บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
28.75
0.25 (0.86%)
สรุปสั้น
สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13812 out_tok=2875 at=2026-07-26T03:51:57 -->
# SCGP กำไร Q4/64 โต 42% รับแรงหนุน M&P และอุปสงค์ฟื้นตัว
## รายได้-กำไรพุ่งตามคาด จากการควบรวมกิจการและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในอาเซียน ขณะที่ต้นทุนยังเป็นปัจจัยกดดัน
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 35,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการควบรวมกิจการใหม่ๆ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCGP ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 49% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากการ **ควบรวมกิจการ (Merger and Partnership - M&P)** กับบริษัทใหม่ๆ หลายแห่ง เช่น Duy Tan, Intan Group, Deltalab และ Go-Pak รวมถึง **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคอาเซียน** จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 42% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การควบรวมกิจการกับ Duy Tan (เวียดนาม), Intan Group (อินโดนีเซีย), Deltalab (สเปน) และ Go-Pak (สหราชอาณาจักร) ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ SCGP ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติก กระดาษ และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงขยายฐานลูกค้าและภูมิภาคที่ดำเนินธุรกิจ การรวมผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้เข้ามาจึงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การที่หลายประเทศในอาเซียนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ประชาชนกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายของ SCGP
อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 19% ใน Q4/63 เป็น 15% ใน Q4/64** และ **EBITDA margin ลดลงจาก 18% เป็น 15%** ซึ่งเป็นผลมาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ทั่วทั้งอุตสาหกรรม รวมถึงการเข้าถึงกระดาษรีไซเคิลที่ทำได้ยากขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การควบรวมกิจการและการขยายธุรกิจทั้งในรูปแบบ Organic Expansion และ M&P ที่ SCGP ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสเปน จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป นอกจากนี้ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอาเซียนปี 2565 และการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะช่วยหนุนอุปสงค์ให้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าระวางเรือ และภาวะเงินเฟ้อ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขาย Q4/64 เติบโต 49% YoY แตะ 35,145 ล้านบาท** จากการควบรวมกิจการใหม่ๆ และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวในอาเซียน
* **กำไรสุทธิ Q4/64 เพิ่มขึ้น 42% YoY เป็น 2,115 ล้านบาท** โดยมีรายการพิเศษจากการปรับลดประมาณการ Earn-Out ของ Go-Pak ช่วยหนุน
* **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 19% เป็น 15%** และ **EBITDA margin ลดลงจาก 18% เป็น 15%** เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
* **Core Profit Q4/64 ลดลง 17% YoY เป็น 1,358 ล้านบาท** แม้รายได้รวมจะเติบโต เนื่องจากผลกระทบจากรายการปรับปรุงนอกเหนือจากการดำเนินงานปกติ
* **การลงทุนขยายธุรกิจยังคงดำเนินต่อไป** โดยมีโครงการก่อสร้าง 3 โครงการในเวียดนาม ไทย และฟิลิปปินส์ คาดแล้วเสร็จในปี 2565-2567
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในปี 2564 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 124,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% YoY และมีกำไรสุทธิ 8,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์อาหาร และการขยายธุรกิจผ่าน M&P อย่างไรก็ตาม EBITDA margin อยู่ที่ 17% ลดลงเล็กน้อยจาก 18% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น
สำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้จากการขายอยู่ที่ 35,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY โดยมีปัจจัยบวกจากการรวมผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ๆ และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม EBITDA margin อยู่ที่ 15% ลดลงจาก 18% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจผ่าน M&P และ Organic Growth:** SCGP ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ และการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย สหราชอาณาจักร และสเปน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เติบโต
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน จะช่วยหนุนอุปสงค์สินค้าและบริการของ SCGP
* **การพัฒนานวัตกรรมและโซลูชัน:** การลงทุนในศูนย์ออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Inspired Solutions Studio) และการสนับสนุนโครงการ Start-up ช่วยให้ SCGP สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น
* **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร:** SCGP มีแผนเร่งขยายสัดส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง
## ความเสี่ยง
* **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ เช่น กระดาษรีไซเคิล และค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของบริษัท
* **การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นลูกค้าของ SCGP
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค:** สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีผู้ติดเชื้อในระดับสูง และปัญหาภาวะเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อสินค้า
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นในประเทศและต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** จะสามารถบริหารจัดการและส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด
* **ผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่:** จะสามารถสร้าง Synergy และผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่
* **ความคืบหน้าของโครงการขยายกำลังการผลิต:** จะแล้วเสร็จและเริ่มสร้างรายได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่
* **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร:** สัดส่วนรายได้จะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายหรือไม่
* **สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน และผลกระทบจากเงินเฟ้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB):** รายได้ Q4/64 เติบโต 49% YoY จากการควบรวมกิจการใหม่ๆ และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอาหาร เครื่องใช้ในบ้าน และอุตสาหกรรมส่งออกในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม EBITDA margin ลดลงเหลือ 12% จากผลกระทบต้นทุนที่สูงขึ้น และการส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์ลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน
* **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB):** รายได้ Q4/64 เพิ่มขึ้น 45% YoY จากปริมาณการใช้กระดาษพิมพ์เขียนที่เพิ่มขึ้น และราคาเยื่อที่อยู่ในระดับสูง EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,182% YoY เป็น 1,795 ล้านบาท และ EBITDA margin พุ่งสูงถึง 34% จาก 4% ในปีก่อนหน้า โดยส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษ Earn-Out ของ Go-Pak และการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้น 193% YoY
* **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 57% YoY ใน Q4/64 เป็น 29,976 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าระวางเรือ และพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงการเข้าถึงกระดาษรีไซเคิลที่ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม SCGP มีการบริหารจัดการและจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งเพื่อรักษากำลังการผลิต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมของ SCGP อยู่ที่ 206,824 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการควบรวมกิจการ (30,217 ล้านบาท) และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 84,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน จากการควบรวมกิจการและเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 122,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.7 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.6 เท่าในปี 2563 และหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.7 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.7 เท่าในปี 2563
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 7,501 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวนมากถึง 30,996 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายซื้อเพื่อควบรวมกิจการ
## สรุปท้าย
SCGP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการควบรวมกิจการใหม่ๆ ที่เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรปรับลดลง การลงทุนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบ M&P และ Organic Growth รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนและสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02
ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89
ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55
%
กำไรสุทธิ
1,206.60
ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
18.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,970.08
+111.16%
|
-3,300.78
-66.33%
|
-9,802.64
+125.87%
|
-4,339.86
+36.37%
|
-3,182.35
-54.56%
|
-7,002.85
-143.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,743.13
-133.93%
|
-11,032.70
-183.07%
|
13,281.87
-158.75%
|
-22,607.15
-171.19%
|
31,757.56
-6,598.77%
|
-488.67
-98.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,270.34
-253.34%
|
-4,089.14
-145.37%
|
9,012.57
-61.06%
|
23,145.52
+334.93%
|
5,321.68
-81.42%
|
28,642.55
+56.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,177.25
-122.67%
|
-18,422.61
-247.48%
|
12,491.80
-428.60%
|
-3,801.49
-111.21%
|
33,896.88
+60.26%
|
21,151.03
+788.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,849.02
+719.17%
|
1,202.32
-87.94%
|
9,965.93
+36.33%
|
7,310.31
-76.61%
|
31,255.70
+611.35%
|
4,393.85
+109.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,463.62
+1,393.93%
|
432.66
-95.62%
|
9,888.59
-0.78%
|
9,965.93
+36.33%
|
7,310.31
-76.61%
|
31,255.70
+611.35%
|