บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
11.90
0.20 (1.65%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิ ลดลง 19.3% จากค่าเสื่อมราคาและ ค่าตัดจําหน่ายที่สูงขึ้นจากการขยายสถานีบริการและร้านคาเฟ่ อเมซอน รวมถึงการจัดประเภทค่าใช้จ่ายตามมาตรฐาน บัญชีใหม่ นอกจากนี้ มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการเริ่มใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เครื่องมือทางการเงิน ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2563
รายได้ขายและบริการรวม 428,804 ล้านบาท ลดลง 148,330 ล้านบาท (-25.7%) จากปีก่อน โดยหลักจากรายได้กลุ่มธุรกิจ น้ํามัน โดย 4Q/2563 ปริมาณการขายปรับตัวเพิ่มเกือบเทียบเท่าสถานการณ์ปกติก่อนภาวะ COVID-19 ยกเว้นผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน กลุ่มธุรกิจ Non-Oil ลดลง โดยหลักจากรายได้ของร้านค้าสะดวกซื้อ
สําหรับรายได้กลุ่มธุรกิจต่างประเทศลดลงเช่นกัน สาเหตุจากผลกระทบของการระบาดของโรค COVID-19 ที่ส่งผลต่อราคาขาย ผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่ลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
## บทสรุปผลประกอบการบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) ไตรมาส 1/2567
บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) (OR) รายงานรายได้รวมในไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ 177,867 ล้านบาท ลดลง 14,675 ล้านบาท (-7.6%) จากไตรมาสก่อนหน้า โดยหลักมาจากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่ลดลงทั้งในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและธุรกิจตลาดพาณิชย์ ส่งผลให้กำไรสุทธิในช่วงนี้ลดลงเหลือ 3,723 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า 3,530 ล้านบาท (+>100%)
**สถานการณ์เศรษฐกิจ**
เศรษฐกิจไทยในไตรมาส 1/2567 มีแนวโน้มอยู่ในทิศทางฟื้นตัวต่อเนื่อง โดยมีแรงส่งสำคัญจากการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว ส่งผลดีต่อการบริโภคภาคเอกชน โดยเฉพาะในภาคบริการ ส่งผลให้ตลาดแรงงานและรายได้ของลูกจ้างที่เกี่ยวข้องฟื้นตัวต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามการประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณที่คาดว่าจะประกาศใช้ในไตรมาส 2/2567 หากล่าช้า อาจสร้างความกังวลต่อภาคเอกชน และความเสี่ยงของภาคการส่งออกที่ฟื้นตัวช้า
ด้านเศรษฐกิจโลก ยังมีความไม่แน่นอนจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการลงทุนของประเทศ ส่วนใหญ่ กำลังซื้อของผู้บริโภคและต้นทุนของภาคธุรกิจ ราคาพลังงานโลกยังผันผวน โดยเฉพาะจากการปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ต่อเนื่องไปจนถึงไตรมาส 2/2567 เช่นเดียวกับประเทศรัสเซียที่ปรับลดกำลังการผลิตไม่เกิน 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน
**สถานการณ์ราคาพลังงาน**
* **ราคาน้ำมันดิบดูไบ** ในไตรมาส 1/2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 81.3 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ต่ำกว่าไตรมาส 4/2566 ที่เฉลี่ยอยู่ที่ 83.6 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของอุปทานน้ำมันดิบจากกลุ่ม OPEC+ นำโดยสหรัฐฯ ความกังวลเกี่ยวกับการเติบโตทางเศรษฐกิจของจีน และระดับเงินเฟ้อของสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ระดับสูง
* **ราคาน้ำมันเบนซิน** ในไตรมาส 1/2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 99.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 4/2566 ที่มีค่าเฉลี่ย 96.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สอดคล้องกับราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการในประเทศจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการเดินทางในช่วงตรุษจีน รวมถึงการนำเข้าน้ำมันเบนซินจากอินโดนีเซียเพิ่มขึ้นจากฤดูกาลถือศีลอดและการเลือกตั้งในประเทศ ประกอบกับอุปสงค์เบนซินภายในประเทศอินเดียมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องจากเศรษฐกิจภายในประเทศที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ราคาน้ำมันเบนซินได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการประกาศห้ามส่งออกเบนซินจากรัสเซีย ตั้งแต่เดือนมีนาคม เป็นระยะเวลา 6 เดือน
* **ราคาน้ำมันดีเซล** ในไตรมาส 1/2567 เฉลี่ยอยู่ที่ 104.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงจากไตรมาส 4/2566 ที่มีค่าเฉลี่ย 108.0 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล สอดคล้องกับน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากความต้องการในยุโรปปรับตัวลดลงจากการสิ้นสุดฤดูหนาวและเศรษฐกิจที่อ่อนแอ ประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณทะเลแดงทำให้ค่าขนส่งทางเรือแพงขึ้นและส่งผลต่อการส่งออกน้ำมันดีเซลจากเอเชียไปยังตะวันตก นอกจากนี้ การดำเนินการของโรงกลั่นใหม่ ๆ ในประเทศโอมาน คูเวต และไนจีเรีย ยังส่งผลให้อุปทานน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้น แต่อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันดีเซล ได้รับปัจจัยสนับสนุนจากโรงกลั่นทั่วเอเชียที่เข้าสู่การปิดซ่อมบำรุง ทำให้อุปทานดีเซลอาจลดลง
* **ราคาน้ำมันอากาศยาน/น้ำมันก๊าด** ในไตรมาส 1/2567 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 102.4 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลงจากไตรมาส 4/2566 ที่มีค่าเฉลี่ย 107.2 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล มีการปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากปริมาณอุปทานจากประเทศจีนปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยจีนเน้นการส่งออกน้ำมันอากาศยานมากขึ้น ทำให้มีการส่งออกในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้น 24% จากช่วงเดียวกันในปีก่อนหน้า อีกทั้งความต้องการใช้น้ำมันก๊าดเพื่อทำความร้อนในญี่ปุ่นปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตามราคาน้ำมันอากาศยานได้รับปัจจัยสนับสนุนจากการขนส่งทางอากาศทั่วโลกที่ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
**การเปลี่ยนแปลงในรายได้และกำไร**
รายได้ขายและบริการของ OR ในไตรมาส 1/2567 ลดลง 8.6% จากปริมาณการจำหน่ายที่ลดลง แม้ราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น
กลุ่มธุรกิจ Mobility ในไตรมาสนี้ลดลง 8.6% ตามปริมาณการจำหน่าย แม้ว่าราคาขายเฉลี่ยปรับเพิ่มขึ้น
กลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้น 0.5% จากกลุ่มธุรกิจค้าปลีกอื่น
กลุ่มธุรกิจ Global เพิ่มขึ้น 10.9% ตามปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในประเทศฟิลิปปินส์และกัมพูชา
กำไรจากการดำเนินงานก่อนค่าเสื่อมราคาในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้น 3,650 ล้านบาท (+>100%) จากไตรมาสก่อนหน้า
โดยหลักมาจากภาพรวมกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ดีขึ้น เช่นเดียวกับกลุ่มธุรกิจ Global ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรฟื้นตัวในประเทศฟิลิปปินส์
กลุ่มธุรกิจ Lifestyle เพิ่มขึ้นทั้งธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม และกลุ่มธุรกิจค้าปลีกอื่น
ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิลดลง โดยหลักจากค่าโฆษณาประชาสัมพันธ์
**สินทรัพย์และหนี้สิน**
ณ 31 มีนาคม 2567 OR มีสินทรัพย์รวม 221,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1,092 ล้านบาท จากสิ้นปี 2566 โดยหลักมาจากสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณที่เพิ่มขึ้น และลูกหนี้อื่นจากภองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงค้างรับที่เพิ่มขึ้น
OR มีหนี้สินรวมจำนวน 107,395 ล้านบาท ลดลง 3,333 ล้านบาท สาเหตุหลักมาจากการคืนเงินกู้
ส่วนของผู้ถือหุ้น มีจำนวน 113,933 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,425 ล้านบาท จากกำไรสุทธิระหว่างงวด
**การเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสด**
ข้อมูลเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในกระแสเงินสดของ OR ไม่ได้ระบุในบทความนี้
**ปัจจัยความเสี่ยงและโอกาสในการลงทุน**
**ความเสี่ยง:**
* ความผันผวนของราคาทรัพยากร
* ความไม่แน่นอนของตลาด
* การแข่งขันในตลาดที่รุนแรง
**โอกาส:**
* การขยายแหล่งทรัพยากรใหม่
* การพัฒนานวัตกรรมในอุตสาหกรรม
* การเติบโตของตลาดค้าปลีก
* การเติบโตของตลาดน้ำมันในภูมิภาค
**แนวโน้มอนาคตของการลงทุน**
OR ยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งเน้นการขยายสาขาในประเทศและต่างประเทศ และการพัฒนานวัตกรรมเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินงาน
**สรุปสั้นท้ายสุด**
OR ในไตรมาส 1/2567 มีรายได้ลดลงเล็กน้อย จากปริมาณการจำหน่ายน้ำมันที่ลดลง แต่สามารถรักษากำไรสุทธิได้ และยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง โดย OR จะใช้การจัดการความเสี่ยงและการแสวงหาโอกาสอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
**ผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ Global**
* รายได้ขายและบริการในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้น 1,270 ล้านบาท (+10.9%) โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายในประเทศฟิลิปปินส์ และกัมพูชา
* EBITDA ในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้น 322 ล้านบาท (+>100%) โดยหลักมาจากการฟื้นตัวของกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรในประเทศฟิลิปปินส์ และการเพิ่มขึ้นของรายได้อื่นจาก PTT @เ๐น๒ ธนแดดไต 0หญ์ท 00!ล๒๐๒ฟ็อท
* EBITDA Margin ในไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ 2.5% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า
**ผลการดำเนินงานกลุ่มธุรกิจ Lifestyle**
* รายได้ขายและบริการในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้น 577 ล้านบาท (+10.8%) โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณการจำหน่ายจากการขยายเครือข่ายร้านค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่ม
* EBITDA ในไตรมาส 1/2567 เพิ่มขึ้น 303 ล้านบาท (+23.5%) โดยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้น
* EBITDA Margin ในไตรมาส 1/2567 อยู่ที่ 26.9% เพิ่มขึ้นจากไตรมาสเดียวกันของปีที่แล้ว
**สถานการณ์เศรษฐกิจในต่างประเทศ**
* **กัมพูชา:** ศาดการณ์เศรษฐกิจกัมพูชาเยายตัว 6.0% โดยมีปัจจัยหนุนจากการพื้นตัวหองภาคการท่องเที่ยวและภาคการส่งออก
* **สปป. ลาว:** ศาดการณ์การหยายตัวเศรษฐกิจในปี 2567 อยู่ที่ 4.0% ปัจจัยสนับสนุนจากการกลับมาของอุปสงค์จากต่างชาติ โครงภารพัตมนา โครงสร้างพื้นฐานโลจิสติกส์
* **ฟิลิปปินส์:** แมเท” คาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจในปี 2567 อยู่ที่ 6.2% โดยได้ริบแรงหนุนด้านประชากร ทำให้การบริโภคภายในประเทศแข็งแกร่งและมีการงยายตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
**ฐานะทางการเงิน**
* OR มีสินทรัพย์รวม 221,328 ล้านบาทงญี่มขึ้นจาก วันที่ 31 ธินวาคม 2566 จํานวน 1,092 ล้านบาท (+0.599)
* OR มีหนี้สินรวม 107,395 ล้านบาท ลดลงจาก วันที่ 31 ธินวาคม 2566 จํานวน 3,333 ล้านบาท (3.0%)
* OR มีส่วนของนู้ถือหุ้นรวม 113,933 ล้านบาท โดยเพี่มขึ้นจาก วินที่ 31 ธินวาคม 2566 จํานวน 4,425 ล้านบาท (+4.0%)
**อัตราส่วนทางการเงิน**
* อัตรากำไรขั้นต้น: 5.9%
* อัตรากำไรสุทธิ: 2.1%
* อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียน: 2.0 เท่า
* อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น: 10.7%
* อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์: 5.4%
* อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของนู้ถือหุ้น: (0.1) เท่า
* อัตราส่วนความสามารถชําระการะผูกเพินทางการพิน: 5.9 เท่า
**การดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม**
OR พุ่งแน้นการแก้ปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมโดยใช้ศักยภาพที่ 08 มือยู่ ร่วมกับพพันธมิตรที่มีศักยภาพในการร่วมแก้ปัญหา เพื่อสร้างตสลาดใหม่และธุรกิจใหม่ เพื่อยกระดับสู่นวัตกรรมในแบบฉบับ 0ห (0พิ.ไหหองลฟี๑ท) ซึ่งจะทําให้ 09 เติบโตไปพร้อมภับผู้คน และสิ่งแวดล้อมได้อย่างยิ่งยืน
**สรุป**
OR ในไตรมาส 1/2567 มีผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยสามารถรักษากำไรสุทธิได้ และยังคงมีฐานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง
OR มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Global
OR ให้ความสำคัญกับการดำเนินงานด้านสังคมและสิ่งแวดล้อม เพื่อสร้างความยั่งยืน
OR จะใช้การจัดการความเสี่ยงและการแสวงหาโอกาสอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไรและการเติบโตในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OR ไตรมาส 1/2567
รายได้รวม
156,216.64
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
8,818.68
ล้านบาท
↑ 7.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.65
%
กำไรสุทธิ
2,078.03
ล้านบาท
↓ 30.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.33
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
156,217
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,819
↑ + 7.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,078
↓ -30.7%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
10.15
ROA (%)
7.26
Book Value/หุ้น
9.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-8,077
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8,077.17
-148.31%
|
16,718.23
-153.04%
|
-31,520.17
-168.80%
|
45,815.89
-833.17%
|
-6,249.04
-139.58%
|
15,786.48
+116.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-150.00
-102.86%
|
5,252.75
-691.49%
|
-888.06
-89.00%
|
-8,070.66
-127.70%
|
29,137.51
-486.29%
|
-7,542.87
+65.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12,319.53
+1.51%
|
12,136.14
-11.43%
|
13,701.99
+50.52%
|
9,102.88
-110.35%
|
-87,970.25
+486.80%
|
-14,991.40
+1,218.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,743.72
-88.82%
|
33,485.12
-272.26%
|
-19,438.57
-141.90%
|
46,390.88
-171.58%
|
-64,808.94
+852.58%
|
-6,803.54
-146.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|
25,201.63
+141.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,238.89
-29.62%
|
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|