บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน)
SET · การแพทย์
15.20
+0.20 (+1.33%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 เพิ่มขึ้นสูงขึ้นจาก 106.9 ล้านบาท เป็น 474.9 ล้านบาท ปรับตัวสูงขึ้น 344.19% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน การเพิ่มขึ้นอย่างมากนี้เป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ รายได้ 1Q/65 เพิ่มขึ้นจำนวนมาก หลักมาจากรายได้จากคนไข้ทั่วไปเพิ่มขึ้นถึง 246% ในขณะที่รายได้ประกันสังคมลดลงเล็กน้อยที่ 7%
เป็นผลมาจากรายได้ที่เกี่ยวข้องกับโรคโควิด 19 เช่น การตรวจหา เชื้อ การดูแลรักษาผู้พบเชื้อ รวมถึงการฉีดวัคซีนทางเลือกโมเดอร์น่า ในไตรมาสแรกของปี 2565 นั้น รายได้จากการตรวจหา เชื้อโควิด 19 อยู่ที่ 175 ล้านบาท เมื่อเทียบกับ 46.5 ล้านบาทในไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
ในขณะที่กลุ่มบริษัทสามารถ บริหารต้นทุนได้ดี ถึงแม้ต้นทุนในการดําเนินงานจะเพิ่มมากขึ้นมาก แต่อัตราการเพิ่มของต้นทุนนั้นยังน้อยกว่าอัตราการเพิ่มของ รายได้ จึงทําให้กลุ่มบริษัทมีกําไรสุทธิ และอัตรากําไรสุทธิที่สูงขึ้นเป็น 40.1% ของรายได้
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=6315 out_tok=2723 at=2026-07-26T02:19:15 -->
# RJH กำไรสุทธิ Q1/2566 ดิ่ง 77% รับรายได้โควิดหาย-ต้นทุนการเงินพุ่ง
## รายได้หลักหดตัวแรง 52% หลังปัจจัยโควิดหมดไป ขณะที่ต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นกดดันกำไรสุทธิ
บริษัท โรงพยาบาลราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ RJH รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 106.40 ล้านบาท ลดลงถึง 77% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้รวมจากการดำเนินงานโรงพยาบาลลดลง 52% เป็นผลหลักจากการหายไปของรายได้จากสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ RJH ในไตรมาส 1 ปี 2566 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงอย่างมากของรายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปถึง 67% และรายได้จากกิจการโรงพยาบาลรวมที่หดตัว 52%** ซึ่งเป็นผลโดยตรงจากการที่ไม่มีรายได้จากสถานการณ์โควิด-19 ในปีนี้ ขณะที่ปีก่อนยังมีรายได้ส่วนนี้อยู่มาก นอกจากนี้ **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 51%** ก็เป็นอีกปัจจัยที่กดดันกำไรสุทธิให้ลดลงถึง 77%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุมาจากปัจจัยหลัก 2 ประการ:
* **การหายไปของรายได้โควิด-19:** ในไตรมาส 1 ปี 2565 RJH ยังมีรายได้จากการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งเป็นรายได้ก้อนใหญ่ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย รายได้ส่วนนี้จึงหายไปในปีนี้ ส่งผลให้รายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปลดลงอย่างมาก แม้ว่ารายได้จากผู้ป่วยนอกที่ไม่เกี่ยวกับโควิด-19 จะเติบโต 21% และรายได้ผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 28% รวมถึงรายได้ประกันสังคมที่เพิ่มขึ้น 18% แต่ก็ไม่สามารถชดเชยการหายไปของรายได้โควิด-19 ได้ทั้งหมด
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 51% จาก 4.5 ล้านบาท เป็น 6.9 ล้านบาท เนื่องจากทั้งจำนวนเงินกู้ยืมที่เพิ่มขึ้นเพื่อพัฒนาโครงการ และอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อกำไรสุทธิ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยปัจจัยหลักคือการหายไปของรายได้โควิด-19 ซึ่งเป็นปัจจัยพิเศษที่เกิดขึ้นในช่วงการระบาด และคาดว่าจะไม่เกิดขึ้นอีกในระดับเดียวกันนี้ อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินอาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากอัตราดอกเบี้ยยังคงอยู่ในระดับสูง หรือหากบริษัทมีการกู้ยืมเพิ่มเติมเพื่อการลงทุนในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลง 77%** อยู่ที่ 106.40 ล้านบาท จาก 472.56 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้รวมจากกิจการโรงพยาบาลลดลง 52%** อยู่ที่ 560.70 ล้านบาท จาก 1,174.72 ล้านบาท เป็นผลหลักจากการไม่มีรายได้โควิด-19
* **รายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปลดลง 67%** เหลือ 314.78 ล้านบาท แต่รายได้จากผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 21% และผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 28%
* **รายได้ประกันสังคมเพิ่มขึ้น 18%** เป็น 245.92 ล้านบาท จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการผ่าตัดโรคซับซ้อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญ** จาก 54.4% เป็น 31.5% เนื่องจากสัดส่วนรายได้โควิด-19 ที่มีมาร์จิ้นสูงหายไป
* **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 51%** เป็น 6.9 ล้านบาท จากจำนวนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2566 RJH มีรายได้รวมจากการดำเนินงานโรงพยาบาลอยู่ที่ 560.70 ล้านบาท ลดลง 52% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นผลหลักจากการไม่มีรายได้จากสถานการณ์โควิด-19 ในปีนี้ แม้ว่ารายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปจะลดลงอย่างมากถึง 67% แต่รายได้จากผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยในกลับเติบโตได้ดีที่ 21% และ 28% ตามลำดับ ขณะที่รายได้จากประกันสังคมเพิ่มขึ้น 18% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและรายได้จากการผ่าตัดโรคซับซ้อนที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนในการประกอบกิจการโรงพยาบาลลดลง 28% ตามรายได้ที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 31.5% ซึ่งใกล้เคียงกับช่วงก่อนโควิด-19 แต่ลดลงจาก 54.4% ในปีก่อนที่มีรายได้โควิด-19 เข้ามาสนับสนุน ค่าใช้จ่ายบริหารลดลงเล็กน้อย 2% แม้จะมีค่าเสื่อมราคาอาคารสำนักงานใหม่เพิ่มขึ้น แต่กำไรก่อนดอกเบี้ยภาษีและค่าเสื่อมราคา (EBITDA) ลดลง 74% เนื่องจากรายได้โควิด-19 หายไป
ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญคือต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 51% จาก 4.5 ล้านบาท เป็น 6.9 ล้านบาท เนื่องจากการเพิ่มขึ้นของทั้งจำนวนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ย ส่งผลให้กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ลดลงถึง 77% อยู่ที่ 106.40 ล้านบาท และอัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 40.1% เหลือ 18.6%
## โอกาส
* **การเติบโตของรายได้ผู้ป่วยนอกและใน:** รายได้ผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 21% และผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 28% สะท้อนถึงการฟื้นตัวของปริมาณผู้ป่วยและการเพิ่มขึ้นของการเข้ารับการรักษา โดยเฉพาะการผ่าตัดที่เพิ่มขึ้นทั้ง elective cases และเคสอุบัติเหตุ
* **การเติบโตของรายได้ประกันสังคม:** รายได้ประกันสังคมเพิ่มขึ้น 18% จากจำนวนผู้ประกันตนที่เพิ่มขึ้นและการมีรายได้จากการผ่าตัดโรคซับซ้อนมากขึ้น ซึ่งเป็นฐานรายได้ที่มั่นคง
* **การกลับสู่ระดับปกติก่อนโควิด-19:** อัตรากำไรขั้นต้นและ EBITDA ต่อรายได้ กลับมาใกล้เคียงกับระดับปี 2562 ซึ่งเป็นช่วงก่อนเกิดการระบาดของโควิด-19 บ่งชี้ถึงการดำเนินงานที่กลับสู่ภาวะปกติ
## ความเสี่ยง
* **การพึ่งพารายได้จากโควิด-19 ในอดีต:** การที่รายได้โควิด-19 เป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อกำไรในปีก่อน ทำให้การเปรียบเทียบผลประกอบการ YoY ในปีนี้ดูน่ากังวล
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากทั้งจำนวนเงินกู้และอัตราดอกเบี้ย เป็นปัจจัยกดดันกำไรที่อาจต่อเนื่อง
* **การแข่งขันในธุรกิจโรงพยาบาล:** ธุรกิจโรงพยาบาลมีการแข่งขันสูง ทั้งจากโรงพยาบาลภาครัฐและเอกชน รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของนโยบายประกันสุขภาพ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ผู้ป่วยนอกและใน:** การเติบโตของปริมาณผู้ป่วยและรายได้เฉลี่ยต่อหัวจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญของการฟื้นตัว
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายบริหารให้มีประสิทธิภาพ ท่ามกลางการแข่งขันที่สูง
* **ทิศทางอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบจากอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นต่อต้นทุนทางการเงินของบริษัท
* **ความคืบหน้าโครงการโรงพยาบาลราชธานีอินเตอร์เนชั่นแนล:** การลงทุนในโครงการใหม่เพื่อขยาย capacity ในอนาคต
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การรักษาระดับหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้:** รายได้รวม 560.70 ล้านบาท ลดลง 52% YoY โดยรายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไปลดลง 67% แต่รายได้ผู้ป่วยนอกเพิ่มขึ้น 21% (155.2 ล้านบาท) และผู้ป่วยในเพิ่มขึ้น 28% (151.6 ล้านบาท) รายได้ประกันสังคมเพิ่มขึ้น 18% (245.9 ล้านบาท)
* **อัตราการครองเตียง:** เพิ่มขึ้นจาก 42% เป็น 55% ในไตรมาส 1 ปีนี้
* **รายได้เฉลี่ยต่อหัว:** ผู้ป่วยนอกเพิ่มจาก 1,800 บาท เป็น 2,000 บาท ผู้ป่วยในเพิ่มจาก 43,000 บาท เป็นเกือบ 53,000 บาท เนื่องจากการผ่าตัดที่เพิ่มขึ้น
* **ต้นทุน:** ต้นทุนการประกอบกิจการโรงพยาบาลอยู่ที่ 384.27 ล้านบาท ลดลง 28% YoY คิดเป็น 69% ของรายได้
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** อยู่ที่ 31.5% ใกล้เคียงระดับก่อนโควิด-19
* **ค่าใช้จ่ายบริหาร:** อยู่ที่ 47.9 ล้านบาท ลดลง 2% YoY
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 1 ปี 2566 สินทรัพย์รวมอยู่ที่ 3,654.23 ล้านบาท ลดลง 134 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 โดยเงินสดลดลง 111 ล้านบาทจากการชำระคืนเงินกู้ยืม และลูกหนี้การค้าลดลง 126 ล้านบาทจากการได้รับชำระหนี้ที่เกี่ยวกับโควิด-19 ส่วนสินทรัพย์อื่นเพิ่มขึ้น 70 ล้านบาทจากการมัดจำค่าที่ดินโครงการใหม่
หนี้สินรวมอยู่ที่ 1,200.31 ล้านบาท ลดลง 263 ล้านบาทจากสิ้นปี 2565 เนื่องจากการชำระคืนเงินกู้ยืมระยะสั้น ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 129 ล้านบาท จากผลการดำเนินงาน
อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.5 เท่า ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ต่ำ
อัตราความสามารถในการชำระดอกเบี้ยลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 139.2 เท่า เป็น 24.0 เท่า และอัตราความสามารถในการชำระหนี้ลดลงจาก 3.8 เท่า เป็น 1.5 เท่า ซึ่งเป็นผลมาจาก EBITDA ที่ลดลงและการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมและอัตราดอกเบี้ย
## สรุปท้าย
RJ H เผชิญกับแรงกดดันด้านผลประกอบการในไตรมาส 1 ปี 2566 จากการหายไปของรายได้โควิด-19 ซึ่งเคยเป็นปัจจัยขับเคลื่อนสำคัญในปีก่อน ประกอบกับการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงิน ทำให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของรายได้จากการรักษาพยาบาลทั่วไป ทั้งผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน รวมถึงรายได้ประกันสังคม และการกลับสู่ระดับอัตรากำไรขั้นต้นก่อนโควิด-19 เป็นสัญญาณบวกที่ต้องติดตามความต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารจัดการต้นทุนและหนี้สินท่ามกลางสภาวะดอกเบี้ยขาขึ้น
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ RJH ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
722.87
ล้านบาท
↑ 15.2% YoY
กำไรขั้นต้น
182.44
ล้านบาท
↑ 80.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
25.24
%
กำไรสุทธิ
87.69
ล้านบาท
↑ 88.5% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
12.13
%
D/E Ratio
0.75
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
723
↑ + 15.2%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
182
↑ + 80.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
88
↑ + 88.5%
YoY
D/E Ratio
0.75
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — RJH
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.75
ROE (%)
14.05
ROA (%)
8.82
Book Value/หุ้น
7.71
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — RJH
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+564
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-195
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — RJH
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
564.09
+516.49%
|
91.50
-118.25%
|
-501.36
+5,571.49%
|
-8.84
-122.84%
|
38.71
-116.86%
|
-229.54
+0.03%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-194.73
+14.51%
|
-170.05
-196.53%
|
176.16
-36.61%
|
277.92
-210.30%
|
-251.97
+2,836.71%
|
-8.58
-95.36%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-370.24
-331.78%
|
159.74
-76.43%
|
677.76
-734.79%
|
-106.77
-163.05%
|
169.34
+80.05%
|
94.05
-85.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-0.88
-101.08%
|
81.20
-76.97%
|
352.57
+117.22%
|
162.31
-469.64%
|
-43.91
-69.53%
|
-144.10
-144.64%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
139.90
-58.18%
|
334.53
+41.10%
|
237.08
+35.70%
|
174.71
+220.45%
|
54.52
-55.69%
|
123.05
-57.54%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
139.02
-0.63%
|
139.90
-58.18%
|
334.53
+41.10%
|
237.08
+35.70%
|
174.71
+199.62%
|
58.31
-52.61%
|