บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
12.80
+0.10 (+0.79%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิ ลดลง 19.3% จากค่าเสื่อมราคาและ ค่าตัดจําหน่ายที่สูงขึ้นจากการขยายสถานีบริการและร้านคาเฟ่ อเมซอน รวมถึงการจัดประเภทค่าใช้จ่ายตามมาตรฐาน บัญชีใหม่ นอกจากนี้ มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการเริ่มใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เครื่องมือทางการเงิน ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2563
รายได้ขายและบริการรวม 428,804 ล้านบาท ลดลง 148,330 ล้านบาท (-25.7%) จากปีก่อน โดยหลักจากรายได้กลุ่มธุรกิจ น้ํามัน โดย 4Q/2563 ปริมาณการขายปรับตัวเพิ่มเกือบเทียบเท่าสถานการณ์ปกติก่อนภาวะ COVID-19 ยกเว้นผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน กลุ่มธุรกิจ Non-Oil ลดลง โดยหลักจากรายได้ของร้านค้าสะดวกซื้อ
สําหรับรายได้กลุ่มธุรกิจต่างประเทศลดลงเช่นกัน สาเหตุจากผลกระทบของการระบาดของโรค COVID-19 ที่ส่งผลต่อราคาขาย ผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่ลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=23282 out_tok=3126 at=2026-07-25T23:36:24 -->
OR กำไรสุทธิทรุดหนัก Q3/65 วูบ 89% รับพิษราคาพลังงานผันผวน-ต้นทุนพุ่ง
OR เผชิญแรงกดดันจากราคาพลังงานในตลาดโลกที่ผันผวนและต้นทุนการดำเนินงานที่สูงขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปี 2565 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี ยังคงเติบโตได้จากฐานที่ต่ำในปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ทำให้ผลประกอบการของ OR ในไตรมาส 3 ปี 2565 เปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อหน่วยในกลุ่มธุรกิจ Mobility และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิ** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานและกำไรสุทธิลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
* **กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อหน่วยอ่อนตัวลง:** ในกลุ่มธุรกิจ Mobility กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรของน้ำมันดีเซลและเบนซินปรับลดลง โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันที่เกิดจากการทยอยสำรองน้ำมันเพื่อรองรับโรงกลั่นในประเทศที่มีแผนปิดซ่อมบำรุงในช่วงไตรมาส 4 ทำให้ต้นทุนขายเฉลี่ยสูงขึ้น นอกจากนี้ ธุรกิจตลาดพาณิชย์ก็ได้รับผลกระทบจากราคาขายปลีกที่ปรับลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลกที่อ่อนตัวลงจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอย แม้ว่าจะมีปัจจัยสนับสนุนจากโรงไฟฟ้าที่เปลี่ยนมาใช้พลังงานน้ำมันทดแทนก๊าซธรรมชาติที่ราคาสูงก็ตาม
* **ปริมาณขายน้ำมันลดลง:** ปริมาณขายน้ำมันของกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Global ลดลง 8.4% และ 2.3% ตามลำดับ จากปัจจัยฤดูกาลที่เป็นช่วงมรสุมสำหรับกลุ่มธุรกิจ Mobility และการเดินทางที่น้อยลงในภาคอากาศยาน
* **ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิเพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิรวมถึงค่าเสื่อมราคาเพิ่มขึ้นเล็กน้อยตามการขยายเครือข่ายทั้งในกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Lifestyle
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ลักษณะครั้งคราว** โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจาก **ราคา commodity และต้นทุนที่ผันผวน** ซึ่งเป็นปัจจัยภายนอกที่ควบคุมได้ยาก อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว รวมถึงการขยายเครือข่ายธุรกิจ Lifestyle และ Global อาจช่วยชดเชยผลกระทบได้ในระยะต่อไป
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/65 ลดลง 89.3% QoQ และ 62.9% YoY** อยู่ที่ 701 ล้านบาท จาก 1,892 ล้านบาทในไตรมาสก่อน และ 6,568 ล้านบาทในปีก่อน
* **รายได้ขายและบริการ Q3/65 ลดลง 7.9% QoQ** อยู่ที่ 194,795 ล้านบาท แต่ **เพิ่มขึ้น 66.8% YoY**
* **EBITDA Q3/65 ลดลง 74.2% QoQ** อยู่ที่ 2,647 ล้านบาท แต่ **เพิ่มขึ้น 21.6% YoY**
* **กลุ่มธุรกิจ Mobility มีผลประกอบการอ่อนแอ** รายได้ลดลง 8.6% QoQ และกำไรขั้นต้นลดลง 61.5% QoQ จากปริมาณขายและกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ลดลง
* **กลุ่มธุรกิจ Lifestyle และ Global ยังคงเติบโตได้ YoY** โดย Lifestyle มีรายได้เพิ่มขึ้น 40.8% YoY และ Global เพิ่มขึ้นกว่า 100% YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 OR มีรายได้จากการขายและบริการจำนวน 194,795 ล้านบาท ลดลง 7.9% จากไตรมาสก่อนหน้า เนื่องจากปริมาณขายน้ำมันที่ลดลงและราคาน้ำมันในตลาดโลกเฉลี่ยปรับลดลง อย่างไรก็ตาม เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้นถึง 66.8% เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยที่สูงขึ้นตามราคาน้ำมันในตลาดโลก และปริมาณขายที่ปรับเพิ่มขึ้นจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19
EBITDA ในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 2,647 ล้านบาท ลดลง 74.2% จากไตรมาสก่อนหน้า แต่เพิ่มขึ้น 21.6% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำหรับกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 อยู่ที่ 701 ล้านบาท ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 89.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 62.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
อย่างไรก็ตาม ภาพรวม 9 เดือนแรกของปี 2565 OR มีกำไรสุทธิ 11,114 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายและบริการ และ EBITDA เพิ่มขึ้นเช่นกัน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชน:** มาตรการผ่อนคลายการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลดีต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการใช้จ่าย
* **การเติบโตของธุรกิจ Lifestyle:** การขยายเครือข่ายร้านค้าและการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจหนุนรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจนี้
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่:** การลงทุนในบริษัท Dusit Foods, Traveloka และ Gowabi สะท้อนความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจสู่กลุ่มอาหาร สุขภาพและความงาม เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ผู้บริโภค
* **การขยายธุรกิจ EV Ecosystem:** การติดตั้งสถานีชาร์จ EV Station PluZ และความร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ ตอกย้ำการเป็นผู้นำในระบบนิเวศยานยนต์ไฟฟ้า
* **การเติบโตของธุรกิจ Global:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศ โดยเฉพาะในกัมพูชาและฟิลิปปินส์ หนุนปริมาณขายและกำไร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก:** เป็นปัจจัยหลักที่ส่งผลกระทบต่อรายได้ ต้นทุน และกำไรของกลุ่มธุรกิจ Mobility
* **ภาวะเศรษฐกิจถดถอยและความกังวลเงินเฟ้อ:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคและอุปสงค์น้ำมันในหลายประเทศ
* **ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์:** สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซีย-ยูเครน ส่งผลต่ออุปทานพลังงานและราคาสินค้าโภคภัณฑ์
* **นโยบายการเงินที่ตึงตัว:** การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลก อาจส่งผลกระทบต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
* **มาตรการ Zero-COVID Policy ของจีน:** ยังคงกดดันอุปสงค์ภายในประเทศจีนและส่งผลกระทบต่อห่วงโซ่อุปทานโลก
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** การเปลี่ยนแปลงของราคาพลังงานในตลาดโลกจะเป็นปัจจัยสำคัญต่อผลประกอบการในไตรมาสถัดไป
* **ปริมาณขายน้ำมัน:** การฟื้นตัวของภาคการขนส่งและการท่องเที่ยวจะส่งผลต่อปริมาณขาย โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานและดีเซล
* **ผลประกอบการกลุ่มธุรกิจ Lifestyle:** การขยายสาขาและการตอบรับของผู้บริโภคต่อผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ
* **ความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจใหม่:** การผนึกกำลังและสร้างรายได้จากธุรกิจอาหาร สุขภาพและความงาม
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงานท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**ราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ในไตรมาส 3 ปี 2565 ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 96.9 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงจากไตรมาสก่อนหน้า แต่สูงกว่าปีก่อนหน้า ปัจจัยกดดันหลักมาจากความกังวลเศรษฐกิจถดถอย การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ และมาตรการ Zero-COVID ของจีน ขณะที่ปัจจัยหนุนมาจากราคาก๊าซธรรมชาติที่สูงขึ้นและการปรับลดกำลังการผลิตของ OPEC+
สำหรับราคาน้ำมันสำเร็จรูป ตลาดสิงคโปร์ พบว่า ราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลปรับลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบ เนื่องจากอุปสงค์ที่อ่อนแอจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจถดถอย ประกอบกับปริมาณสำรองที่สูงขึ้น อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดีเซลยังคงได้รับแรงหนุนจากอุปทานที่ตึงตัวในบางภูมิภาค
**การใช้น้ำมันในประเทศ:** ภาพรวมการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง 9 เดือนแรกปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.5% จากปีก่อน โดยน้ำมันอากาศยานเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นโดดเด่นถึง 84.0% จากการผ่อนคลายมาตรการเดินทาง การใช้น้ำมันกลุ่มดีเซลเพิ่มขึ้น 18.5% และกลุ่มเบนซินเพิ่มขึ้น 5.4%
**ส่วนแบ่งการตลาด:** OR ยังคงมีส่วนแบ่งการตลาดน้ำมันเชื้อเพลิงในประเทศที่แข็งแกร่งที่ 43.2% (ม.ค.-ส.ค. 65)
**กลุ่มธุรกิจ Mobility:** รายได้ลดลง QoQ จากปริมาณขายที่ลดลงและราคาขายเฉลี่ยที่อ่อนตัวลง กำไรขั้นต้นลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ลดลง แม้ว่าจะมีปัจจัยหนุนจากโรงไฟฟ้าที่เปลี่ยนมาใช้ดีเซลทดแทนก๊าซธรรมชาติ แต่ก็ไม่สามารถชดเชยผลกระทบได้ EBITDA Margin อยู่ที่ 0.6% เท่านั้น
**กลุ่มธุรกิจ Lifestyle:** รายได้ทรงตัว QoQ แต่เติบโต YoY จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและกิจกรรมทางสังคม EBITDA Margin อยู่ที่ 22.9%
**กลุ่มธุรกิจ Global:** รายได้ลดลง QoQ จากราคาน้ำมันที่ปรับลดลง แต่เติบโต YoY อย่างก้าวกระโดด EBITDA Margin อยู่ที่ 2.0%
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 OR มีสินทรัพย์รวม 225,338 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากลูกหนี้การค้าและสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันโลกที่สูงขึ้น
หนี้สินรวมอยู่ที่ 119,986 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.3% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 105,352 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.5% จากสิ้นปี 2564 จากกำไรสุทธิระหว่างงวดหักด้วยการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงานจำนวน 32,247 ล้านบาท โดยหลักจากการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สินที่ใช้ดำเนินงาน เช่น การเพิ่มขึ้นของลูกหนี้อื่นและสินค้าคงเหลือ
กระแสเงินสดสุทธิได้มาในกิจกรรมลงทุนจำนวน 7,361 ล้านบาท จากการครบกำหนดของเงินลงทุนระยะสั้น และการลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินระยะยาวและบริษัทร่วม
กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงินจำนวน 3,244 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้และเงินปันผล
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ:
* อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 7.6% ใน 9M/64 เป็น 5.6% ใน 9M/65
* อัตรากำไรสุทธิลดลงจาก 2.6% ใน 9M/64 เป็น 1.9% ใน 9M/65
* อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนลดลงจาก 2.4 เท่า เป็น 2.1 เท่า
* อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้นลดลงจาก 16.6% เป็น 13.3%
* อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ทรงตัวที่ 6.5%
* อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นจาก (0.2) เท่า เป็น 0.3 เท่า
* อัตราส่วนความสามารถชำระภาระผูกพันทางการเงินลดลงจาก 4.5 เท่า เป็น 3.1 เท่า
## สรุปท้าย
OR ในไตรมาส 3 ปี 2565 เผชิญกับความท้าทายจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะการอ่อนตัวของกำไรขั้นต้นในกลุ่มธุรกิจ Mobility และการเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายดำเนินงาน อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยและทั่วโลก การเติบโตของธุรกิจ Lifestyle และ Global รวมถึงการลงทุนเชิงกลยุทธ์ในธุรกิจใหม่ๆ ยังคงเป็นโอกาสสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตในระยะยาว ขณะที่ความเสี่ยงจากความผันผวนของราคาน้ำมันและภาวะเศรษฐกิจโลกยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OR ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
156,216.64
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
8,818.68
ล้านบาท
↑ 7.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.65
%
กำไรสุทธิ
2,078.03
ล้านบาท
↓ 30.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.33
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
156,217
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,819
↑ + 7.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,078
↓ -30.7%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
10.15
ROA (%)
7.26
Book Value/หุ้น
9.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-8,077
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8,077.17
-148.31%
|
16,718.23
-153.04%
|
-31,520.17
-168.80%
|
45,815.89
-833.17%
|
-6,249.04
-139.58%
|
15,786.48
+116.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-150.00
-102.86%
|
5,252.75
-691.49%
|
-888.06
-89.00%
|
-8,070.66
-127.70%
|
29,137.51
-486.29%
|
-7,542.87
+65.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12,319.53
+1.51%
|
12,136.14
-11.43%
|
13,701.99
+50.52%
|
9,102.88
-110.35%
|
-87,970.25
+486.80%
|
-14,991.40
+1,218.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,743.72
-88.82%
|
33,485.12
-272.26%
|
-19,438.57
-141.90%
|
46,390.88
-171.58%
|
-64,808.94
+852.58%
|
-6,803.54
-146.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|
25,201.63
+141.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,238.89
-29.62%
|
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|