SCGP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
28.75
0.25 (0.86%)

สรุปสั้น

สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14595 out_tok=3630 at=2026-07-26T03:35:29 --> # SCGP Q2/2565 กำไรสุทธิหดตัว 18% รับต้นทุนพุ่ง-GPM ลด แต่รายได้โตต่อเนื่อง ## รายได้รวมโต 27% จากการปรับราคา-รวมกิจการใหม่ ขณะที่กำไรสุทธิเผชิญแรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 37,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร และการรวมผลการดำเนินงานของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 1,856 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) และอัตรากำไร EBITDA ลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานพุ่ง กดดัน GPM และกำไรสุทธิ ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการ SCGP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง** โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 21% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 18% และอัตรากำไร EBITDA ที่ลดลงจาก 19% มาอยู่ที่ 14% แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 27% YoY เป็น 37,982 ล้านบาท และกำไรสุทธิยังคงเป็นบวกที่ 1,856 ล้านบาท แต่ก็ลดลงถึง 18% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานเป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของ SCGP ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ทั่วโลก สถานการณ์เงินเฟ้อทั่วโลก อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นส่งผลให้ต้นทุนพลังงาน ค่าขนส่ง และราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เยื่อกระดาษ ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่า SCGP จะมีความพยายามในการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น และมีการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ เช่น การจัดหาวัตถุดิบจากหลายแหล่ง และการใช้ประโยชน์จากศูนย์จัดการวัสดุรีไซเคิล แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดได้ นอกจากนี้ การรวมผลการดำเนินงานของกิจการที่ควบรวม (M&P) และโครงการขยายกำลังการผลิต (Organic Expansion) ที่แล้วเสร็จ ทำให้มีค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไร ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงมีความผันผวนและเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่ามีความสามารถในการบริหารต้นทุนและปรับราคาเพื่อสะท้อนสถานการณ์ แต่แนวโน้มเงินเฟ้อทั่วโลกและสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างประเทศยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนในอนาคต อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน และการเติบโตของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภคและธุรกิจส่งออก อาจช่วยหนุนปริมาณการขายและรายได้ให้เติบโตต่อเนื่องได้ ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q2/2565 เติบโต 27% YoY แตะ 37,982 ล้านบาท** จากการปรับราคาขายสะท้อนต้นทุนที่สูงขึ้น การเติบโตของธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร และการรวมผลการดำเนินงานของ Duy Tan, Intan Group และ Deltalab * **กำไรสุทธิ Q2/2565 ลดลง 18% YoY เหลือ 1,856 ล้านบาท** สาเหตุหลักจากต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่งที่สูงขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 21% เป็น 18% และอัตรากำไร EBITDA ลดลงจาก 19% เป็น 14% * **ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (Integrated Packaging Business) ยังคงเติบโต** โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 27% YoY แม้ EBITDA margin จะลดลงจาก 17% เป็น 12% และกำไรสุทธิลดลง 33% YoY * **ธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Fibrous Business) มีการเติบโตที่ดีใน Q2/2565** รายได้เพิ่มขึ้น 31% YoY และ EBITDA เพิ่มขึ้น 8% YoY โดยเฉพาะจากความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารและกระดาษพิมพ์เขียนที่เพิ่มขึ้น * **SCGP เดินหน้ากลยุทธ์ M&P และ Organic Growth** โดยมีการลงทุนขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ในไทย และเข้าซื้อกิจการรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ในเนเธอร์แลนด์ (Peute Recycling B.V.) ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 2 ปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 37,982 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 27% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร โดยเฉพาะในเวียดนาม และการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์ (UPPC 3) รวมถึงการเติบโตของธุรกิจเยื่อและกระดาษจากการเพิ่มขึ้นของทั้งราคาเยื่อกระดาษและความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารและกระดาษ อย่างไรก็ตาม EBITDA ในไตรมาส 2 ปี 2565 อยู่ที่ 5,478 ล้านบาท ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA margin ที่ 14% ลดลงจาก 19% ในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนโดยรวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าขนส่ง รวมถึงค่าเสื่อมราคาที่สูงขึ้นจากการรวมผลการดำเนินงานของกิจการที่ควบรวมและโครงการขยายกำลังการผลิตที่แล้วเสร็จ กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 1,856 ล้านบาท ลดลง 18% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 5% ลดลงจาก 8% ในปีก่อน เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 4% ขณะที่ EBITDA เพิ่มขึ้น 12% และกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 12% โดยผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมีสาเหตุหลักมาจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจเยื่อและกระดาษในทุกสินค้า สำหรับงวดครึ่งปีแรกของปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขาย 74,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 31% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของทุกธุรกิจ การรวมผลการดำเนินงานของ Duy Tan, Intan Group และ Deltalab การปรับราคาสินค้า และปริมาณความต้องการบรรจุภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้น EBITDA อยู่ที่ 10,365 ล้านบาท ลดลง 4% YoY โดยมี EBITDA margin ที่ 14% และกำไรสุทธิอยู่ที่ 3,514 ล้านบาท ลดลง 20% YoY โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 5% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งอุตสาหกรรม ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน:** การเปิดประเทศและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 หนุนอุปสงค์ในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค ภาคการท่องเที่ยวและบริการเริ่มฟื้นตัว * **การเติบโตของธุรกิจส่งออก:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง อาหารสัตว์เลี้ยง เสื้อผ้า รองเท้า ยังคงขยายตัวได้ดี โดยเฉพาะการส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรป * **การขยายธุรกิจผ่าน M&P และ Organic Growth:** SCGP ยังคงเดินหน้าลงทุนเพื่อขยายธุรกิจทั้งจากการควบรวมกิจการและการขยายกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่อง เช่น โครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์ในไทย และการเข้าซื้อกิจการรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ในเนเธอร์แลนด์ * **นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม:** การพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์เศรษฐกิจหมุนเวียน และการได้รับฉลากสิ่งแวดล้อม Circular Mark รวมถึงมาตรฐาน ISCC PLUS ช่วยเพิ่มความสามารถในการแข่งขันและสร้างมูลค่าเพิ่ม * **การขยายฐานลูกค้าในภูมิภาคเอเชีย:** การแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเพื่อผลักดันธุรกิจด้านสุขภาพและการแพทย์ และการลงทุนในบริษัท Imprint Energy Inc. ในสหรัฐอเมริกา เพื่อต่อยอดเทคโนโลยีแบตเตอรี่พิมพ์สำหรับ Intelligent Packaging ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ผันผวน:** อัตราเงินเฟ้อทั่วโลกยังคงเป็นแรงกดดันต่อต้นทุนการผลิต ส่งผลกระทบต่ออัตรากำไร * **สถานการณ์เศรษฐกิจโลก:** ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ความผันผวนของราคาพลังงาน และความขัดแย้งระหว่างประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์อาจส่งผลต่อความสามารถในการปรับราคาขาย * **ความล่าช้าของโครงการ:** ความล่าช้าในการดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิตใหม่ๆ อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตของรายได้ ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามทิศทางราคาวัตถุดิบหลัก เช่น เยื่อกระดาษ และราคาพลังงาน ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนการผลิตและอัตรากำไร * **การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการผลิต:** ความสามารถของ SCGP ในการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ และการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตเพื่อชดเชยต้นทุนที่สูงขึ้น * **ความคืบหน้าของโครงการ M&P และ Organic Growth:** ติดตามผลลัพธ์จากการรวมกิจการใหม่ และความคืบหน้าของโครงการขยายกำลังการผลิตต่างๆ ว่าจะสามารถสร้างรายได้และผลกำไรได้ตามเป้าหมายหรือไม่ * **การปรับตัวต่อสภาวะเศรษฐกิจโลก:** ประเมินผลกระทบจากความเสี่ยงเศรษฐกิจถดถอย และความผันผวนของตลาดโลกต่ออุปสงค์บรรจุภัณฑ์ * **การพัฒนาผลิตภัณฑ์และนวัตกรรม:** การนำเสนอนวัตกรรมผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการขยายตลาดสำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าว ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุถึงการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์ (UPPC 3) และโครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์กล่องกระดาษลูกฟูกในประเทศไทย ซึ่งบ่งชี้ถึงการเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อรองรับอุปสงค์ที่คาดว่าจะเติบโต **Order Book:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงความต้องการสินค้าที่ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน และการเติบโตของปริมาณความต้องการบรรจุภัณฑ์กระดาษและบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้น **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้นทั่วทั้งอุตสาหกรรมเป็นปัจจัยกดดันสำคัญ โดยเฉพาะราคาเยื่อกระดาษที่ปรับตัวสูงขึ้น **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 21% ใน Q2/2564 เป็น 18% ใน Q2/2565 ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น **การส่งออก:** การส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกาและยุโรปยังคงขยายตัวได้ดีในกลุ่มอุตสาหกรรมอาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และอาหารสำหรับสัตว์เลี้ยง **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยน 417 ล้านบาท จากเงินบาทอ่อนค่า ซึ่งส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 1,425 ล้านบาท จาก 23,308 ล้านบาท เป็น 24,733 ล้านบาท ซึ่งอาจสะท้อนการสต็อกวัตถุดิบเพื่อรองรับการผลิต หรือการผลิตที่เพิ่มขึ้น ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นไตรมาส 2 ปี 2565 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 202,566 ล้านบาท ลดลง 2% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการลดลงของเงินลงทุนระยะสั้น และการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือ **หนี้สินรวม:** หนี้สินรวมอยู่ที่ 77,422 ล้านบาท ลดลง 8% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น **ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 125,144 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสำหรับงวด การเพิ่มทุนในบริษัทร่วมทุน และผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน แม้จะมีการจ่ายเงินปันผล **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.6 เท่า ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** เพิ่มขึ้นจาก 0.9 เท่า ในปีก่อน เป็น 1.8 เท่า ในปีนี้ จากการลงทุนระหว่างปี **กระแสเงินสด:** * **กิจกรรมดำเนินงาน:** มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน 6,351 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน * **กิจกรรมลงทุน:** มีกระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมลงทุน 8,760 ล้านบาท ซึ่งแตกต่างจากปีก่อนที่ใช้เงินลงทุนจำนวนมาก * **กิจกรรมจัดหาเงิน:** มีกระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 12,715 ล้านบาท จากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมและการจ่ายเงินปันผล ## สรุปท้าย หัวใจหลักของผลประกอบการ SCGP ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **แรงกดดันจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้นและกำไรสุทธิที่ลดลง 18% YoY แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตได้ดีถึง 27% YoY จากการปรับราคาขายและการรวมกิจการใหม่ อย่างไรก็ตาม SCGP ยังคงมีโอกาสในการเติบโตจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจอาเซียน การขยายธุรกิจผ่าน M&P และ Organic Growth รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังคงต้องจับตาความผันผวนของต้นทุนและสภาวะเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินแนวโน้มผลประกอบการในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02 ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89 ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55 %
กำไรสุทธิ
1,206.60 ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81 %
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6% YoY
D/E Ratio
0.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
31,709.02
+1.03%
31,384.48
-2.55%
32,205.77
-4.86%
33,850.88
-7.34%
36,534.11
-22.29%
47,010.79
-47.64%
กำไรขั้นต้น —
5,248.89
+22.17%
4,296.43
-24.65%
5,702.20
+16.76%
4,883.71
-5.51%
5,168.74
-44.14%
9,253.29
+19.53%
ค่าใช้จ่ายรวม —
4,369.04
+16.08%
3,763.85
-3.14%
3,885.78
+3.07%
3,769.87
+13.86%
3,311.05
-34.28%
5,038.48
-45.39%
กำไรสุทธิ —
1,206.60
+2,232.56%
-56.58
-104.64%
1,218.59
+171.15%
449.42
-78.76%
2,115.51
-14.32%
2,469.13
-53.13%
กำไรต่อหุ้น —
0.28
+2,261.54%
-0.01
-104.58%
0.28
+170.48%
0.11
-78.70%
0.49
-14.26%
0.58
-53.14%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-81.96
-272.73%
47.45
+125.17%
-188.49
+54.36%
-413.02
-200.27%
-137.55
-264.36%
83.69
+120.93%
ROE(%) —
5.39
+12.29%
4.80
-20.13%
6.01
+0.50%
5.98
-33.11%
8.94
-8.87%
9.81
+104.38%
ROA(%) —
4.57
+26.59%
3.61
-17.01%
4.35
-9.94%
4.83
-28.97%
6.80
+8.63%
6.26
+73.41%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.96
-2.04%
0.98
+4.26%
0.94
+56.67%
0.60
-13.04%
0.69
+21.05%
0.57
-41.84%
P/E —
26.16
+54.61%
16.92
-50.96%
34.50
+5.28%
32.77
-15.52%
38.79
+89.50%
20.47
P/BV —
0.98
-10.91%
1.10
-44.72%
1.99
-17.08%
2.40
-23.08%
3.12
+97.47%
1.58
BV —
17.40
-2.74%
17.89
-1.21%
18.11
-23.65%
23.72
+6.89%
22.19
+22.33%
18.14
YIELD(%) —
3.22
+14.59%
2.81
+68.26%
1.67
+46.49%
1.14
+75.38%
0.65
-68.90%
2.09
ราคาหุ้น —
17.10
-12.76%
19.60
-45.56%
36.00
-36.84%
57.00
-17.69%
69.25
+66.87%
41.50
+44.35%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
16.55
+20.89%
13.69
-22.70%
17.71
+22.73%
14.43
+1.98%
14.15
-28.10%
19.68
+128.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.78
+14.93%
11.99
-0.66%
12.07
+8.35%
11.14
+22.96%
9.06
-15.49%
10.72
+4.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.81
+2,216.67%
-0.18
-104.76%
3.78
+184.21%
1.33
-77.03%
5.79
+10.29%
5.25
-10.56%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
18.14

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
50,766.28
-8.20%
55,303.57
-8.24%
60,271.93
+0.20%
60,154.43
-13.05%
69,186.23
+9.96%
62,918.92
+77.82%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
125,764.57
-5.64%
133,276.01
-3.62%
138,288.74
+0.85%
137,125.21
-0.37%
137,637.51
+25.68%
109,509.96
+5.17%
รวมสินทรัพย์ —
176,530.86
-6.39%
188,579.58
-5.03%
198,560.67
+0.65%
197,279.65
-4.61%
206,823.74
+19.95%
172,428.88
+23.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
47,431.84
-16.20%
56,603.23
-14.74%
66,390.39
+98.31%
33,478.66
-35.59%
51,976.58
+20.21%
43,236.69
-19.95%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
38,983.32
+6.25%
36,689.76
+23.45%
29,720.94
-27.22%
40,834.25
+25.46%
32,547.22
+68.19%
19,351.41
-14.69%
รวมหนี้สิน —
86,415.16
-7.37%
93,292.99
-2.93%
96,111.33
+29.33%
74,312.91
-12.08%
84,523.80
+35.05%
62,588.10
-18.40%
รวมส่วนของเจ้าของ —
90,115.70
-5.43%
95,286.59
-6.99%
102,449.35
-16.69%
122,966.74
+0.55%
122,299.94
+11.34%
109,840.78
+74.86%
D/E —
0.96
0.98
0.94
0.60
0.69
0.57
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
5.39
4.80
6.01
5.98
8.94
9.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.57
3.61
4.35
4.83
6.80
6.26
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.07
0.98
0.91
1.80
1.33
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.70
0.63
0.60
1.06
0.87
1.14
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
67.06
63.50
0.00
0.00
60.59
65.39
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
65.02
63.29
0.00
0.00
64.95
64.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
54.30
50.40
0.00
0.00
46.15
50.83
วงจรเงินสด —
77.78
76.38
0.00
0.00
79.40
79.36
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-6,970.08
+111.16%
-3,300.78
-66.33%
-9,802.64
+125.87%
-4,339.86
+36.37%
-3,182.35
-54.56%
-7,002.85
-143.73%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
3,743.13
-133.93%
-11,032.70
-183.07%
13,281.87
-158.75%
-22,607.15
-171.19%
31,757.56
-6,598.77%
-488.67
-98.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
6,270.34
-253.34%
-4,089.14
-145.37%
9,012.57
-61.06%
23,145.52
+334.93%
5,321.68
-81.42%
28,642.55
+56.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
4,177.25
-122.67%
-18,422.61
-247.48%
12,491.80
-428.60%
-3,801.49
-111.21%
33,896.88
+60.26%
21,151.03
+788.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
9,849.02
+719.17%
1,202.32
-87.94%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%
4,393.85
+109.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
6,463.62
+1,393.93%
432.66
-95.62%
9,888.59
-0.78%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%