บริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน)
SET · พลังงานและสาธารณูปโภค
12.80
+0.10 (+0.79%)
สรุปสั้น
กําไรสุทธิ ลดลง 19.3% จากค่าเสื่อมราคาและ ค่าตัดจําหน่ายที่สูงขึ้นจากการขยายสถานีบริการและร้านคาเฟ่ อเมซอน รวมถึงการจัดประเภทค่าใช้จ่ายตามมาตรฐาน บัญชีใหม่ นอกจากนี้ มีผลขาดทุนจากตราสารอนุพันธ์ทางการเงินเพิ่มขึ้น จากการเริ่มใช้มาตรฐานการรายงานทางการเงิน ฉบับที่ 9 เครื่องมือทางการเงิน ตั้งแต่เดือนมกราคม ปี 2563
รายได้ขายและบริการรวม 428,804 ล้านบาท ลดลง 148,330 ล้านบาท (-25.7%) จากปีก่อน โดยหลักจากรายได้กลุ่มธุรกิจ น้ํามัน โดย 4Q/2563 ปริมาณการขายปรับตัวเพิ่มเกือบเทียบเท่าสถานการณ์ปกติก่อนภาวะ COVID-19 ยกเว้นผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน กลุ่มธุรกิจ Non-Oil ลดลง โดยหลักจากรายได้ของร้านค้าสะดวกซื้อ
สําหรับรายได้กลุ่มธุรกิจต่างประเทศลดลงเช่นกัน สาเหตุจากผลกระทบของการระบาดของโรค COVID-19 ที่ส่งผลต่อราคาขาย ผลิตภัณฑ์และปริมาณขายที่ลดลง โดยเฉพาะผลิตภัณฑ์น้ํามันอากาศยาน
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5044 out_tok=2053 at=2026-07-25T23:23:26 -->
# OR กำไร Q1/65 ดิ่ง 83% รับรายได้หด-ต้นทุนพุ่ง
## รายได้สาขาหดลึก 24% ฉุดกำไรสุทธิวูบ ขณะที่ต้นทุนบริหารคลัง-ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่ม
บริษัท เคแอนด์เคซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ OR รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 มีกำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 82.9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายที่ลดลง 16.6% โดยเฉพาะรายได้จากร้านสาขาที่หดตัวถึง 24.08% ประกอบกับอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับลดลง และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำไรสุทธิอยู่ที่ 1.31 ล้านบาท
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ทำให้อัตรากำไรของ OR ในไตรมาส 1 ปี 2565 ปรับตัวลดลงอย่างรุนแรง คือ **การหดตัวอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการขาย โดยเฉพาะรายได้จากร้านสาขาเดิม (Same Store Sales Growth - SSSG) ที่ลดลงถึง 24.08%** เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำไรขั้นต้นที่ลดลง 19.4% และกำไรสุทธิที่ลดลงถึง 82.9%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า การชะลอตัวของเศรษฐกิจโดยรวม การปรับตัวเพิ่มขึ้นของอัตราเงินเฟ้อทั่วไปตามราคาพลังงานและราคาอาหารสำเร็จรูป เป็นปัจจัยกดดันกำลังซื้อของผู้บริโภค นอกจากนี้ ในไตรมาส 1 ปี 2564 บริษัทฯ ได้รับประโยชน์โดยตรงจากมาตรการภาครัฐ เช่น โครงการเราชนะ และการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ซึ่งส่งผลให้ฐานเปรียบเทียบในปีที่แล้วค่อนข้างสูง
ในส่วนของอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงนั้น เกิดจาก **ค่าใช้จ่ายในการบริหารคลังสินค้าที่เพิ่มขึ้น** เนื่องจากจำนวนร้านสาขาที่เพิ่มมากขึ้น และ **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น 4.52%** ซึ่งส่วนใหญ่มาจากค่าใช้จ่ายพนักงาน ค่าเสื่อมราคา และค่าสาธารณูปโภคที่เพิ่มขึ้นตามจำนวนสาขาที่ขยายตัว
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** จากข้อมูลที่ปรากฏในเอกสาร การหดตัวของรายได้จากการขายในไตรมาส 1 ปี 2565 ส่วนหนึ่งเกิดจากการเปรียบเทียบกับฐานที่สูงในปี 2564 ซึ่งได้รับปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐที่สิ้นสุดลงแล้ว ประกอบกับการชะลอตัวของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อที่ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในภาพรวม อย่างไรก็ตาม การเพิ่มขึ้นของค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เชื่อมโยงกับการขยายสาขา อาจส่งผลต่อเนื่องหากการเติบโตของรายได้ไม่สามารถชดเชยได้ทัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิลดลง 82.9% YoY** เหลือ 1.31 ล้านบาท จาก 7.62 ล้านบาทใน Q1/64
* **รายได้จากการขายลดลง 16.6% YoY** อยู่ที่ 232.88 ล้านบาท
* **Same Store Sales Growth (SSSG) ติดลบ 24.08%** ชี้การใช้จ่ายในสาขาเดิมหดตัว
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง** จาก 12.2% ใน Q1/64 เป็น 11.8% ใน Q1/65
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.5% YoY** จากการขยายสาขา
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 1 ปี 2565 OR มีรายได้จากการขายรวม 232.88 ล้านบาท ลดลง 16.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยรายได้จากการค้าปลีก (ร้านสาขา) ลดลง 21.9% มาอยู่ที่ 187.74 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการค้าส่งเพิ่มขึ้น 16.2% เป็น 45.14 ล้านบาท ต้นทุนขายลดลงตามรายได้ ส่งผลให้กำไรขั้นต้นอยู่ที่ 27.37 ล้านบาท ลดลง 19.4% อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 11.8% ลดลงจาก 12.2% ในปีก่อน เนื่องจากค่าใช้จ่ายในการบริหารคลังสินค้าเพิ่มขึ้น รายได้อื่นลดลงเล็กน้อย แต่ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 4.5% จากการขยายสาขา ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ส่งผลให้กำไรก่อนภาษีเงินได้ลดลงอย่างมาก 83.5% มาอยู่ที่ 1.57 ล้านบาท และกำไรสุทธิลดลง 82.9% มาอยู่ที่ 1.31 ล้านบาท
## โอกาส
* การเติบโตของรายได้จากการค้าส่งที่ยังคงเป็นบวก 16.2% YoY แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายฐานลูกค้าในช่องทางนี้
* การเพิ่มจำนวนร้านสาขา แม้จะส่งผลให้ค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในระยะสั้น แต่เป็นการลงทุนเพื่อการเติบโตในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **กำลังซื้อของผู้บริโภคที่อ่อนแอ** จากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและอัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้น อาจกดดันรายได้จากการขายของร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง
* **ต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้น** ทั้งค่าใช้จ่ายในการบริหารคลังสินค้า ค่าพนักงาน และค่าสาธารณูปโภค อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การแข่งขันในตลาดค้าปลีก** ที่รุนแรง อาจส่งผลต่อส่วนแบ่งทางการตลาดและอัตรากำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้ม Same Store Sales Growth (SSSG) ในไตรมาสถัดไป จะฟื้นตัวได้หรือไม่
* ผลกระทบของภาวะเงินเฟ้อและกำลังซื้อของผู้บริโภคต่อยอดขาย
* ความสามารถในการควบคุมค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา
* ทิศทางของรายได้จากการค้าส่ง จะสามารถรักษาการเติบโตต่อเนื่องได้หรือไม่
* ผลกระทบจากมาตรการภาครัฐที่อาจมีออกมาเพิ่มเติมเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: ทรัพยากร / พลังงาน)
ในมุมมองของธุรกิจค้าปลีกที่เกี่ยวข้องกับสินค้าอุปโภคบริโภค การเปลี่ยนแปลงของราคา commodity เช่น พลังงานและอาหารสำเร็จรูป ส่งผลโดยตรงต่อต้นทุนสินค้าและกำลังซื้อของผู้บริโภค ในไตรมาส 1/2565 OR ได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานและอาหารสำเร็จรูปที่สูงขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยหนึ่งที่กดดันรายได้จากการขายของสาขาเดิม (SSSG) เนื่องจากผู้บริโภคมีแนวโน้มที่จะลดการใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นลง
การเพิ่มขึ้นของจำนวนสาขา แม้จะส่งผลดีต่อการเข้าถึงลูกค้าและศักยภาพการเติบโตในอนาคต แต่ก็มาพร้อมกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทั้งค่าเช่า ค่าพนักงาน และค่าสาธารณูปโภค ซึ่งเป็นต้นทุนคงที่ที่ต้องแบกรับ การบริหารจัดการต้นทุนเหล่านี้ให้มีประสิทธิภาพ ควบคู่ไปกับการเพิ่มยอดขายในแต่ละสาขาจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีสินทรัพย์รวม 383.60 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.01% จากสิ้นปี 2564 หนี้สินรวมอยู่ที่ 207.97 ล้านบาท ลดลง 0.60% จากสิ้นปี 2564 ส่งผลให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 0.75% เป็น 175.63 ล้านบาท การเพิ่มขึ้นของส่วนของผู้ถือหุ้นมาจากกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 ที่ 1.31 ล้านบาท
## สรุปท้าย
OR เผชิญความท้าทายอย่างหนักในไตรมาส 1 ปี 2565 จากกำลังซื้อที่อ่อนแอและผลกระทบจากเงินเฟ้อ ทำให้รายได้จากการขายของสาขาเดิมหดตัวลึกถึง 24% ประกอบกับต้นทุนการดำเนินงานที่เพิ่มขึ้นจากการขยายสาขา ส่งผลให้กำไรสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้ว่าการค้าส่งจะยังเติบโตได้ดีและบริษัทฯ มีการลงทุนเพื่อขยายสาขาเพื่ออนาคต แต่การฟื้นตัวของ SSSG และการบริหารจัดการต้นทุนจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ OR ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
156,216.64
ล้านบาท
↓ 16% YoY
กำไรขั้นต้น
8,818.68
ล้านบาท
↑ 7.7% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
5.65
%
กำไรสุทธิ
2,078.03
ล้านบาท
↓ 30.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
1.33
%
D/E Ratio
0.74
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
156,217
↓ -16%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
8,819
↑ + 7.7%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
2,078
↓ -30.7%
YoY
D/E Ratio
0.74
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — OR
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.74
ROE (%)
10.15
ROA (%)
7.26
Book Value/หุ้น
9.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — OR
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-8,077
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-150
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — OR
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-8,077.17
-148.31%
|
16,718.23
-153.04%
|
-31,520.17
-168.80%
|
45,815.89
-833.17%
|
-6,249.04
-139.58%
|
15,786.48
+116.15%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-150.00
-102.86%
|
5,252.75
-691.49%
|
-888.06
-89.00%
|
-8,070.66
-127.70%
|
29,137.51
-486.29%
|
-7,542.87
+65.33%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
12,319.53
+1.51%
|
12,136.14
-11.43%
|
13,701.99
+50.52%
|
9,102.88
-110.35%
|
-87,970.25
+486.80%
|
-14,991.40
+1,218.69%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
3,743.72
-88.82%
|
33,485.12
-272.26%
|
-19,438.57
-141.90%
|
46,390.88
-171.58%
|
-64,808.94
+852.58%
|
-6,803.54
-146.10%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|
25,201.63
+141.34%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
33,238.89
-29.62%
|
47,230.98
-8.18%
|
51,436.32
+35.68%
|
37,909.94
-17.90%
|
46,172.64
+150.96%
|
18,398.09
-27.00%
|