SCGP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
28.75
0.25 (0.86%)

สรุปสั้น

สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13812 out_tok=2875 at=2026-07-26T03:51:57 --> # SCGP กำไร Q4/64 โต 42% รับแรงหนุน M&P และอุปสงค์ฟื้นตัว ## รายได้-กำไรพุ่งตามคาด จากการควบรวมกิจการและการฟื้นตัวของอุปสงค์ในอาเซียน ขณะที่ต้นทุนยังเป็นปัจจัยกดดัน บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีรายได้จากการขาย 35,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสุทธิ 2,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากการควบรวมกิจการใหม่ๆ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังคงเป็นแรงกดดันต่ออัตรากำไร ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCGP ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การเติบโตของรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นถึง 49% YoY** ซึ่งเป็นผลมาจากการ **ควบรวมกิจการ (Merger and Partnership - M&P)** กับบริษัทใหม่ๆ หลายแห่ง เช่น Duy Tan, Intan Group, Deltalab และ Go-Pak รวมถึง **การฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคอาเซียน** จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจกลับมาคึกคักขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตอย่างแข็งแกร่งถึง 42% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การควบรวมกิจการกับ Duy Tan (เวียดนาม), Intan Group (อินโดนีเซีย), Deltalab (สเปน) และ Go-Pak (สหราชอาณาจักร) ช่วยเสริมความแข็งแกร่งของ SCGP ในการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์พลาสติก กระดาษ และวัสดุอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมถึงขยายฐานลูกค้าและภูมิภาคที่ดำเนินธุรกิจ การรวมผลประกอบการของบริษัทเหล่านี้เข้ามาจึงเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ นอกจากนี้ การที่หลายประเทศในอาเซียนผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ประชาชนกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้มากขึ้น ส่งผลให้ความต้องการสินค้าอุปโภคบริโภค อาหาร และสินค้าอุตสาหกรรมต่างๆ เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อยอดขายของ SCGP อย่างไรก็ตาม แม้รายได้จะเติบโต แต่ **อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงจาก 19% ใน Q4/63 เป็น 15% ใน Q4/64** และ **EBITDA margin ลดลงจาก 18% เป็น 15%** ซึ่งเป็นผลมาจาก **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** ทั่วทั้งอุตสาหกรรม รวมถึงการเข้าถึงกระดาษรีไซเคิลที่ทำได้ยากขึ้นในช่วงที่มีการระบาดของโควิด-19 ในหลายประเทศ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาแรงกดดันด้านต้นทุน** การควบรวมกิจการและการขยายธุรกิจทั้งในรูปแบบ Organic Expansion และ M&P ที่ SCGP ดำเนินการอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ และสเปน จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนการเติบโตของรายได้ในระยะต่อไป นอกจากนี้ แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในอาเซียนปี 2565 และการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ จะช่วยหนุนอุปสงค์ให้ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านต้นทุนวัตถุดิบ ค่าระวางเรือ และภาวะเงินเฟ้อ ยังคงเป็นความเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q4/64 เติบโต 49% YoY แตะ 35,145 ล้านบาท** จากการควบรวมกิจการใหม่ๆ และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวในอาเซียน * **กำไรสุทธิ Q4/64 เพิ่มขึ้น 42% YoY เป็น 2,115 ล้านบาท** โดยมีรายการพิเศษจากการปรับลดประมาณการ Earn-Out ของ Go-Pak ช่วยหนุน * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 19% เป็น 15%** และ **EBITDA margin ลดลงจาก 18% เป็น 15%** เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น * **Core Profit Q4/64 ลดลง 17% YoY เป็น 1,358 ล้านบาท** แม้รายได้รวมจะเติบโต เนื่องจากผลกระทบจากรายการปรับปรุงนอกเหนือจากการดำเนินงานปกติ * **การลงทุนขยายธุรกิจยังคงดำเนินต่อไป** โดยมีโครงการก่อสร้าง 3 โครงการในเวียดนาม ไทย และฟิลิปปินส์ คาดแล้วเสร็จในปี 2565-2567 ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 124,223 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% YoY และมีกำไรสุทธิ 8,294 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร การเพิ่มสัดส่วนรายได้จากบรรจุภัณฑ์อาหาร และการขยายธุรกิจผ่าน M&P อย่างไรก็ตาม EBITDA margin อยู่ที่ 17% ลดลงเล็กน้อยจาก 18% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนที่สูงขึ้น สำหรับไตรมาส 4 ปี 2564 รายได้จากการขายอยู่ที่ 35,145 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49% YoY และกำไรสุทธิอยู่ที่ 2,115 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42% YoY โดยมีปัจจัยบวกจากการรวมผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ๆ และอุปสงค์ที่ฟื้นตัวในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม EBITDA margin อยู่ที่ 15% ลดลงจาก 18% ในปีก่อนหน้า เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น ## โอกาส * **การขยายธุรกิจผ่าน M&P และ Organic Growth:** SCGP ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าซื้อกิจการใหม่ๆ และการลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตในประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ไทย สหราชอาณาจักร และสเปน เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดที่เติบโต * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการกลับมาดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มากขึ้นในภูมิภาคอาเซียน จะช่วยหนุนอุปสงค์สินค้าและบริการของ SCGP * **การพัฒนานวัตกรรมและโซลูชัน:** การลงทุนในศูนย์ออกแบบและพัฒนาบรรจุภัณฑ์ (Inspired Solutions Studio) และการสนับสนุนโครงการ Start-up ช่วยให้ SCGP สามารถนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น * **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร:** SCGP มีแผนเร่งขยายสัดส่วนธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร ซึ่งมีแนวโน้มเติบโตสูง ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบ เช่น กระดาษรีไซเคิล และค่าระวางเรือที่อยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง เป็นปัจจัยกดดันอัตรากำไรของบริษัท * **การขาดแคลนเซมิคอนดักเตอร์:** ส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งเป็นลูกค้าของ SCGP * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภูมิภาค:** สถานการณ์โควิด-19 ที่ยังคงมีผู้ติดเชื้อในระดับสูง และปัญหาภาวะเงินเฟ้อ อาจส่งผลกระทบต่อความต้องการซื้อสินค้า * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** ตลาดบรรจุภัณฑ์มีการแข่งขันสูง ทั้งจากผู้เล่นในประเทศและต่างประเทศ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง:** จะสามารถบริหารจัดการและส่งผ่านต้นทุนไปยังลูกค้าได้มากน้อยเพียงใด * **ผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่:** จะสามารถสร้าง Synergy และผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **ความคืบหน้าของโครงการขยายกำลังการผลิต:** จะแล้วเสร็จและเริ่มสร้างรายได้ตามแผนที่วางไว้หรือไม่ * **การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหาร:** สัดส่วนรายได้จะเพิ่มขึ้นตามเป้าหมายหรือไม่ * **สถานการณ์เศรษฐกิจมหภาค:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน และผลกระทบจากเงินเฟ้อ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB):** รายได้ Q4/64 เติบโต 49% YoY จากการควบรวมกิจการใหม่ๆ และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอาหาร เครื่องใช้ในบ้าน และอุตสาหกรรมส่งออกในเวียดนาม อย่างไรก็ตาม EBITDA margin ลดลงเหลือ 12% จากผลกระทบต้นทุนที่สูงขึ้น และการส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์ลดลงเนื่องจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน * **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB):** รายได้ Q4/64 เพิ่มขึ้น 45% YoY จากปริมาณการใช้กระดาษพิมพ์เขียนที่เพิ่มขึ้น และราคาเยื่อที่อยู่ในระดับสูง EBITDA เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,182% YoY เป็น 1,795 ล้านบาท และ EBITDA margin พุ่งสูงถึง 34% จาก 4% ในปีก่อนหน้า โดยส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษ Earn-Out ของ Go-Pak และการเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้น 193% YoY * **ต้นทุนขาย:** เพิ่มขึ้น 57% YoY ใน Q4/64 เป็น 29,976 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบ ค่าระวางเรือ และพลังงานที่สูงขึ้น รวมถึงการเข้าถึงกระดาษรีไซเคิลที่ยากขึ้น อย่างไรก็ตาม SCGP มีการบริหารจัดการและจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่งเพื่อรักษากำลังการผลิต ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2564 สินทรัพย์รวมของ SCGP อยู่ที่ 206,824 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อน โดยส่วนใหญ่มาจากการควบรวมกิจการ (30,217 ล้านบาท) และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ หนี้สินรวมอยู่ที่ 84,524 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อน จากการควบรวมกิจการและเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้น ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 122,300 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11% จากปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.7 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.6 เท่าในปี 2563 และหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.7 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 0.7 เท่าในปี 2563 กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานอยู่ที่ 7,501 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากกระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุนจำนวนมากถึง 30,996 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการจ่ายซื้อเพื่อควบรวมกิจการ ## สรุปท้าย SCGP โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตโดดเด่นทั้งรายได้และกำไรสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากการควบรวมกิจการใหม่ๆ ที่เสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจ และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในภูมิภาคอาเซียน อย่างไรก็ตาม แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่สูงขึ้นยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งส่งผลให้อัตรากำไรปรับลดลง การลงทุนขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องทั้งในรูปแบบ M&P และ Organic Growth รวมถึงการพัฒนานวัตกรรม จะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ท่ามกลางความท้าทายด้านต้นทุนและสภาวะเศรษฐกิจที่ยังคงมีความผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02 ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89 ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55 %
กำไรสุทธิ
1,206.60 ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81 %
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6% YoY
D/E Ratio
0.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
31,709.02
+1.03%
31,384.48
-2.55%
32,205.77
-4.86%
33,850.88
-7.34%
36,534.11
-22.29%
47,010.79
-47.64%
กำไรขั้นต้น —
5,248.89
+22.17%
4,296.43
-24.65%
5,702.20
+16.76%
4,883.71
-5.51%
5,168.74
-44.14%
9,253.29
+19.53%
ค่าใช้จ่ายรวม —
4,369.04
+16.08%
3,763.85
-3.14%
3,885.78
+3.07%
3,769.87
+13.86%
3,311.05
-34.28%
5,038.48
-45.39%
กำไรสุทธิ —
1,206.60
+2,232.56%
-56.58
-104.64%
1,218.59
+171.15%
449.42
-78.76%
2,115.51
-14.32%
2,469.13
-53.13%
กำไรต่อหุ้น —
0.28
+2,261.54%
-0.01
-104.58%
0.28
+170.48%
0.11
-78.70%
0.49
-14.26%
0.58
-53.14%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-81.96
-272.73%
47.45
+125.17%
-188.49
+54.36%
-413.02
-200.27%
-137.55
-264.36%
83.69
+120.93%
ROE(%) —
5.39
+12.29%
4.80
-20.13%
6.01
+0.50%
5.98
-33.11%
8.94
-8.87%
9.81
+104.38%
ROA(%) —
4.57
+26.59%
3.61
-17.01%
4.35
-9.94%
4.83
-28.97%
6.80
+8.63%
6.26
+73.41%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.96
-2.04%
0.98
+4.26%
0.94
+56.67%
0.60
-13.04%
0.69
+21.05%
0.57
-41.84%
P/E —
26.16
+54.61%
16.92
-50.96%
34.50
+5.28%
32.77
-15.52%
38.79
+89.50%
20.47
P/BV —
0.98
-10.91%
1.10
-44.72%
1.99
-17.08%
2.40
-23.08%
3.12
+97.47%
1.58
BV —
17.40
-2.74%
17.89
-1.21%
18.11
-23.65%
23.72
+6.89%
22.19
+22.33%
18.14
YIELD(%) —
3.22
+14.59%
2.81
+68.26%
1.67
+46.49%
1.14
+75.38%
0.65
-68.90%
2.09
ราคาหุ้น —
17.10
-12.76%
19.60
-45.56%
36.00
-36.84%
57.00
-17.69%
69.25
+66.87%
41.50
+44.35%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
16.55
+20.89%
13.69
-22.70%
17.71
+22.73%
14.43
+1.98%
14.15
-28.10%
19.68
+128.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.78
+14.93%
11.99
-0.66%
12.07
+8.35%
11.14
+22.96%
9.06
-15.49%
10.72
+4.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.81
+2,216.67%
-0.18
-104.76%
3.78
+184.21%
1.33
-77.03%
5.79
+10.29%
5.25
-10.56%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
18.14

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
50,766.28
-8.20%
55,303.57
-8.24%
60,271.93
+0.20%
60,154.43
-13.05%
69,186.23
+9.96%
62,918.92
+77.82%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
125,764.57
-5.64%
133,276.01
-3.62%
138,288.74
+0.85%
137,125.21
-0.37%
137,637.51
+25.68%
109,509.96
+5.17%
รวมสินทรัพย์ —
176,530.86
-6.39%
188,579.58
-5.03%
198,560.67
+0.65%
197,279.65
-4.61%
206,823.74
+19.95%
172,428.88
+23.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
47,431.84
-16.20%
56,603.23
-14.74%
66,390.39
+98.31%
33,478.66
-35.59%
51,976.58
+20.21%
43,236.69
-19.95%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
38,983.32
+6.25%
36,689.76
+23.45%
29,720.94
-27.22%
40,834.25
+25.46%
32,547.22
+68.19%
19,351.41
-14.69%
รวมหนี้สิน —
86,415.16
-7.37%
93,292.99
-2.93%
96,111.33
+29.33%
74,312.91
-12.08%
84,523.80
+35.05%
62,588.10
-18.40%
รวมส่วนของเจ้าของ —
90,115.70
-5.43%
95,286.59
-6.99%
102,449.35
-16.69%
122,966.74
+0.55%
122,299.94
+11.34%
109,840.78
+74.86%
D/E —
0.96
0.98
0.94
0.60
0.69
0.57
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
5.39
4.80
6.01
5.98
8.94
9.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.57
3.61
4.35
4.83
6.80
6.26
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.07
0.98
0.91
1.80
1.33
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.70
0.63
0.60
1.06
0.87
1.14
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
67.06
63.50
0.00
0.00
60.59
65.39
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
65.02
63.29
0.00
0.00
64.95
64.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
54.30
50.40
0.00
0.00
46.15
50.83
วงจรเงินสด —
77.78
76.38
0.00
0.00
79.40
79.36
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-6,970.08
+111.16%
-3,300.78
-66.33%
-9,802.64
+125.87%
-4,339.86
+36.37%
-3,182.35
-54.56%
-7,002.85
-143.73%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
3,743.13
-133.93%
-11,032.70
-183.07%
13,281.87
-158.75%
-22,607.15
-171.19%
31,757.56
-6,598.77%
-488.67
-98.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
6,270.34
-253.34%
-4,089.14
-145.37%
9,012.57
-61.06%
23,145.52
+334.93%
5,321.68
-81.42%
28,642.55
+56.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
4,177.25
-122.67%
-18,422.61
-247.48%
12,491.80
-428.60%
-3,801.49
-111.21%
33,896.88
+60.26%
21,151.03
+788.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
9,849.02
+719.17%
1,202.32
-87.94%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%
4,393.85
+109.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
6,463.62
+1,393.93%
432.66
-95.62%
9,888.59
-0.78%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%