บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
28.75
0.25 (0.86%)
สรุปสั้น
สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง
ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป
ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16098 out_tok=3663 at=2026-07-26T04:22:13 -->
# SCGP กำไร Q3/2565 โต 3% รับอานิสงส์ M&A-ราคาเยื่อกระดาษพุ่ง
## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากธุรกิจใหม่-ราคาวัตถุดิบหนุน ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 37,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสำหรับงวด 1,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ (M&P) และการเพิ่มขึ้นของราคาเยื่อกระดาษ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCGP ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตจากการควบรวมกิจการ (M&P) และการปรับตัวขึ้นของราคาเยื่อกระดาษ** ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ลดลงในบางกลุ่มอุตสาหกรรมและต้นทุนพลังงานที่ยังคงสูง โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 19% YoY และกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 3% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **การควบรวมกิจการ (M&P):** SCGP ได้รวมงบการเงินของ Peute Recycling B.V. (Peute) ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ Jordan Trading Inc. (Jordan) ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาในงบการเงินรวมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและกันยายน 2565 ตามลำดับ การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติ และทำให้ SCGP สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงได้โดยตรง ส่งผลให้รายได้จากการขายในสายธุรกิจรีไซเคิลและส่วนงานอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **ราคาเยื่อกระดาษ:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับขึ้นของราคาเยื่อกระดาษในภูมิภาค ส่งผลดีต่อสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 29% YoY และกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 95% YoY
* **การปรับราคาสินค้า:** SCGP มีการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ ได้แก่ **อุปสงค์ที่ลดลงในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่สำหรับการอุปโภคบริโภคประจำวัน (non-essential)** เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและรองเท้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงทั่วโลก และ **ต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง**
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด**
* **การควบรวมกิจการ:** การเข้าซื้อกิจการ Peute และ Jordan จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และเสริมความแข็งแกร่งของ SCGP ในระยะยาว โดยเฉพาะในธุรกิจรีไซเคิล
* **ราคาเยื่อกระดาษ:** คาดว่าราคาเยื่อกระดาษจะยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะสั้นถึงกลาง จากความต้องการที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อาหาร
* **อุปสงค์:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้า non-essential และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายโดยรวม
* **ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและค่าระวางเรือจะปรับตัวลดลง แต่ต้นทุนพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
โดยรวมแล้ว SCGP มีการบริหารจัดการที่ดีในการรับมือกับความผันผวน แต่ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ในประเทศจีน จะมีผลต่อทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 19% YoY เป็น 37,943 ล้านบาท** จากการควบรวมกิจการและการปรับราคาสินค้า
* **กำไรสุทธิ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 3% YoY เป็น 1,837 ล้านบาท** ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจใหม่และราคาเยื่อกระดาษ
* **EBITDA Q3/2565 เพิ่มขึ้น 12% YoY เป็น 5,483 ล้านบาท** โดยมี EBITDA margin ที่ 14%
* **Core EBITDA ลดลง 8% QoQ และ Core Profit ลดลง 21% QoQ** เนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลงทั่วทั้งอุตสาหกรรมส่งผลให้ปริมาณการขายในภาพรวมลดลง
* **การควบรวมกิจการ Peute (เนเธอร์แลนด์) และ Jordan (สหรัฐอเมริกา)** ช่วยเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจรีไซเคิลและเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูง
* **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษทำผลงานโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 29% YoY และกำไรเพิ่ม 95% YoY จากราคาเยื่อกระดาษและอุปสงค์บรรจุภัณฑ์อาหารที่สูงขึ้น
* **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 19% YoY** เป็น 31,518 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขาย 37,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของธุรกิจเยื่อและกระดาษ ซึ่งมีส่วนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของราคาเยื่อกระดาษ และความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายธุรกิจจากการควบรวมกิจการ Peute Recycling B.V. และ Jordan Trading Inc. ซึ่งได้มีการรวมงบการเงินตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและกันยายน 2565 ตามลำดับ
EBITDA สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 5,483 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA margin ที่ 14% กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 5% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายกิจการ อุปสงค์ของกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคอาเซียนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดำเนินงานส่วนใหญ่จากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน
เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากการขายและ EBITDA คงที่ แต่กำไรสำหรับงวดลดลง 1% ในขณะที่ Core EBITDA และ Core Profit ลดลง เนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลงทั่วทั้งอุตสาหกรรมส่งผลให้ปริมาณการขายในภาพรวมลดลง
สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขาย 112,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์ การขยายธุรกิจจากการควบรวมกิจการ และการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น EBITDA เท่ากับ 15,848 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% โดยมี EBITDA margin ที่ 14% กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 5,351 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 5% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานในภาพรวมที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งอุตสาหกรรม
## โอกาส
* **การขยายธุรกิจผ่าน M&P:** การเข้าซื้อกิจการ Peute และ Jordan จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติ และทำให้ SCGP สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงได้โดยตรง
* **การเติบโตของธุรกิจเยื่อและกระดาษ:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และราคาเยื่อกระดาษที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อสายธุรกิจนี้
* **นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน:** SCGP มุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม
* **การขยายฐานลูกค้า:** การพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม และการหาช่องทางขยายฐานลูกค้าไปยังภูมิภาคใหม่ๆ ที่มีโอกาสเติบโต
* **การลงทุนในสตาร์ทอัพ:** การร่วมลงทุนใน Dezpax ซึ่งให้บริการโซลูชันบรรจุภัณฑ์สำหรับธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่และคาเฟ่ ช่วยผลักดันการเติบโตด้านออนไลน์
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น และโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยในตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้าคงทน
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ช้ากว่าคาด:** ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะสินค้ากระดาษบรรจุภัณฑ์
* **ต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง:** แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง
* **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ต้นทุนกระดาษรีไซเคิลและค่าระวางเรือจะลดลง แต่ยังคงมีความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มอุปสงค์:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้า non-essential และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกต่อตลาดส่งออกหลัก
* **สถานการณ์เศรษฐกิจจีน:** การฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาค
* **ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานทั่วโลก และต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล
* **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** การเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิตในประเทศไทยและเวียดนาม
* **ผลการดำเนินงานของกิจการที่ควบรวม:** การผนึกกำลังและสร้าง Synergies จาก Peute และ Jordan
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
* **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการชะลอตัวของอุปสงค์ในบางกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อ Utilization Rate โดยรวม
* **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงอุปสงค์ที่ลดลงในกลุ่มสินค้า non-essential และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม
* **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลมีการปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565
* **GPM (อัตรากำไรขั้นต้น):** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17% ใน Q3/2565 เทียบกับ 17% ใน Q3/2564 และ 17% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 เทียบกับ 20% ใน 9 เดือนแรกปี 2564 แสดงถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น
* **ส่งออก:** ภาคการส่งออกของอาเซียนยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก
* **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการใน Q3/2565
* **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 1,708 ล้านบาท หรือ 8% จากเดือนธันวาคม 2564
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 อยู่ที่ 208,227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการรวมธุรกิจ Peute และ Jordan และการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ
* **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 78,981 ล้านบาท ลดลง 7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น
* **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** อยู่ที่ 129,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสำหรับงวดและผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.6 เท่า ลดลงจาก 0.7 เท่า ในช่วงเดียวกันของปีก่อน
* **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** อยู่ที่ 2.0 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.6 เท่า ในช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลงทุนระหว่างปี
* **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ในงวดเก้าเดือนปี 2565 อยู่ที่ 12,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5,702 ล้านบาทในปีก่อน
* **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน:** ในงวดเก้าเดือนปี 2565 อยู่ที่ 324 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก (26,130) ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากมีการขายคืนเงินลงทุนในตราสารหนี้
* **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน:** ในงวดเก้าเดือนปี 2565 อยู่ที่ (11,716) ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมและการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
SCGP ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้จากการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการและการปรับตัวขึ้นของราคาเยื่อกระดาษ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวในบางกลุ่มอุตสาหกรรมและต้นทุนพลังงานที่สูง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การผนึกกำลังกับบริษัทที่ควบรวม และการมุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02
ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89
ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55
%
กำไรสุทธิ
1,206.60
ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81
%
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6%
YoY
D/E Ratio
0.96
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
18.14
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-6,970.08
+111.16%
|
-3,300.78
-66.33%
|
-9,802.64
+125.87%
|
-4,339.86
+36.37%
|
-3,182.35
-54.56%
|
-7,002.85
-143.73%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
3,743.13
-133.93%
|
-11,032.70
-183.07%
|
13,281.87
-158.75%
|
-22,607.15
-171.19%
|
31,757.56
-6,598.77%
|
-488.67
-98.47%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
6,270.34
-253.34%
|
-4,089.14
-145.37%
|
9,012.57
-61.06%
|
23,145.52
+334.93%
|
5,321.68
-81.42%
|
28,642.55
+56.89%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
4,177.25
-122.67%
|
-18,422.61
-247.48%
|
12,491.80
-428.60%
|
-3,801.49
-111.21%
|
33,896.88
+60.26%
|
21,151.03
+788.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
9,849.02
+719.17%
|
1,202.32
-87.94%
|
9,965.93
+36.33%
|
7,310.31
-76.61%
|
31,255.70
+611.35%
|
4,393.85
+109.70%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
6,463.62
+1,393.93%
|
432.66
-95.62%
|
9,888.59
-0.78%
|
9,965.93
+36.33%
|
7,310.31
-76.61%
|
31,255.70
+611.35%
|