SCGP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
28.75
0.25 (0.86%)

สรุปสั้น

สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13860 out_tok=3235 at=2026-07-26T03:40:35 --> # SCGP Q1/2566 กำไรสุทธิวูบ 26% รับแรงกดดันยอดขาย-ราคา แต่ฟื้นตัว QoQ จากต้นทุนลด ## รายได้-กำไร Q1/66 หดตัว YoY เหตุอุปสงค์ชะลอ-เงินเฟ้อ แต่ฟื้นตัวแรงจากไตรมาสก่อน หลังต้นทุนวัตถุดิบ-ค่าขนส่งลดลง บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีรายได้จากการขาย 33,729 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ขณะที่กำไรสุทธิอยู่ที่ 1,220 ล้านบาท ลดลง 26% YoY แต่เพิ่มขึ้นถึง 171% QoQ โดยปัจจัยหลักที่ส่งผลต่อผลประกอบการในไตรมาสนี้มาจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ชะลอตัวในบางกลุ่มสินค้า ประกอบกับภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งที่ปรับตัวลดลงช่วยหนุนผลกำไรให้ฟื้นตัวอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: สินค้าอุตสาหกรรม หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ SCGP ในไตรมาส 1 ปี 2566 คือ **การปรับตัวลดลงของรายได้จากการขายและกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) ซึ่งเป็นผลมาจากอุปสงค์บรรจุภัณฑ์ที่ชะลอตัวในตลาดโลกและภูมิภาค ประกอบกับแรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค** อย่างไรก็ตาม **การฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของกำไรสุทธิเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (QoQ) เป็นผลมาจากต้นทุนการดำเนินงานที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง** **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **แรงกดดันจากอุปสงค์และภาวะเศรษฐกิจ:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์โดยรวมลดลง โดยเฉพาะสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น เสื้อผ้า รองเท้า และเครื่องใช้ไฟฟ้า รวมถึงภาคการส่งออกที่ชะลอตัวไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลโดยตรงต่อปริมาณการขายและราคาขายของกระดาษบรรจุภัณฑ์ โดยเฉพาะในธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรที่รายได้ลดลง 18% YoY * **การฟื้นตัวจากต้นทุนที่ลดลง:** ตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 ต้นทุนวัตถุดิบ (เช่น กระดาษรีไซเคิล) และค่าขนส่งมีแนวโน้มลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับตัวดีขึ้นของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศต่างๆ และการเปิดประเทศของจีน ทำให้ปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรและธุรกิจเยื่อและกระดาษปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ปัจจัยนี้ส่งผลให้ต้นทุนขายลดลง 8% YoY และ 3% QoQ ซึ่งเป็นแรงหนุนสำคัญต่อกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นถึง 171% QoQ **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่งจะลดลง ซึ่งเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยหนุนผลกำไรในไตรมาสนี้ แต่แนวโน้มอุปสงค์ในตลาดโลกยังคงเผชิญกับความไม่แน่นอนจากภาวะเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคในระยะต่อไป ฝ่ายจัดการคาดการณ์ว่าสถานการณ์เศรษฐกิจอาเซียนในไตรมาส 2 ปี 2566 จะปรับตัวดีขึ้นตามการฟื้นตัวของการบริโภคในประเทศ แต่ภาคการส่งออกยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดัน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้วางแผนการลงทุน (CAPEX) และมุ่งเน้นการควบรวมกิจการ (M&P) เพื่อยกระดับความสามารถในการแข่งขันและแสวงหาโอกาสการเติบโตในกลุ่มธุรกิจที่มีศักยภาพสูงและตลาดใหม่ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยขับเคลื่อนผลประกอบการในอนาคต ## Highlight สำคัญ * **รายได้จากการขาย Q1/66 อยู่ที่ 33,729 ล้านบาท ลดลง 8% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ** * **กำไรสุทธิ Q1/66 อยู่ที่ 1,220 ล้านบาท ลดลง 26% YoY แต่เพิ่มขึ้น 171% QoQ** * **EBITDA อยู่ที่ 4,471 ล้านบาท ลดลง 9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 26% QoQ** * **ธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรมีรายได้ลดลง 18% YoY แต่ฟื้นตัว 1% QoQ** * **ธุรกิจเยื่อและกระดาษมีรายได้เพิ่มขึ้น 10% YoY และลดลง 1% QoQ** * **ต้นทุนขายลดลง 8% YoY และ 3% QoQ โดยหลักจากค่าระวางเรือและต้นทุนวัตถุดิบที่ลดลง** * **SCGP ได้รับการประเมินด้านความยั่งยืนระดับ Gold Class จาก S&P Global CSA** * **ประกาศความร่วมมือพัฒนา Bio-based Plastic กับ Origin Materials และแผนเข้าลงทุนใน Starprint Vietnam JSC** ## ภาพรวมผลประกอบการ ในไตรมาสที่ 1 ปี 2566 SCGP มีรายได้จากการขายรวม 33,729 ล้านบาท ลดลง 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (YoY) แต่เพิ่มขึ้น 1% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า (QoQ) โดยรายได้ที่ลดลง YoY เป็นผลมาจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ลดลงในตลาดโลกและภูมิภาค รวมถึงผลกระทบจากอัตราเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้ที่เพิ่มขึ้น QoQ ได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจภายในประเทศต่างๆ และการส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นหลังการเปิดประเทศของจีน EBITDA ในไตรมาสนี้อยู่ที่ 4,471 ล้านบาท ลดลง 9% YoY แต่เพิ่มขึ้น 26% QoQ โดยมี EBITDA Margin ที่ 13% เท่ากับช่วงเดียวกันของปีก่อน กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,220 ล้านบาท ลดลง 26% YoY แต่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 171% QoQ โดยมีอัตรากำไรสุทธิที่ 4% เมื่อพิจารณาตามสายธุรกิจ สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรมีรายได้ 25,480 ล้านบาท ลดลง 18% YoY แต่เพิ่มขึ้น 1% QoQ โดยมี EBITDA 3,649 ล้านบาท และกำไร 1,206 ล้านบาท ส่วนสายธุรกิจเยื่อและกระดาษมีรายได้ 6,805 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10% YoY และลดลง 1% QoQ โดยมี EBITDA 856 ล้านบาท และกำไร 216 ล้านบาท ## โอกาส * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน:** การบริโภคในประเทศที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะกลุ่มอาหาร เครื่องดื่ม สินค้าอุปโภคบริโภค รวมถึงภาคการท่องเที่ยวและบริการ จะเป็นปัจจัยบวกต่อความต้องการบรรจุภัณฑ์ * **การคลี่คลายของปัญหาห่วงโซ่อุปทาน:** การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจของจีนและการใช้จ่ายภาคครัวเรือน จะช่วยสนับสนุนการค้าและการผลิตในภูมิภาค * **นวัตกรรมและความยั่งยืน:** ความร่วมมือกับ Origin Materials ในการพัฒนา Bio-based Plastic และการลงทุนในธุรกิจรีไซเคิล จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งด้านผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม * **การขยายธุรกิจผ่าน M&P:** การเข้าลงทุนใน Starprint Vietnam JSC จะช่วยยกระดับโซลูชันบรรจุภัณฑ์และขยายฐานลูกค้าในเวียดนาม * **การลงทุนขยายกำลังการผลิต:** โครงการขยายกำลังการผลิตในไทย เวียดนาม และเนเธอร์แลนด์ จะรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นและเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** อัตราเงินเฟ้อที่ยืดเยื้อและการปรับขึ้นของอัตราดอกเบี้ยในตลาดหลัก เช่น อเมริกาเหนือและยุโรป ยังคงเป็นแรงกดดันต่อกำลังซื้อและภาคการส่งออก * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบและพลังงาน:** แม้ว่าต้นทุนจะลดลง แต่สถานการณ์ตลาดที่ยังคงผันผวนอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนการผลิตในอนาคต * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การที่ผู้ผลิตเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตในอัตราที่สูงขึ้นท่ามกลางความต้องการที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ อาจส่งผลต่อแรงกดดันด้านราคาขายในบางพื้นที่ * **ความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน:** แม้จะมีการบริหารจัดการ แต่ความผันผวนของค่าเงินยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอุปสงค์บรรจุภัณฑ์ในตลาดโลกและภูมิภาค:** ติดตามการฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภคและภาคการส่งออก * **ความคืบหน้าของการควบรวมกิจการ (M&P) ในเวียดนาม:** การเข้าลงทุนใน Starprint Vietnam JSC คาดว่าจะแล้วเสร็จในไตรมาส 3/2566 * **การดำเนินงานของโครงการขยายกำลังการผลิต:** ติดตามความคืบหน้าของโครงการต่างๆ ที่คาดว่าจะเริ่มดำเนินการผลิตได้ตั้งแต่ปลายปี 2566 ถึงปี 2568 * **ความคืบหน้าของความร่วมมือด้านนวัตกรรม:** การพัฒนานวัตกรรม Bio-based Plastic และการนำไปใช้ในเชิงพาณิชย์ * **การบริหารจัดการต้นทุนวัตถุดิบและพลังงาน:** ติดตามแนวโน้มราคาและกลยุทธ์การจัดหาวัตถุดิบของบริษัท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization Rate:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization Rate โดยตรง แต่กล่าวถึงการที่ผู้ผลิตเริ่มกลับมาดำเนินการผลิตในอัตราที่สูงขึ้นท่ามกลางความต้องการที่ยังไม่กลับสู่ภาวะปกติ ซึ่งอาจบ่งชี้ถึงแรงกดดันต่ออัตราการใช้กำลังการผลิต * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงการฟื้นตัวของปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจรและธุรกิจเยื่อและกระดาษในไตรมาสก่อนหน้า * **ราคาวัตถุดิบ:** มีแนวโน้มลดลงตั้งแต่ช่วงกลางปี 2565 โดยเฉพาะต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อ GPM * **GPM (กำไรขั้นต้น):** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 18% เพิ่มขึ้นจาก 17% ในปีก่อน โดยมีปัจจัยหนุนจากการลดลงของต้นทุนขาย * **การส่งออก:** ภาคการส่งออกชะลอตัวลง โดยเฉพาะไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ แต่การส่งออกกระดาษบรรจุภัณฑ์ปรับตัวดีขึ้นหลังการเปิดประเทศของจีน * **ค่าเงิน:** มีการกล่าวถึงกำไรขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนของเงินกู้ยืมในรายการปรับปรุง แต่ไม่ได้ระบุผลกระทบต่อรายได้หรือต้นทุนโดยตรง * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือลดลง 811 ล้านบาท (-3%) จากเดือนธันวาคม 2565 ซึ่งสอดคล้องกับยอดขายที่เพิ่มขึ้น QoQ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 สินทรัพย์รวมของ SCGP อยู่ที่ 198,506 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากเดือนธันวาคม 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสด รวมถึงเงินลงทุนระยะสั้น ขณะที่สินค้าคงเหลือลดลง หนี้สินรวมอยู่ที่ 75,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากเดือนธันวาคม 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากเงินปันผลค้างจ่ายที่เพิ่มขึ้น ในขณะที่เงินกู้ยืมลดลงสุทธิ ส่วนของผู้ถือหุ้นรวมอยู่ที่ 123,092 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนธันวาคม 2565 โดยมีสาเหตุหลักจากกำไรสำหรับงวดและผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน แม้จะมีการจ่ายเงินปันผล อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.6 เท่า ไม่เปลี่ยนแปลงจากปีก่อน อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA อยู่ที่ 1.9 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.7 เท่าในปีก่อน กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงานเท่ากับ 5,017 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากปีก่อนหน้า กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุนเท่ากับ 7,257 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินเท่ากับ 2,268 ล้านบาท ## สรุปท้าย SCGP ในไตรมาส 1 ปี 2566 เผชิญกับแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวและภาวะเศรษฐกิจมหภาค ส่งผลให้รายได้และกำไรสุทธิปรับลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการลดลงของต้นทุนวัตถุดิบและค่าขนส่ง ได้ช่วยหนุนให้กำไรสุทธิฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า บริษัทมุ่งมั่นเดินหน้าตามแผนกลยุทธ์ด้านการลงทุน การควบรวมกิจการ และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อสร้างการเติบโตอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายของเศรษฐกิจโลกที่ยังคงผันผวน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02 ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89 ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55 %
กำไรสุทธิ
1,206.60 ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81 %
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6% YoY
D/E Ratio
0.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
31,709.02
+1.03%
31,384.48
-2.55%
32,205.77
-4.86%
33,850.88
-7.34%
36,534.11
-22.29%
47,010.79
-47.64%
กำไรขั้นต้น —
5,248.89
+22.17%
4,296.43
-24.65%
5,702.20
+16.76%
4,883.71
-5.51%
5,168.74
-44.14%
9,253.29
+19.53%
ค่าใช้จ่ายรวม —
4,369.04
+16.08%
3,763.85
-3.14%
3,885.78
+3.07%
3,769.87
+13.86%
3,311.05
-34.28%
5,038.48
-45.39%
กำไรสุทธิ —
1,206.60
+2,232.56%
-56.58
-104.64%
1,218.59
+171.15%
449.42
-78.76%
2,115.51
-14.32%
2,469.13
-53.13%
กำไรต่อหุ้น —
0.28
+2,261.54%
-0.01
-104.58%
0.28
+170.48%
0.11
-78.70%
0.49
-14.26%
0.58
-53.14%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-81.96
-272.73%
47.45
+125.17%
-188.49
+54.36%
-413.02
-200.27%
-137.55
-264.36%
83.69
+120.93%
ROE(%) —
5.39
+12.29%
4.80
-20.13%
6.01
+0.50%
5.98
-33.11%
8.94
-8.87%
9.81
+104.38%
ROA(%) —
4.57
+26.59%
3.61
-17.01%
4.35
-9.94%
4.83
-28.97%
6.80
+8.63%
6.26
+73.41%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.96
-2.04%
0.98
+4.26%
0.94
+56.67%
0.60
-13.04%
0.69
+21.05%
0.57
-41.84%
P/E —
26.16
+54.61%
16.92
-50.96%
34.50
+5.28%
32.77
-15.52%
38.79
+89.50%
20.47
P/BV —
0.98
-10.91%
1.10
-44.72%
1.99
-17.08%
2.40
-23.08%
3.12
+97.47%
1.58
BV —
17.40
-2.74%
17.89
-1.21%
18.11
-23.65%
23.72
+6.89%
22.19
+22.33%
18.14
YIELD(%) —
3.22
+14.59%
2.81
+68.26%
1.67
+46.49%
1.14
+75.38%
0.65
-68.90%
2.09
ราคาหุ้น —
17.10
-12.76%
19.60
-45.56%
36.00
-36.84%
57.00
-17.69%
69.25
+66.87%
41.50
+44.35%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
16.55
+20.89%
13.69
-22.70%
17.71
+22.73%
14.43
+1.98%
14.15
-28.10%
19.68
+128.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.78
+14.93%
11.99
-0.66%
12.07
+8.35%
11.14
+22.96%
9.06
-15.49%
10.72
+4.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.81
+2,216.67%
-0.18
-104.76%
3.78
+184.21%
1.33
-77.03%
5.79
+10.29%
5.25
-10.56%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
18.14

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
50,766.28
-8.20%
55,303.57
-8.24%
60,271.93
+0.20%
60,154.43
-13.05%
69,186.23
+9.96%
62,918.92
+77.82%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
125,764.57
-5.64%
133,276.01
-3.62%
138,288.74
+0.85%
137,125.21
-0.37%
137,637.51
+25.68%
109,509.96
+5.17%
รวมสินทรัพย์ —
176,530.86
-6.39%
188,579.58
-5.03%
198,560.67
+0.65%
197,279.65
-4.61%
206,823.74
+19.95%
172,428.88
+23.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
47,431.84
-16.20%
56,603.23
-14.74%
66,390.39
+98.31%
33,478.66
-35.59%
51,976.58
+20.21%
43,236.69
-19.95%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
38,983.32
+6.25%
36,689.76
+23.45%
29,720.94
-27.22%
40,834.25
+25.46%
32,547.22
+68.19%
19,351.41
-14.69%
รวมหนี้สิน —
86,415.16
-7.37%
93,292.99
-2.93%
96,111.33
+29.33%
74,312.91
-12.08%
84,523.80
+35.05%
62,588.10
-18.40%
รวมส่วนของเจ้าของ —
90,115.70
-5.43%
95,286.59
-6.99%
102,449.35
-16.69%
122,966.74
+0.55%
122,299.94
+11.34%
109,840.78
+74.86%
D/E —
0.96
0.98
0.94
0.60
0.69
0.57
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
5.39
4.80
6.01
5.98
8.94
9.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.57
3.61
4.35
4.83
6.80
6.26
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.07
0.98
0.91
1.80
1.33
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.70
0.63
0.60
1.06
0.87
1.14
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
67.06
63.50
0.00
0.00
60.59
65.39
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
65.02
63.29
0.00
0.00
64.95
64.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
54.30
50.40
0.00
0.00
46.15
50.83
วงจรเงินสด —
77.78
76.38
0.00
0.00
79.40
79.36
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-6,970.08
+111.16%
-3,300.78
-66.33%
-9,802.64
+125.87%
-4,339.86
+36.37%
-3,182.35
-54.56%
-7,002.85
-143.73%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
3,743.13
-133.93%
-11,032.70
-183.07%
13,281.87
-158.75%
-22,607.15
-171.19%
31,757.56
-6,598.77%
-488.67
-98.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
6,270.34
-253.34%
-4,089.14
-145.37%
9,012.57
-61.06%
23,145.52
+334.93%
5,321.68
-81.42%
28,642.55
+56.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
4,177.25
-122.67%
-18,422.61
-247.48%
12,491.80
-428.60%
-3,801.49
-111.21%
33,896.88
+60.26%
21,151.03
+788.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
9,849.02
+719.17%
1,202.32
-87.94%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%
4,393.85
+109.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
6,463.62
+1,393.93%
432.66
-95.62%
9,888.59
-0.78%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%