SCGP
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
SCGP
บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน)
SET · บรรจุภัณฑ์
28.75
0.25 (0.86%)

สรุปสั้น

สาเหตุที่ส่งผลให้กำไรของบริษัทปรับตัวลดลง เกิดจากต้นทุนในการจัดจำหน่ายและค่าใช้จ่ายในการบริหาร ปรับตัวสูงขึ้น 43%YoY และ 20%QoQ ผลกระทบที่เกิดขึ้นมาจากค่าระวางเรือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ราคาพลังงานเพิ่มสูงขึ้นทั่วโลก การฟื้นตัว ของเศรษฐกิจโลกชะลอตัวลง ในขณะที่รายได้เพิ่มขึ้น 34%YoY โดยส่วนใหญ่เกิดจาก สายธุรกิจบรรจุภัณฑ์แบบครบวงจร หลายประเทศได้ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายการป้องกันการแพร่ระบาด โดยใช้แนวทาง Living with COVID ซึ่งทําให้ กิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจับจ่ายใช้สอยในภูมิภาคอาเซียนเริ่มกลับมาฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ในปี 2565 SCGP ตั้งเป้าที่จะลงทุนเพื่อขยายธุรกิจตามแผนการเติบโตระยะยาวอย่างต่อเนื่อง มีงบประมาณการลงทุนกว่า 20,000 ล้านบาท รวมถึงในปี 2565 SCGP จะสามารถรับรู้รายได้เต็มปีจากการควบรวมกิจการที่เสร็จสิ้นแล้ว

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=16098 out_tok=3663 at=2026-07-26T04:22:13 --> # SCGP กำไร Q3/2565 โต 3% รับอานิสงส์ M&A-ราคาเยื่อกระดาษพุ่ง ## รายได้-กำไรโตตามคาด ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยบวกจากธุรกิจใหม่-ราคาวัตถุดิบหนุน ขณะที่ภาพรวมอุตสาหกรรมเผชิญแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก บริษัท เอสซีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (มหาชน) หรือ SCGP รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้จากการขาย 37,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีกำไรสำหรับงวด 1,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% โดยปัจจัยหลักมาจากการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการ (M&P) และการเพิ่มขึ้นของราคาเยื่อกระดาษ อย่างไรก็ตาม ภาพรวมอุตสาหกรรมยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ SCGP ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตจากการควบรวมกิจการ (M&P) และการปรับตัวขึ้นของราคาเยื่อกระดาษ** ซึ่งช่วยชดเชยแรงกดดันจากอุปสงค์ที่ลดลงในบางกลุ่มอุตสาหกรรมและต้นทุนพลังงานที่ยังคงสูง โดยรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 19% YoY และกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 3% YoY ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **การควบรวมกิจการ (M&P):** SCGP ได้รวมงบการเงินของ Peute Recycling B.V. (Peute) ประเทศเนเธอร์แลนด์ และ Jordan Trading Inc. (Jordan) ประเทศสหรัฐอเมริกา เข้ามาในงบการเงินรวมตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและกันยายน 2565 ตามลำดับ การเข้าซื้อกิจการเหล่านี้ช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติ และทำให้ SCGP สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงได้โดยตรง ส่งผลให้รายได้จากการขายในสายธุรกิจรีไซเคิลและส่วนงานอื่นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **ราคาเยื่อกระดาษ:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับการปรับขึ้นของราคาเยื่อกระดาษในภูมิภาค ส่งผลดีต่อสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ โดยมีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้นถึง 29% YoY และกำไรสำหรับงวดเพิ่มขึ้น 95% YoY * **การปรับราคาสินค้า:** SCGP มีการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ในระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการ ได้แก่ **อุปสงค์ที่ลดลงในกลุ่มสินค้าที่ไม่ใช่สำหรับการอุปโภคบริโภคประจำวัน (non-essential)** เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมเสื้อผ้าและรองเท้า สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งเป็นผลมาจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลงทั่วโลก และ **ต้นทุนพลังงานที่ยังคงอยู่ในระดับสูง** ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่ต้องติดตามปัจจัยภายนอกอย่างใกล้ชิด** * **การควบรวมกิจการ:** การเข้าซื้อกิจการ Peute และ Jordan จะยังคงเป็นปัจจัยขับเคลื่อนรายได้และเสริมความแข็งแกร่งของ SCGP ในระยะยาว โดยเฉพาะในธุรกิจรีไซเคิล * **ราคาเยื่อกระดาษ:** คาดว่าราคาเยื่อกระดาษจะยังคงอยู่ในระดับสูงในระยะสั้นถึงกลาง จากความต้องการที่ยังคงมีอยู่ โดยเฉพาะบรรจุภัณฑ์อาหาร * **อุปสงค์:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้า non-essential และการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องจับตาอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการขายโดยรวม * **ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** แม้ต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลและค่าระวางเรือจะปรับตัวลดลง แต่ต้นทุนพลังงานยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง โดยรวมแล้ว SCGP มีการบริหารจัดการที่ดีในการรับมือกับความผันผวน แต่ปัจจัยภายนอก เช่น ภาวะเศรษฐกิจโลกและสถานการณ์ในประเทศจีน จะมีผลต่อทิศทางผลประกอบการในระยะต่อไป ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม Q3/2565 เพิ่มขึ้น 19% YoY เป็น 37,943 ล้านบาท** จากการควบรวมกิจการและการปรับราคาสินค้า * **กำไรสุทธิ Q3/2565 เพิ่มขึ้น 3% YoY เป็น 1,837 ล้านบาท** ได้รับแรงหนุนจากธุรกิจใหม่และราคาเยื่อกระดาษ * **EBITDA Q3/2565 เพิ่มขึ้น 12% YoY เป็น 5,483 ล้านบาท** โดยมี EBITDA margin ที่ 14% * **Core EBITDA ลดลง 8% QoQ และ Core Profit ลดลง 21% QoQ** เนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลงทั่วทั้งอุตสาหกรรมส่งผลให้ปริมาณการขายในภาพรวมลดลง * **การควบรวมกิจการ Peute (เนเธอร์แลนด์) และ Jordan (สหรัฐอเมริกา)** ช่วยเสริมความแข็งแกร่งธุรกิจรีไซเคิลและเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูง * **สายธุรกิจเยื่อและกระดาษทำผลงานโดดเด่น** รายได้เพิ่ม 29% YoY และกำไรเพิ่ม 95% YoY จากราคาเยื่อกระดาษและอุปสงค์บรรจุภัณฑ์อาหารที่สูงขึ้น * **ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 19% YoY** เป็น 31,518 ล้านบาท จากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานที่สูงขึ้น ## ภาพรวมผลประกอบการ ในช่วงไตรมาสที่ 3 ปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขาย 37,943 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการปรับราคาสินค้าให้สะท้อนต้นทุนที่เพิ่มขึ้น การเติบโตของธุรกิจเยื่อและกระดาษ ซึ่งมีส่วนสำคัญจากการเพิ่มขึ้นของราคาเยื่อกระดาษ และความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการขยายธุรกิจจากการควบรวมกิจการ Peute Recycling B.V. และ Jordan Trading Inc. ซึ่งได้มีการรวมงบการเงินตั้งแต่เดือนกรกฎาคมและกันยายน 2565 ตามลำดับ EBITDA สำหรับไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 5,483 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมี EBITDA margin ที่ 14% กำไรสำหรับงวดอยู่ที่ 1,837 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 5% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขยายกิจการ อุปสงค์ของกลุ่มสินค้าอาหารและเครื่องดื่ม และสินค้าอุปโภคบริโภคในภูมิภาคอาเซียนที่เพิ่มขึ้น รวมถึงรายการปรับปรุงที่นอกเหนือจากการดำเนินงานส่วนใหญ่จากกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อเปรียบเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า รายได้จากการขายและ EBITDA คงที่ แต่กำไรสำหรับงวดลดลง 1% ในขณะที่ Core EBITDA และ Core Profit ลดลง เนื่องจากอุปสงค์ที่ลดลงทั่วทั้งอุตสาหกรรมส่งผลให้ปริมาณการขายในภาพรวมลดลง สำหรับงวดเก้าเดือนปี 2565 SCGP มีรายได้จากการขาย 112,559 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเริ่มดำเนินการเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิตกระดาษบรรจุภัณฑ์ในฟิลิปปินส์ การขยายธุรกิจจากการควบรวมกิจการ และการปรับราคาสินค้าให้สอดคล้องกับต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้น EBITDA เท่ากับ 15,848 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% โดยมี EBITDA margin ที่ 14% กำไรสำหรับงวดเท่ากับ 5,351 ล้านบาท ลดลง 13% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และมีอัตรากำไรสุทธิที่ 5% ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนวัตถุดิบและพลังงานในภาพรวมที่เพิ่มสูงขึ้นทั้งอุตสาหกรรม ## โอกาส * **การขยายธุรกิจผ่าน M&P:** การเข้าซื้อกิจการ Peute และ Jordan จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในธุรกิจรีไซเคิลวัสดุบรรจุภัณฑ์ระดับนานาชาติ และทำให้ SCGP สามารถเข้าถึงแหล่งวัตถุดิบคุณภาพสูงได้โดยตรง * **การเติบโตของธุรกิจเยื่อและกระดาษ:** ความต้องการบรรจุภัณฑ์อาหารที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และราคาเยื่อกระดาษที่ปรับตัวสูงขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อสายธุรกิจนี้ * **นวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน:** SCGP มุ่งมั่นพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และสามารถรีไซเคิลหรือย่อยสลายได้ ซึ่งตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคและตลาดที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม * **การขยายฐานลูกค้า:** การพัฒนาโซลูชันบรรจุภัณฑ์ด้วยนวัตกรรม และการหาช่องทางขยายฐานลูกค้าไปยังภูมิภาคใหม่ๆ ที่มีโอกาสเติบโต * **การลงทุนในสตาร์ทอัพ:** การร่วมลงทุนใน Dezpax ซึ่งให้บริการโซลูชันบรรจุภัณฑ์สำหรับธุรกิจอาหารเดลิเวอรี่และคาเฟ่ ช่วยผลักดันการเติบโตด้านออนไลน์ ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัว:** แรงกดดันจากภาวะเงินเฟ้อ อัตราดอกเบี้ยที่ปรับสูงขึ้น และโอกาสเกิดเศรษฐกิจถดถอยในตลาดส่งออกหลัก เช่น สหรัฐอเมริกาและยุโรป อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์สินค้าคงทน * **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ช้ากว่าคาด:** ส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาคอาเซียน โดยเฉพาะสินค้ากระดาษบรรจุภัณฑ์ * **ต้นทุนพลังงานที่อยู่ในระดับสูง:** แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องบริหารจัดการอย่างต่อเนื่อง * **ความผันผวนของราคาวัตถุดิบ:** แม้ต้นทุนกระดาษรีไซเคิลและค่าระวางเรือจะลดลง แต่ยังคงมีความผันผวนที่อาจเกิดขึ้นได้ * **การแข่งขันในอุตสาหกรรม:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มอุปสงค์:** การฟื้นตัวของอุปสงค์ในกลุ่มสินค้า non-essential และผลกระทบจากภาวะเศรษฐกิจโลกต่อตลาดส่งออกหลัก * **สถานการณ์เศรษฐกิจจีน:** การฟื้นตัวที่ช้ากว่าคาดอาจส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ในภูมิภาค * **ต้นทุนพลังงานและวัตถุดิบ:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานทั่วโลก และต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิล * **ความคืบหน้าโครงการลงทุน:** การเริ่มดำเนินการผลิตเชิงพาณิชย์ของโครงการขยายกำลังการผลิตในประเทศไทยและเวียดนาม * **ผลการดำเนินงานของกิจการที่ควบรวม:** การผนึกกำลังและสร้าง Synergies จาก Peute และ Jordan * **การบริหารจัดการต้นทุน:** ประสิทธิภาพในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางความผันผวนของราคาพลังงานและวัตถุดิบ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม) * **Utilization:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Utilization โดยตรง แต่กล่าวถึงการชะลอตัวของอุปสงค์ในบางกลุ่มอุตสาหกรรม ซึ่งอาจส่งผลต่อ Utilization Rate โดยรวม * **Order Book:** ไม่ได้ระบุข้อมูล Order Book โดยตรง แต่กล่าวถึงอุปสงค์ที่ลดลงในกลุ่มสินค้า non-essential และอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่ม * **ราคาวัตถุดิบ:** ต้นทุนวัตถุดิบกระดาษรีไซเคิลมีการปรับตัวลดลงในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2565 * **GPM (อัตรากำไรขั้นต้น):** อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17% ใน Q3/2565 เทียบกับ 17% ใน Q3/2564 และ 17% ใน 9 เดือนแรกปี 2565 เทียบกับ 20% ใน 9 เดือนแรกปี 2564 แสดงถึงแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น * **ส่งออก:** ภาคการส่งออกของอาเซียนยังคงอยู่ภายใต้แรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก * **ค่าเงิน:** มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนเข้ามาช่วยหนุนผลประกอบการใน Q3/2565 * **สินค้าคงคลัง:** สินค้าคงเหลือเพิ่มขึ้น 1,708 ล้านบาท หรือ 8% จากเดือนธันวาคม 2564 ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด * **สินทรัพย์รวม:** ณ สิ้นเดือนกันยายน 2565 อยู่ที่ 208,227 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการรวมธุรกิจ Peute และ Jordan และการเพิ่มขึ้นของสินค้าคงเหลือ * **หนี้สินรวม:** อยู่ที่ 78,981 ล้านบาท ลดลง 7% จากสิ้นปี 2564 โดยมีสาเหตุหลักจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น * **ส่วนของผู้ถือหุ้นรวม:** อยู่ที่ 129,246 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสำหรับงวดและผลต่างอัตราแลกเปลี่ยน * **อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น:** อยู่ที่ 0.6 เท่า ลดลงจาก 0.7 เท่า ในช่วงเดียวกันของปีก่อน * **อัตราส่วนหนี้สินสุทธิต่อ EBITDA:** อยู่ที่ 2.0 เท่า เพิ่มขึ้นจาก 1.6 เท่า ในช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการลงทุนระหว่างปี * **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงาน:** ในงวดเก้าเดือนปี 2565 อยู่ที่ 12,414 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 5,702 ล้านบาทในปีก่อน * **กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุน:** ในงวดเก้าเดือนปี 2565 อยู่ที่ 324 ล้านบาท ลดลงอย่างมากจาก (26,130) ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากมีการขายคืนเงินลงทุนในตราสารหนี้ * **กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน:** ในงวดเก้าเดือนปี 2565 อยู่ที่ (11,716) ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมและการจ่ายเงินปันผล ## สรุปท้าย SCGP ในไตรมาส 3 ปี 2565 สามารถรักษาการเติบโตของรายได้และกำไรได้จากการขยายธุรกิจผ่านการควบรวมกิจการและการปรับตัวขึ้นของราคาเยื่อกระดาษ แม้จะเผชิญกับความท้าทายจากอุปสงค์ที่ชะลอตัวในบางกลุ่มอุตสาหกรรมและต้นทุนพลังงานที่สูง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ การผนึกกำลังกับบริษัทที่ควบรวม และการมุ่งเน้นนวัตกรรมเพื่อความยั่งยืน จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างมีคุณภาพและเพิ่มความสามารถในการทำกำไรในระยะต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ SCGP ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
31,709.02 ล้านบาท
↑ 1% YoY
กำไรขั้นต้น
5,248.89 ล้านบาท
↑ 22.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
16.55 %
กำไรสุทธิ
1,206.60 ล้านบาท
↓ 2232.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
3.81 %
D/E Ratio
0.96
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
31,709
↑ + 1% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
5,249
↑ + 22.2% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,207
↓ -2232.6% YoY
D/E Ratio
0.96

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
31,709.02
+1.03%
31,384.48
-2.55%
32,205.77
-4.86%
33,850.88
-7.34%
36,534.11
-22.29%
47,010.79
-47.64%
กำไรขั้นต้น —
5,248.89
+22.17%
4,296.43
-24.65%
5,702.20
+16.76%
4,883.71
-5.51%
5,168.74
-44.14%
9,253.29
+19.53%
ค่าใช้จ่ายรวม —
4,369.04
+16.08%
3,763.85
-3.14%
3,885.78
+3.07%
3,769.87
+13.86%
3,311.05
-34.28%
5,038.48
-45.39%
กำไรสุทธิ —
1,206.60
+2,232.56%
-56.58
-104.64%
1,218.59
+171.15%
449.42
-78.76%
2,115.51
-14.32%
2,469.13
-53.13%
กำไรต่อหุ้น —
0.28
+2,261.54%
-0.01
-104.58%
0.28
+170.48%
0.11
-78.70%
0.49
-14.26%
0.58
-53.14%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
-81.96
-272.73%
47.45
+125.17%
-188.49
+54.36%
-413.02
-200.27%
-137.55
-264.36%
83.69
+120.93%
ROE(%) —
5.39
+12.29%
4.80
-20.13%
6.01
+0.50%
5.98
-33.11%
8.94
-8.87%
9.81
+104.38%
ROA(%) —
4.57
+26.59%
3.61
-17.01%
4.35
-9.94%
4.83
-28.97%
6.80
+8.63%
6.26
+73.41%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.96
-2.04%
0.98
+4.26%
0.94
+56.67%
0.60
-13.04%
0.69
+21.05%
0.57
-41.84%
P/E —
26.16
+54.61%
16.92
-50.96%
34.50
+5.28%
32.77
-15.52%
38.79
+89.50%
20.47
P/BV —
0.98
-10.91%
1.10
-44.72%
1.99
-17.08%
2.40
-23.08%
3.12
+97.47%
1.58
BV —
17.40
-2.74%
17.89
-1.21%
18.11
-23.65%
23.72
+6.89%
22.19
+22.33%
18.14
YIELD(%) —
3.22
+14.59%
2.81
+68.26%
1.67
+46.49%
1.14
+75.38%
0.65
-68.90%
2.09
ราคาหุ้น —
17.10
-12.76%
19.60
-45.56%
36.00
-36.84%
57.00
-17.69%
69.25
+66.87%
41.50
+44.35%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
16.55
+20.89%
13.69
-22.70%
17.71
+22.73%
14.43
+1.98%
14.15
-28.10%
19.68
+128.31%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
13.78
+14.93%
11.99
-0.66%
12.07
+8.35%
11.14
+22.96%
9.06
-15.49%
10.72
+4.28%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
3.81
+2,216.67%
-0.18
-104.76%
3.78
+184.21%
1.33
-77.03%
5.79
+10.29%
5.25
-10.56%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.96
ROE (%)
5.39
ROA (%)
4.57
Book Value/หุ้น
18.14

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
50,766.28
-8.20%
55,303.57
-8.24%
60,271.93
+0.20%
60,154.43
-13.05%
69,186.23
+9.96%
62,918.92
+77.82%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
125,764.57
-5.64%
133,276.01
-3.62%
138,288.74
+0.85%
137,125.21
-0.37%
137,637.51
+25.68%
109,509.96
+5.17%
รวมสินทรัพย์ —
176,530.86
-6.39%
188,579.58
-5.03%
198,560.67
+0.65%
197,279.65
-4.61%
206,823.74
+19.95%
172,428.88
+23.59%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
47,431.84
-16.20%
56,603.23
-14.74%
66,390.39
+98.31%
33,478.66
-35.59%
51,976.58
+20.21%
43,236.69
-19.95%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
38,983.32
+6.25%
36,689.76
+23.45%
29,720.94
-27.22%
40,834.25
+25.46%
32,547.22
+68.19%
19,351.41
-14.69%
รวมหนี้สิน —
86,415.16
-7.37%
93,292.99
-2.93%
96,111.33
+29.33%
74,312.91
-12.08%
84,523.80
+35.05%
62,588.10
-18.40%
รวมส่วนของเจ้าของ —
90,115.70
-5.43%
95,286.59
-6.99%
102,449.35
-16.69%
122,966.74
+0.55%
122,299.94
+11.34%
109,840.78
+74.86%
D/E —
0.96
0.98
0.94
0.60
0.69
0.57
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
5.39
4.80
6.01
5.98
8.94
9.81
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
4.57
3.61
4.35
4.83
6.80
6.26
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.07
0.98
0.91
1.80
1.33
1.46
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.70
0.63
0.60
1.06
0.87
1.14
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
67.06
63.50
0.00
0.00
60.59
65.39
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
65.02
63.29
0.00
0.00
64.95
64.80
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
54.30
50.40
0.00
0.00
46.15
50.83
วงจรเงินสด —
77.78
76.38
0.00
0.00
79.40
79.36
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-6,970
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+3,743
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — SCGP

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-6,970.08
+111.16%
-3,300.78
-66.33%
-9,802.64
+125.87%
-4,339.86
+36.37%
-3,182.35
-54.56%
-7,002.85
-143.73%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
3,743.13
-133.93%
-11,032.70
-183.07%
13,281.87
-158.75%
-22,607.15
-171.19%
31,757.56
-6,598.77%
-488.67
-98.47%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
6,270.34
-253.34%
-4,089.14
-145.37%
9,012.57
-61.06%
23,145.52
+334.93%
5,321.68
-81.42%
28,642.55
+56.89%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
4,177.25
-122.67%
-18,422.61
-247.48%
12,491.80
-428.60%
-3,801.49
-111.21%
33,896.88
+60.26%
21,151.03
+788.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
9,849.02
+719.17%
1,202.32
-87.94%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%
4,393.85
+109.70%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
6,463.62
+1,393.93%
432.66
-95.62%
9,888.59
-0.78%
9,965.93
+36.33%
7,310.31
-76.61%
31,255.70
+611.35%