บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
12.80
+0.10 (+0.79%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิ ลดลง 19.3% จากค่าเสื่อมราคาและ ค่าตัดจําหน่ายที่สูงขึ้นจากการขยายสถานีบริการและร้านคาเฟ่ อเมซอน รวมถึงการจัดประเภทค่าใช้จ่ายตามมาตรฐาน บัญชีใหม่ นอกจากนี้ มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการเริ่มใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เครื่องมือทางการเงิน ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2563
รายได้ขายและบริการรวม 428,804 ล้านบาท ลดลง 148,330 ล้านบาท (-25.7%) จากปีก่อน โดยหลักจากรายได้กลุ่มธุรกิจ น้ํามัน โดย 4Q/2563 ปริมาณการขายปรับตัวเพิ่มเกือบเทียบเท่าสถานการณ์ปกติก่อนภาวะ COVID-19 ยกเว้นผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน กลุ่มธุรกิจ Non-Oil ลดลง โดยหลักจากรายได้ของร้านค้าสะดวกซื้อ
สําหรับรายได้กลุ่มธุรกิจต่างประเทศลดลงเช่นกัน สาเหตุจากผลกระทบของการระบาดของโรค COVID-19 ที่ส่งผลต่อราคาขาย ผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่ลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=32295 out_tok=3035 at=2026-07-25T08:56:34 -->
OR กำไรสุทธิ Q2/66 ลดลง 58% YoY รับแรงกดดันราคาขายน้ำมันวูบ
OR เผชิญแรงกดดันจากราคาขายเฉลี่ยน้ำมันที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2 ปี 2566 อยู่ที่ 2,757 ล้านบาท ลดลง 58.0% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้ว่าปริมาณการจำหน่ายจะปรับเพิ่มขึ้นในบางกลุ่มธุรกิจ แต่ภาพรวมยังคงได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกที่ส่งผลต่อต้นทุนและราคาขาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิของ OR ในไตรมาส 2 ปี 2566 ปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ คือ **การลดลงของราคาขายเฉลี่ย (ASP) ของผลิตภัณฑ์น้ำมัน** ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ประกอบกับ **กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อหน่วยที่อ่อนตัวลง** ในหลายกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Mobility
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงเป็นผลโดยตรงจากราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกที่ปรับตัวลดลง โดยในไตรมาส 2/66 ราคาเฉลี่ยน้ำมันดิบดูไบอยู่ที่ 77.8 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ลดลง 28.0% YoY และ 3.1% QoQ ปัจจัยกดดันมาจากความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก การเติบโตของเศรษฐกิจจีนที่ต่ำกว่าคาด และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ แม้ว่าจะมีปัจจัยหนุนจากกลุ่ม OPEC+ ที่ประกาศลดกำลังการผลิต แต่ก็ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านราคาได้ทั้งหมด
นอกจากนี้ กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อหน่วยที่อ่อนตัวลงยังเป็นปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรลดลง 0.65 บาท YoY ในธุรกิจค้าปลีกน้ำมัน ทั้งดีเซลและเบนซินมีกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรอ่อนตัวลงเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากใน 2Q/65 มีกำไรขั้นต้นเฉลี่ยสูงกว่าปกติ สำหรับธุรกิจตลาดพาณิชย์ ปรับลดลงเช่นกัน โดยมีกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรลดลงในดีเซล เนื่องจากตลาดกลับสู่สภาวะปกติที่มีการแข่งขันสูง และน้ำมันเตาจากต้นทุนที่ปรับเพิ่มขึ้น ขณะที่น้ำมันอากาศยานปรับเพิ่มขึ้นจากโครงสร้างราคาขายที่อ้างอิงกับราคาน้ำมันเดือนก่อนหน้า
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
จากแนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์ที่คาดการณ์โดย IEA ในช่วง 3Q/66 มีแนวโน้มค่าเฉลี่ยปรับตัวสูงขึ้นกว่า 2Q/66 เนื่องจากการประกาศปรับลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และซาอุดิอาระเบีย รวมถึงการลดส่งออกของรัสเซีย ประกอบกับอุปสงค์ที่คาดว่าจะเติบโตมากกว่าอุปทานในช่วงครึ่งปีหลัง ทำให้ **มีโอกาสที่ปัจจัยด้านราคาจะเริ่มดีขึ้น** อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อหน่วยยังคงต้องจับตาการแข่งขันในตลาด และการบริหารจัดการต้นทุนของแต่ละกลุ่มธุรกิจอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 58.0% YoY** อยู่ที่ 2,757 ล้านบาท จาก 6,568 ล้านบาทใน 2Q/65
* **รายได้ขายและบริการลดลง 11.2% YoY** อยู่ที่ 187,708 ล้านบาท โดยหลักจากราคาจำหน่ายน้ำมันที่ลดลง
* **EBITDA ลดลง 49.1% YoY** อยู่ที่ 5,210 ล้านบาท จาก 10,240 ล้านบาท
* **กลุ่มธุรกิจ Mobility** รายได้ลดลง 11.8% YoY และ EBITDA ลดลง 60.1% YoY จากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลงและกำไรขั้นต้นต่อลิตรที่อ่อนตัวลง
* **กลุ่มธุรกิจ Lifestyle** รายได้เพิ่มขึ้น 6.7% YoY และ EBITDA เพิ่มขึ้น 3.4% YoY จากการขยายสาขาและยอดขายที่เพิ่มขึ้น
* **กลุ่มธุรกิจ Global** รายได้ลดลง 10.5% YoY แต่ EBITDA ลดลงเพียง 13.0% YoY จากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในบางประเทศ
* **ฐานะการเงินแข็งแกร่ง** สินทรัพย์รวม 215,094 ล้านบาท หนี้สินรวม 107,008 ล้านบาท ส่วนของผู้ถือหุ้น 108,086 ล้านบาท
## ภาพรวมผลประกอบการ
OR รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2566 มีรายได้จากการขายและบริการรวม 187,708 ล้านบาท ลดลง 4.9% จากไตรมาสก่อนหน้า และลดลง 11.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากราคาจำหน่ายน้ำมันที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่ปริมาณจำหน่ายโดยรวมมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย โดยกลุ่มธุรกิจ Mobility มีปริมาณจำหน่ายลดลง 1.4% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 0.7% YoY กลุ่ม Lifestyle เพิ่มขึ้น 5.9% QoQ และ 6.7% YoY ส่วนกลุ่ม Global เพิ่มขึ้น 29.4% QoQ และ 32.8% YoY
EBITDA ในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 5,210 ล้านบาท ลดลง 12.1% QoQ และ 49.1% YoY โดยหลักจากกลุ่ม Mobility ที่กำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรอ่อนตัวลง สำหรับกลุ่ม Lifestyle และ Global มี EBITDA เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้กำไรสุทธิในไตรมาส 2/66 อยู่ที่ 2,757 ล้านบาท ลดลง 7.3% QoQ และ 58.0% YoY คิดเป็นกำไรต่อหุ้น 0.23 บาท
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก 2566 OR มีกำไรสุทธิ 5,732 ล้านบาท ลดลง 45.0% YoY โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้ขายและบริการ และ EBITDA ที่ลดลง ประกอบกับค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานสุทธิที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการบริโภคภาคเอกชนในไทย** เป็นปัจจัยบวกต่อการใช้น้ำมันและธุรกิจ Lifestyle
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle** ทั้งร้าน Cafe Amazon และร้านสะดวกซื้อ 7-Eleven ที่ยังคงขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
* **การขยายธุรกิจในต่างประเทศ** โดยเฉพาะกลุ่มธุรกิจ Global ที่มีปริมาณการจำหน่ายเพิ่มขึ้นในหลายประเทศ เช่น ฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ สปป. ลาว
* **การลงทุนในธุรกิจใหม่และนวัตกรรม** ผ่าน Venture Capital เช่น ORZON Ventures เพื่อแสวงหาโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้น** ในช่วงครึ่งปีหลัง จากการลดกำลังการผลิตของกลุ่ม OPEC+ และอุปสงค์ที่คาดว่าจะเติบโต
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมันในตลาดโลก** ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อรายได้และกำไรขั้นต้น
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกที่ยังมีความไม่แน่นอนสูง** จากเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูง นโยบายการเงินที่เข้มงวด และความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์
* **การแข่งขันที่รุนแรงในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันและธุรกิจอื่นๆ** ที่อาจกดดันกำไรขั้นต้น
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและนโยบายพลังงาน** ที่อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและราคาจำหน่าย
* **ความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยน** ที่อาจส่งผลกระทบต่อผลประกอบการของธุรกิจในต่างประเทศ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป** ในช่วงครึ่งปีหลัง โดยเฉพาะผลจากการปรับลดกำลังการผลิตของ OPEC+ และอุปสงค์จากจีน
* **การบริหารจัดการต้นทุนและกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อหน่วย** ของแต่ละกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Mobility
* **การเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle** และการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง
* **ผลการดำเนินงานของกลุ่มธุรกิจ Global** ในตลาดต่างประเทศ และการขยายธุรกิจใหม่ๆ เช่น Otteri Wash and Dry
* **ความคืบหน้าของการลงทุนในสตาร์ทอัพ** ผ่าน ORZON Ventures และการสร้างธุรกิจใหม่ (New S-Curve)
* **การบริหารจัดการกระแสเงินสด** และการรักษาสภาพคล่องทางการเงิน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มธุรกิจ Mobility:**
รายได้จากการขายและบริการลดลง 11.8% YoY เป็นผลจากราคาขายเฉลี่ยที่ลดลง แม้ปริมาณจำหน่ายจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.7% YoY โดยธุรกิจตลาดพาณิชย์มีปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น 6.3% YoY จากน้ำมันอากาศยานและดีเซลเป็นหลัก ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันมีปริมาณจำหน่ายลดลง 5.1% YoY ในดีเซลเป็นหลัก EBITDA ลดลง 60.1% YoY จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่อ่อนตัวลง โดยเฉพาะในธุรกิจค้าปลีกน้ำมันทั้งดีเซลและเบนซิน และธุรกิจตลาดพาณิชย์ในดีเซลและน้ำมันเตา
**กลุ่มธุรกิจ Lifestyle:**
รายได้จากการขายและบริการเพิ่มขึ้น 6.7% YoY จากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 9.7% YoY จากปริมาณจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นและการขยายเครือข่ายร้านค้า ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ เพิ่มขึ้น 0.9% YoY จากการขยายเครือข่ายร้านสะดวกซื้อ EBITDA เพิ่มขึ้น 3.4% YoY โดย EBITDA ของธุรกิจค้าปลีกอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น 8.8% ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกอื่นๆ ลดลง 6.3%
**กลุ่มธุรกิจ Global:**
รายได้จากการขายและบริการลดลง 10.5% YoY เป็นผลจากราคาจำหน่ายเฉลี่ยที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก แต่ปริมาณจำหน่ายเพิ่มขึ้น 32.8% YoY โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์ กัมพูชา และ สปป. ลาว EBITDA ลดลง 13.0% YoY โดยหลักจากฟิลิปปินส์ที่กำไรขั้นต้นลดลง แม้ว่ากัมพูชาและ สปป. ลาว จะมี EBITDA ดีขึ้น
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นไตรมาส 2/66 OR มีสินทรัพย์รวม 215,094 ล้านบาท ลดลง 4.6% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่นที่ลดลงจากการรับชำระหนี้คืนจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง และลูกหนี้การค้าที่ลดลงตามราคาน้ำมันในตลาดโลก ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 55.3% จากเงินสดที่ได้จากกิจกรรมดำเนินงานและการได้รับเงินชดเชยกองทุนน้ำมัน
หนี้สินรวมอยู่ที่ 107,008 ล้านบาท ลดลง 12.1% จากสิ้นปี 2565 โดยหลักจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่ลดลง และการใช้คืนเงินกู้ตามกำหนด
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4.2% จากสิ้นปี 2565 เป็น 108,086 ล้านบาท จากกำไรสุทธิระหว่างงวด หักการจ่ายเงินปันผล
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานเป็นบวก 31,216 ล้านบาท จากกำไรจากการดำเนินงานก่อนภาษี ปรับปรุงด้วยรายการต่างๆ โดยหลักมาจากการลดลงของลูกหนี้อื่นที่ได้รับเงินชดเชยกองทุนน้ำมัน
กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 1,686 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นการลงทุนในที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ เพื่อขยายเครือข่ายสถานีบริการน้ำมัน ร้านอาหาร และเครื่องดื่ม
กระแสเงินสดใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 8,852 ล้านบาท โดยหลักจากการจ่ายชำระคืนเงินกู้ระยะสั้นและระยะยาว
## สรุปท้าย
OR ในไตรมาส 2/66 เผชิญกับความท้าทายจากแรงกดดันด้านราคาขายน้ำมันที่ลดลง ส่งผลให้กำไรสุทธิปรับตัวลดลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม การเติบโตของกลุ่มธุรกิจ Lifestyle และ Global รวมถึงการบริหารจัดการต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ ช่วยบรรเทาผลกระทบได้บางส่วน แนวโน้มในครึ่งปีหลังคาดว่าปัจจัยด้านราคาจะเริ่มดีขึ้นจากการปรับลดกำลังการผลิตของ OPEC+ และอุปสงค์ที่ฟื้นตัว แต่ยังคงต้องจับตาการแข่งขันในตลาดและความผันผวนของเศรษฐกิจโลกอย่างใกล้ชิด การลงทุนในธุรกิจใหม่และนวัตกรรมจะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OR ไตรมาส 2/2566
รายได้รวม
156,216.64
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
8,818.68
ล้านบาท
↑ 7.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.65
%
กำไรสุทธิ
2,078.03
ล้านบาท
↓ 30.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.33
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
156,217
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,819
↑ + 7.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,078
↓ -30.7%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
10.15
ROA (%)
7.26
Book Value/หุ้น
9.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-8,077
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8,077.17
-148.31%
|
16,718.23
-153.04%
|
-31,520.17
-168.80%
|
45,815.89
-833.17%
|
-6,249.04
-139.58%
|
15,786.48
+116.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-150.00
-102.86%
|
5,252.75
-691.49%
|
-888.06
-89.00%
|
-8,070.66
-127.70%
|
29,137.51
-486.29%
|
-7,542.87
+65.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12,319.53
+1.51%
|
12,136.14
-11.43%
|
13,701.99
+50.52%
|
9,102.88
-110.35%
|
-87,970.25
+486.80%
|
-14,991.40
+1,218.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,743.72
-88.82%
|
33,485.12
-272.26%
|
-19,438.57
-141.90%
|
46,390.88
-171.58%
|
-64,808.94
+852.58%
|
-6,803.54
-146.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|
25,201.63
+141.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,238.89
-29.62%
|
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|