขําระคืนเงินต้น
ส่วนของผู้ถือหุ้น เพิ่มขึ้นจากการเพิ่มทุนและผลประกอบการที่เป็นผลกําไรสุทธิในปีนี้
**การวิเคราะห์กระแสเงินสด**
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดสิ้นปี 2566 เท่ากับ 67 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2565 สาเหตุหลักจาก เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดําเนินงาน เพิ่มสูงขึ้นจากผลประกอบการที่เป็นเงินสดเพิ่มขึ้น เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนในปี 2566 เพิ่มสูงขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อน จากการต่ออายุสัมปทานบัตรเหมืองแร่ เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินในปี 2566 ลดลงหากเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน จากการที่บริษัทได้มีการเพิ่มทุนในเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา และมีการนำเงินบางส่วนไปจ่ายชําระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและระยะยาว
**สถานะการเงินของบริษัทอยู่ในระดับที่แข็งแกร่ง อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) อยู่ในระดับที่สมดุล หลังจากการปรับโครงสร้างเงินทุนในไตรมาสที่ 2 ปี 2566 โดยบริษัทได้เพิ่มทุนอีก 249 ล้านบาท เพื่อลดภาระหนี้ เปลี่ยนโครงสร้างทางการเงิน และสนับสนุนแผนการเพิ่มกำลังการผลิตในอนาคต **
**โอกาสเติบโตในอนาคต**
บริษัท สุธากัญจน์ มีโอกาสเติบโตในอนาคต จากการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ เช่น "๐คงด" ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงสีเขียวเพื่อความเป็นกลางทางคาร์บอน และการขยายตลาด เช่น กลุ่มอิฐมวลเบา ตลาดพลาสติกชีวภาพในประเทศไทย และการขยายธุรกิจการจำหน่ายผงแคลเซียมคาร์บอเนต (GCC) โดยอาศัยการเข้าถึงวัตถุดิบเพิ่มเติมจากเหมืองเขางอบ
**ความเสี่ยง**
อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงเผชิญกับความเสี่ยง เช่น ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ และความไม่แน่นอนของตลาด บริษัทจึงมีแผนการจัดการความเสี่ยง เช่น การปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต การจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการขยายฐานลูกค้า เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
**สรุป**
ผลประกอบการของบริษัท สุธากัญจน์ ในไตรมาสล่าสุดแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัว และการเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้จะเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ การเพิ่มขึ้นของกำไรสุทธิและการปรับโครงสร้างทางการเงินเป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนถึงการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่บริษัทใช้ในการรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUTHA ไตรมาส 4/2566
รายได้รวม
327.41
ล้านบาท
↑ 9.7% YoY
กำไรขั้นต้น
53.77
ล้านบาท
↓ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.42
%
กำไรสุทธิ
-50.01
ล้านบาท
↑ 680.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.28
%
D/E Ratio
1.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
327
↑ + 9.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
54
↓ -28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-50
↑ + 680.7%
YoY
D/E Ratio
1.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUTHA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.27
ROE (%)
-0.91
ROA (%)
1.38
Book Value/หุ้น
2.80
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUTHA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUTHA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.44
+171.48%
|
-31.84
-122.20%
|
143.44
-238.47%
|
-103.59
-239.29%
|
74.37
-66.68%
|
223.21
-23.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.43
+10,665.48%
|
0.84
-95.44%
|
18.44
+23.34%
|
14.95
-86.56%
|
111.26
-118.72%
|
-594.27
+733.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.07
-96.12%
|
53.36
-146.70%
|
-114.25
-395.75%
|
38.63
-1,270.61%
|
-3.30
-100.78%
|
421.15
-339.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.05
-72.94%
|
22.36
-53.04%
|
47.62
-195.26%
|
-49.99
-159.03%
|
84.69
+69.08%
|
50.09
+12.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.71
-33.26%
|
66.99
+50.74%
|
44.44
+10.82%
|
40.10
-69.96%
|
133.48
+60.07%
|
83.39
+114.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
45.03
+0.72%
|
44.71
-33.26%
|
66.99
+50.74%
|
44.44
+10.82%
|
40.10
-69.96%
|
133.48
+60.07%
|