บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
10.90
0.20 (1.80%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=28753 out_tok=3092 at=2026-07-26T06:21:51 -->
# SPRC พลิกขาดทุน Q2/66 รับแรงกดดันราคาพลังงานโลก ดันค่าการกลั่นทรุด
## รายได้-กำไรสุทธิทรุดหนักตามราคาน้ำมันโลก ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยลบจากเศรษฐกิจถดถอย-ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ลดลง
บริษัท สตาร์ ปิโตรเลียม รีไฟน์นิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ SPRC รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกขาดทุนสุทธิ 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 206 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีสาเหตุหลักมาจากราคาน้ำมันดิบที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ค่าการกลั่นทางบัญชีติดลบ และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปต่อวัตถุดิบหลักปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้อัตรากำไรของ SPRC ในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากที่เคยมีกำไร 206 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน มาจาก **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าการกลั่นตลาด (Market Gross Refining Margin)** ซึ่งลดลงจาก 18.92 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ใน Q2/65 เหลือเพียง 1.34 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ใน Q2/66 ประกอบกับ **การขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน (Stock Loss)** ในไตรมาสนี้ ซึ่งตรงข้ามกับปีก่อนที่มีกำไรจากสต็อกน้ำมัน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ปัจจัยหลักที่กดดันค่าการกลั่นและส่งผลให้เกิดขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน มาจาก **สภาวะตลาดน้ำมันโลกที่เผชิญแรงกดดันจากความกังวลภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก การเติบโตทางเศรษฐกิจของจีนที่ชะลอตัว การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ และปริมาณการส่งออกที่เพิ่มขึ้นจากจีนและรัสเซีย** ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยใน Q2/66 อยู่ที่ 77.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงจาก 108.22 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ใน Q2/65 นอกจากนี้ **ส่วนต่างราคาน้ำมันสำเร็จรูปต่อน้ำมันดิบหลัก (Product Cracks)** ยังอ่อนแอลง โดยเฉพาะแนฟทาเบา ดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์น้ำมันสำเร็จรูปที่อ่อนแอ และอุปทานที่เพิ่มขึ้นในบางผลิตภัณฑ์
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากการวิเคราะห์แนวโน้มตลาดน้ำมันในเอกสาร ระบุว่า **คาดการณ์ว่า Q3/66 ค่าการกลั่นจะดีขึ้นจาก Q2/66 เล็กน้อย** โดยมีแรงหนุนจากความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมันในภูมิภาคเอเชียที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น และการสิ้นสุดฤดูกาลซ่อมบำรุงโรงกลั่น อย่างไรก็ตาม ยังคงมีความไม่แน่นอนจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและอัตราดอกเบี้ยที่สูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและอุปสงค์น้ำมันในระยะยาว
## Highlight สำคัญ
* **พลิกขาดทุนสุทธิ 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ:** เทียบกับกำไร 206 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Q2/65 โดยมีสาเหตุหลักจากค่าการกลั่นตลาดที่ลดลงอย่างมาก และขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน
* **ค่าการกลั่นตลาดทรุดหนัก:** เหลือเพียง 1.34 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล จาก 18.92 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ใน Q2/65 เนื่องจากส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ต่อน้ำมันดิบลดลง
* **รายได้รวมลดลง 31% YoY:** อยู่ที่ 1,557 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (53,883 ล้านบาท) จากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณขายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย
* **ปริมาณการกลั่นคงที่:** อยู่ที่ 159 พันบาร์เรลต่อวัน หรือ 91% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน:** จำนวน 4 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการอ่อนค่าของเงินบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
SPRC มีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 1,557 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (53,883 ล้านบาท) ลดลง 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 10% เมื่อเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2566 และลดลง 698 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 31% เมื่อเทียบกับไตรมาส 2 ปี 2565 โดยการลดลงของรายได้เป็นผลมาจากราคาขายน้ำมันเฉลี่ยที่ลดลง แม้ว่าปริมาณการขายน้ำมันจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อยใน Q2/66 เมื่อเทียบกับ Q2/65
ในส่วนของผลกำไร บริษัทฯ พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิ 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Q2/66 เทียบกับกำไรสุทธิ 37 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Q1/66 และขาดทุนสุทธิ 61 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Q2/66 เทียบกับกำไรสุทธิ 206 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน Q2/65 การขาดทุนดังกล่าวเป็นผลมาจากการลดลงอย่างมีนัยสำคัญของค่าการกลั่นตลาด และการขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2566 บริษัทฯ มีรายได้รวม 3,293 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 928 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ หรือ 22% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีผลขาดทุนสุทธิ 25 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงอย่างมากจากกำไรสุทธิ 365 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ในช่วง 6 เดือนแรกปี 2565
## โอกาส
* **โครงการปรับปรุงผลกำไร (BLIP):** ยังคงช่วยเพิ่มประสิทธิภาพค่าการกลั่นจากการเพิ่มประสิทธิภาพน้ำมันดิบที่นำเข้า การเพิ่มประสิทธิภาพผลิตภัณฑ์ และผลประโยชน์จากการแลกเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ขั้นกลาง
* **แนวโน้มค่าการกลั่นที่ดีขึ้นใน Q3/66:** ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าค่าการกลั่นจะดีขึ้นเล็กน้อยจาก Q2/66 หนุนโดยความต้องการผลิตภัณฑ์น้ำมันในเอเชียที่เพิ่มขึ้น และการสิ้นสุดฤดูกาลซ่อมบำรุงโรงกลั่น
* **ความต้องการแนฟทาที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น:** จากโรงงานปิโตรเคมีในเกาหลีใต้กลับมาดำเนินการผลิตหลังซ่อมบำรุง ส่งผลให้ส่วนต่างราคาแนฟทากับน้ำมันดิบดูไบมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
* **การฟื้นตัวของการเดินทางทางอากาศ:** สนับสนุนส่วนต่างราคาน้ำมันเชื้อเพลิงอากาศยานกับน้ำมันดิบดูไบ จากการฟื้นตัวของการเดินทางระหว่างประเทศของจีน และช่วงฤดูท่องเที่ยวในสหรัฐฯ และยุโรป
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม:** ได้รับผลกระทบจากปัจจัยมหภาค เช่น ภาวะเศรษฐกิจถดถอย ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการเปลี่ยนแปลงนโยบายการผลิตของ OPEC+
* **ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมที่อ่อนแอ:** โดยเฉพาะแนฟทา ดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน ซึ่งได้รับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่อ่อนแอและอุปทานที่เพิ่มขึ้น
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน:** การอ่อนค่าของเงินบาทส่งผลให้เกิดขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจโลก:** การขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างต่อเนื่อง และการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันในระยะยาว
* **ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน:** ยังคงเป็นความเสี่ยงสำคัญต่อตลาดน้ำมันโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มค่าการกลั่นใน Q3/66:** จะสามารถฟื้นตัวได้ตามที่ฝ่ายจัดการคาดการณ์หรือไม่
* **การเปลี่ยนแปลงของส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลัก:** โดยเฉพาะแนฟทา ดีเซล และน้ำมันเครื่องบิน
* **ทิศทางราคาน้ำมันดิบ:** จากปัจจัยด้านเศรษฐกิจมหภาคและการตัดสินใจของ OPEC+
* **การบริหารจัดการสต็อกน้ำมัน:** เพื่อลดผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมัน
* **ผลกระทบจากโครงการ BLIP:** ต่อการเพิ่มประสิทธิภาพค่าการกลั่นอย่างต่อเนื่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคา Commodity และส่วนต่างราคา:** ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบใน Q2/66 อยู่ที่ 77.59 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 2.64 ดอลลาร์สหรัฐฯ จาก Q1/66 และลดลง 30.63 ดอลลาร์สหรัฐฯ จาก Q2/65 ส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์หลักกับน้ำมันดิบดูไบลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะแนฟทาเบา (-7.18 ดอลลาร์สหรัฐฯ), น้ำมันเครื่องบิน (-12.06 ดอลลาร์สหรัฐฯ) และน้ำมันดีเซล (-10.27 ดอลลาร์สหรัฐฯ) ซึ่งเป็นปัจจัยหลักกดดันค่าการกลั่น
**ปริมาณการผลิตและกำลังการกลั่น:** ปริมาณน้ำมันดิบที่นำเข้ากลั่นใน Q2/66 อยู่ที่ 159 พันบาร์เรลต่อวัน คิดเป็น 91% ของกำลังการกลั่นทั้งหมด ลดลงเล็กน้อยจาก 162.2 พันบาร์เรลต่อวันใน Q1/66 แต่สูงกว่า 156.0 พันบาร์เรลต่อวันใน Q2/65 บริษัทฯ รักษาระดับอัตราการผลิตให้เหมาะสมกับความต้องการภายในประเทศ
**โครงการลงทุน:** โครงการปรับปรุงผลกำไร (BLIP) ยังคงมีส่วนช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพค่าการกลั่น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 1,817 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 166 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากสิ้นปี 65 โดยสินทรัพย์หมุนเวียนลดลงจากการลดลงของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ ขณะที่สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนลดลงจากการหักค่าเสื่อมราคาที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์
**หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 1,110 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 121 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากสิ้นปี 65 โดยหลักมาจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้นและยาว
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 66 อยู่ที่ 706 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลง 45 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากสิ้นปี 65 เนื่องมาจากผลขาดทุนสุทธิในงวด 6M/66 และการจ่ายเงินปันผล
**กระแสเงินสด:** เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 160 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ ใน 6M/66 โดยหลักมาจากผลขาดทุนสุทธิที่ปรับกลับรายการที่ไม่ใช่เงินสด และการลดลงของมูลค่าสินค้าคงเหลือและลูกหนี้การค้า เงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 157 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากการชำระคืนเงินกู้ยืมและจ่ายเงินปันผล
**อัตราส่วนทางการเงิน:** อัตรากำไรขั้นต้นติดลบที่ (4.0)% และอัตรากำไรสุทธิที่ (3.9)% ใน Q2/66 สะท้อนถึงผลประกอบการที่ขาดทุน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า ซึ่งอยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้
## สรุปท้าย
SPRC เผชิญกับผลประกอบการที่อ่อนแอในไตรมาส 2 ปี 2566 พลิกกลับมาขาดทุนสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ จากปัจจัยลบด้านราคา commodity และส่วนต่างราคาผลิตภัณฑ์ที่ลดลงอย่างรุนแรง ซึ่งเป็นผลมาจากสภาวะเศรษฐกิจโลกที่น่ากังวล แม้ว่าฝ่ายจัดการจะคาดการณ์การฟื้นตัวของค่าการกลั่นในไตรมาสถัดไป แต่ความเสี่ยงจากความผันผวนของตลาดน้ำมันและเศรษฐกิจมหภาคยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SPRC ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
1,778.46
ล้านบาท
↓ 5.1% YoY
กำไรขั้นต้น
-1,693.04
ล้านบาท
↓ 6.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-95.20
%
กำไรสุทธิ
33.46
ล้านบาท
↑ 620.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.88
%
D/E Ratio
0.62
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
1,778
↓ -5.1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-1,693
↓ -6.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
33
↑ + 620.5%
YoY
D/E Ratio
0.62
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SPRC
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.62
ROE (%)
6.67
ROA (%)
5.20
Book Value/หุ้น
10.77
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SPRC
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+17
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-63
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SPRC
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
17.41
-106.71%
|
-259.49
-95.39%
|
-5,628.77
+1,938.89%
|
-276.07
-107.30%
|
3,781.85
-361.26%
|
-1,447.52
+289,404.00%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-63.08
-68.31%
|
-199.05
+797.83%
|
-22.17
-92.03%
|
-278.26
+169.29%
|
-103.33
-70.44%
|
-349.57
+319.85%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
0.80
-100.85%
|
-94.16
-103.76%
|
2,506.73
+224.53%
|
772.43
-127.16%
|
-2,843.97
-185.00%
|
3,346.02
+1,532.76%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
0.50
-105.78%
|
-8.65
-176.21%
|
11.35
|
0.00
-100.00%
|
834.56
-46.12%
|
1,548.92
+1,178.30%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
16.83
-57.87%
|
39.95
+1,741.01%
|
2.17
-99.93%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+8,001.44%
|
20.18
+788.99%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
30.75
+82.71%
|
16.83
+22.94%
|
13.69
+529.48%
|
0.00
-100.00%
|
2,944.76
+80.12%
|
1,634.87
+1,223.46%
|