บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.90
0.20 (1.80%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16569 out_tok=3039 at=2026-07-26T05:49:53 -->
# SPRC กำไรสุทธิ Q2/65 พุ่ง 7 เท่า YoY รับค่าการกลั่นตลาดพุ่งแรง
## รายได้-กำไรโตเด่น รับอานิสงส์ราคาน้ำมันดิบ-ผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปพุ่งสูง สวนทางต้นทุนดำเนินงานลดลง
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 7,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 6,383 ล้านบาท หรือกว่า 7 เท่าตัวเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ลดลง ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานแข็งแกร่งขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPRC ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การพุ่งขึ้นอย่างก้าวกระโดดของค่าการกลั่นตลาด (Market GRM) และการมีกำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain)** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากสภาวะตลาดน้ำมันโลกที่ผันผวนและตึงตัว
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **ค่าการกลั่นตลาดพุ่งสูง:** ปัจจัยหลักมาจากความขัดแย้งระหว่างยูเครนและรัสเซียที่ส่งผลกระทบต่ออุปทานน้ำมันดิบทั่วโลก ประกอบกับการฟื้นตัวของความต้องการใช้น้ำมันจากการผ่อนคลายข้อจำกัดการเดินทาง ทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปต่อน้ำมันดิบ (Refining Margin) ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์ขั้นกลาง เช่น น้ำมันเบนซิน น้ำมันดีเซล และน้ำมันอากาศยาน ค่าการกลั่นตลาดของ SPRC ในไตรมาส 2/65 อยู่ที่ 18.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 8.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 1/65 และ 2.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 2/64
2. **กำไรจากสต็อกน้ำมัน:** การที่ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในไตรมาสนี้ ส่งผลให้ SPRC มีกำไรจากการตีราคาสต็อกน้ำมัน ณ สิ้นงวด (Stock Gain Net NRV) จำนวน 57 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งช่วยหนุนผลกำไรโดยรวม
3. **ต้นทุนดำเนินงานลดลง:** ในขณะที่รายได้และมาร์จินปรับตัวดีขึ้น SPRC ยังสามารถบริหารจัดการต้นทุนดำเนินงานได้ดี โดยค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำมันรั่วในปีที่ผ่านมาที่ลดลง
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่องในระดับหนึ่ง แต่ต้องจับตาความผันผวนของตลาด:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าค่าการกลั่นในอนาคตจะยังคงแข็งแกร่งในระดับสูง โดยได้รับแรงหนุนจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลักต่อน้ำมันดิบดูไบที่ยังคงสูง โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยาน เนื่องจากอุปทานที่ตึงตัว อย่างไรก็ตาม ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก และนโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นของธนาคารกลางต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันในระยะต่อไป นอกจากนี้ การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตโรงกลั่น และการกลับมาของอุปทานน้ำมันรัสเซียในตลาดโลก อาจเป็นปัจจัยกดดันค่าการกลั่นได้เช่นกัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิพุ่งแรง:** กำไรสุทธิใน Q2/65 อยู่ที่ 7,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6,383 ล้านบาท หรือ 730% เมื่อเทียบกับ Q2/64 ที่มีกำไร 773 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 71%:** รายได้รวมใน Q2/65 อยู่ที่ 78,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจาก 41,545 ล้านบาทใน Q2/64
* **ค่าการกลั่นตลาดพุ่งสูง:** ค่าการกลั่นตลาดอยู่ที่ 18.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 2.65 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลใน Q2/64
* **ปริมาณการกลั่นเพิ่มขึ้น:** ปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นอยู่ที่ 156 พันบาร์เรลต่อวัน หรือ 89% ของกำลังการผลิต เพิ่มขึ้นจาก 135.3 พันบาร์เรลต่อวัน (77%) ใน Q2/64
* **ต้นทุนดำเนินงานลดลง:** ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับ Q1/65 ที่มีค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่ว
## ภาพรวมผลประกอบการ
SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 ที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง โดยมีรายได้รวม 78,008 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 71% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันสำเร็จรูปเฉลี่ยและการเพิ่มขึ้นของปริมาณการขายในประเทศที่สอดคล้องกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและภาคการท่องเที่ยว กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 1,315 ล้านบาทใน Q2/64 เป็น 9,939 ล้านบาทใน Q2/65 สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพท่ามกลางราคาน้ำมันที่สูงขึ้น กำไรสุทธิพุ่งสูงถึง 7,156 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 773 ล้านบาทใน Q2/64
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 143,412 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 67% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรสุทธิ 12,440 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจาก 2,779 ล้านบาทในปีก่อนหน้า
## โอกาส
* **ค่าการกลั่นที่ยังคงอยู่ในระดับสูง:** แนวโน้มค่าการกลั่นที่คาดว่าจะยังคงแข็งแกร่งจากอุปทานที่ตึงตัวและส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลักที่สูง จะเป็นปัจจัยหนุนผลประกอบการอย่างต่อเนื่อง
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์:** การฟื้นตัวของอุปสงค์น้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและน้ำมันดีเซล จากการเดินทางระหว่างประเทศที่เพิ่มขึ้น จะช่วยสนับสนุนปริมาณการขาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนดำเนินงานให้มีประสิทธิภาพ จะช่วยเพิ่มความสามารถในการทำกำไร
* **การปรับปรุงกำลังการผลิต:** การเพิ่มกำลังการผลิตและการใช้ประโยชน์จากโรงกลั่นที่สูงขึ้น จะช่วยเพิ่มปริมาณการขายและรายได้
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปมีความผันผวนสูงตามปัจจัยด้านภูมิรัฐศาสตร์ เศรษฐกิจ และอุปทาน-อุปสงค์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อส่วนต่างกำไร
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอย:** ความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันในระยะกลางถึงยาว
* **นโยบายการเงินที่เข้มงวด:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางต่างๆ เพื่อควบคุมเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจและกำลังซื้อ
* **กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการดำเนินงานและการลงทุนในอนาคต
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การเพิ่มขึ้นของกำลังการผลิตโรงกลั่นใหม่ๆ หรือการกลับมาของอุปทาน อาจเพิ่มแรงกดดันด้านการแข่งขัน
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่นตลาด:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปต่อน้ำมันดิบ และปัจจัยที่ส่งผลกระทบ เช่น อุปทาน-อุปสงค์ และสภาวะเศรษฐกิจโลก
* **ปริมาณการผลิตและการขาย:** การบริหารจัดการกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด และการขยายตลาดส่งออก
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** ผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันต่อมูลค่าสต็อก และการบริหารจัดการความเสี่ยงจากความผันผวนของราคา
* **การดำเนินงานของโรงกลั่นคู่แข่ง:** การเปิดเดินเครื่องโรงกลั่นใหม่ หรือการกลับมาของกำลังการผลิตที่เคยหยุดไป
* **ผลกระทบจากนโยบายพลังงาน:** การเปลี่ยนแปลงนโยบายของรัฐบาลที่เกี่ยวข้องกับราคาพลังงานและภาษี
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
SPRC ในไตรมาส 2/65 ได้รับอานิสงส์อย่างเต็มที่จากสภาวะตลาดน้ำมันที่เอื้ออำนวย โดยเฉพาะค่าการกลั่นตลาดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สะท้อนจากตัวเลขค่าการกลั่นตลาดที่ 18.92 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ซึ่งสูงกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมาก ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากความตึงตัวของอุปทานน้ำมันดิบจากการคว่ำบาตรทางภูมิรัฐศาสตร์ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม โดยเฉพาะน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซล จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทางทั่วโลก
ปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นของบริษัทฯ อยู่ที่ 156 พันบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 89% ของกำลังการผลิต ซึ่งเป็นการใช้กำลังการผลิตที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า สะท้อนถึงความสามารถในการปรับตัวเพื่อตอบสนองความต้องการของตลาด รายได้จากการขายผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมเพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่น โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน น้ำมันอากาศยาน และน้ำมันดีเซล ซึ่งเป็นกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่ได้รับอานิสงส์จากราคาที่สูงขึ้นและอุปสงค์ที่ฟื้นตัว
ในด้านต้นทุนขาย แม้จะปรับตัวสูงขึ้นตามปริมาณการขายและราคาน้ำมันดิบ แต่การบริหารจัดการต้นทุนโดยรวมยังคงมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในการบริหารที่ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งช่วยหนุนอัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิให้เติบโตได้อย่างแข็งแกร่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 สินทรัพย์รวมของ SPRC อยู่ที่ 2,339 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 82,939 ล้านบาท) เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2564 โดยมีสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นอย่างมากจากการเพิ่มขึ้นของมูลค่าสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า ซึ่งสอดคล้องกับราคาน้ำมันที่สูงขึ้นและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้น
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นเล็กน้อย โดยมีเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้นตามปริมาณการซื้อน้ำมันดิบที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม หนี้สินระยะยาวลดลงจากการชำระคืนเงินกู้ยืม
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากผลกำไรสุทธิที่เกิดขึ้นในช่วง 6 เดือนแรกของปี 2565
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานใน 6 เดือนแรกปี 2565 อยู่ที่ 71 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (2,503 ล้านบาท) ซึ่งเป็นผลมาจากกำไรสุทธิที่สูงและการบริหารจัดการหนี้สินดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น แม้จะมีเงินสดใช้ไปกับการลงทุนและกิจกรรมจัดหาเงิน (การชำระคืนเงินกู้และจ่ายเงินปันผล) แต่บริษัทฯ ยังคงมีเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้นสุทธิ
อัตราส่วนทางการเงินโดยรวมยังคงแข็งแกร่ง โดยอัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ในระดับที่เหมาะสม
## สรุปท้าย
SPRC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 อย่างน่าประทับใจ ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงขึ้นอย่างก้าวกระโดด โดยมีหัวใจสำคัญมาจากค่าการกลั่นตลาดที่ปรับตัวขึ้นอย่างมาก ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้แนวโน้มค่าการกลั่นในอนาคตจะยังคงแข็งแกร่ง แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของอุปสงค์และการบริหารจัดการที่แข็งแกร่งของบริษัทฯ ยังคงเป็นปัจจัยสนับสนุนผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPRC ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
1,778.46
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-1,693.04
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-95.20
%
กำไรสุทธิ
33.46
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.88
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,778
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1,693
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
33
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
6.67
ROA (%)
5.20
Book Value/หุ้น
10.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-63
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
17.41
-106.71%
|
-259.49
-95.39%
|
-5,628.77
+1,938.89%
|
-276.07
-107.30%
|
3,781.85
-361.26%
|
-1,447.52
+289,404.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-63.08
-68.31%
|
-199.05
+797.83%
|
-22.17
-92.03%
|
-278.26
+169.29%
|
-103.33
-70.44%
|
-349.57
+319.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.80
-100.85%
|
-94.16
-103.76%
|
2,506.73
+224.53%
|
772.43
-127.16%
|
-2,843.97
-185.00%
|
3,346.02
+1,532.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.50
-105.78%
|
-8.65
-176.21%
|
11.35
|
0.00
-100.00%
|
834.56
-46.12%
|
1,548.92
+1,178.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.83
-57.87%
|
39.95
+1,741.01%
|
2.17
-99.93%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+8,001.44%
|
20.18
+788.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
30.75
+82.71%
|
16.83
+22.94%
|
13.69
+529.48%
|
0.00
-100.00%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+1,223.46%
|