บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
15.20
+0.20 (+1.33%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้นสูงขึ้นจาก 106.9 ล้านบาท เป็น 474.9 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 344.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเพิ่มขึ้นอย่างมากนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ รายได้ 1Q/65 เพิ่มขึ้นจำนวนมาก หลักมาจากรายได้จากคนไข้ทั่วไปเพิ่มขึ้นถึง 246% ในขณะที่รายได้ประกันสังคมลดลงเล็กน้อยที่ 7%
เป็นผลมาจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด 19 เช่น การตรวจหา เชื้อ การดูแลรักษาผู้พบเชื้อ รวมถึงการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์น่า ในไตรมาสแรกของปี 2565 นั้น รายได้จากการตรวจหา เชื้อโควิด 19 อยู่ที่ 175 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 46.5 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
ในขณะที่กลุ่มบริษัทสามารถ บริหารต้นทุนได้ดี ถึงแม้ต้นทุนในการดําเนินงานจะเพิ่มมากขึ้นมาก แต่อัตราการเพิ่มของต้นทุนนั้นยังน้อยกว่าอัตราการเพิ่มของ รายได้ จึงทําให้กลุ่มบริษัทมีกําไรสุทธิ และอัตรากําไรสุทธิที่สูงขึ้นเป็น 40.1% ของรายได้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7374 out_tok=2851 at=2026-07-26T01:24:31 -->
RJH กำไรสุทธิ Q4/2564 พุ่ง 96% รับแรงหนุนรายได้โควิด-19
รายได้-กำไรโตแรงจากผู้ป่วยโควิด-19 ขณะที่ฝ่ายจัดการเน้นการบริหารต้นทุนและรายได้อื่นเป็นปัจจัยสำคัญ
บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH รายงานผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 284.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากกิจการโรงพยาบาลที่เติบโตถึง 81% ซึ่งส่วนใหญ่มาจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโควิด-19 ขณะเดียวกัน บริษัทสามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นและอัตรากำไรสุทธิปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ RJH ในไตรมาส 4 ปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโควิด-19** ซึ่งส่งผลให้กำไรสุทธิเพิ่มขึ้นถึง 96% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักคือ **รายได้จากผู้ป่วยโควิด-19** ซึ่งรวมถึงการตรวจหาเชื้อ (RT-PCR, ATK), รายได้ IPD จากผู้ป่วยโควิด-19 ภายใต้โครงการ UCEP Covid-19 และรายได้จากการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา โดยรายได้ส่วนนี้เติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับปีก่อน และเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทฯ เพิ่มขึ้นถึง 81% จาก 501.74 ล้านบาท เป็น 910.04 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นจาก 144.49 ล้านบาท เป็น 283.36 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 96%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การแพร่ระบาดระลอกใหม่ของโควิด-19 ในช่วงปลายปี 2564 เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ความต้องการบริการตรวจหาเชื้อและรักษาพยาบาลที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น แม้ว่าอัตราค่าบริการตรวจ RT-PCR จะลดลง แต่ปริมาณการตรวจรวมทั้ง RT-PCR และ ATK ที่เพิ่มขึ้นกว่า 100,279 เคสเมื่อเทียบกับปีก่อน และการรับรู้รายได้จากการฉีดวัคซีนโมเดอร์นาจำนวน 33 ล้านบาท เป็นปัจจัยหนุนรายได้ นอกจากนี้ รายได้จาก IPD ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ภายใต้โครงการ UCEP Covid-19 ก็มีส่วนสำคัญ แม้ว่าจำนวนผู้ป่วยและวันนอนจะลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า แต่ก็ยังคงเป็นแหล่งรายได้ที่สำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** แม้ว่ารายได้จากโควิด-19 จะเป็นปัจจัยขับเคลื่อนกำไรในไตรมาสนี้ แต่ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้จาก IPD ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 นั้นลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และจำนวนผู้ป่วยโควิด-19 ที่ลดลง รวมถึงการปรับลดวันนอน เป็นสัญญาณบ่งชี้ว่ารายได้ส่วนนี้อาจมีแนวโน้มลดลงในอนาคตเมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดคลี่คลายลง อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการต้นทุนที่ดีขึ้น และการเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวเฉลี่ยในส่วน OPD และ IPD ทั่วไป อาจช่วยชดเชยรายได้ที่ลดลงจากโควิด-19 ได้ในระดับหนึ่ง
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมเติบโต 81% YoY:** อยู่ที่ 910.04 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโควิด-19
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 96% YoY:** อยู่ที่ 283.36 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของรายได้และการบริหารต้นทุนที่ดี
* **อัตรากำไรขั้นต้นพุ่งสูง:** ปรับตัวดีขึ้นจาก 30.3% เป็น 43.7% เนื่องจากผลของ Economies of Scale จากรายได้ที่เพิ่มขึ้น
* **รายได้จากผู้ป่วยทั่วไปลดลงเล็กน้อย:** รายได้ OPD ที่ไม่รวมการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ลดลง 1.44% แต่รายได้ต่อหัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.21%
* **รายได้ประกันสังคมเพิ่มขึ้น 5% YoY:** จากการเพิ่มขึ้นของผู้ประกันตนและการปรับปรุงอัตราการเบิกจ่าย
* **หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 249%:** จาก 398.08 ล้านบาท เป็น 1,387.42 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการกู้ยืมระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 4 ปี 2564 RJH มีรายได้จากกิจการโรงพยาบาลรวม 910.04 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 81% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับผู้ป่วยโควิด-19 ทั้งการตรวจหาเชื้อ การรักษา IPD และการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา ซึ่งเติบโตขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน แม้ว่ารายได้ OPD ทั่วไปจะลดลงเล็กน้อย แต่รายได้ต่อหัวเฉลี่ยกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น ต้นทุนในการประกอบกิจการเพิ่มขึ้น 46% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ด้วยการบริหารจัดการที่ดี ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นอย่างมากจาก 30.3% เป็น 43.7% กำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี และค่าเสื่อมราคา (EBITDA) เพิ่มขึ้น 184% เป็น 404.6 ล้านบาท และกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 96% เป็น 283.36 ล้านบาท
## โอกาส
* **การบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ:** การที่อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แสดงให้เห็นถึงความสามารถในการควบคุมต้นทุน แม้ว่ารายได้จะผันผวน
* **การเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวเฉลี่ย:** ทั้งในส่วน OPD และ IPD ทั่วไป บ่งชี้ถึงการรักษาเคสที่ซับซ้อนมากขึ้น หรือการให้บริการที่มีมูลค่าเพิ่มสูงขึ้น
* **การเติบโตของรายได้ประกันสังคม:** การเพิ่มขึ้นของผู้ประกันตนและการปรับปรุงอัตราการเบิกจ่ายเป็นปัจจัยสนับสนุนรายได้ที่มั่นคง
* **การลงทุนในหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล:** การลงทุนในหุ้น RAM จำนวน 12.5 ล้านหุ้น อาจสร้างผลตอบแทนในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของรายได้จากโควิด-19:** รายได้ส่วนนี้เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ แต่มีแนวโน้มที่จะลดลงเมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **การเพิ่มขึ้นของหนี้สิน:** หนี้สินรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจากการกู้ยืมระยะสั้น ซึ่งอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ในระยะยาว
* **ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของรายได้ค้างรับจากโควิด-19 ทำให้ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้น ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่อง
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโรงพยาบาล:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจส่งผลต่ออัตรากำไรและการเติบโตในอนาคต
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มรายได้จากผู้ป่วยโควิด-19 ในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นหลังรายได้โควิด-19 ลดลง
* การบริหารจัดการหนี้สินและสภาพคล่องของบริษัท
* ผลตอบแทนจากการลงทุนในหุ้น RAM
* การปรับตัวของรายได้ OPD และ IPD ทั่วไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
**รายได้:** รายได้จากกิจการโรงพยาบาลเติบโต 81% YoY เป็น 910.04 ล้านบาท โดยรายได้จากคนไข้ทั่วไปเพิ่มขึ้น 128% และรายได้ประกันสังคมเพิ่มขึ้น 5% การเติบโตนี้ได้รับแรงหนุนหลักจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 เช่น การตรวจหาเชื้อ (136.54 ล้านบาท) และการฉีดวัคซีนโมเดอร์นา (33 ล้านบาท) แม้ว่ารายได้ OPD ทั่วไปจะลดลง 1.44% แต่รายได้ต่อหัวเฉลี่ยเพิ่มขึ้น 3.21% เป็น 1,945 บาท รายได้ IPD เพิ่มขึ้น 211% YoY แต่ลดลง 43% QoQ โดยมีปัจจัยจากผู้ป่วยโควิด-19 และการรับรู้รายได้ค่ารักษาเคสสวนหัวใจสิทธิ สปสช. เพิ่มเติม 7.7 ล้านบาท รายได้ประกันสังคมเพิ่มขึ้น 5% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการปรับปรุงอัตรารายได้ Adjusted RW ต่อแต้ม
**ต้นทุน:** ต้นทุนในการประกอบกิจการเพิ่มขึ้น 46% YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 แต่ด้วยรายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นต่อรายได้ปรับตัวดีขึ้นจาก 30.3% เป็น 43.7%
**ค่าใช้จ่ายบริหาร:** เพิ่มขึ้น 15.1% YoY แต่เมื่อเทียบกับรายได้แล้วลดลงจาก 8% เหลือ 5%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้น 77% เป็น 3,352.37 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากรายได้ค้างรับที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 (546 ล้านบาท) การลงทุนระยะยาวในหุ้น RAM (12.5 ล้านหุ้น) และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร (เพิ่มขึ้น 12%) หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 249% เป็น 1,387.42 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากการกู้ยืมระยะสั้นเพิ่มขึ้นจาก 70 ล้านบาท เป็น 750 ล้านบาท เพื่อเสริมสภาพคล่องเนื่องจากระยะเวลารับชำระรายได้จากโควิด-19 ยาวนานขึ้น เจ้าหนี้การค้าเพิ่มขึ้น 33% และเจ้าหนี้อื่นเพิ่มขึ้น 219% จากรายได้รับล่วงหน้าค่าวัคซีนโมเดอร์นาและภาษีค้างจ่าย ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 31% เป็น 1,964.95 ล้านบาท จากกำไรที่เพิ่มขึ้น และมีการซื้อหุ้นคืน 630,500 หุ้น คิดเป็น 21.7 ล้านบาท
อัตราผลตอบแทนต่อสินทรัพย์และผู้ถือหุ้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก เนื่องจากกำไรสุทธิที่เพิ่มขึ้นสูงกว่าการลงทุนในสินทรัพย์หรือเงินทุน ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นจาก 60 วัน เป็น 87 วัน (Q4) และ 65 วัน เป็น 101 วัน (เฉลี่ยทั้งปี) จากรายได้ค้างรับโควิด-19 อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 0.3 เท่า เป็น 0.7 เท่า และความสามารถในการชำระหนี้ลดลงจาก 8.1 เท่า เป็น 2.1 เท่า
## สรุปท้าย
RJH โชว์ผลประกอบการไตรมาส 4 ปี 2564 เติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้น 96% YoY เป็น 283.36 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักคือรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโควิด-19 ที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ความไม่แน่นอนของรายได้จากโควิด-19 ในระยะยาว และการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน เป็นความเสี่ยงที่นักลงทุนควรจับตา ขณะที่การเพิ่มขึ้นของรายได้ต่อหัวเฉลี่ยและการเติบโตของรายได้ประกันสังคม เป็นปัจจัยบวกที่อาจช่วยชดเชยได้ในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RJH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
722.87
ล้านบาท
↑ 15.2% YoY
กำไรขั้นต้น
182.44
ล้านบาท
↑ 80.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.24
%
กำไรสุทธิ
87.69
ล้านบาท
↑ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.13
%
D/E Ratio
0.75
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
723
↑ + 15.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↑ + 80.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
88
↑ + 88.5%
YoY
D/E Ratio
0.75
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RJH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.75
ROE (%)
14.05
ROA (%)
8.82
Book Value/หุ้น
7.71
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RJH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+564
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-195
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RJH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
564.09
+516.49%
|
91.50
-118.25%
|
-501.36
+5,571.49%
|
-8.84
-122.84%
|
38.71
-116.86%
|
-229.54
+0.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-194.73
+14.51%
|
-170.05
-196.53%
|
176.16
-36.61%
|
277.92
-210.30%
|
-251.97
+2,836.71%
|
-8.58
-95.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-370.24
-331.78%
|
159.74
-76.43%
|
677.76
-734.79%
|
-106.77
-163.05%
|
169.34
+80.05%
|
94.05
-85.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.88
-101.08%
|
81.20
-76.97%
|
352.57
+117.22%
|
162.31
-469.64%
|
-43.91
-69.53%
|
-144.10
-144.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.90
-58.18%
|
334.53
+41.10%
|
237.08
+35.70%
|
174.71
+220.45%
|
54.52
-55.69%
|
123.05
-57.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
139.02
-0.63%
|
139.90
-58.18%
|
334.53
+41.10%
|
237.08
+35.70%
|
174.71
+199.62%
|
58.31
-52.61%
|