บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
12.80
+0.10 (+0.79%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิ ลดลง 19.3% จากค่าเสื่อมราคาและ ค่าตัดจําหน่ายที่สูงขึ้นจากการขยายสถานีบริการและร้านคาเฟ่ อเมซอน รวมถึงการจัดประเภทค่าใช้จ่ายตามมาตรฐาน บัญชีใหม่ นอกจากนี้ มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการเริ่มใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เครื่องมือทางการเงิน ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2563
รายได้ขายและบริการรวม 428,804 ล้านบาท ลดลง 148,330 ล้านบาท (-25.7%) จากปีก่อน โดยหลักจากรายได้กลุ่มธุรกิจ น้ํามัน โดย 4Q/2563 ปริมาณการขายปรับตัวเพิ่มเกือบเทียบเท่าสถานการณ์ปกติก่อนภาวะ COVID-19 ยกเว้นผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน กลุ่มธุรกิจ Non-Oil ลดลง โดยหลักจากรายได้ของร้านค้าสะดวกซื้อ
สําหรับรายได้กลุ่มธุรกิจต่างประเทศลดลงเช่นกัน สาเหตุจากผลกระทบของการระบาดของโรค COVID-19 ที่ส่งผลต่อราคาขาย ผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่ลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=24625 out_tok=4096 at=2026-07-25T22:51:28 -->
OR กำไร Q2/65 พุ่ง 70.8% รับแรงหนุนราคาน้ำมัน-เศรษฐกิจฟื้นตัว
OR โชว์ผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 กวาดรายได้ 211,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และกำไรสุทธิ 6,568 ล้านบาท เติบโตถึง 70.8% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยปัจจัยหลักมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ ขณะที่ปริมาณขายในกลุ่ม Mobility และ Global ปรับเพิ่มขึ้น ด้านฝ่ายจัดการยังคงเดินหน้าขยายธุรกิจตามแผน พร้อมรับมือความท้าทายจากภาวะเงินเฟ้อและเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ OR ในไตรมาส 2 ปี 2565 คือ **การปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลก** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการขายและบริการที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 19.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า และ 78.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า นอกจากนี้ **การฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ** ทั้งในประเทศและต่างประเทศจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศ ยังเป็นปัจจัยหนุนให้ปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Global ปรับตัวเพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโตโดดเด่นถึง 70.8% QoQ และมากกว่า 100% YoY
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การที่ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้นในไตรมาส 2/65 เกิดจากหลายปัจจัยประการแรกคือ **อุปสงค์น้ำมันที่เพิ่มขึ้น** จากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจทั่วโลก รวมถึงการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวของหลายประเทศ ประการที่สองคือ **อุปทานน้ำมันที่ยังคงตึงตัว** จากสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครน รวมถึงการผลิตของกลุ่ม OPEC+ ที่ยังต่ำกว่าแผน ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยอยู่ที่ 108.1 เหรียญสหรัฐฯ ต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 13.1% QoQ และ 61.5% YoY ขณะที่ราคาน้ำมันสำเร็จรูป เช่น น้ำมันเบนซิน ดีเซล และน้ำมันอากาศยาน ก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลและน้ำมันอากาศยานที่ปรับเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบอย่างมีนัยสำคัญ
การเพิ่มขึ้นของราคาน้ำมันนี้ส่งผลโดยตรงต่อรายได้ของ OR ในกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่มีสัดส่วนรายได้หลักจากการค้าน้ำมัน โดยเฉพาะน้ำมันอากาศยานในธุรกิจตลาดพาณิชย์ และดีเซลในธุรกิจค้าปลีก ที่มีปริมาณขายเพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการเดินทาง รวมถึงการที่ OR ชะลอการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเพื่อช่วยบรรเทาภาระประชาชน ทำให้มีส่วนต่างกำไรที่บริหารจัดการได้ดีขึ้น นอกจากนี้ กลุ่มธุรกิจ Global ก็ได้รับอานิสงส์จากราคาน้ำมันที่สูงขึ้นเช่นกัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยกดดัน** จากเอกสารระบุว่า แนวโน้มราคาน้ำมันดิบในช่วง 3Q/65 มีแนวโน้มค่าเฉลี่ยปรับตัวลดลงกว่า 2Q/65 เนื่องจากความกังวลต่อเศรษฐกิจที่อาจเกิดการชะลอตัว และจากสถานการณ์เงินเฟ้อที่ทำให้ธนาคารกลางหลายประเทศปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย รวมถึงนโยบาย Zero-COVID ของจีนที่อาจส่งผลลบต่ออุปสงค์น้ำมัน นอกจากนี้ สหรัฐฯ และแคนาดามีแนวโน้มเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมันดิบมากขึ้น และกลุ่ม OPEC+ มีแผนเพิ่มกำลังการผลิต อย่างไรก็ตาม ปัจจัยด้านอุปทานที่ยังคงตึงตัวจากกำลังการผลิตของ OPEC+ ที่ต่ำกว่าแผน อาจยังคงเป็นปัจจัยหนุนราคาน้ำมันได้บ้าง
สำหรับปริมาณขาย แม้เศรษฐกิจโลกจะชะลอตัว แต่คาดว่าความต้องการใช้น้ำมันของโลกในปี 2566 จะยังคงเติบโตได้จากกลุ่มประเทศ Non-OECD และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวในประเทศไทยยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Global ในขณะที่กลุ่ม Lifestyle ยังคงเติบโตได้จากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการขยายสาขาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น โดยรวมแล้ว **ผลประกอบการมีแนวโน้มทรงตัวหรือปรับตัวลดลงเล็กน้อยจากปัจจัยราคา แต่ยังคงได้รับแรงหนุนจากปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น**
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q2/65 เติบโตโดดเด่น:** OR รายงานกำไรสุทธิ 6,568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.8% QoQ และมากกว่า 100% YoY
* **รายได้รวมพุ่งสูง:** รายได้ขายและบริการอยู่ที่ 211,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% QoQ และ 78.1% YoY
* **ราคาน้ำมันโลกหนุนรายได้:** ราคาน้ำมันดิบดูไบเฉลี่ยใน Q2/65 อยู่ที่ 108.1 เหรียญสหรัฐฯ/บาร์เรล เพิ่มขึ้น 13.1% QoQ และ 61.5% YoY ส่งผลดีต่อรายได้กลุ่ม Mobility และ Global
* **ปริมาณขายปรับเพิ่มขึ้น:** กลุ่ม Mobility และ Global มีปริมาณขายน้ำมันเพิ่มขึ้น 2.0% และ 2.4% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่ม Lifestyle เติบโตจากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
* **EBITDA เติบโตแข็งแกร่ง:** EBITDA อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.3% QoQ และ 87.6% YoY
* **การลงทุนขยายธุรกิจ:** OR ทบทวนแผนลงทุนปี 2565 เพิ่มขึ้นเป็น 40,494 ล้านบาท เน้นการร่วมทุนในกลุ่ม Lifestyle และ Global รวมถึงการลงทุนในธุรกิจใหม่ เช่น Freshket และ KNEX
## ภาพรวมผลประกอบการ
OR มีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งในไตรมาส 2 ปี 2565 โดยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 211,431 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19.3% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้นถึง 78.1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งเป็นผลมาจากการปรับตัวสูงขึ้นของราคาน้ำมันในตลาดโลกตามอุปสงค์ที่เพิ่มขึ้นจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการเปิดประเทศ ประกอบกับการที่ OR ชะลอการปรับขึ้นราคาขายปลีกน้ำมันเพื่อช่วยบรรเทาภาระประชาชน ส่งผลให้ปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Global ปรับเพิ่มขึ้น 2.0% และ 2.4% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มธุรกิจ Lifestyle ก็มีการเติบโตของรายได้จากการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจเช่นกัน
ด้านกำไรสุทธิ OR ทำได้ 6,568 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 70.8% QoQ และมากกว่า 100% YoY โดยมี EBITDA อยู่ที่ 10,240 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 58.3% QoQ และ 87.6% YoY ซึ่งการเพิ่มขึ้นของ EBITDA มาจากทุกกลุ่มธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่ม Mobility ที่มีกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นและปริมาณขายที่สูงขึ้น รวมถึงกลุ่ม Global ที่มีกำไรขั้นต้นปรับตัวเพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์และกัมพูชา นอกจากนี้ กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นจากการอ่อนค่าของเงินบาทเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐฯ ก็เป็นอีกปัจจัยที่สนับสนุนกำไรสุทธิ
สำหรับผลการดำเนินงานครึ่งปีแรก OR มีกำไรสุทธิ 10,413 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44.1% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่ทำให้ภาพรวมผลการดำเนินงานดีขึ้นในทุกกลุ่มธุรกิจ และปริมาณขายที่ปรับเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายดำเนินงานสุทธิปรับเพิ่มขึ้น 13.2% ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายที่ผันแปรตามยอดขายที่เพิ่มขึ้น
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการท่องเที่ยว:** มาตรการผ่อนคลายการควบคุมโควิด-19 และการเปิดประเทศอย่างเต็มรูปแบบ ส่งผลดีต่อการเดินทางและการบริโภคภาคเอกชน ซึ่งจะช่วยหนุนปริมาณการขายในกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Lifestyle
* **การขยายธุรกิจใหม่:** OR มีการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เช่น การลงทุนใน Freshket (แพลตฟอร์มจำหน่ายวัตถุดิบอาหารออนไลน์) และ KNEX (ธุรกิจร้านสะดวกซัก) เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป และสร้างความหลากหลายของสินค้าและบริการ
* **การขยายเครือข่าย EV Station PluZ:** การติดตั้งสถานีชาร์จไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องในสถานีบริการ PTT Station และนอกสถานีบริการ รวมถึงการร่วมมือกับพันธมิตรต่างๆ จะช่วยรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต
* **การเติบโตในต่างประเทศ:** กลุ่มธุรกิจ Global ยังคงมีศักยภาพในการเติบโต โดยเฉพาะในฟิลิปปินส์และกัมพูชา ที่เศรษฐกิจฟื้นตัวได้ดี และปริมาณการขายน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้นจากการเดินทางระหว่างประเทศ
* **การบริหารจัดการต้นทุนและราคา:** OR มีความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนและราคาขายให้สอดคล้องกับสภาวะตลาด โดยเฉพาะในกลุ่มธุรกิจ Mobility ที่สามารถบริหารจัดการกำไรขั้นต้นได้ดี แม้ราคาน้ำมันจะผันผวน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของราคาน้ำมัน:** แม้ราคาน้ำมันจะหนุนรายได้ แต่ความผันผวนของราคาอาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไรในระยะยาว รวมถึงกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **ภาวะเศรษฐกิจโลกชะลอตัวและเงินเฟ้อ:** ความเสี่ยงจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัว เงินเฟ้อที่สูง และการดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดของธนาคารกลางต่างๆ อาจส่งผลกระทบต่ออุปสงค์น้ำมันและกำลังซื้อของผู้บริโภค
* **นโยบาย Zero-COVID ของจีน:** นโยบายดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก และกระทบต่อการขนส่งทางอากาศและอุปสงค์น้ำมัน
* **การแข่งขันในธุรกิจค้าปลีก:** ธุรกิจค้าปลีกทั้งน้ำมัน อาหารและเครื่องดื่ม รวมถึงร้านสะดวกซื้อ ยังคงมีการแข่งขันสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อส่วนแบ่งการตลาดและอัตรากำไร
* **ความเสี่ยงด้านกฎระเบียบและสิ่งแวดล้อม:** การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้ความสำคัญกับการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก อาจส่งผลต่อต้นทุนและการดำเนินงานในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์:** ติดตามการเปลี่ยนแปลงของราคาน้ำมันดิบและผลิตภัณฑ์สำเร็จรูป ซึ่งเป็นปัจจัยหลักต่อรายได้และกำไรของ OR
* **ปริมาณการขายในแต่ละกลุ่มธุรกิจ:** จับตาการเติบโตของปริมาณการขาย โดยเฉพาะในกลุ่ม Mobility และ Global ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว
* **การขยายธุรกิจใหม่และการลงทุน:** ติดตามความคืบหน้าของการลงทุนในธุรกิจใหม่ๆ และการร่วมทุนต่างๆ ที่จะเข้ามาเสริมสร้างการเติบโตในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** จับตาความสามารถของ OR ในการบริหารจัดการต้นทุนท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ และการควบคุมค่าใช้จ่ายดำเนินงาน
* **การขยายเครือข่าย EV Station PluZ:** ติดตามจำนวนสถานีชาร์จที่เพิ่มขึ้น และการตอบรับของผู้บริโภคต่อบริการดังกล่าว
* **ผลกระทบจากนโยบาย Zero-COVID ของจีน:** ประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกและอุปสงค์น้ำมัน
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
**กลุ่มธุรกิจ Mobility:**
ในไตรมาส 2/65 กลุ่มธุรกิจ Mobility มีรายได้ขายและบริการเพิ่มขึ้น 19.1% QoQ และ 80.0% YoY โดยหลักจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น 2.0% QoQ และ 23.8% YoY โดยธุรกิจตลาดพาณิชย์มีปริมาณขายน้ำมันอากาศยานเพิ่มขึ้นจากการเดินทางทางอากาศที่มากขึ้น และน้ำมันเตาเพิ่มขึ้นจากยอดขายกลุ่มเรือขนส่ง ขณะที่ธุรกิจค้าปลีกน้ำมันมีปริมาณขายเพิ่มขึ้น 2.4% QoQ และ 18.3% YoY จากกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 44.0% QoQ และ 62.6% YoY จากกำไรขั้นต้นเฉลี่ยต่อลิตรที่ปรับเพิ่มขึ้นในน้ำมันอากาศยานและดีเซล รวมถึงปริมาณขายที่เพิ่มขึ้น EBITDA เพิ่มขึ้น 73.4% QoQ และ 98.1% YoY โดย EBITDA Margin อยู่ที่ 4.2% ซึ่งดีขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้าและปีก่อนหน้า
OR ได้เปิดตัวน้ำมัน Super Power เกรดพรีเมียม และเดินหน้าขยายเครือข่าย EV Station PluZ อย่างต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นไตรมาสมีสถานีชาร์จ 112 แห่ง และเตรียมคิดค่าบริการตามช่วงเวลาการใช้ (TOU) ตั้งแต่ 1 ส.ค. 65 เป็นต้นไป
**กลุ่มธุรกิจ Global:**
กลุ่มธุรกิจ Global มีรายได้ขายและบริการเพิ่มขึ้น 33.1% QoQ และมากกว่า 100% YoY โดยเพิ่มขึ้นในทุกประเทศจากราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ประกอบกับปริมาณขายที่เพิ่มขึ้นในฟิลิปปินส์จากน้ำมันอากาศยานที่เพิ่มขึ้นจากการเปิดประเทศ ขณะที่ สปป.ลาวมีปริมาณขายลดลงเล็กน้อยจากดีเซลเนื่องจากข้อจำกัดการนำเข้า และกัมพูชามีปริมาณขายลดลงจากน้ำมันเตา
กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 18.6% QoQ และมากกว่า 100% YoY โดยหลักจากน้ำมันอากาศยานและดีเซลในฟิลิปปินส์ และดีเซลและน้ำมันอากาศยานในกัมพูชา EBITDA เพิ่มขึ้น 20.2% QoQ และมากกว่า 100% YoY โดย EBITDA Margin อยู่ที่ 3.5% ใกล้เคียงกับไตรมาสก่อน
สำหรับครึ่งปีแรก รายได้เพิ่มขึ้น 99.5% YoY และกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 89.7% YoY โดยได้รับแรงหนุนจากทุกประเทศ โดยเฉพาะฟิลิปปินส์และกัมพูชา
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 OR มีสินทรัพย์รวม 229,552 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากลูกหนี้การค้า ลูกหนี้อื่น และสินค้าคงเหลือที่เพิ่มขึ้นตามราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ขณะที่เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดลดลง 46.1% จากการนำไปใช้ในกิจกรรมดำเนินงานและการจ่ายคืนเงินกู้ยืมระยะยาว
หนี้สินรวมอยู่ที่ 121,314 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.5% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากเจ้าหนี้การค้าและเจ้าหนี้อื่นที่เพิ่มขึ้นตามราคาผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ปรับสูงขึ้น
ส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 108,238 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.4% จากสิ้นปี 2564 โดยหลักมาจากกำไรสุทธิระหว่างงวด
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานสุทธิใช้ไป 13,774 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้อื่น สินค้าคงเหลือ ลูกหนี้การค้า และเจ้าหนี้การค้า ขณะที่กระแสเงินสดจากการลงทุนสุทธิได้มา 4,964 ล้านบาท จากเงินลงทุนระยะสั้นที่ครบกำหนด และกระแสเงินสดจากการจัดหาเงินสุทธิใช้ไป 12,717 ล้านบาท จากการจ่ายคืนเงินกู้ระยะยาวและจ่ายเงินปันผล
อัตราส่วนทางการเงินที่สำคัญ เช่น อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 6.4% และอัตรากำไรสุทธิอยู่ที่ 2.7% สำหรับงวด 1H/65 อัตราส่วนเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ 2.1 เท่า อัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยสุทธิต่อส่วนของผู้ถือหุ้นอยู่ที่ 0.0 เท่า
## สรุปท้าย
OR ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงผลประกอบการที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 70.8% QoQ และมากกว่า 100% YoY ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งส่งผลดีต่อรายได้ของกลุ่มธุรกิจ Mobility และ Global ประกอบกับการฟื้นตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่ช่วยหนุนปริมาณการขาย แม้แนวโน้มราคาน้ำมันในระยะถัดไปอาจเผชิญแรงกดดันจากการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกและเงินเฟ้อ แต่ OR ยังคงมีโอกาสในการเติบโตจากการขยายธุรกิจใหม่ๆ การลงทุนในพลังงานสะอาด และการขยายเครือข่ายในต่างประเทศ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาความผันผวนของราคาน้ำมัน ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจโลก และการแข่งขันในธุรกิจค้าปลีกอย่างใกล้ชิด.
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OR ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
156,216.64
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
8,818.68
ล้านบาท
↑ 7.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.65
%
กำไรสุทธิ
2,078.03
ล้านบาท
↓ 30.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.33
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
156,217
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,819
↑ + 7.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,078
↓ -30.7%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
10.15
ROA (%)
7.26
Book Value/หุ้น
9.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-8,077
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8,077.17
-148.31%
|
16,718.23
-153.04%
|
-31,520.17
-168.80%
|
45,815.89
-833.17%
|
-6,249.04
-139.58%
|
15,786.48
+116.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-150.00
-102.86%
|
5,252.75
-691.49%
|
-888.06
-89.00%
|
-8,070.66
-127.70%
|
29,137.51
-486.29%
|
-7,542.87
+65.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12,319.53
+1.51%
|
12,136.14
-11.43%
|
13,701.99
+50.52%
|
9,102.88
-110.35%
|
-87,970.25
+486.80%
|
-14,991.40
+1,218.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,743.72
-88.82%
|
33,485.12
-272.26%
|
-19,438.57
-141.90%
|
46,390.88
-171.58%
|
-64,808.94
+852.58%
|
-6,803.54
-146.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|
25,201.63
+141.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,238.89
-29.62%
|
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|