บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.90
0.20 (1.80%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18001 out_tok=2938 at=2026-07-26T05:40:05 -->
# SPRC พลิกขาดทุน Q3/66 สู่กำไร 4,245 ล้านบาท รับแรงหนุนค่าการกลั่นตลาดพุ่ง
## รายได้และกำไรฟื้นตัวโดดเด่นจากค่าการกลั่นตลาดที่สูงขึ้น ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,245 ล้านบาท (120 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) เทียบกับขาดทุนสุทธิ 2,105 ล้านบาท (61 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่ดีขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ SPRC พลิกจากขาดทุนในไตรมาส 2 มามีกำไรสุทธิ 4,245 ล้านบาทในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของค่าการกลั่นตลาด (Market GRM)** ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 1.34 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนหน้า มาอยู่ที่ 8.36 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาสนี้ ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัทฯ นอกจากนี้ **กำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain)** ที่เกิดขึ้นจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันดิบก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การฟื้นตัวของค่าการกลั่นตลาดเกิดจาก **ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปต่อน้ำมันดิบที่เพิ่มสูงขึ้น** โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน ซึ่งเป็นผลมาจากอุปทานผลิตภัณฑ์ที่ตึงตัวและความต้องการที่เพิ่มขึ้นในช่วงฤดูท่องเที่ยวในหน้าร้อน ประกอบกับการหยุดเพื่อบำรุงรักษาโรงกลั่นและการลดปริมาณการส่งออกของประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ เช่น ซาอุดีอาระเบียและรัสเซีย ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งส่งผลให้เกิดกำไรจากสต็อกน้ำมันจากการตีราคาสินค้าคงคลังตามราคาตลาดที่สูงขึ้น
ในส่วนของการดำเนินงาน บริษัทฯ ยังคงรักษา **ประสิทธิภาพการผลิต** ผ่านโครงการปรับปรุงผลกำไร (BLIP) รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า โดยเฉพาะการตั้งสำรองสินค้าล้าสมัยที่ลดลง และการลดลงของค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วเมื่อเทียบกับปีก่อน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าค่าการกลั่นตลาดจะปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในไตรมาส 3 แต่แนวโน้มตลาดน้ำมันในไตรมาส 4 และปีหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง โดยฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันบางชนิด เช่น น้ำมันเบนซิน อาจอ่อนตัวลงในช่วงปลายปี จากอุปทานที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของความต้องการตามฤดูกาล อย่างไรก็ตาม ความต้องการน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซลยังคงมีแนวโน้มที่ดีจากการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศและการเข้าสู่ฤดูหนาวตามลำดับ การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัทฯ ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ 4,245 ล้านบาท:** เทียบกับขาดทุน 2,105 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า
* **ค่าการกลั่นตลาดพุ่ง 8.36 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล:** เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.34 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรลใน Q2/66
* **กำไรจากสต็อกน้ำมันหนุน:** จากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น
* **ปริมาณการกลั่นลดลงเล็กน้อย:** อยู่ที่ 139 พันบาร์เรลต่อวัน (80% Utilization) จากการหยุดซ่อมบำรุงหน่วย DHTU และ RFCCU
* **รายได้รวม 61,107 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 7,224 ล้านบาท หรือ 13.4% จากไตรมาสก่อนหน้า
* **ต้นทุนขายลดลง:** สอดคล้องกับปริมาณการกลั่นที่ลดลง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2566 SPRC มีรายได้รวม 61,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7,224 ล้านบาท หรือ 13.4% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2566 โดยได้รับแรงหนุนจากราคาน้ำมันเฉลี่ยที่สูงขึ้น แม้ว่าปริมาณขายจะลดลงเล็กน้อยจากการหยุดซ่อมบำรุงหน่วยผลิตบางส่วน ในขณะที่ต้นทุนขายลดลง 620 ล้านบาท หรือ 1.1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ส่งผลให้กำไรขั้นต้นพลิกกลับมาเป็นบวกที่ 5,739 ล้านบาท จากขาดทุนขั้นต้น 2,106 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า เมื่อรวมรายการอื่นๆ เช่น รายได้อื่น กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน และภาษีเงินได้นิติบุคคล ทำให้บริษัทฯ มีกำไรสุทธิ 4,245 ล้านบาท
เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2565 รายได้รวมลดลง 15,039 ล้านบาท หรือ 19.8% เนื่องจากปริมาณการขายที่ลดลงและราคาน้ำมันเฉลี่ยที่ต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 4,245 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 5,027 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรับรู้กำไรจากสต็อกน้ำมันที่สูงขึ้นในไตรมาสนี้ เทียบกับขาดทุนจากสต็อกน้ำมันและผลขาดทุนสุทธิจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 174,120 ล้านบาท ลดลง 45,438 ล้านบาท หรือ 20.7% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิ 3,359 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก 7,414 ล้านบาทในงวด 9 เดือนแรกปี 2565 ซึ่งเป็นผลจากค่าการกลั่นตลาดที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน:** การเดินทางทางอากาศที่แข็งแกร่งในช่วงฤดูร้อนและการยกเลิกข้อจำกัดการเดินทางของจีน ส่งผลดีต่อความต้องการน้ำมันอากาศยาน
* **ความต้องการน้ำมันดีเซลและน้ำมันเตา:** การเข้าสู่ฤดูหนาวในซีกโลกเหนือ และความต้องการใช้ผลิตไฟฟ้าในตะวันออกกลาง ยังคงสนับสนุนส่วนต่างราคา
* **โครงการปรับปรุงผลกำไร (BLIP):** ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและเพิ่มค่าการกลั่นอย่างต่อเนื่อง
* **การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่:** การลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม (SFHC และ SFLC) อาจเป็นโอกาสในการขยายธุรกิจในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** การเปลี่ยนแปลงของอุปทานและอุปสงค์ทั่วโลก รวมถึงปัจจัยทางภูมิรัฐศาสตร์ อาจส่งผลกระทบต่อค่าการกลั่นและผลกำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอย:** ความกังวลต่อเศรษฐกิจถดถอยในจีนและยุโรป อาจกดดันอุปสงค์น้ำมันในระยะยาว
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎหมายและข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อม อาจเพิ่มต้นทุนการดำเนินงาน
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** ความผันผวนของค่าเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่นตลาด:** การเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันต่างๆ ในไตรมาส 4/66 และปี 2567
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและต้นทุนวัตถุดิบ
* **แผนการหยุดซ่อมบำรุงโรงกลั่น:** ผลกระทบต่อปริมาณการผลิตและอุปทานผลิตภัณฑ์
* **การดำเนินงานของบริษัทร่วมทุนใหม่:** ความคืบหน้าและผลกระทบต่อภาพรวมของบริษัทฯ
* **สถานการณ์อุปทานน้ำมันดิบ:** การตัดสินใจของกลุ่ม OPEC+ และผลกระทบต่อราคาน้ำมันดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity และส่วนต่างราคา (Spreads):** ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบใน Q3/66 อยู่ที่ 86.63 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก Q2/66 โดยได้แรงหนุนจากการลดกำลังการผลิตของ OPEC+ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในจีน ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำคัญปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันดีเซล (26.93 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) และน้ำมันอากาศยาน (26.07 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักที่ผลักดันค่าการกลั่นตลาดให้สูงขึ้น
**ปริมาณการผลิตและกำลังการผลิต:** ปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นใน Q3/66 อยู่ที่ 139 พันบาร์เรลต่อวัน หรือ 80% ของกำลังการกลั่น ลดลงจาก 91% ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากการหยุดหน่วย DHTU เพื่อเปลี่ยนตัวเร่งปฏิกิริยาและหยุดซ่อมบำรุงหน่วย RFCCU อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงรักษาประสิทธิภาพการผลิตและผลิตยางมะตอยในปริมาณมากเพื่อเพิ่มมูลค่า
**โครงการลงทุน:** การจัดตั้งบริษัทร่วมทุนใหม่ SFHC และ SFLC เป็นส่วนหนึ่งของแผนการลงทุนในธุรกิจจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม ซึ่งจะส่งผลต่อโครงสร้างการลงทุนในอนาคต
**กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มีการกล่าวถึงการผลิตน้ำมันดีเซลเกรด Euro 5 ซึ่งสอดคล้องกับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 68,842 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2565 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและเงินจ่ายล่วงหน้า แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากการลดลงของลูกหนี้การค้า หนี้สินรวมลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว และการลดลงของหนี้สินหมุนเวียนอื่น แต่ถูกหักล้างบางส่วนจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและภาษีเงินได้ค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจากการบันทึกกำไรสุทธิในงวด 9 เดือนแรกปี 2566
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 9 เดือนแรกปี 2566 อยู่ที่ 5,963 ล้านบาท โดยหลักมาจากกำไรสุทธิและเงินสดที่ได้จากหนี้สินดำเนินงาน แม้จะมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน (โครงการย่อยด้านสิ่งแวดล้อมและ IT) และกิจกรรมจัดหาเงิน (การชำระคืนเงินกู้และจ่ายเงินปันผล) แต่บริษัทฯ ยังคงมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดที่เพียงพอ
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
SPRC พลิกสถานการณ์กลับมามีกำไรสุทธิอย่างโดดเด่นในไตรมาส 3 ปี 2566 จากแรงหนุนของค่าการกลั่นตลาดที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิตที่ดี อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของแนวโน้มราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านราคาและความผันผวนของตลาดจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาผลประกอบการที่ดีอย่างต่อเนื่องในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPRC ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
1,778.46
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-1,693.04
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-95.20
%
กำไรสุทธิ
33.46
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.88
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,778
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1,693
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
33
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
6.67
ROA (%)
5.20
Book Value/หุ้น
10.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-63
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
17.41
-106.71%
|
-259.49
-95.39%
|
-5,628.77
+1,938.89%
|
-276.07
-107.30%
|
3,781.85
-361.26%
|
-1,447.52
+289,404.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-63.08
-68.31%
|
-199.05
+797.83%
|
-22.17
-92.03%
|
-278.26
+169.29%
|
-103.33
-70.44%
|
-349.57
+319.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.80
-100.85%
|
-94.16
-103.76%
|
2,506.73
+224.53%
|
772.43
-127.16%
|
-2,843.97
-185.00%
|
3,346.02
+1,532.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.50
-105.78%
|
-8.65
-176.21%
|
11.35
|
0.00
-100.00%
|
834.56
-46.12%
|
1,548.92
+1,178.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.83
-57.87%
|
39.95
+1,741.01%
|
2.17
-99.93%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+8,001.44%
|
20.18
+788.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
30.75
+82.71%
|
16.83
+22.94%
|
13.69
+529.48%
|
0.00
-100.00%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+1,223.46%
|