บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.90
0.20 (1.80%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16785 out_tok=3293 at=2026-07-26T05:36:00 -->
# SPRC พลิกขาดทุนสุทธิ Q3/65 รับผลกระทบราคาน้ำมันดิ่ง-ค่าการกลั่นหด
## รายได้รวมหดตัวตามราคา แต่กำไรจากการกลั่นตลาดดีขึ้นเมื่อเทียบปีก่อน ขณะที่ผลขาดทุนสต็อกน้ำมันกดดันภาพรวม
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกขาดทุนสุทธิ 137 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 5,027 ล้านบาท) เทียบกับกำไร 206 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 7,156 ล้านบาท) ในไตรมาสก่อนหน้า โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนสต็อกน้ำมันจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม เมื่อพิจารณาเฉพาะค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ที่ไม่รวมผลกระทบจากสต็อก พบว่ายังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ SPRC ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ คือ **ผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน (Stock Loss) จำนวนมาก** อันเป็นผลมาจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือจากการลดลงของราคาน้ำมันดิบ โดยเฉพาะในช่วงปลายไตรมาส ส่งผลให้ค่าการกลั่นทางบัญชี (Accounting GRM) ติดลบถึง (7.34) ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จากที่เคยเป็นบวก 22.93 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนหน้า แม้ว่าค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) ซึ่งไม่รวมผลกระทบจากสต็อก จะยังคงมีกำไรที่ 6.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล แต่ก็ลดลงจาก 18.92 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรลในไตรมาสก่อนหน้า
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การลดลงอย่างต่อเนื่องของราคาน้ำมันดิบตั้งแต่เดือนกรกฎาคม เป็นปัจจัยหลักที่กดดันผลประกอบการ โดยความกังวลด้านอุปทานได้เปลี่ยนไปสู่ความวิตกต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย การล็อกดาวน์ในจีน ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ที่แข็งค่าขึ้น และความกังวลต่อเศรษฐกิจโลก ล้วนส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงปลายไตรมาส ทำให้มูลค่าของน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่อยู่ในคลังสินค้าลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสต็อก นอกจากนี้ ค่าการกลั่นตลาดที่ลดลงยังมาจากส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปต่อน้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลง เนื่องจากความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ลดลง ปริมาณน้ำมันชนิดเบาคงคลังที่สูงในสหรัฐฯ และสิงคโปร์ รวมถึงความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีแนวโน้มที่จะดีขึ้นในไตรมาสถัดไป ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าค่าการกลั่นจะได้รับแรงหนุนจากตลาดผลิตภัณฑ์การกลั่นชนิดกลางที่ยังคงแข็งแกร่งในไตรมาสที่สี่ แม้จะมีความเสี่ยงจากโควตาการส่งออกน้ำมันเพิ่มเติมจากจีนก็ตาม โดยคาดว่าอัตรากำไรของโรงกลั่นจะยังคงแข็งแกร่งเมื่อเทียบปีต่อปี จากปริมาณน้ำมันคงคลังผลิตภัณฑ์ขั้นกลางที่อยู่ในระดับต่ำ และอุปสงค์จากการนำเข้าน้ำมันจากยุโรป อย่างไรก็ตาม ความผันผวนของราคาและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 137 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (5,027 ล้านบาท)** ใน Q3/65 พลิกจากกำไร 206 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (7,156 ล้านบาท) ใน Q2/65
* **ค่าการกลั่นทางบัญชีติดลบ (7.34) ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล** จากผลขาดทุนสต็อกน้ำมันจำนวนมาก
* **ค่าการกลั่นตลาดอยู่ที่ 6.00 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล** ลดลงจาก 18.92 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรลใน Q2/65 แต่สูงกว่า 2.34 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรลใน Q3/64
* **รายได้รวม 2,082 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (76,146 ล้านบาท)** ลดลง 8% จาก Q2/65 แต่เพิ่มขึ้น 67% จาก Q3/64
* **ปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่น 155.4 พันบาร์เรล/วัน** หรือ 89% ของกำลังการกลั่น ใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า
* **ค่าเงินบาทอ่อนค่า** ส่งผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน 17 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 2,082 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (76,146 ล้านบาท) ลดลง 8% จาก 2,254 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (78,008 ล้านบาท) ในไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยลดลง แม้ว่าปริมาณการขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปี 2564 รายได้รวมเพิ่มขึ้นถึง 67% จากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยที่สูงขึ้นและการฟื้นตัวของปริมาณการขายหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
ผลประกอบการพลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 137 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (5,027 ล้านบาท) ในไตรมาส 3 ปี 2565 เทียบกับกำไร 206 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (7,156 ล้านบาท) ในไตรมาส 2 ปี 2565 และขาดทุน 140 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (5,140 ล้านบาท) ในไตรมาส 3 ปี 2564 สาเหตุหลักมาจากผลขาดทุนสต็อกน้ำมันจำนวนมาก
สำหรับงวด 9 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 6,303 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (219,558 ล้านบาท) เพิ่มขึ้น 67% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 229 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (7,414 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 94 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (2,892 ล้านบาท) ในปีก่อนหน้า ซึ่งได้รับแรงหนุนจากค่าการกลั่นตลาดที่แข็งแกร่งและกำไรจากสต็อกน้ำมัน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** การกลับมาของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทางหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 หนุนปริมาณการขายทั้งในประเทศและส่งออก
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางชนิดยังคงแข็งแกร่ง:** โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยาน ได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัวจากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน และความต้องการที่ฟื้นตัว
* **การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต:** บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นการเพิ่มผลิตภัณฑ์การกลั่นระดับกลางและเพิ่มประสิทธิภาพวัตถุดิบนำเข้าเพื่อให้อัตรากำไรสูงสุด
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก นโยบายโควิดเป็นศูนย์ของจีน และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อาจกดดันราคาน้ำมันและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์
* **ผลขาดทุนสต็อกน้ำมัน:** การลดลงอย่างรวดเร็วของราคาน้ำมันดิบอาจส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากการปรับมูลค่าสินค้าคงเหลือได้อีก
* **การแข่งขันและอุปทานส่วนเกิน:** การประกาศโควตาการส่งออกน้ำมันเพิ่มเติมจากจีนอาจส่งผลกระทบต่อค่าการกลั่นทั่วโลก
* **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** ค่าเงินบาทที่อ่อนค่าอย่างต่อเนื่องส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมในไตรมาส 4/65
* ผลกระทบจากโควตาการส่งออกน้ำมันเพิ่มเติมของจีนต่อค่าการกลั่น
* การบริหารจัดการสต็อกน้ำมันเพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคา
* แนวโน้มค่าเงินบาทและการบริหารความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน
* การฟื้นตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์น้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity/ASP:** ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบใน Q3/65 อยู่ที่ 96.68 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรล ลดลงจาก 108.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ/บาร์เรลใน Q2/65 ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลักๆ เช่น น้ำมันเบนซิน, น้ำมันอากาศยาน, น้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่เมื่อเทียบกับ Q3/64 ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลายชนิดยังคงเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน
* **ปริมาณขาย-ผลิต:** ปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นอยู่ที่ 155.4 พันบาร์เรลต่อวัน (89% ของกำลังการกลั่น) ใกล้เคียงไตรมาสก่อนหน้า ปริมาณการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมรวม 16.6 ล้านบาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก 15.6 ล้านบาร์เรลใน Q2/65 และ 13.1 ล้านบาร์เรลใน Q3/64
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 13% จาก Q2/65 และ 81% จาก Q3/64 โดยส่วนหนึ่งมาจากปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น และผลขาดทุนจากการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ
* **กำลังการผลิต:** อัตราการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นอยู่ที่ 89% ใน Q3/65 ซึ่งใกล้เคียงกับ 89% ใน Q2/65 และสูงกว่า 74% ใน Q3/64
* **โครงการลงทุน:** มีการลงทุนในโครงการเพิ่มประสิทธิภาพความเชื่อถือได้ของโรงกลั่นน้ำมัน และปรับปรุงสิ่งแวดล้อม
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มีการกล่าวถึงการปรับลดอัตราภาษีสรรพสามิตน้ำมันดีเซลเพื่อควบคุมราคาขายปลีก
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 1,980 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (42,544 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า ขณะที่เงินสดลดลงจากการจ่ายเงินปันผลและชำระคืนเงินกู้
* **หนี้สินรวม:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 1,282 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (26,503 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 ก.ย. 65 อยู่ที่ 696 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (16,031 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 จากกำไรสุทธิที่เกิดขึ้น หักลบด้วยเงินปันผลจ่าย
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.8 เท่า ใกล้เคียงกับช่วงก่อนหน้า
* **กระแสเงินสด:** 9M/65 มีเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 28 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (361 ล้านบาท) โดยมีเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (146 ล้านบาท) และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 110 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (4,010 ล้านบาท) ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 86 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (3,796 ล้านบาท)
## สรุปท้าย
SPRC เผชิญกับผลขาดทุนสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 จากผลกระทบโดยตรงของราคาน้ำมันดิบที่ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดผลขาดทุนสต็อกน้ำมันจำนวนมาก แม้ว่าค่าการกลั่นตลาดจะยังคงมีกำไรและดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่ก็ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยกดดันจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและความผันผวนของราคาเป็นความเสี่ยงสำคัญที่ต้องจับตา อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมและการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพจะเป็นโอกาสในการพลิกฟื้นผลประกอบการในระยะต่อไป โดยเฉพาะเมื่อแนวโน้มค่าการกลั่นคาดว่าจะยังคงแข็งแกร่งในไตรมาส 4/65 แม้จะมีความไม่แน่นอนจากปัจจัยภายนอกอยู่บ้าง
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPRC ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
1,778.46
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-1,693.04
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-95.20
%
กำไรสุทธิ
33.46
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.88
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,778
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1,693
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
33
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
6.67
ROA (%)
5.20
Book Value/หุ้น
10.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-63
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
17.41
-106.71%
|
-259.49
-95.39%
|
-5,628.77
+1,938.89%
|
-276.07
-107.30%
|
3,781.85
-361.26%
|
-1,447.52
+289,404.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-63.08
-68.31%
|
-199.05
+797.83%
|
-22.17
-92.03%
|
-278.26
+169.29%
|
-103.33
-70.44%
|
-349.57
+319.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.80
-100.85%
|
-94.16
-103.76%
|
2,506.73
+224.53%
|
772.43
-127.16%
|
-2,843.97
-185.00%
|
3,346.02
+1,532.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.50
-105.78%
|
-8.65
-176.21%
|
11.35
|
0.00
-100.00%
|
834.56
-46.12%
|
1,548.92
+1,178.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.83
-57.87%
|
39.95
+1,741.01%
|
2.17
-99.93%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+8,001.44%
|
20.18
+788.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
30.75
+82.71%
|
16.83
+22.94%
|
13.69
+529.48%
|
0.00
-100.00%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+1,223.46%
|