บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
26.50
+1.00 (+3.92%)
สรุปสั้น
สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## สรุปผลประกอบการของ บมจ.เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP) ไตรมาส 1 ปี 2569
**1. สรุปรายได้รวม:**
SCGP มีรายได้จากการขายรวมในไตรมาส 1 ปี 2569 อยู่ที่ 29,295 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า กำไรสุทธิสำหรับงวดอยู่ที่ 1,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 74% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 30% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยมีอัตรากำไรสุทธิ 5% (หน้า 3)
ปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อรายได้รวม:
* **รายได้จากการขายลดลงเมื่อเทียบกับปีก่อน:** เป็นผลมาจากปริมาณการขายและราคาขายเฉลี่ยที่ปรับลดลง
* **รายได้จากการขายลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน:** เนื่องมาจากความต้องการบรรจุภัณฑ์ที่ชะลอตัวในช่วงวันหยุดในประเทศเวียดนามและอินโดนีเซีย (หน้า 3)
* **EBITDA Margin:** เพิ่มขึ้นเป็น 16% (หน้า 3)
* **Core EBITDA:** เท่ากับ 4,616 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (หน้า 4)
* **Core profit:** เท่ากับ 1,542 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 68% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 88% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน (หน้า 4)
**2. สถานการณ์เศรษฐกิจ:**
เศรษฐกิจโลกในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ ซึ่งเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม นโยบายการเงินโดยทั่วไปยังคงผ่อนคลายเพื่อสนับสนุนการเติบโต เศรษฐกิจจีนเผชิญกับอุปสงค์ภายในประเทศที่จำกัด แต่ภาคการส่งออกยังคงมีต่อเนื่อง ในส่วนของอาเซียน เศรษฐกิจโดยรวมยังคงขยายตัวจากอุปสงค์ภายในประเทศ (หน้า 2)
อุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ได้รับปัจจัยสนับสนุนหลักจากการบริโภคภายในประเทศในกลุ่มอาเซียน โดยเฉพาะสินค้าจำเป็น เช่น อาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภค นอกจากนี้ สินค้าส่งออก เช่น อาหารแช่แข็ง อาหารกระป๋อง และชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ ยังเป็นแรงขับเคลื่อนการเติบโตของอุตสาหกรรม (หน้า 2)
ต้นทุนในไตรมาส 1 ปี 2569 ยังอยู่ในภาวะที่เอื้อต่อการดำเนินงาน โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากราคาวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล (RCP) และต้นทุนพลังงานที่ลดลง (หน้า 2)
**3. การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร:**
* **กำไรขั้นต้น:** เท่ากับ 6,164 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรขั้นต้น 21% (หน้า 3)
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร:** ลดลง 2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 3)
* **กำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น:** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อน เนื่องจากผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นของธุรกิจกระดาษบรรจุภัณฑ์ในประเทศอินโดนีเซีย รวมถึงการจัดการด้านพลังงานและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต (หน้า 3)
**4. สินทรัพย์และหนี้สิน:**
* **สินทรัพย์รวม:** เท่ากับ 179,129 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับสกุลเงินในกลุ่มอาเซียน (หน้า 9)
* **หนี้สินรวม:** เท่ากับ 87,084 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาท (หน้า 9)
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** เท่ากับ 92,045 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2% จากสิ้นปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการอ่อนค่าของเงินบาทและการมีกำไรสำหรับงวด (หน้า 9)
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** เท่ากับ 0.9 เท่า ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 9)
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** เท่ากับ 2.9 เท่า ลดลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 3.4 เท่า เนื่องจาก EBITDA ที่เพิ่มขึ้น (หน้า 9)
**5. ผลการดำเนินงานแบ่งตามสายธุรกิจหลัก:**
* **สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร (IPB):** รายได้จากการขาย 22,815 ล้านบาท ลดลง 6% เมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน EBITDA เท่ากับ 4,363 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมี EBITDA margin 19% (หน้า 5)
* **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษ (FB):** รายได้จากการขาย 5,957 ล้านบาท ลดลง 14% เมื่อเทียบกับปีก่อน EBITDA เท่ากับ 292 ล้านบาท ลดลง 60% เมื่อเทียบกับปีก่อน และมี EBITDA margin 5% (หน้า 6)
**6. ต้นทุนขาย:**
ต้นทุนขายรวมเท่ากับ 23,131 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน (หน้า 8) SCGP บริหารจัดการวัตถุดิบและพลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้กลยุทธ์การจัดหาจากหลายแหล่งทั่วโลก และนำเทคโนโลยี AI มาใช้ในการตัดสินใจ (หน้า 8)
**7. งบกระแสเงินสด:**
* กระแสเงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน: 3,583 ล้านบาท (หน้า 14)
* กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมลงทุน: 1,015 ล้านบาท (หน้า 14)
* กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน: 2,017 ล้านบาท (หน้า 14)
**8. พัฒนาการที่สำคัญ:**
* MYPAK (บริษัทย่อยในอินโดนีเซีย): ดำเนินกลยุทธ์เพิ่มมูลค่าในด้านการขาย การดำเนินงาน และการบริหารทรัพยากรบุคคล (หน้า 14)
* จัดตั้งบริษัทย่อย Go-Pak International ในเวียดนาม: เพื่อเสริมสร้างการเติบโตในธุรกิจบรรจุภัณฑ์สำหรับอาหาร (หน้า 15)
* SCGP ได้รับรางวัล Gallup Exceptional Workplace Award (GEWA) 2026 และได้รับการประเมิน MSCI ESG Ratings ระดับ A (หน้า 15)
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02
ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89
ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55
%
กำไรสุทธิ
1,206.60
ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
17.75
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,970.08
+111.16%
|
-3,300.78
-66.33%
|
-9,802.64
+125.87%
|
-4,339.86
+36.37%
|
-3,182.35
-54.56%
|
-7,002.85
-143.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,743.13
-133.93%
|
-11,032.70
-183.07%
|
13,281.87
-158.75%
|
-22,607.15
-171.19%
|
31,757.56
-6,598.77%
|
-488.67
-98.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,270.34
-253.34%
|
-4,089.14
-145.37%
|
9,012.57
-61.06%
|
23,145.52
+334.93%
|
5,321.68
-81.42%
|
28,642.55
+56.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,177.25
-122.67%
|
-18,422.61
-247.48%
|
12,491.80
-428.60%
|
-3,801.49
-111.21%
|
33,896.88
+60.26%
|
21,151.03
+788.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,849.02
+719.17%
|
1,202.32
-87.94%
|
9,965.93
+36.33%
|
7,310.31
-76.61%
|
31,255.70
+611.35%
|
4,393.85
+109.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,463.62
+1,393.93%
|
432.66
-95.62%
|
9,888.59
-0.78%
|
9,965.93
+36.33%
|
7,310.31
-76.61%
|
31,255.70
+611.35%
|