บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
15.20
+0.20 (+1.33%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้นสูงขึ้นจาก 106.9 ล้านบาท เป็น 474.9 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 344.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเพิ่มขึ้นอย่างมากนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ รายได้ 1Q/65 เพิ่มขึ้นจำนวนมาก หลักมาจากรายได้จากคนไข้ทั่วไปเพิ่มขึ้นถึง 246% ในขณะที่รายได้ประกันสังคมลดลงเล็กน้อยที่ 7%
เป็นผลมาจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด 19 เช่น การตรวจหา เชื้อ การดูแลรักษาผู้พบเชื้อ รวมถึงการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์น่า ในไตรมาสแรกของปี 2565 นั้น รายได้จากการตรวจหา เชื้อโควิด 19 อยู่ที่ 175 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 46.5 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
ในขณะที่กลุ่มบริษัทสามารถ บริหารต้นทุนได้ดี ถึงแม้ต้นทุนในการดําเนินงานจะเพิ่มมากขึ้นมาก แต่อัตราการเพิ่มของต้นทุนนั้นยังน้อยกว่าอัตราการเพิ่มของ รายได้ จึงทําให้กลุ่มบริษัทมีกําไรสุทธิ และอัตรากําไรสุทธิที่สูงขึ้นเป็น 40.1% ของรายได้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3389 out_tok=1965 at=2026-07-26T02:03:03 -->
# RJH Q3/2566 กำไรสุทธิทรงตัว รายได้วูบ 22% รับผลกระทบเศรษฐกิจโลกชะลอ
## รายได้ขายหดตัวแรง 22.1% กดดันกำไรสุทธิ ขณะที่ต้นทุนลดลงช่วยพยุงอัตรากำไร
บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิ 35.2 ล้านบาท ลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 46.5 ล้านบาท แม้รายได้รวมจะปรับลดลงถึง 21.3% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ต้นทุนการจัดจำหน่ายที่ลดลงช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: บริการ
เลนส์ sector: มองหาหัวใจจาก volume/SSS, จำนวนลูกค้า-สาขา, utilization, ราคาขาย, ต้นทุนแรงงาน/ค่าเช่า, หรือรายได้พิเศษ
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ RJH ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขายสินค้าต่างประเทศถึงร้อยละ 22.1** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้รวมที่หดตัวลงร้อยละ 21.3 แม้ว่ากำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่จะลดลงเพียงเล็กน้อย (จาก 46.5 ล้านบาท เป็น 35.2 ล้านบาท) ก็เนื่องมาจาก **การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและต้นทุนการจัดจำหน่ายที่ลดลง**
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักของรายได้ขายสินค้าต่างประเทศที่ลดลง มาจาก **สถานการณ์การขายของลูกค้าในต่างประเทศบางรายชะลอตัว** อันเป็นผลมาจาก **ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของตลาดหลักที่เติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง** ประกอบกับ **ภาวะค่าครองชีพของผู้บริโภคที่ได้รับแรงกดดันจากเงินเฟ้อในระดับสูงต่อเนื่อง** ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง บริษัทฯ ได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและเสนอขายสินค้าในราคาที่เหมาะสมกับภาวะตลาดและกำลังซื้อ รวมถึงเน้นการขายที่ก่อให้เกิดอัตรากำไรที่เหมาะสมเป็นสำคัญ
นอกจากนี้ **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลงอย่างมากถึงร้อยละ 46.4** สอดคล้องกับปริมาณธุรกรรมการขายและการส่งมอบสินค้าที่ลดลง และที่สำคัญคือ **อัตราค่าระวางเรือไปยังตลาดส่งออกในปี 2566 ลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปี 2565** ซึ่งปัจจัยนี้ช่วยลดต้นทุนและพยุงอัตรากำไรขั้นต้นได้
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
จากข้อมูลที่ระบุในเอกสาร **มีโอกาสที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะสั้น** เนื่องจากสาเหตุหลักมาจากภาวะเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อที่ยังคงทรงตัวในระดับสูง ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่บริษัทฯ ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ได้พยายามบริหารจัดการต้นทุนและปรับกลยุทธ์การขายเพื่อรักษาอัตรากำไรที่เหมาะสม ซึ่งอาจช่วยบรรเทาผลกระทบได้ในระดับหนึ่ง แต่แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่อรายได้ในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 35.2 ล้านบาท** ลดลง 24.3% YoY จาก 46.5 ล้านบาท ในไตรมาส 3/2565
* **รายได้รวม 1,324.9 ล้านบาท** ลดลง 21.3% YoY
* **รายได้จากการขาย 1,249.2 ล้านบาท** ลดลง 22.1% YoY โดยหลักมาจากยอดขายสินค้าต่างประเทศที่ชะลอตัว
* **ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 46.4%** จาก 51.5 ล้านบาท เหลือ 27.7 ล้านบาท (ข้อมูลจากเอกสารหน้า 1 ระบุ 51.5 ล้านบาท ลดลง 44.5 ล้านบาท หรือ 46.4% ซึ่งคำนวณย้อนกลับได้ต้นทุนใหม่ที่ 27.7 ล้านบาท)
* **อัตราค่าระวางเรือลดลงอย่างมาก** ช่วยลดต้นทุนการจัดจำหน่าย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 80.4 ล้านบาท (เป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 35.2 ล้านบาท) เทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 79.2 ล้านบาท (เป็นกำไรส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 46.5 ล้านบาท) โดยกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 11.3 ล้านบาท หรือ 24.3%
รายได้รวมสำหรับงวดสามเดือนสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2566 อยู่ที่ 1,324.9 ล้านบาท ลดลง 21.3% เมื่อเทียบกับงวดเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายสินค้าต่างประเทศที่ลดลง 22.1% เนื่องจากลูกค้าในต่างประเทศชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อที่ลดลงจากเงินเฟ้อ
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการจัดจำหน่ายลดลง 46.4% สอดคล้องกับปริมาณการขายที่ลดลง และอัตราค่าระวางเรือที่ลดลงอย่างมากในปี 2566 ช่วยบรรเทาผลกระทบต่ออัตรากำไรได้
## โอกาส
* การบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและเสนอขายสินค้าในราคาที่เหมาะสมกับภาวะตลาดและกำลังซื้อ
* การเน้นการขายที่ก่อให้เกิดอัตรากำไรที่เหมาะสม
* แนวโน้มอัตราค่าระวางเรือที่ลดลงอย่างมากในปี 2566 ช่วยลดต้นทุนการจัดจำหน่าย
## ความเสี่ยง
* ภาวะเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจของตลาดหลักที่เติบโตในอัตราที่ชะลอตัวลง
* ภาวะค่าครองชีพของผู้บริโภคตามภาวะเงินเฟ้อที่ทรงตัวอยู่ในระดับสูงต่อเนื่อง ส่งผลต่อกำลังซื้อ
* สถานการณ์การขายของลูกค้าในต่างประเทศบางรายชะลอตัว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดหลัก
* ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและราคาขายให้สอดคล้องกับภาวะตลาด
* ผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน (หากมีข้อมูลในเอกสารเพิ่มเติม)
* การปรับกลยุทธ์การขายเพื่อรักษาอัตรากำไรในภาวะที่ยอดขายชะลอตัว
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
ในฐานะผู้ผลิตและจำหน่ายอาหารแปรรูป (ซึ่งจัดอยู่ในกลุ่มบริการด้านอาหาร/สินค้าอุปโภคบริโภค) RJH ได้รับผลกระทบโดยตรงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคในตลาดต่างประเทศที่ชะลอตัวลง จากภาวะเศรษฐกิจโลกที่อ่อนแอและเงินเฟ้อที่ยังคงสูง การที่บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าและต้นทุนการจัดจำหน่ายได้ดี โดยเฉพาะการลดลงของอัตราค่าระวางเรือ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยประคองอัตรากำไรขั้นต้นได้ แม้ว่าปริมาณการขายจะลดลงก็ตาม การเน้นการขายที่ให้กำไรเหมาะสมเป็นกลยุทธ์ที่ถูกต้องในภาวะเช่นนี้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงไม่สามารถสรุปในส่วนนี้ได้)
## สรุปท้าย
RJH ในไตรมาส 3/2566 เผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวและเงินเฟ้อ ส่งผลให้รายได้จากการขายสินค้าต่างประเทศลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ สามารถบริหารจัดการต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะต้นทุนการจัดจำหน่ายที่ลดลงอย่างมากจากค่าระวางเรือที่ต่ำลง ช่วยพยุงกำไรสุทธิให้ทรงตัวได้ แม้จะลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน ความต่อเนื่องของผลประกอบการจะขึ้นอยู่กับแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและกำลังซื้อของผู้บริโภคในอนาคต รวมถึงความสามารถของบริษัทในการปรับกลยุทธ์การขายเพื่อรักษาอัตรากำไร
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RJH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
722.87
ล้านบาท
↑ 15.2% YoY
กำไรขั้นต้น
182.44
ล้านบาท
↑ 80.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.24
%
กำไรสุทธิ
87.69
ล้านบาท
↑ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.13
%
D/E Ratio
0.75
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
723
↑ + 15.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↑ + 80.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
88
↑ + 88.5%
YoY
D/E Ratio
0.75
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RJH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.75
ROE (%)
14.05
ROA (%)
8.82
Book Value/หุ้น
7.71
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RJH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+564
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-195
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RJH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
564.09
+516.49%
|
91.50
-118.25%
|
-501.36
+5,571.49%
|
-8.84
-122.84%
|
38.71
-116.86%
|
-229.54
+0.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-194.73
+14.51%
|
-170.05
-196.53%
|
176.16
-36.61%
|
277.92
-210.30%
|
-251.97
+2,836.71%
|
-8.58
-95.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-370.24
-331.78%
|
159.74
-76.43%
|
677.76
-734.79%
|
-106.77
-163.05%
|
169.34
+80.05%
|
94.05
-85.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.88
-101.08%
|
81.20
-76.97%
|
352.57
+117.22%
|
162.31
-469.64%
|
-43.91
-69.53%
|
-144.10
-144.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.90
-58.18%
|
334.53
+41.10%
|
237.08
+35.70%
|
174.71
+220.45%
|
54.52
-55.69%
|
123.05
-57.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
139.02
-0.63%
|
139.90
-58.18%
|
334.53
+41.10%
|
237.08
+35.70%
|
174.71
+199.62%
|
58.31
-52.61%
|