บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
28.75
0.25 (0.86%)
สรุปสั้น
สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=14588 out_tok=3193 at=2026-07-26T03:25:35 -->
# SCGP กำไร Q3/66 หดตัว 28% รับแรงกดดันราคาขาย-ปริมาณวูบ
## รายได้-กำไรสุทธิ Q3/66 ลดลง YoY เหตุราคาขายบรรจุภัณฑ์กระดาษหดตัว ขณะที่ต้นทุนผลิตเยื่อกระดาษปรับสูงขึ้น
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีรายได้จากการขายรวม 31,572 ล้านบาท ลดลง 17% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 2% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีกำไรสำหรับงวดเท่ากับ 1,325 ล้านบาท ลดลง 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 11% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยหลักมาจากแรงกดดันด้านราคาขายและปริมาณการขายที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษบรรจุภัณฑ์และเยื่อกระดาษ รวมถึงผลกระทบจากการบำรุงรักษาเครื่องจักรประจำปี
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม
หัวใจสำคัญที่ส่งผลให้ผลประกอบการของ SCGP ในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง มาจาก **แรงกดดันด้านราคาขายและปริมาณการขายที่ลดลงในกลุ่มผลิตภัณฑ์กระดาษบรรจุภัณฑ์ ควบคู่ไปกับต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นในส่วนของผลิตภัณฑ์เยื่อกระดาษ** โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบจากการหยุดเดินเครื่องจักรเพื่อบำรุงรักษาประจำปี
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การลดลงของรายได้จากการขายและกำไรสำหรับงวด** โดยรายได้จากการขายรวมลดลง 17% YoY และกำไรสำหรับงวดลดลง 28% YoY ปัจจัยหลักมาจาก **ราคาขายของกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง** ประกอบกับ **ปริมาณการขายที่หดตัว** ในหลายภูมิภาค โดยเฉพาะในกลุ่มสินค้าฟุ่มเฟือย และ **ต้นทุนการผลิตเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้น** จากการหยุดเครื่องจักรเพื่อบำรุงรักษาประจำปี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **แรงกดดันด้านราคาขายและปริมาณในกลุ่มกระดาษบรรจุภัณฑ์:** การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจของจีนและยุโรปเป็นไปอย่างล่าช้า ส่งผลให้การส่งออกสินค้าจากอาเซียน โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องแต่งกาย ยังคงได้รับแรงกดดัน นอกจากนี้ การแข่งขันด้านราคาในตลาดกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซียยังคงรุนแรง ทำให้ราคาขายโดยรวมปรับตัวลดลง
* **ต้นทุนการผลิตเยื่อกระดาษที่สูงขึ้น:** ในไตรมาส 3 ปี 2566 บริษัทได้มีการหยุดเดินเครื่องจักรเพื่อบำรุงรักษาประจำปี (Major annual maintenance) สำหรับสายการผลิตเยื่อ ซึ่งส่งผลให้มีค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเพิ่มขึ้น และกระทบต่อปริมาณการผลิตและยอดขายเยื่อกระดาษ ประกอบกับราคาเยื่อในภูมิภาคเริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
* **ปัจจัยกดดันด้านราคาขายและปริมาณ:** แม้ว่าการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวจะฟื้นตัว และการส่งออกสินค้าบางกลุ่ม เช่น อาหารแช่แข็ง มีแนวโน้มดีขึ้น แต่แรงกดดันด้านราคาขายบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคและการแข่งขันที่รุนแรง โดยเฉพาะในอินโดนีเซีย ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา อย่างไรก็ตาม คาดว่า Utilization rate ของอุตสาหกรรมกระดาษบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคมีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ความต้องการที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี
* **ปัจจัยด้านต้นทุนเยื่อกระดาษ:** การหยุดเครื่องจักรเพื่อบำรุงรักษาประจำปีเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นปกติในแต่ละปี ดังนั้น ผลกระทบด้านต้นทุนจากการบำรุงรักษาจะสิ้นสุดลงเมื่อการดำเนินงานกลับสู่ภาวะปกติ อย่างไรก็ตาม ราคาเยื่อในภูมิภาคที่เริ่มปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 อาจส่งผลต่อต้นทุนในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้จากการขายรวม Q3/66 อยู่ที่ 31,572 ล้านบาท ลดลง 17% YoY และ 2% QoQ** โดยมีสาเหตุหลักจากราคาขายกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่ลดลง และปริมาณการขายที่หดตัวในหลายภูมิภาค
* **กำไรสุทธิ Q3/66 อยู่ที่ 1,325 ล้านบาท ลดลง 28% YoY และ 11% QoQ** เป็นผลมาจากราคาขายและปริมาณการขายที่ลดลงในกลุ่มกระดาษบรรจุภัณฑ์ และต้นทุนการผลิตเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้นจากการบำรุงรักษาเครื่องจักรประจำปี
* **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจร (Integrated Packaging) มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 8% YoY และ 11% QoQ** แม้รายได้รวมจะลดลง 19% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการเติบโตของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค (Consumer Packaging) ในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม และการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้นในไทยและเวียดนาม
* **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (Pulp and Paper) มีกำไรสุทธิลดลง 60% YoY และ 46% QoQ** จากราคาตลาดและยอดขายเยื่อกระดาษที่ลดลง รวมถึงค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงเครื่องจักรประจำปี
* **ต้นทุนขายรวมลดลง 14% YoY** ในช่วง 9 เดือนแรกของปี 2566 จากความพยายามในการลดต้นทุนและทิศทางที่ดีขึ้นของต้นทุนหลัก เช่น ค่าขนส่งและพลังงาน
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 30% จากสิ้นปี 2565** โดยมีสาเหตุหลักจากการรองรับความเป็นไปได้ในการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน PT Fajar Surya Wisesa Tbk. (Fajar)
## ภาพรวมผลประกอบการ
**งวด 9 เดือนแรก ปี 2566:**
* รายได้จากการขายรวม 97,517 ล้านบาท ลดลง 13% YoY
* EBITDA 13,381 ล้านบาท ลดลง 16% YoY
* กำไรสุทธิ 4,030 ล้านบาท ลดลง 25% YoY
* อัตรากำไรสุทธิ 4%
**ไตรมาส 3 ปี 2566:**
* รายได้จากการขายรวม 31,572 ล้านบาท ลดลง 17% YoY และ 2% QoQ
* EBITDA 4,229 ล้านบาท ลดลง 23% YoY และ 10% QoQ
* กำไรสุทธิ 1,325 ล้านบาท ลดลง 28% YoY และ 11% QoQ
* อัตรากำไรสุทธิ 4%
## โอกาส
* **การบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยวที่ฟื้นตัว:** เป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ในกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค
* **การส่งออกสินค้าบางกลุ่มเริ่มขยายตัว:** เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารแปรรูป และผลไม้สดไปยังจีน รวมถึงการส่งออกข้าว
* **การเติบโตของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค (Consumer Packaging):** โดยเฉพาะกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภค
* **การลงทุนขยายกำลังการผลิตและ M&P:** โครงการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์แบบอ่อนตัวและกล่องลูกฟูกในไทย รวมถึงการควบรวมกิจการในเวียดนาม จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งและฐานลูกค้า
* **การขยายธุรกิจรีไซเคิลในยุโรป:** โครงการย้ายโรงงานรีไซเคิลใกล้ท่าเรือรอตเตอร์ดัม จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งและจัดหาวัตถุดิบรีไซเคิล
* **การมุ่งสู่ Net Zero:** การดำเนินงานด้าน ESG ที่แข็งแกร่ง และการตั้งเป้าหมายลดก๊าซเรือนกระจก ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่ดีและโอกาสในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน
## ความเสี่ยง
* **การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจโลกและจีนที่ล่าช้า:** ส่งผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าจากอาเซียน โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย
* **อัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง:** โดยเฉพาะในยุโรป ยังคงจำกัดกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **การแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง:** โดยเฉพาะในตลาดกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้ปัจจุบันจะปรับตัวลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม
* **ความเสี่ยงจากการลงทุน:** การเข้าซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน Fajar อาจส่งผลต่อโครงสร้างทางการเงินในระยะสั้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาขายและปริมาณการขายของกระดาษบรรจุภัณฑ์:** โดยเฉพาะในตลาดอาเซียนและจีน
* **สถานการณ์การแข่งขันในตลาดอินโดนีเซีย:** และผลกระทบต่ออัตรากำไร
* **ความคืบหน้าของโครงการ M&P:** โดยเฉพาะในเวียดนาม และการเข้าซื้อหุ้น Fajar
* **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** และความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของบริษัท
* **การฟื้นตัวของอุปสงค์สินค้าคงทน:** ซึ่งเป็นตลาดส่งออกหลักของอาเซียน
* **ผลกระทบจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลไทย:** ต่อการบริโภคในประเทศ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization Rate:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่ระบุว่า Utilization rate ของอุตสาหกรรมกระดาษบรรจุภัณฑ์มีแนวโน้มปรับตัวเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ความต้องการที่ปรับตัวดีขึ้นในช่วงปลายปี
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการเตรียมสินค้าสำหรับช่วงเทศกาลปลายปี และการฟื้นตัวของอุปสงค์ในบางกลุ่มสินค้า
* **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาเยื่อในภูมิภาคได้ผ่านจุดต่ำสุดของปีไปแล้ว และมีการปรับตัวสูงขึ้นในช่วงปลายไตรมาส 3 ส่วนกระดาษรีไซเคิล (RCP) เป็นวัตถุดิบหลักที่บริษัทให้ความสำคัญกับการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุกผ่านการจัดหาทั้งในและต่างประเทศ
* **GPM (อัตรากำไรขั้นต้น):** อัตรากำไรขั้นต้นรวมอยู่ที่ 18% ใน Q3/66 (เทียบกับ 17% ใน Q3/65 และ 18% ใน Q3/65) โดยสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์ครบวงจรมี GPM ดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากต้นทุนที่ลดลง
* **ส่งออก:** การส่งออกสินค้าจากอาเซียนยังคงได้รับความท้าทายจากกำลังซื้อที่จำกัด โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือยไปยังยุโรป แต่มีการขยายตัวในกลุ่มอาหารแช่แข็ง อาหารแปรรูป และผลไม้สด
* **ค่าเงิน:** เอกสารระบุถึงผลต่างอัตราแลกเปลี่ยนจากเงินกู้ยืมที่ส่งผลกระทบต่อกำไร แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบโดยตรงต่อรายได้จากการส่งออก
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 3,364 ล้านบาท จากทั้งปริมาณวัตถุดิบและสินค้าสำเร็จรูป
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** 200,608 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากที่ดินอาคารและอุปกรณ์ และเงินสด/เงินลงทุนระยะสั้น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง
* **หนี้สินรวม:** 96,870 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 30% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากการรองรับการลงทุนซื้อหุ้นเพิ่มเติมใน Fajar
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** 103,738 ล้านบาท ลดลง 16% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากการบันทึกหนี้สินจากสิทธิในการซื้อขายหุ้น Fajar และการจ่ายเงินปันผล
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E):** เพิ่มขึ้นเป็น 0.9 เท่า จาก 0.6 เท่า ณ สิ้นปีก่อน
* **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 16,348 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน
* **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน:** 10,343 ล้านบาท
* **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน:** 8,708 ล้านบาท
## สรุปท้าย
SCGP เผชิญแรงกดดันจากราคาขายและปริมาณการขายที่ลดลงในกลุ่มกระดาษบรรจุภัณฑ์ ประกอบกับต้นทุนการผลิตเยื่อที่สูงขึ้นจากการบำรุงรักษาเครื่องจักรประจำปี ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2566 ปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม บริษัทมีปัจจัยบวกจากการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศและการท่องเที่ยว รวมถึงการเติบโตของบรรจุภัณฑ์สำหรับผู้บริโภค และการเดินหน้าขยายธุรกิจผ่านการลงทุนและ M&P ซึ่งจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในระยะยาว ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและประสิทธิภาพการดำเนินงานยังคงเป็นหัวใจสำคัญในการรับมือกับความท้าทายและสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02
ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89
ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55
%
กำไรสุทธิ
1,206.60
ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
18.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,970.08
+111.16%
|
-3,300.78
-66.33%
|
-9,802.64
+125.87%
|
-4,339.86
+36.37%
|
-3,182.35
-54.56%
|
-7,002.85
-143.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,743.13
-133.93%
|
-11,032.70
-183.07%
|
13,281.87
-158.75%
|
-22,607.15
-171.19%
|
31,757.56
-6,598.77%
|
-488.67
-98.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,270.34
-253.34%
|
-4,089.14
-145.37%
|
9,012.57
-61.06%
|
23,145.52
+334.93%
|
5,321.68
-81.42%
|
28,642.55
+56.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,177.25
-122.67%
|
-18,422.61
-247.48%
|
12,491.80
-428.60%
|
-3,801.49
-111.21%
|
33,896.88
+60.26%
|
21,151.03
+788.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,849.02
+719.17%
|
1,202.32
-87.94%
|
9,965.93
+36.33%
|
7,310.31
-76.61%
|
31,255.70
+611.35%
|
4,393.85
+109.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,463.62
+1,393.93%
|
432.66
-95.62%
|
9,888.59
-0.78%
|
9,965.93
+36.33%
|
7,310.31
-76.61%
|
31,255.70
+611.35%
|