บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.90
0.20 (1.80%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16866 out_tok=3529 at=2026-07-26T06:02:09 -->
# SPRC พลิกขาดทุนสุทธิ Q4/65 เป็นกำไร 260 ล้านบาท รับค่าการกลั่นตลาดฟื้นตัว
## รายได้รวมเพิ่ม 14% YoY แม้ค่าการกลั่นทางบัญชีลดลงจากขาดทุนสต็อกน้ำมัน ขณะที่ปี 65 กำไรสุทธิพุ่ง 51%
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 260 ล้านบาท (0.06 บาทต่อหุ้น) เทียบกับขาดทุนสุทธิ 5,027 ล้านบาท (1.16 บาทต่อหุ้น) ในไตรมาสก่อนหน้า และมีรายได้รวม 65,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้จะเผชิญกับภาวะราคาน้ำมันดิบที่ลดลงต่อเนื่องในช่วงปลายไตรมาส ซึ่งส่งผลให้เกิดขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน แต่ค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวดีขึ้นจากการฟื้นตัวของความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพ ช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมของปี 2565 ให้มีกำไรสุทธิเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ SPRC พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2565 คือ **การฟื้นตัวของค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** แม้ว่าค่าการกลั่นทางบัญชี (Accounting GRM) จะติดลบจากการขาดทุนสต็อกน้ำมันก็ตาม โดยค่าการกลั่นตลาดเพิ่มขึ้นจาก -7.34 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 3/2565 เป็น 1.77 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/2565 และเมื่อพิจารณาค่าการกลั่นตลาดที่แท้จริง (ไม่รวมผลกระทบจากสต็อก) อยู่ที่ 5.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 4/2565 เทียบกับ 6.00 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งยังคงอยู่ในระดับที่ดี นอกจากนี้ การดำเนินงานในปี 2565 โดยรวมมีกำไรสุทธิ 222 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าการกลั่นตลาดที่แข็งแกร่งอย่างมีนัยสำคัญถึง 9.64 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2565 เทียบกับ 3.66 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในปี 2564
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของค่าการกลั่นตลาดในไตรมาส 4/2565 เกิดจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **ความต้องการผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่ปรับตัวดีขึ้น** โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซล ซึ่งได้รับแรงหนุนจากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ประการที่สองคือ **การบริหารจัดการการผลิตและการเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์** บริษัทฯ มีการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานและน้ำมันดีเซลเพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการเพิ่มมูลค่าจากน้ำมันเตาโดยนำไปใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับหน่วยแตกโมเลกุล และการเพิ่มปริมาณการผลิตยางมะตอยซึ่งมีมูลค่าสูงกว่าน้ำมันเตา ประการสุดท้ายคือ **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบ** โดยการจัดหาวัตถุดิบตั้งต้นที่เหมาะสม แม้ว่าราคาน้ำมันดิบจะลดลงในช่วงปลายไตรมาส ซึ่งส่งผลให้เกิดขาดทุนสต็อกน้ำมัน แต่การบริหารจัดการส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์กับน้ำมันดิบ (Market GRM) ยังคงแข็งแกร่ง
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 ค่าการกลั่นตลาดที่แข็งแกร่งเป็นผลมาจาก **อุปสงค์ที่แข็งแกร่งจากการผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทาง** และ **ความขัดแย้งระหว่างยูเครน-รัสเซีย** ซึ่งส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันที่ตึงตัว ทำให้ราคาน้ำมันและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเมื่อเทียบกับราคาน้ำมันดิบดูไบสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องติดตามปัจจัยเสี่ยง** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าค่าการกลั่นจะปรับตัวสูงขึ้นในปี 2566 โดยได้แรงหนุนจากส่วนต่างราคาแนฟทาและน้ำมันเบนซิน รวมถึงน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลกับน้ำมันดิบดูไบที่มีแนวโน้มดี จากความไม่แน่นอนของมาตรการคว่ำบาตรผลิตภัณฑ์น้ำมันรัสเซีย ปริมาณน้ำมันคงคลังที่ต่ำ และการซ่อมบำรุงโรงกลั่นบางแห่ง นอกจากนี้ การฟื้นตัวของความต้องการการบินระหว่างประเทศจะช่วยสนับสนุนส่วนต่างราคาน้ำมันอากาศยานและน้ำมันก๊าด อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงด้านลบยังคงมีอยู่จากภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลกที่อาจชะลอความต้องการใช้น้ำมัน และการสิ้นสุดฤดูหนาว รวมถึงการจำกัดราคาน้ำมันระดับกลางอาจกดดันส่วนต่างราคา
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ Q4/65:** บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 260 ล้านบาท (0.06 บาท/หุ้น) เทียบกับขาดทุน 5,027 ล้านบาท (1.16 บาท/หุ้น) ใน Q3/65
* **รายได้รวม Q4/65 เติบโต 14% YoY:** อยู่ที่ 65,706 ล้านบาท จากปริมาณการขายและราคาผลิตภัณฑ์ที่สูงขึ้น
* **ค่าการกลั่นตลาดฟื้นตัว:** อยู่ที่ 5.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลใน Q4/65 แม้ค่าการกลั่นทางบัญชีติดลบจากขาดทุนสต็อกน้ำมัน
* **ปี 2565 กำไรสุทธิพุ่ง 51%:** อยู่ที่ 222 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7,674 ล้านบาท) จากค่าการกลั่นตลาดที่แข็งแกร่ง
* **ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 163 พันบาร์เรลต่อวันใน Q4/65 คิดเป็น 93% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด
* **ค่าใช้จ่ายบริหารเพิ่มขึ้น:** ส่วนใหญ่จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2565 SPRC มีรายได้รวม 65,706 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นหลังจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (260 ล้านบาท) ในไตรมาสนี้ เนื่องจากผลกระทบจากการลดลงของราคาน้ำมันดิบในช่วงปลายไตรมาสที่ส่งผลให้เกิดขาดทุนสต็อกน้ำมัน แม้ว่าค่าการกลั่นตลาดจะยังคงอยู่ในระดับที่ดี
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 285,264 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 51% จากปีก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 222 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (7,674 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** โดยเฉพาะน้ำมันเครื่องบินและน้ำมันดีเซล จากการกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางทั่วโลก
* **แนวโน้มค่าการกลั่นที่คาดว่าจะดีขึ้น:** จากปัจจัยด้านอุปทานที่ตึงตัว และความต้องการที่เพิ่มขึ้นในบางผลิตภัณฑ์
* **การบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพ:** การเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์และการจัดหาวัตถุดิบที่เหมาะสมช่วยหนุนมาร์จิ้น
* **การเปิดประเทศของจีน:** คาดว่าจะส่งผลดีต่อความต้องการใช้น้ำมันในภูมิภาคเอเชีย
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกและภูมิรัฐศาสตร์อาจส่งผลกระทบต่อราคา
* **ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย:** อาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะได้รับผลบวกจากการแข็งค่าของเงินบาท แต่ความผันผวนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่นตลาด:** ติดตามส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ต่างๆ กับน้ำมันดิบดูไบ และผลกระทบจากอุปทานและอุปสงค์
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** ผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบต่อผลขาดทุน/กำไรจากสต็อก
* **ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วไหล และค่าใช้จ่ายในการเปลี่ยนตัวเร่งปฏิกิริยา
* **การดำเนินงานของโรงกลั่น:** การหยุดซ่อมบำรุงตามแผน และการบริหารกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการ
* **แนวโน้มเศรษฐกิจโลกและจีน:** ผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันโดยรวม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity และส่วนต่างราคา (Margin):** ในไตรมาส 4/2565 ราคาอ้างอิงตลาดสิงคโปร์ส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า เช่น น้ำมันดิบดูไบที่ลดลง 11.91 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล อย่างไรก็ตาม ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำคัญๆ เช่น น้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลกับน้ำมันดิบดูไบยังคงเพิ่มขึ้น สะท้อนถึงอุปสงค์ที่แข็งแกร่งในบางผลิตภัณฑ์ ในขณะที่ส่วนต่างราคาน้ำมันเบนซินกับน้ำมันดิบดูไบลดลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าการกลั่นทางบัญชี แต่ค่าการกลั่นตลาดที่ 5.39 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ยังคงแสดงถึงความสามารถในการทำกำไรจากการกลั่น
**ปริมาณการผลิตและขาย:** ปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 163.2 พันบาร์เรลต่อวัน หรือ 93% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าไตรมาสก่อนหน้า (155.4 พันบาร์เรลต่อวัน, 89%) และสูงกว่าปีก่อน (139.2 พันบาร์เรลต่อวัน, 80%) แสดงถึงการบริหารจัดการกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการภายในประเทศและเพื่อประโยชน์สูงสุด ปริมาณการผลิตผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมโดยรวมในไตรมาส 4/65 อยู่ที่ 15,178 พันบาร์เรล ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า (15,958 พันบาร์เรล) แต่สูงกว่าปีก่อน (14,342 พันบาร์เรล)
**ต้นทุนต่อหน่วย:** เอกสารไม่ได้ระบุต้นทุนต่อหน่วยของผลิตภัณฑ์โดยตรง แต่มีการกล่าวถึงต้นทุนขายที่ลดลงใน Q4/65 เมื่อเทียบกับ Q3/65 เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงและการกลับรายการผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน
**โครงการลงทุน:** มีการกล่าวถึงการลงทุนในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพความเชื่อถือได้ของโรงกลั่นน้ำมัน และปรับปรุงสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการใช้เงินสดในกิจกรรมลงทุน
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มีการกล่าวถึงการปรับเพิ่มปริมาณการสำรองน้ำมันตามกฎหมายจาก 4% เป็น 5% และ 7% ซึ่งส่งผลต่อปริมาณสินค้าคงคลังที่เพิ่มขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 สินทรัพย์รวมของ SPRC อยู่ที่ 1,817 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (63,288 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้า ขณะที่เงินสดลดลงจากการจ่ายเงินปันผลและชำระคืนเงินกู้ยืมระยะยาว หนี้สินรวมลดลงเล็กน้อย โดยหนี้สินหมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อรองรับเงินทุนหมุนเวียน ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากกำไรสุทธิในปี 2565
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานในปี 2565 อยู่ที่ 13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (156 ล้านบาท) ซึ่งลดลงอย่างมากจากปีก่อนหน้า (121 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) โดยหลักมาจากการใช้เงินสดไปกับสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีกำไรสุทธิที่สูงขึ้นก็ตาม กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนอยู่ที่ 8 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (278 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในโครงการปรับปรุงโรงกลั่นและสิ่งแวดล้อม กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินอยู่ที่ 91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (3,298 ล้านบาท) จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนสภาพคล่องอยู่ที่ 1.6 เท่า ทรงตัวจากปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า ลดลงจาก 0.7 เท่าในปี 2564 แสดงถึงการบริหารจัดการหนี้สินที่ดีขึ้น
## สรุปท้าย
SPRC สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 4/2565 ได้สำเร็จ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากค่าการกลั่นตลาดที่ฟื้นตัวจากการกลับมาของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและการบริหารจัดการการผลิตที่มีประสิทธิภาพ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน การดำเนินงานในปี 2565 โดยรวมแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของกำไรอย่างมีนัยสำคัญจากค่าการกลั่นที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มค่าการกลั่นที่อาจได้รับแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว และความเสี่ยงด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมพลังงาน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPRC ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
1,778.46
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-1,693.04
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-95.20
%
กำไรสุทธิ
33.46
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.88
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,778
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1,693
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
33
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
6.67
ROA (%)
5.20
Book Value/หุ้น
10.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-63
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
17.41
-106.71%
|
-259.49
-95.39%
|
-5,628.77
+1,938.89%
|
-276.07
-107.30%
|
3,781.85
-361.26%
|
-1,447.52
+289,404.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-63.08
-68.31%
|
-199.05
+797.83%
|
-22.17
-92.03%
|
-278.26
+169.29%
|
-103.33
-70.44%
|
-349.57
+319.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.80
-100.85%
|
-94.16
-103.76%
|
2,506.73
+224.53%
|
772.43
-127.16%
|
-2,843.97
-185.00%
|
3,346.02
+1,532.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.50
-105.78%
|
-8.65
-176.21%
|
11.35
|
0.00
-100.00%
|
834.56
-46.12%
|
1,548.92
+1,178.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.83
-57.87%
|
39.95
+1,741.01%
|
2.17
-99.93%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+8,001.44%
|
20.18
+788.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
30.75
+82.71%
|
16.83
+22.94%
|
13.69
+529.48%
|
0.00
-100.00%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+1,223.46%
|