บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน)
SET · ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์
3.24
+0.14 (+4.52%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15377 out_tok=3029 at=2026-07-26T07:32:10 -->
# SUTHA Q2/2566 กำไรสุทธิหดตัว 116% ต้นทุนพุ่งกดดันมาร์จิ้น
## ต้นทุนเชื้อเพลิงพุ่ง-ราคาขายปรับขึ้นไม่ทัน ฉุดกำไรสุทธิ SUTHA Q2/2566 พลิกขาดทุน
บริษัท สุธากัญจน์ จำกัด (มหาชน) หรือ SUTHA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากต้นทุนการผลิตที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้า ขณะที่การปรับขึ้นราคาขายสินค้ายังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมด ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิโดยรวม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ SUTHA ในไตรมาส 2 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ คือ **ต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิง (ถ่านหิน, ปิโตรเลียมโค้ก) และค่าไฟฟ้า ซึ่งเพิ่มขึ้น 1.5-2.0 เท่าเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดวิกฤตพลังงาน และค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้นกว่า 30% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า** ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 25% ใน Q2/2565 เหลือ 19% ใน Q2/2566 และทำให้บริษัทมี **ผลขาดทุนสุทธิ 4.03 ล้านบาท** ในไตรมาส 2 ปี 2566 เทียบกับกำไร 25.94 ล้านบาทในปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า วิกฤตต้นทุนพลังงานทั่วโลกที่พุ่งสูงตั้งแต่ปี 2565 ยังคงส่งผลกระทบต่อเนื่องมาถึงปี 2566 โดยต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น ประกอบกับต้นทุนอื่นๆ เช่น น้ำมันดีเซล ค่าขนส่ง และค่าใช้จ่ายคงที่ที่แปรผันตามอัตราเงินเฟ้อ ทำให้ต้นทุนการผลิตโดยรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้บริษัทจะพยายามส่งต่อต้นทุนที่เพิ่มขึ้นผ่านการปรับราคาขายสินค้า แต่การปรับขึ้นราคาขายยังไม่สามารถครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้ทั้งหมดทันที โดยเฉพาะในกลุ่มผลิตภัณฑ์หลักจากเตา (ปูนขาวและปูนโดโลไมท์) ที่ปริมาณขายลดลง 27% YoY ทำให้รายได้ลดลงเพียง 12% ซึ่งสะท้อนว่าการปรับราคาขายยังไม่เต็มที่ นอกจากนี้ ในไตรมาส 2 ยังมีรายการพิเศษคือ **การบันทึกค่าเผื่อการปรับลดราคาทุนสำหรับสินค้าในส่วนงานทำเหมืองหินปูน** ซึ่งส่งผลกระทบต่อต้นทุนขายและบริการให้สูงขึ้นอีก
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่มีปัจจัยบรรเทา**
ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าต้นทุนเชื้อเพลิงจะยังคงเป็นความท้าทายสำคัญในครึ่งหลังของปี 2566 และปี 2567 โดยคาดว่าราคาพลังงานจะอยู่ในระดับ "ความปกติใหม่" ใกล้เคียงกับปัจจุบัน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ดำเนินการหลายอย่างเพื่อบรรเทาผลกระทบ เช่น การใช้โครงการ FLEX-FUEL เพื่อกระจายการใช้เชื้อเพลิงให้เหมาะสม การติดตั้งโซลาร์รูฟท็อป 2.5 เมกะวัตต์ และพิจารณาโครงการเพิ่มอีก 1.0 เมกะวัตต์ รวมถึงการกลับมานำเข้าถ่านหินเพื่อบริหารต้นทุนให้เหมาะสมกับภาวะตลาด นอกจากนี้ การเพิ่มทุนที่แล้วเสร็จในไตรมาส 2 จะช่วยลดภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อกำไรในระยะยาวได้
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q2/2566 ลดลง 12% YoY อยู่ที่ 338.21 ล้านบาท** จากปริมาณขายผลิตภัณฑ์จากเตา (ปูนขาว, ปูนโดโลไมท์) ที่ลดลง และอุปสงค์ในกลุ่มอุตสาหกรรมเหล็กที่อ่อนแอ
* **ขาดทุนสุทธิ Q2/2566 ที่ 4.03 ล้านบาท** พลิกจากกำไร 25.94 ล้านบาทใน Q2/2565 สาเหตุหลักจากต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **อัตรากำไรขั้นต้น Q2/2566 หดตัวลงเหลือ 19%** จาก 25% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนเชื้อเพลิงและค่าไฟฟ้าที่สูงขึ้น
* **EBITDA Q2/2566 ลดลง 46% YoY อยู่ที่ 36.80 ล้านบาท** จากผลกระทบของต้นทุนที่สูงขึ้นและรายการพิเศษ
* **ภาพรวม 6 เดือนแรกปี 2566 ขาดทุนสุทธิ 18.35 ล้านบาท** ลดลง 68% YoY จากกำไร 58.13 ล้านบาท โดยมีรายการพิเศษที่กระทบต่อผลประกอบการ
* **การเพิ่มทุน 249 ล้านบาทแล้วเสร็จ** เพื่อลดภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน รวมถึงรองรับการลงทุนในอนาคต
* **การต่ออายุสัมปทานเหมืองหินปูนและหินอ่อน 20 ปี** สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบในระยะยาว
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 3 เดือน (Q2/2566 vs Q2/2565):**
* รายได้รวมลดลง 12% มาอยู่ที่ 338.21 ล้านบาท
* ต้นทุนขายและบริการลดลง 6% มาอยู่ที่ 271.39 ล้านบาท
* อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25% เป็น 19%
* EBITDA ลดลง 46% มาอยู่ที่ 36.80 ล้านบาท
* ขาดทุนสุทธิ 4.03 ล้านบาท พลิกจากกำไร 25.94 ล้านบาท
**งวด 6 เดือน (6M/2566 vs 6M/2565):**
* รายได้รวมลดลง 2% มาอยู่ที่ 761.87 ล้านบาท
* ต้นทุนขายและบริการเพิ่มขึ้น 1% มาอยู่ที่ 579.95 ล้านบาท
* อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 26% เป็น 23%
* EBITDA ลดลง 24% มาอยู่ที่ 109.33 ล้านบาท
* ขาดทุนสุทธิ 18.35 ล้านบาท ลดลง 68% จากกำไร 58.13 ล้านบาท
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดส่งออก:** ต้นทุนการขนส่งกลับสู่ระดับปกติ และค่าเงินบาทอ่อนค่าช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขัน
* **การเติบโตในตลาดใหม่:** อุตสาหกรรมอิฐมวลเบา, เคมีภัณฑ์, การพัฒนาส่วนผสมผลิตภัณฑ์เพื่อการปรับสภาพหน้าดิน
* **การพัฒนาพลังงานชีวมวล:** มุ่งสู่การปล่อยคาร์บอนสุทธิเป็นศูนย์ภายในปี 2593
* **การเพิ่มกำลังการผลิต:** การลงทุนในสายการผลิตที่ 2 สำหรับผลิตภัณฑ์อิฐมวลเบาจะพร้อมใช้ใน Q3/2566
* **ความมั่นคงด้านวัตถุดิบ:** การต่ออายุสัมปทานเหมืองหินปูนและหินอ่อน 20 ปี
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนเชื้อเพลิงและพลังงานที่ผันผวน:** ยังคงเป็นความท้าทายสำคัญในครึ่งหลังของปี 2566 และปี 2567
* **การแข่งขันในตลาด:** การนำเข้าสินค้าทดแทน เช่น MSB ในตลาดโดไลม์ และการแข่งขันด้านราคา
* **อุปสงค์ในประเทศที่ยังไม่แน่นอน:** บางกลุ่มอุตสาหกรรม เช่น การก่อสร้างถนน และหินอ่อน ยังคงซบเซา
* **ความล่าช้าของโครงการ:** โครงการผลิตพลังงานไฟฟ้าด้วยแสงอาทิตย์โครงการสาม ขึ้นอยู่กับการได้รับใบอนุญาตและอนุมัติจาก BOI
* **ความผันผวนของค่าเงินบาท:** แม้ปัจจุบันจะช่วยส่งเสริมการส่งออก แต่การแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วอาจกระทบต่อการแข่งขัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนเชื้อเพลิงและพลังงาน:** จะส่งผลต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะต่อไป
* **ความสามารถในการส่งผ่านต้นทุนไปยังราคาขาย:** การปรับราคาขายจะสามารถครอบคลุมต้นทุนที่เพิ่มขึ้นได้มากน้อยเพียงใด
* **การเติบโตของตลาดส่งออก:** โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
* **ความคืบหน้าของโครงการลงทุน:** เช่น โซลาร์รูฟท็อปเพิ่มเติม และการสร้างเตาเผาใหม่ลำดับที่ 8
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** หลังจากการเพิ่มทุน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงปริมาณการขายผลิตภัณฑ์หลักจากเตา (ปูนขาวและปูนโดโลไมท์) ลดลง 27% YoY ซึ่งสะท้อนถึงอุปสงค์ที่ลดลงและอาจส่งผลต่อ Utilization Rate
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุถึง Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่สำหรับลูกค้ากลุ่มอิฐมวลเบาที่ทำผลงานได้ดี และคาดว่ายอดขายจะเพิ่มขึ้น
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนเชื้อเพลิง (ถ่านหิน, ปิโตรเลียมโค้ก) และค่าไฟฟ้าปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 25% ใน Q2/2565 เป็น 19% ใน Q2/2566
* **การส่งออก:** มีแนวโน้มดีขึ้นจากการกลับสู่ระดับปกติของต้นทุนขนส่ง และค่าเงินบาทอ่อนค่า
* **ค่าเงิน:** ค่าเงินบาทอ่อนค่า (34-35 บาท/ดอลลาร์สหรัฐ) ช่วยส่งเสริมการส่งออก แต่ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยจะลดลง และเงินบาทอาจแข็งค่าขึ้นในปี 2567
* **สินค้าคงคลัง:** มีการซื้อเชื้อเพลิงสำหรับการผลิตใน 3-4 เดือนข้างหน้า ซึ่งอาจส่งผลต่อระดับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.76% มาอยู่ที่ 2,201.49 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2566
* **หนี้สินรวม:** ลดลง 18% มาอยู่ที่ 1,217.89 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2566 จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืม
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** เพิ่มขึ้น 37% มาอยู่ที่ 983.60 ล้านบาท ณ สิ้น Q2/2566 จากการเพิ่มทุน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio):** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จาก 1.48 เท่า ณ สิ้นปี 2565 เป็น 1.24 เท่า ณ สิ้น Q2/2566 (คำนวณจาก Debt 1,217.89 / Equity 983.60)
* **กระแสเงินสดจากการดำเนินงาน:** สุทธิใช้ไป 5.58 ล้านบาทใน Q2/2566 เทียบกับได้มา 28.61 ล้านบาทใน Q2/2565 โดยมีสาเหตุจากการซื้อเชื้อเพลิงล่วงหน้าและยอดลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
* **กระแสเงินสดจากการลงทุน:** ใกล้เคียงปีก่อน
* **กระแสเงินสดจากการจัดหาเงิน:** ได้มา 9.57 ล้านบาทใน Q2/2566 เทียบกับใช้ไป 71.48 ล้านบาทใน Q2/2565 จากการเพิ่มทุนและการจ่ายคืนเงินกู้
## สรุปท้าย
SUTHA เผชิญความท้าทายด้านต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 2 ปี 2566 โดยเฉพาะต้นทุนเชื้อเพลิงและพลังงาน ซึ่งส่งผลให้บริษัทขาดทุนสุทธิและอัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมาก แม้จะมีความพยายามในการปรับขึ้นราคาขายและบริหารจัดการต้นทุน แต่ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบได้ทั้งหมด อย่างไรก็ตาม การเพิ่มทุนที่แล้วเสร็จจะช่วยลดภาระหนี้สินและต้นทุนทางการเงินในระยะยาว ประกอบกับโอกาสจากการฟื้นตัวของตลาดส่งออกและแผนการขยายตลาดใหม่ๆ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต แต่ยังคงต้องจับตาแนวโน้มต้นทุนพลังงานและกำลังซื้อในประเทศอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SUTHA ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
327.41
ล้านบาท
↑ 9.7% YoY
กำไรขั้นต้น
53.77
ล้านบาท
↓ 28.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.42
%
กำไรสุทธิ
-50.01
ล้านบาท
↑ 680.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-15.28
%
D/E Ratio
1.27
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
327
↑ + 9.7%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
54
↓ -28.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-50
↑ + 680.7%
YoY
D/E Ratio
1.27
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SUTHA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.27
ROE (%)
-0.91
ROA (%)
1.38
Book Value/หุ้น
2.93
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SUTHA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-86
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+90
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SUTHA
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-86.44
+171.48%
|
-31.84
-122.20%
|
143.44
-238.47%
|
-103.59
-239.29%
|
74.37
-66.68%
|
223.21
-23.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
90.43
+10,665.48%
|
0.84
-95.44%
|
18.44
+23.34%
|
14.95
-86.56%
|
111.26
-118.72%
|
-594.27
+733.01%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2.07
-96.12%
|
53.36
-146.70%
|
-114.25
-395.75%
|
38.63
-1,270.61%
|
-3.30
-100.78%
|
421.15
-339.37%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
6.05
-72.94%
|
22.36
-53.04%
|
47.62
-195.26%
|
-49.99
-159.03%
|
84.69
+69.08%
|
50.09
+12.46%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
44.71
-33.26%
|
66.99
+50.74%
|
44.44
+10.82%
|
40.10
-69.96%
|
133.48
+60.07%
|
83.39
+114.65%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
45.03
+0.72%
|
44.71
-33.26%
|
66.99
+50.74%
|
44.44
+10.82%
|
40.10
-69.96%
|
133.48
+60.07%
|