บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.90
0.20 (1.80%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=15121 out_tok=3410 at=2026-07-26T06:18:13 -->
# SPRC กำไร Q1/65 พุ่ง 3 เท่า YoY รับอานิสงส์ราคาน้ำมันโลกพุ่งแรง
## ค่าการกลั่นตลาดพุ่ง 2.5 เท่า หนุนรายได้-กำไรโตสนั่น ขณะที่ต้นทุนน้ำมันรั่วกระทบเล็กน้อย
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิ 5,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 163.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ซึ่งส่งผลให้ค่าการกลั่นตลาดปรับตัวสูงขึ้นอย่างมาก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SPRC ในไตรมาส 1 ปี 2565 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของค่าการกลั่นตลาด (Market Refining Margin)** ซึ่งเพิ่มขึ้นจาก 5.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 4 ปี 2564 เป็น 8.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรลในไตรมาส 1 ปี 2565 หรือเพิ่มขึ้นถึง 41.7% และเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (Q1/64) ค่าการกลั่นตลาดเพิ่มขึ้นถึง 139.7% จาก 3.53 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เป็น 8.46 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล ปัจจัยนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิของบริษัทฯ โดยกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 อยู่ที่ 5,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.5% จาก 2,006 ล้านบาทใน Q1/64 นอกจากนี้ บริษัทยังได้รับ **กำไรจากสต็อกน้ำมัน (Stock Gain)** จำนวน 164 ล้านดอลลาร์สหรัฐในไตรมาสนี้ ซึ่งเป็นปัจจัยเสริมที่ทำให้กำไรเติบโตโดดเด่น
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การปรับตัวขึ้นของค่าการกลั่นตลาดมีสาเหตุหลักมาจาก **ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ทวีความรุนแรงขึ้น** ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักอย่างรุนแรงของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก เนื่องจากหลายประเทศได้ออกมาตรการคว่ำบาตรการนำเข้าน้ำมันจากรัสเซีย ในขณะเดียวกัน ความต้องการใช้น้ำมันทั่วโลกยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการฉีดวัคซีนที่เพิ่มขึ้น ทำให้ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปต่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์กลุ่มน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบินที่ได้รับแรงหนุนจากการขาดแคลนอุปทานในฝั่งตะวันตก และการเคลื่อนย้ายซัพพลายจากเอเชียเข้าสู่ยุโรป ทำให้ปริมาณน้ำมันคงคลังลดลงสู่ระดับต่ำ นอกจากนี้ การที่โรงกลั่นทั่วโลกให้ความสำคัญกับการผลิตน้ำมันดีเซลมากกว่าน้ำมันเครื่องบิน แม้ความต้องการเดินทางจะเพิ่มขึ้น ก็ยิ่งส่งผลให้อุปทานน้ำมันเครื่องบินตึงตัวและราคาปรับสูงขึ้น
สำหรับกำไรจากสต็อกน้ำมัน เกิดจากการที่ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงไตรมาส ทำให้มูลค่าของสต็อกน้ำมันที่บริษัทฯ ถืออยู่ ณ สิ้นงวดมีมูลค่าสูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการคือ **ค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สินที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์น้ำมันรั่ว** จำนวน 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งถูกบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร ทำให้กำไรสุทธิลดลงไปบางส่วน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยเสี่ยง** สถานการณ์ความตึงตัวของอุปทานน้ำมันทั่วโลกที่เกิดจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน คาดว่าจะยังคงส่งผลให้ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูงต่อไปในไตรมาสที่สอง เนื่องจากอุปทานยังคงจำกัด และปริมาณน้ำมันคงคลังอยู่ในระดับต่ำ ประกอบกับการปิดซ่อมบำรุงโรงกลั่นตามฤดูกาล นอกจากนี้ ความต้องการใช้น้ำมันยังคงฟื้นตัวจากการเปิดประเทศและการเดินทางที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อค่าการกลั่น อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของอุปทานในยุโรป และการฟื้นตัวของอุปสงค์จากโควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ส่วนกำไรจากสต็อกน้ำมันมีลักษณะเป็นครั้งคราว ขึ้นอยู่กับการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันในแต่ละช่วงเวลา
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q1/65 พุ่ง 163.5% YoY** แตะ 5,284 ล้านบาท จาก 2,006 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้รวม Q1/65 เพิ่มขึ้น 62% YoY** แตะ 65,404 ล้านบาท จาก 36,944 ล้านบาท
* **ค่าการกลั่นตลาด (Market Refining Margin) พุ่งสูง** จาก 3.53 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ใน Q1/64 เป็น 8.46 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล ใน Q1/65
* **ปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นเพิ่มขึ้น** เป็น 150.2 พันบาร์เรลต่อวัน (86% Utilization) จาก 137.1 พันบาร์เรลต่อวัน (78% Utilization) ใน Q1/64
* **บันทึกค่าใช้จ่ายเหตุการณ์น้ำมันรั่ว 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ** เป็นค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## ภาพรวมผลประกอบการ
SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 ที่แข็งแกร่ง โดยมีรายได้รวม 65,404 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 62% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันขายเฉลี่ยและปริมาณการขายที่เพิ่มขึ้นจาก 13.7 ล้านบาร์เรลใน Q1/64 เป็น 15.8 ล้านบาร์เรลใน Q1/65 โดยเฉพาะความต้องการน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นหลังการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 และความต้องการเชื้อเพลิงจากโรงไฟฟ้าที่สูงขึ้นในช่วงราคาก๊าซธรรมชาติแพง
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 2,832 ล้านบาทใน Q1/64 เป็น 8,071 ล้านบาทใน Q1/65 คิดเป็นการเพิ่มขึ้น 185% โดยมีปัจจัยหลักมาจากค่าการกลั่นตลาดที่สูงขึ้นอย่างมาก และมีกำไรจากสต็อกน้ำมันจำนวนมากเข้ามาเสริม
กำไรสุทธิในไตรมาสนี้อยู่ที่ 5,284 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 163.5% เมื่อเทียบกับ Q1/64 ที่มีกำไร 2,006 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมากถึง 1,445 ล้านบาท (จาก 238 ล้านบาทใน Q1/64 เป็น 1,683 ล้านบาทใน Q1/65) เนื่องจากมีการรับรู้ค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สินจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วจำนวน 42 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1,393 ล้านบาท)
## โอกาส
* **ค่าการกลั่นตลาดที่อยู่ในระดับสูง:** จากสถานการณ์ความตึงตัวของอุปทานน้ำมันทั่วโลก คาดว่าจะส่งผลดีต่อค่าการกลั่นต่อเนื่องในไตรมาสที่สอง
* **ความต้องการใช้น้ำมันฟื้นตัว:** การเปิดประเทศและการเดินทางที่เพิ่มขึ้นทั่วโลก หนุนความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันเครื่องบิน
* **การเพิ่มปริมาณการกลั่น:** บริษัทฯ สามารถเพิ่มปริมาณการนำน้ำมันดิบเข้ากลั่นได้ถึง 86% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด ซึ่งสูงกว่าช่วงเดียวกันของปีก่อน (78%) เพื่อตอบสนองความต้องการที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารจัดการต้นทุนและกระบวนการผลิต:** บริษัทฯ ยังคงพัฒนากระบวนการผลิตเพื่อเพิ่มผลประโยชน์สูงสุดในช่วงที่ค่าการกลั่นอยู่ในระดับสูง
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ราคาน้ำมันยังคงมีความผันผวนสูงจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และภาวะเศรษฐกิจโลก
* **เหตุการณ์น้ำมันรั่ว:** แม้คราบน้ำมันจะถูกกำจัดแล้ว แต่ยังคงมีค่าใช้จ่ายและประมาณการหนี้สินที่เกี่ยวข้อง รวมถึงความเสี่ยงที่อาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมในอนาคต
* **การกลับมาล็อคดาวน์ในจีน:** หากจีนกลับมาใช้มาตรการล็อคดาวน์อย่างเข้มงวด อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการใช้น้ำมันในตลาดโลก
* **ความไม่แน่นอนของอุปทาน:** ความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน ยังคงสร้างความไม่แน่นอนต่ออุปทานน้ำมันในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่นตลาด:** ติดตามสถานการณ์อุปทานและอุปสงค์น้ำมันโลก รวมถึงผลกระทบจากมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย
* **ความคืบหน้าการจัดการเหตุการณ์น้ำมันรั่ว:** การประเมินผลกระทบระยะยาว การฟื้นฟูพื้นที่ และการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทนตามกรมธรรม์
* **ปริมาณการผลิตและขาย:** การบริหารจัดการกำลังการผลิตให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด
* **การเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบ:** ผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตและมูลค่าสต็อกน้ำมัน
* **นโยบายพลังงานของประเทศต่างๆ:** การตัดสินใจของกลุ่มโอเปกในการเพิ่มกำลังการผลิต และการปล่อยน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
* **ราคา Commodity:** ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ย Q1/65 อยู่ที่ 96.21 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล เพิ่มขึ้นจาก Q4/64 ที่ 78.27 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล และ Q1/64 ที่ 60.21 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล โดยได้รับแรงหนุนจากความขัดแย้งรัสเซีย-ยูเครน
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ (Refining Margin):** ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปต่อราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะน้ำมันเบนซิน (17.82 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล), น้ำมันเครื่องบิน (16.53 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) และน้ำมันดีเซล (19.87 ดอลลาร์สหรัฐ/บาร์เรล) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อค่าการกลั่นของ SPRC
* **ปริมาณการผลิตและขาย:** ปริมาณน้ำมันดิบเข้ากลั่นเพิ่มขึ้นเป็น 150.2 พันบาร์เรลต่อวัน (86% Utilization) จาก 139.2 พันบาร์เรลต่อวัน (80% Utilization) ใน Q4/64 และ 137.1 พันบาร์เรลต่อวัน (78% Utilization) ใน Q1/64 ปริมาณการขายรวมเพิ่มขึ้นเป็น 15.8 ล้านบาร์เรลใน Q1/65 จาก 14.9 ล้านบาร์เรลใน Q4/64 และ 13.7 ล้านบาร์เรลใน Q1/64
* **ต้นทุนต่อหน่วย:** ต้นทุนขายเพิ่มขึ้นสอดคล้องกับปริมาณการกลั่นและราคาน้ำมันดิบที่สูงขึ้น
* **โครงการลงทุน:** ไม่ได้ระบุรายละเอียดโครงการลงทุนใหม่ในเอกสารฉบับนี้
* **กฎระเบียบพลังงาน/สิ่งแวดล้อม:** มีการกล่าวถึงเหตุการณ์น้ำมันรั่ว ซึ่งส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายในการบริหาร
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ 31 มี.ค. 65 อยู่ที่ 73,552 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14,803 ล้านบาท จาก 31 ธ.ค. 64 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า
* **หนี้สินรวม:** ณ 31 มี.ค. 65 อยู่ที่ 39,524 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9,651 ล้านบาท จาก 31 ธ.ค. 64 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันดิบ
* **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 31 มี.ค. 65 อยู่ที่ 30,117 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 5,153 ล้านบาท จาก 31 ธ.ค. 64 จากผลกำไรในไตรมาสนี้
* **กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 940 ล้านบาท เกิดจากการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า แม้จะมีกำไรสุทธิสูงก็ตาม เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 42 ล้านบาท และกิจกรรมจัดหาเงิน 505 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลงสุทธิ 1,487 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SPRC โชว์ผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 สุดแข็งแกร่ง ด้วยกำไรสุทธิที่พุ่งสูงถึง 5,284 ล้านบาท ขับเคลื่อนหลักโดยค่าการกลั่นตลาดที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยบวกด้านอุปทานน้ำมันตึงตัวทั่วโลก และความต้องการใช้น้ำมันที่ฟื้นตัว แม้จะมีค่าใช้จ่ายจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วมากระทบ แต่ภาพรวมยังคงสดใส โดยมีโอกาสที่ค่าการกลั่นจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อไปในไตรมาสหน้า อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาน้ำมันดิบ และความคืบหน้าในการจัดการผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำมันรั่วอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPRC ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
1,778.46
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-1,693.04
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-95.20
%
กำไรสุทธิ
33.46
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.88
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,778
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1,693
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
33
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
6.67
ROA (%)
5.20
Book Value/หุ้น
10.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-63
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
17.41
-106.71%
|
-259.49
-95.39%
|
-5,628.77
+1,938.89%
|
-276.07
-107.30%
|
3,781.85
-361.26%
|
-1,447.52
+289,404.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-63.08
-68.31%
|
-199.05
+797.83%
|
-22.17
-92.03%
|
-278.26
+169.29%
|
-103.33
-70.44%
|
-349.57
+319.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.80
-100.85%
|
-94.16
-103.76%
|
2,506.73
+224.53%
|
772.43
-127.16%
|
-2,843.97
-185.00%
|
3,346.02
+1,532.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.50
-105.78%
|
-8.65
-176.21%
|
11.35
|
0.00
-100.00%
|
834.56
-46.12%
|
1,548.92
+1,178.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.83
-57.87%
|
39.95
+1,741.01%
|
2.17
-99.93%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+8,001.44%
|
20.18
+788.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
30.75
+82.71%
|
16.83
+22.94%
|
13.69
+529.48%
|
0.00
-100.00%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+1,223.46%
|