SCGP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
28.75
0.25 (0.86%)

สรุปสั้น

สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12112 out_tok=3202 at=2026-07-26T04:03:12 --> # SCGP Q1/65 กำไรสุทธิหด 22% ต้นทุนพุ่งฉุด GPM วูบ ## รายได้รวมโต 34% รับแรงหนุนควบรวมกิจการ-ความต้องการบรรจุภัณฑ์ฟื้นตัว ขณะที่ต้นทุนวัตถุดิบ-พลังงานพุ่งกดดันกำไร ในไตรมาสที่ 1 ปี 2565 บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP มีรายได้จากการขายรวม 36,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการรวมผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ และการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร รวมถึงความต้องการเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม กำไรสุทธิกลับลดลง 22% มาอยู่ที่ 1,658 ล้านบาท เนื่องจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ SCGP ในไตรมาส 1/2565 ลดลง 22% เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **ต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 43%** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่ออัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ที่ลดลงจาก 22% ในปีก่อน เหลือ 17% ในไตรมาสนี้ แม้ว่ารายได้จากการขายจะเติบโตถึง 34% ก็ตาม ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของต้นทุนขายมีสาเหตุหลักมาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่ * **ต้นทุนวัตถุดิบที่สูงขึ้น:** โดยเฉพาะกระดาษรีไซเคิลที่หาได้ยากขึ้นในช่วงที่การระบาดของ COVID-19 ในหลายประเทศส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทาน ทำให้ราคาวัตถุดิบปรับตัวสูงขึ้น * **ค่าระวางเรือและต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง:** จากสถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ทำให้ต้นทุนการขนส่งและพลังงานปรับตัวสูงขึ้นทั่วโลก * **การขยายธุรกิจ:** การรวมผลประกอบการของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ (Duy Tan, Intan Group, Deltalab) และการขยายกำลังการผลิตในสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรและสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ ทำให้ปริมาณต้นทุนขายเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่ขยายตัว แม้ว่าบริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนเชิงรุก เช่น การเพิ่มสัดส่วนการใช้วัสดุรีไซเคิลภายในประเทศ การจัดตั้งศูนย์จัดการวัสดุรีไซเคิล และการปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดซื้อและส่งออก รวมถึงการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นได้อย่างเต็มที่ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** สถานการณ์ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุถึงมาตรการบริหารจัดการต้นทุน แต่ความผันผวนของราคา commodity และค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อาจส่งผลกระทบต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การปรับราคาสินค้าและการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในบางภูมิภาคอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้บ้าง ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขายรวม 36,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% YoY** จากการรวมผลประกอบการของ Duy Tan, Intan Group, Deltalab และการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร * **กำไรสุทธิ 1,658 ล้านบาท ลดลง 22% YoY** และ **Core Profit 1,722 ล้านบาท ลดลง 24% YoY** * **อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 22% เป็น 17%** และ **EBITDA Margin ลดลงจาก 19% เป็น 13%** * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 43% YoY** เป็นผลจากต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าระวางเรือที่สูงขึ้น * **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB) มีรายได้เพิ่มขึ้น 35% YoY** แต่ EBITDA Margin ลดลงจาก 20% เป็น 14% * **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB) มีรายได้เพิ่มขึ้น 32% YoY** และ EBITDA เพิ่มขึ้น 4% YoY จากราคาเยื่อกระดาษที่ปรับสูงขึ้น * **การลงทุนขยายกำลังการผลิต** ในฟิลิปปินส์ (กระดาษบรรจุภัณฑ์) และไทย/เวียดนาม (บรรจุภัณฑ์อาหารจากกระดาษ) คืบหน้าตามแผน ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาส 1/2565 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 36,634 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 34% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 4% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการรวมผลการดำเนินงานของ Duy Tan, Intan Group และ Deltalab รวมถึงการเติบโตของสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรในกลุ่มสินค้าอุปโภคบริโภค การส่งออกอาหาร และปริมาณความต้องการและราคาของเยื่อกระดาษที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม EBITDA เท่ากับ 4,887 ล้านบาท ลดลง 7% YoY และลดลง 10% QoQ โดยมี EBITDA margin ที่ 13% ส่วนกำไรสำหรับงวดเท่ากับ 1,658 ล้านบาท ลดลง 22% YoY และลดลง 22% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 5% ผลการดำเนินงานที่ลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อนเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มสูงขึ้น แม้บริษัทจะมีการบริหารจัดการต้นทุนและปรับราคาสินค้าแล้วก็ตาม ส่วนผลการดำเนินงานที่ลดลงจากไตรมาสก่อนมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากรายการพิเศษจากการปรับลดประมาณการเงินค่าหุ้นที่คาดว่าจะต้องจ่าย (Earn-Out) ของ Go-Pak ในไตรมาสก่อน เมื่อพิจารณา Core EBITDA เท่ากับ 4,988 ล้านบาท ลดลง 9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 9% QoQ และ Core Profit เท่ากับ 1,722 ล้านบาท ลดลง 24% YoY แต่เพิ่มขึ้น 27% QoQ ซึ่งผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนมีสาเหตุหลักมาจากการปรับราคาสินค้าที่เพิ่มขึ้น และปริมาณความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว ## โอกาส * **การเติบโตจากการควบรวมกิจการ (M&P) และการขยายกำลังการผลิต (Organic Growth):** SCGP ยังคงเดินหน้าตามแผนการขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการรวมผลประกอบการเต็มปีของบริษัทที่เข้าซื้อกิจการใหม่ และการขยายกำลังการผลิตบรรจุภัณฑ์อาหารจากกระดาษและเยื่อธรรมชาติในไทยและเวียดนาม รวมถึงการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในเวียดนาม * **การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ:** การผ่อนคลายมาตรการ COVID-19 ในหลายประเทศส่งผลให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การเดินทางท่องเที่ยว การรับประทานอาหารนอกบ้าน และการจับจ่ายใช้สอยเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ * **ความหลากหลายของสินค้าและบริการ:** SCGP มีสินค้าและบริการที่หลากหลาย ครอบคลุมทั้งบรรจุภัณฑ์กระดาษและพอลิเมอร์ในภูมิภาคอาเซียน ทำให้มีความยืดหยุ่นในการตอบสนองความต้องการของลูกค้า * **การมุ่งสู่ความยั่งยืน (ESG):** การยื่นเข้าร่วม Science Based Targets initiative (SBTi) และการมุ่งสู่เป้าหมาย Net Zero ในปี 2593 สะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน ซึ่งเป็นปัจจัยที่นักลงทุนให้ความสำคัญมากขึ้น ## ความเสี่ยง * **ต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่ผันผวนสูง:** สถานการณ์สงครามรัสเซีย-ยูเครน และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังคงส่งผลให้ราคาพลังงานและวัตถุดิบบางชนิดอยู่ในระดับสูงและผันผวน ซึ่งอาจกระทบต่ออัตรากำไรของบริษัท * **การหยุดชะงักของห่วงโซ่อุปทาน:** มาตรการ Zero COVID ของประเทศจีน และความกังวลด้านสงคราม อาจส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานและการขนส่ง ทำให้การเข้าถึงวัตถุดิบและการส่งออกสินค้าอาจล่าช้าหรือมีต้นทุนสูงขึ้น * **การชะลอตัวของเศรษฐกิจจีน:** การล็อกดาวน์ในเมืองเศรษฐกิจสำคัญของจีนส่งผลให้เศรษฐกิจชะลอตัว และปริมาณความต้องการนำเข้าสินค้าลดลง ซึ่งอาจกระทบต่อยอดขายและการส่งออกของ SCGP * **อัตราแลกเปลี่ยน:** แม้ในไตรมาสนี้จะไม่มีผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยนต่อกำไรมากนัก แต่ความผันผวนของค่าเงินบาทยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามทิศทางราคา commodity และค่าระวางเรือว่าจะปรับตัวลดลงหรือยังคงอยู่ในระดับสูง * **ผลกระทบจากมาตรการ Zero COVID ของจีน:** ประเมินผลกระทบต่อการส่งออกและความต้องการสินค้าในภูมิภาค * **ความคืบหน้าการขยายกำลังการผลิต:** ติดตามการเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง * **การปรับราคาสินค้า:** ประเมินความสามารถของบริษัทในการผลักภาระต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังผู้บริโภค * **การควบรวมและซื้อกิจการ (M&P):** ติดตามแผนการลงทุนและการควบรวมกิจการเพิ่มเติมของบริษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข utilization โดยตรง แต่การขยายกำลังการผลิตในหลายโครงการบ่งชี้ถึงการเตรียมพร้อมรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น * **Order Book:** ไม่ได้ระบุตัวเลข order book ชัดเจน แต่ระบุว่ายอดขายในกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตสินค้าส่งออกในกลุ่มอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็งไปที่ประเทศที่เริ่มมีการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ เช่น ยุโรปและอเมริกา รวมถึงการเริ่มเตรียมสต๊อกสินค้าของผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภคสำหรับเทศกาลวันหยุด * **ราคาวัตถุดิบ:** ราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและเยื่อกระดาษปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **GPM:** อัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ลดลงจาก 22% ใน Q1/64 เป็น 17% ใน Q1/65 * **ส่งออก:** ยอดขายในกลุ่มลูกค้าผู้ผลิตสินค้าส่งออกในกลุ่มอาหารแปรรูปและอาหารแช่แข็งไปยังยุโรปและอเมริกาฟื้นตัว แต่การส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์ชะลอตัวลงเนื่องจากเศรษฐกิจจีนอ่อนตัวลง * **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงผลต่างของอัตราแลกเปลี่ยนจากการแปลงค่างบการเงิน 800 ล้านบาทจากเงินบาทแข็งค่าเมื่อเทียบกับธันวาคม 2564 แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบต่อกำไรโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0% จากเดือนธันวาคม 2564 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** 198,399 ล้านบาท ลดลง 4% จากเดือนธันวาคม 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น * **หนี้สินรวม:** 77,193 ล้านบาท ลดลง 9% จากเดือนธันวาคม 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการลดลงของเงินกู้ยืมรวม * **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** 121,206 ล้านบาท ลดลง 1% จากเดือนธันวาคม 2564 จากการจ่ายปันผลและผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** 0.6 เท่า ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** เพิ่มขึ้นจาก 0.8 เท่า เป็น 1.7 เท่า * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมดำเนินงาน:** 2,809 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุน:** 10,404 ล้านบาท (รับสุทธิ) จากการขายเงินลงทุนในตราสารหนี้ระยะสั้น * **กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงิน:** (10,316) ล้านบาท (ใช้สุทธิ) จากการลดลงของเงินกู้ยืม ## สรุปท้าย SCGP ในไตรมาส 1/2565 เผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบ พลังงาน และค่าระวางเรือ ซึ่งส่งผลให้ GPM และกำไรสุทธิปรับตัวลดลง แม้ว่ารายได้จะเติบโตได้ดีจากการรวมกิจการใหม่และการฟื้นตัวของความต้องการบรรจุภัณฑ์ แต่การบริหารจัดการต้นทุนและการปรับราคาสินค้ายังคงเป็นความท้าทายสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ท่ามกลางโอกาสจากการขยายธุรกิจและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก ความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนและสถานการณ์ภูมิรัฐศาสตร์ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02 ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89 ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55 %
กำไรสุทธิ
1,206.60 ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81 %
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6% YoY
D/E Ratio
0.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
31,709.02
+1.03%
31,384.48
-2.55%
32,205.77
-4.86%
33,850.88
-7.34%
36,534.11
-22.29%
47,010.79
-47.64%
กำไรขั้นต้น —
5,248.89
+22.17%
4,296.43
-24.65%
5,702.20
+16.76%
4,883.71
-5.51%
5,168.74
-44.14%
9,253.29
+19.53%
ค่าใช้จ่ายรวม —
4,369.04
+16.08%
3,763.85
-3.14%
3,885.78
+3.07%
3,769.87
+13.86%
3,311.05
-34.28%
5,038.48
-45.39%
กำไรสุทธิ —
1,206.60
+2,232.56%
-56.58
-104.64%
1,218.59
+171.15%
449.42
-78.76%
2,115.51
-14.32%
2,469.13
-53.13%
กำไรต่อหุ้น —
0.28
+2,261.54%
-0.01
-104.58%
0.28
+170.48%
0.11
-78.70%
0.49
-14.26%
0.58
-53.14%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-81.96
-272.73%
47.45
+125.17%
-188.49
+54.36%
-413.02
-200.27%
-137.55
-264.36%
83.69
+120.93%
ROE(%) —
5.39
+12.29%
4.80
-20.13%
6.01
+0.50%
5.98
-33.11%
8.94
-8.87%
9.81
+104.38%
ROA(%) —
4.57
+26.59%
3.61
-17.01%
4.35
-9.94%
4.83
-28.97%
6.80
+8.63%
6.26
+73.41%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.96
-2.04%
0.98
+4.26%
0.94
+56.67%
0.60
-13.04%
0.69
+21.05%
0.57
-41.84%
P/E —
26.16
+54.61%
16.92
-50.96%
34.50
+5.28%
32.77
-15.52%
38.79
+89.50%
20.47
P/BV —
0.98
-10.91%
1.10
-44.72%
1.99
-17.08%
2.40
-23.08%
3.12
+97.47%
1.58
BV —
17.40
-2.74%
17.89
-1.21%
18.11
-23.65%
23.72
+6.89%
22.19
+22.33%
18.14
YIELD(%) —
3.22
+14.59%
2.81
+68.26%
1.67
+46.49%
1.14
+75.38%
0.65
-68.90%
2.09
ราคาหุ้น —
17.10
-12.76%
19.60
-45.56%
36.00
-36.84%
57.00
-17.69%
69.25
+66.87%
41.50
+44.35%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
16.55
+20.89%
13.69
-22.70%
17.71
+22.73%
14.43
+1.98%
14.15
-28.10%
19.68
+128.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.78
+14.93%
11.99
-0.66%
12.07
+8.35%
11.14
+22.96%
9.06
-15.49%
10.72
+4.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.81
+2,216.67%
-0.18
-104.76%
3.78
+184.21%
1.33
-77.03%
5.79
+10.29%
5.25
-10.56%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
18.14

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
50,766.28
-8.20%
55,303.57
-8.24%
60,271.93
+0.20%
60,154.43
-13.05%
69,186.23
+9.96%
62,918.92
+77.82%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
125,764.57
-5.64%
133,276.01
-3.62%
138,288.74
+0.85%
137,125.21
-0.37%
137,637.51
+25.68%
109,509.96
+5.17%
รวมสินทรัพย์ —
176,530.86
-6.39%
188,579.58
-5.03%
198,560.67
+0.65%
197,279.65
-4.61%
206,823.74
+19.95%
172,428.88
+23.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
47,431.84
-16.20%
56,603.23
-14.74%
66,390.39
+98.31%
33,478.66
-35.59%
51,976.58
+20.21%
43,236.69
-19.95%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
38,983.32
+6.25%
36,689.76
+23.45%
29,720.94
-27.22%
40,834.25
+25.46%
32,547.22
+68.19%
19,351.41
-14.69%
รวมหนี้สิน —
86,415.16
-7.37%
93,292.99
-2.93%
96,111.33
+29.33%
74,312.91
-12.08%
84,523.80
+35.05%
62,588.10
-18.40%
รวมส่วนของเจ้าของ —
90,115.70
-5.43%
95,286.59
-6.99%
102,449.35
-16.69%
122,966.74
+0.55%
122,299.94
+11.34%
109,840.78
+74.86%
D/E —
0.96
0.98
0.94
0.60
0.69
0.57
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
5.39
4.80
6.01
5.98
8.94
9.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.57
3.61
4.35
4.83
6.80
6.26
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.07
0.98
0.91
1.80
1.33
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.70
0.63
0.60
1.06
0.87
1.14
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
67.06
63.50
0.00
0.00
60.59
65.39
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
65.02
63.29
0.00
0.00
64.95
64.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
54.30
50.40
0.00
0.00
46.15
50.83
วงจรเงินสด —
77.78
76.38
0.00
0.00
79.40
79.36
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-6,970.08
+111.16%
-3,300.78
-66.33%
-9,802.64
+125.87%
-4,339.86
+36.37%
-3,182.35
-54.56%
-7,002.85
-143.73%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
3,743.13
-133.93%
-11,032.70
-183.07%
13,281.87
-158.75%
-22,607.15
-171.19%
31,757.56
-6,598.77%
-488.67
-98.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
6,270.34
-253.34%
-4,089.14
-145.37%
9,012.57
-61.06%
23,145.52
+334.93%
5,321.68
-81.42%
28,642.55
+56.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
4,177.25
-122.67%
-18,422.61
-247.48%
12,491.80
-428.60%
-3,801.49
-111.21%
33,896.88
+60.26%
21,151.03
+788.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
9,849.02
+719.17%
1,202.32
-87.94%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%
4,393.85
+109.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
6,463.62
+1,393.93%
432.66
-95.62%
9,888.59
-0.78%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%