บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
3.24
+0.14 (+4.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=9390 out_tok=3636 at=2026-07-26T07:23:31 -->
# SUTHA Q1/2565 กำไรสุทธิพุ่ง 115% เฉพาะกิจการ รับอานิสงส์ราคาผลิตภัณฑ์หลัก-ส่งออกฟื้น
## รายได้รวมโต 14% รับดีมานด์น้ำตาล-เหล็ก-เคมีหนุน ขณะที่ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งกระทบภาพรวม
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) หรือ SUTHA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิเฉพาะกิจการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ 115% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้น 14% เป็น 391 ล้านบาท จากความต้องการผลิตภัณฑ์จากเตาเผาหลักในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำตาล เหล็ก และเคมีภัณฑ์ รวมถึงการส่งออกที่เริ่มฟื้นตัว อย่างไรก็ตาม ต้นทุนเชื้อเพลิงที่ปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลกส่งผลกระทบต่อภาพรวม EBITDA ของบริษัท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิเฉพาะกิจการของ SUTHA ให้เติบโตถึง 115% ในไตรมาส 1 ปี 2565 มาจาก **การเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์จากเตาเผา (ปูนขาวและปูนโดโลไมท์) ควบคู่ไปกับการฟื้นตัวของปริมาณขายในกลุ่มอุตสาหกรรมน้ำตาล เหล็ก และเคมีภัณฑ์ รวมถึงการส่งออกที่ทำได้ดีขึ้น** ซึ่งส่งผลให้รายได้จากการขายและบริการรวมเพิ่มขึ้น 14% เป็น 391 ล้านบาท แม้ว่าภาพรวม EBITDA ของบริษัท (รวมบริษัทย่อย) จะลดลงเล็กน้อย 4% เป็น 76 ล้านบาท เนื่องจากผลการดำเนินงานของบริษัทย่อยด้านธุรกิจบริการวิศวกรรมและธุรกิจหินอ่อนยังต่ำกว่าเป้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเพิ่มขึ้นของราคาขายผลิตภัณฑ์หลักเป็นผลโดยตรงจากการที่บริษัทต้องส่งผ่านต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้นอย่างมาก ทั้งน้ำมันและถ่านหิน ซึ่งได้รับแรงหนุนจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ฟื้นตัวเต็มกำลังและสงครามรัสเซีย-ยูเครน แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่บริษัทสามารถปรับราคาขายเพื่อครอบคลุมต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้นได้ในส่วนของธุรกิจหลัก ทำให้สามารถรักษาระดับกำไรขั้นต้นไว้ได้เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ ความต้องการที่แข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมน้ำตาล เหล็ก และเคมีภัณฑ์ รวมถึงการส่งออกไปยังตลาดที่ยังสามารถเข้าถึงได้ ทำให้ปริมาณขายโดยรวมเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่สำคัญ
อย่างไรก็ตาม ผลประกอบการของบริษัทย่อยอย่าง บจ.หินอ่อน ยังคงได้รับแรงกดดันจากตลาดการก่อสร้างที่ชะลอตัวต่อเนื่องตั้งแต่ครึ่งปีหลังของปี 2564 ประกอบกับอุบัติเหตุที่เหมืองหินปูนในไตรมาส 4 ปี 2564 ที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลผลิตต่อเนื่องมาถึงไตรมาส 1 ปี 2565 รวมถึงธุรกิจบริการวิศวกรรมที่ผลงานยังไม่โดดเด่นเท่าปีก่อน ทำให้ EBITDA ภาพรวมของกลุ่มบริษัทปรับตัวลดลง
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับปัจจัยบวกในส่วนของผลิตภัณฑ์จากเตาเผา โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าอุตสาหกรรมน้ำตาล เหล็ก และเคมีภัณฑ์ จะยังคงแข็งแกร่งต่อไป ประกอบกับการกลับมาของกิจกรรมก่อสร้าง จะส่งผลดีต่อผลิตภัณฑ์จากเหมืองหิน (วัสดุผสมคอนกรีต, ผงแคลเซียมคาร์บอเนต) และธุรกิจหินอ่อนในครึ่งปีหลังของปี 2565 นอกจากนี้ บริษัทได้เริ่มทดลองดำเนินการโครงการ Solar Farm 2 และคาดว่าจะเริ่มโครงการ Solar Farm 3 ในไตรมาส 3 ซึ่งจะช่วยสนับสนุนผลประกอบการในระยะยาว
ส่วนความท้าทายด้านต้นทุนเชื้อเพลิงที่สูงขึ้น คาดว่าจะยังคงเป็นปัจจัยกดดัน แต่บริษัทมีแผนส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าผ่านการขึ้นราคาอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการใช้โครงการ FLEX-FUEL II ที่ช่วยให้สลับใช้เชื้อเพลิงได้หลากหลายตามภาวะตลาด เพื่อจำกัดผลกระทบด้านต้นทุน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิเฉพาะกิจการพุ่ง 115% YoY** แตะ 39 ล้านบาท จาก 18 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมเพิ่ม 14% YoY** เป็น 391 ล้านบาท หนุนโดยผลิตภัณฑ์จากเตาเผา (ปูนขาว, โดโลไมท์) จากความต้องการกลุ่มน้ำตาล, เหล็ก, เคมีภัณฑ์ และการส่งออก
* **EBITDA รวมลดลง 4% YoY** อยู่ที่ 76 ล้านบาท เนื่องจากผลประกอบการบริษัทย่อยด้านบริการวิศวกรรมและหินอ่อนยังอ่อนแอ
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่งสูง** เป็นความท้าทายหลัก บริษัทเร่งปรับราคาขายเพื่อส่งผ่านต้นทุน
* **ธุรกิจหินอ่อนยังคงเผชิญแรงกดดัน** จากตลาดก่อสร้างที่ชะลอตัว คาดฟื้นตัวชัดเจนช่วงปลายปี 2565 ต่อเนื่องปี 2566
* **เดินหน้าโครงการพลังงานแสงอาทิตย์** เริ่มทดลอง Solar Farm 2 และเตรียมเปิด Solar Farm 3 ในไตรมาส 3/2565
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) มีรายได้จากการขายและบริการรวม 390.65 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จาก 342.64 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของยอดขายผลิตภัณฑ์จากเตาเผา ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัท ได้รับผลบวกสำคัญจากตลาดกลุ่มน้ำตาล เหล็ก เคมีภัณฑ์ และตลาดการส่งออก รวมถึงราคาผลิตภัณฑ์ที่ปรับสูงขึ้น
ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 19% เป็น 286.34 ล้านบาท แม้บริษัทจะปรับราคาขายขึ้นเพื่อครอบคลุมต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนของ บจ.หินอ่อน (บริษัทย่อย) ได้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากราคาดีเซลที่สูงขึ้นและต้นทุนจากอุบัติเหตุเหมืองหินปูน ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นเพียง 2% เป็น 104.31 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 30% เหลือ 27%
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 5% เป็น 65.91 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากการขยายตลาดส่งออก ในขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการลดลง
EBITDA รวมลดลง 4% เป็น 75.91 ล้านบาท โดย EBITDA เฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 36% เป็น 71 ล้านบาท
ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่ายลดลง 7% เป็น 35.40 ล้านบาท
กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) ในงบการเงินรวมลดลงเล็กน้อย แต่กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EBITDA) เฉพาะกิจการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
ภาษีเงินได้ลดลง 132% เป็น 0.70 ล้านบาท เนื่องจากได้รับประโยชน์จากการยกเว้นภาษีจากโครงการส่งเสริมการลงทุน (BOI) สำหรับโครงการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์
ส่งผลให้กำไรสุทธิรวมเพิ่มขึ้น 8% เป็น 32.20 ล้านบาท และกำไรสุทธิเฉพาะกิจการเพิ่มขึ้น 115% เป็น 39 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลัก:** ความต้องการที่แข็งแกร่งจากอุตสาหกรรมน้ำตาล เหล็ก และเคมีภัณฑ์ รวมถึงการกลับมาของกิจกรรมก่อสร้าง จะเป็นปัจจัยหนุนยอดขายผลิตภัณฑ์จากเตาเผาและผลิตภัณฑ์จากเหมืองหิน
* **การขยายตลาดส่งออก:** แม้มีความท้าทายด้านการขนส่ง แต่บริษัทยังคงสามารถส่งออกไปยังตลาดที่เข้าถึงได้ และสินค้าส่งออกมีราคาที่สูงขึ้น
* **โครงการพลังงานแสงอาทิตย์:** การเดินหน้าโครงการ Solar Farm 2 และเตรียมเปิด Solar Farm 3 จะช่วยสร้างรายได้และผลกำไรที่มั่นคงในระยะยาว
* **โครงการ FLEX-FUEL:** การใช้เชื้อเพลิงที่หลากหลายตามสภาวะตลาดช่วยจำกัดผลกระทบจากต้นทุนพลังงานที่ผันผวน
* **การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่:** การมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์น้ำปูน (Milk of lime) และ lime injection รวมถึงผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับกลุ่มงานก่อสร้าง จะช่วยเพิ่มความหลากหลายของผลิตภัณฑ์และฐานลูกค้า
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงที่ผันผวนสูง:** ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลกเป็นความท้าทายหลักที่ส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและค่าขนส่ง
* **ข้อจำกัดด้านการขนส่งทางทะเล:** ต้นทุนการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์ที่สูงและข้อจำกัดในการเข้าถึงบางประเทศ ยังคงเป็นอุปสรรคต่อการส่งออก
* **ตลาดการก่อสร้างที่อ่อนแอ:** ธุรกิจหินอ่อนและวัสดุผสมคอนกรีตยังคงได้รับผลกระทบจากความต้องการที่ต่ำในภาคการก่อสร้าง
* **การขาดแคลนแรงงาน:** ปัญหาการขาดแคลนแรงงานในกระบวนการผลิตหินอ่อนและแปรรูป ส่งผลกระทบต่อกำลังการผลิตและการทำตลาด
* **การแข่งขันด้านราคา:** การแข่งขันในตลาดปูนขาวภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น และการส่งผ่านต้นทุนที่อาจไม่สามารถทำได้ทั้งหมด
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงของราคาเชื้อเพลิง (น้ำมัน, ถ่านหิน) และวัตถุดิบหลัก จะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนและอัตรากำไร
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน:** การปรับราคาขายเพื่อสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการ
* **ความคืบหน้าโครงการ Solar Farm:** ความคืบหน้าในการอนุมัติและเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการ Solar Farm 2 และ 3
* **การฟื้นตัวของตลาดอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง:** สัญญาณการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างจะส่งผลดีต่อธุรกิจหินอ่อนและวัสดุผสมคอนกรีต
* **สถานการณ์การขนส่งระหว่างประเทศ:** การคลี่คลายของปัญหาห่วงโซ่อุปทานและต้นทุนค่าระวางเรือ จะช่วยเพิ่มโอกาสในการส่งออก
* **ผลการดำเนินงานของบริษัทย่อย:** การฟื้นตัวของธุรกิจบริการวิศวกรรมและธุรกิจหินอ่อน จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อ EBITDA รวมของกลุ่ม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการที่บริษัททุ่มการผลิตไปที่กลุ่มผลิตภัณฑ์จากเตาที่มีความต้องการซื้อสูง ซึ่งบ่งชี้ว่า Utilization Rate ในส่วนนี้อาจอยู่ในระดับสูง
**Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุ Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการของลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมน้ำตาล เหล็ก และเคมีภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการส่งออกไปยังจุดหมายปลายทางที่สามารถทำได้ ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่ง
**ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบหลักที่ส่งผลกระทบคือเชื้อเพลิง (น้ำมัน, ถ่านหิน) ที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ซึ่งบริษัทพยายามส่งผ่านต้นทุนนี้ด้วยการปรับราคาขาย
**GPM (Gross Profit Margin):** อัตรากำไรขั้นต้นรวมลดลงจาก 30% ใน Q1/2564 เป็น 27% ใน Q1/2565 เนื่องจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นเร็วกว่ารายได้ โดยเฉพาะต้นทุนของ บจ.หินอ่อน ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
**การส่งออก:** ยอดขายกลุ่มส่งออกเพิ่มขึ้นสำหรับการส่งออกไปยังจุดหมายปลายทางที่สามารถทำได้ โดยสินค้าส่งออกมีราคาที่สูงขึ้น แต่ก็มีต้นทุนที่สูงขึ้นเช่นกัน การขนส่งทางทะเลยังคงเป็นข้อจำกัด
**ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้กล่าวถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง
**สินค้าคงคลัง:** บจ.หินอ่อนยังมีสินค้าคงคลังรออยู่มาก เนื่องจากภาวะอุปทานล้นตลาดในกลุ่มก่อสร้าง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์:** สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 1% เป็น 2,257.27 ล้านบาท โดยสินทรัพย์หมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 5% เป็น 816.77 ล้านบาท ส่วนใหญ่จากการซื้อเชื้อเพลิงสำหรับการผลิต และเงินทุนหมุนเวียนที่เพิ่มขึ้นจากการดำเนินงาน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนรวมลดลง 1% เป็น 1,440.50 ล้านบาท จากการตัดค่าเสื่อมราคาสินทรัพย์ถาวรและการตัดจำหน่ายสินทรัพย์ไม่มีตัวตน
**หนี้สิน:** หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย 0% เป็น 1,599.29 ล้านบาท โดยหนี้สินหมุนเวียนรวมเพิ่มขึ้น 1% เป็น 1,194.22 ล้านบาท จากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อซื้อเชื้อเพลิง หนี้สินไม่หมุนเวียนรวมลดลง 4% เป็น 405.07 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาว
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 5% เป็น 657.98 ล้านบาท จากกำไรสุทธิของบริษัท
**กระแสเงินสด:** เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 58.96 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 65% จากสิ้นปี 2564 โดยเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 157% เป็น 31.26 ล้านบาท จากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้น เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนลดลง 81% เนื่องจากปีที่แล้วมีการลงทุนผลิตภัณฑ์ใหม่ไปแล้ว เงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 95% เนื่องจากปีนี้มีการเบิกเงินกู้ระยะสั้นเพื่อซื้อเชื้อเพลิง ขณะที่ปีก่อนมีการจ่ายคืนเงินกู้ระยะสั้น
**อัตราส่วนทางการเงิน:**
* ROE: 20.07% (เพิ่มขึ้นเล็กน้อย)
* ROA: 5.74% (เพิ่มขึ้นเล็กน้อย)
* อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนผู้ถือหุ้น: 2.43 เท่า (ลดลงเล็กน้อย)
* Net Debt/Equity Ratio: 1.84 (ลดลงเล็กน้อย)
* Leverage (Net Debt/EBITDA): 5.24 (เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 3.06 ในปีก่อน)
## สรุปท้าย
SUTHA ในไตรมาส 1 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปรับตัวและส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังลูกค้า โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักจากเตาเผา ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิเฉพาะกิจการให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ภาพรวม EBITDA ของกลุ่มจะยังคงเผชิญแรงกดดันจากธุรกิจบริษัทย่อยและต้นทุนพลังงานที่พุ่งสูง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุตสาหกรรมหลัก การเดินหน้าโครงการพลังงานแสงอาทิตย์ และการบริหารจัดการต้นทุนอย่างต่อเนื่อง เป็นปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนแนวโน้มผลประกอบการในทิศทางบวกสำหรับช่วงที่เหลือของปี 2565 โดยนักลงทุนควรจับตาการเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงาน ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุน และการฟื้นตัวของภาคการก่อสร้างเป็นสำคัญ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUTHA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
327.41
ล้านบาท
↑ 9.7% YoY
กำไรขั้นต้น
53.77
ล้านบาท
↓ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.42
%
กำไรสุทธิ
-50.01
ล้านบาท
↑ 680.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.28
%
D/E Ratio
1.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
327
↑ + 9.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
54
↓ -28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-50
↑ + 680.7%
YoY
D/E Ratio
1.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUTHA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.27
ROE (%)
-0.91
ROA (%)
1.38
Book Value/หุ้น
2.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUTHA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUTHA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.44
+171.48%
|
-31.84
-122.20%
|
143.44
-238.47%
|
-103.59
-239.29%
|
74.37
-66.68%
|
223.21
-23.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.43
+10,665.48%
|
0.84
-95.44%
|
18.44
+23.34%
|
14.95
-86.56%
|
111.26
-118.72%
|
-594.27
+733.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.07
-96.12%
|
53.36
-146.70%
|
-114.25
-395.75%
|
38.63
-1,270.61%
|
-3.30
-100.78%
|
421.15
-339.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.05
-72.94%
|
22.36
-53.04%
|
47.62
-195.26%
|
-49.99
-159.03%
|
84.69
+69.08%
|
50.09
+12.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.71
-33.26%
|
66.99
+50.74%
|
44.44
+10.82%
|
40.10
-69.96%
|
133.48
+60.07%
|
83.39
+114.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
45.03
+0.72%
|
44.71
-33.26%
|
66.99
+50.74%
|
44.44
+10.82%
|
40.10
-69.96%
|
133.48
+60.07%
|