บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
4.04
0.04 (0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=3912 out_tok=2001 at=2026-07-25T22:10:24 -->
# NYT กำไรสุทธิปี 2565 โต 2.7% รับแรงหนุนรถยนต์ส่งออกฟื้นตัว
## รายได้ท่าเรือ-คลังสินค้าโตตามเศรษฐกิจ ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักรถยนต์ส่งออกฟื้นตัว-ปรับขึ้นค่าบริการ
บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT รายงานผลประกอบการปี 2565 มีกำไรสุทธิ 208.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4 ล้านบาท หรือ 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของภาคการส่งออกรถยนต์ที่ส่งผลให้รายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากคลังสินค้าก็ปรับตัวดีขึ้นจากการปรับขึ้นค่าบริการและมีลูกค้ารายใหม่เข้ามา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NYT ในปี 2565 คือ **การฟื้นตัวของปริมาณรถยนต์ส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือ โดยกำไรสุทธิรวมอยู่ที่ 208.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.7% จากปีก่อน แม้ว่าจะมีรายการขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วมอยู่บ้าง แต่การเติบโตของรายได้หลักสามารถชดเชยได้
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
ฝ่ายจัดการระบุว่า สาเหตุหลักที่ทำให้รายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้น 10.7% มาจากการที่สถานการณ์โควิด-19 คลี่คลายลง ทำให้ตลาดการส่งออกรถยนต์ฟื้นตัวกลับมา โดยปริมาณรถยนต์ผ่านท่าในปี 2565 เพิ่มขึ้นถึง 121,869 คัน หรือคิดเป็น 13.9% เมื่อเทียบกับปีก่อน นอกจากนี้ รายได้จากการให้บริการคลังสินค้าก็ปรับเพิ่มขึ้น 2.6% จากการปรับเพิ่มอัตราค่าบริการตามสัญญา และการมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาใช้บริการพื้นที่คลังสินค้า
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการในปี 2565 เพิ่มขึ้น 15.9% ซึ่งเป็นผลมาจากการเพิ่มขึ้นของปริมาณสินค้าที่ผ่านท่า การเพิ่มขึ้นของอัตราค่าเช่าลานพักสินค้า และการเพิ่มขึ้นของภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง รวมถึงการรวมต้นทุนของบริษัทย่อยที่เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปลายปี 2564 ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 18.0% เนื่องจากค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงานของบริษัทย่อยถูกเปลี่ยนไปบันทึกเป็นส่วนหนึ่งของต้นทุนบริการในปีปัจจุบัน
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยภายนอก** การฟื้นตัวของภาคการส่งออกรถยนต์เป็นสัญญาณที่ดี ซึ่งหากแนวโน้มเศรษฐกิจโลกและการผลิตรถยนต์ยังคงฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ก็มีแนวโน้มที่รายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือจะยังคงเติบโตได้ นอกจากนี้ การปรับขึ้นค่าบริการและฐานลูกค้าใหม่ในส่วนของคลังสินค้าก็เป็นปัจจัยบวก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิปี 2565 เติบโต 2.7%** อยู่ที่ 208.6 ล้านบาท จาก 203.2 ล้านบาทในปี 2564
* **รายได้รวมเพิ่มขึ้น 7.6%** แตะ 1,456.2 ล้านบาท โดยมีแรงหนุนหลักจากรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือที่เพิ่มขึ้น 10.7%
* **ปริมาณรถยนต์ผ่านท่าเพิ่มขึ้น 13.9%** เป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนรายได้ท่าเทียบเรือ จากการฟื้นตัวของการส่งออกรถยนต์หลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **รายได้คลังสินค้าเติบโต 2.6%** จากการปรับขึ้นค่าบริการและลูกค้ารายใหม่
* **ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้น 15.9%** ตามปริมาณสินค้าที่เพิ่มขึ้น ค่าเช่าลานพักสินค้า และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง
* **ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 18.0%** จากการปรับปรุงการบันทึกบัญชีของบริษัทย่อย
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 กลุ่มบริษัทมีกำไรสุทธิรวม 208.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4 ล้านบาท หรือ 2.7% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 203.2 ล้านบาท รายได้รวมอยู่ที่ 1,456.2 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 103.5 ล้านบาท หรือ 7.6% โดยมีรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือ 1,117.0 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 10.7% และรายได้จากการให้บริการคลังสินค้า 332.9 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.6% ต้นทุนการให้บริการเพิ่มขึ้น 15.9% เป็น 904.2 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารลดลง 18.0% เป็น 152.1 ล้านบาท และค่าใช้จ่ายทางการเงินเพิ่มขึ้น 8.2% เป็น 101.3 ล้านบาท กลุ่มบริษัทรับรู้ขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วมจำนวน 21.0 ล้านบาท ลดลงจากปีก่อน
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของการส่งออกรถยนต์:** เป็นโอกาสสำคัญในการเพิ่มปริมาณรถยนต์ที่ผ่านท่าเรือ และส่งผลดีต่อรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือ
* **การปรับขึ้นค่าบริการและลูกค้ารายใหม่ในธุรกิจคลังสินค้า:** ช่วยเพิ่มรายได้และรักษาอัตราการใช้พื้นที่คลังสินค้า
* **การดำเนินงานของบริษัทย่อย:** การรวมต้นทุนและรายได้ของบริษัทย่อยเข้ามาจะช่วยเสริมความแข็งแกร่งของกลุ่มบริษัทในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลก:** อาจส่งผลกระทบต่อปริมาณการค้าระหว่างประเทศ และปริมาณสินค้าที่ผ่านท่าเรือ
* **ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น:** โดยเฉพาะค่าเช่าลานพักสินค้า ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่อาจปรับตัวสูงขึ้น
* **การแข่งขันในอุตสาหกรรมโลจิสติกส์:** การแข่งขันที่รุนแรงอาจกดดันอัตราค่าบริการและส่วนแบ่งทางการตลาด
* **ความเสี่ยงจากรายการขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วม:** หากบริษัทร่วมยังคงมีผลประกอบการไม่ดี อาจส่งผลกระทบต่อกำไรสุทธิของกลุ่มบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการส่งออกรถยนต์ของไทยในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการต้นทุนการให้บริการ โดยเฉพาะค่าเช่าและภาษี
* การขยายฐานลูกค้าและการรักษาฐานลูกค้าเดิมในธุรกิจคลังสินค้า
* ผลประกอบการของบริษัทร่วม และแนวโน้มการกลับมามีกำไร
* การเปลี่ยนแปลงของอัตราค่าบริการในอุตสาหกรรม
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือ:** เพิ่มขึ้น 10.7% เป็น 1,117.0 ล้านบาท โดยมีปริมาณรถยนต์ผ่านท่าเพิ่มขึ้น 13.9% สะท้อนการฟื้นตัวของการส่งออกรถยนต์
* **รายได้จากการให้บริการคลังสินค้า:** เพิ่มขึ้น 2.6% เป็น 332.9 ล้านบาท จากการปรับขึ้นอัตราค่าบริการและลูกค้ารายใหม่
* **ต้นทุนการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 15.9% เป็น 904.2 ล้านบาท สอดคล้องกับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น และต้นทุนอื่นๆ ที่ปรับสูงขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้น:** มีแนวโน้มลดลง เนื่องจากต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นในอัตราที่สูงกว่ารายได้จากการให้บริการ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(ข้อมูลส่วนนี้ไม่ได้ระบุในเอกสาร MD&A ที่ให้มา จึงไม่สามารถสรุปได้)
## สรุปท้าย
ปี 2565 เป็นปีที่ NYT สามารถพลิกฟื้นรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือและคลังสินค้าให้เติบโตได้ จากการส่งออกรถยนต์ที่กลับมาคึกคัก อย่างไรก็ตาม ต้นทุนที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยกดดันที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการส่งออกจะเป็นกุญแจสำคัญในการขับเคลื่อนผลประกอบการในปีถัดไป ขณะที่การบริหารจัดการต้นทุนและแสวงหาโอกาสในการเพิ่มรายได้จากธุรกิจคลังสินค้าจะเป็นปัจจัยเสริมที่ช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไรของบริษัท
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NYT ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
763.63
ล้านบาท
↑ 65.9% YoY
กำไรขั้นต้น
189.89
ล้านบาท
↑ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.87
%
กำไรสุทธิ
327.37
ล้านบาท
↑ 133.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
42.87
%
D/E Ratio
1.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
764
↑ + 65.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
190
↑ + 1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
327
↑ + 133.9%
YoY
D/E Ratio
1.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NYT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.01
ROE (%)
17.05
ROA (%)
12.75
Book Value/หุ้น
2.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NYT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-285
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-429
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-284.80
-33.13%
|
-425.89
+77.70%
|
-239.67
+12.33%
|
-213.36
-38.57%
|
-347.32
-152.94%
|
656.11
+265.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-428.71
+586.38%
|
-62.46
-240.52%
|
44.45
-114.70%
|
-302.35
+207.86%
|
-98.21
-147.56%
|
206.49
-209.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
703.22
+8.64%
|
647.27
+173.92%
|
236.30
-43.28%
|
416.62
+29.39%
|
321.99
-145.90%
|
-701.49
+1,402,880.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-10.29
-106.47%
|
158.92
+286.95%
|
41.07
-141.44%
|
-99.11
-19.78%
|
-123.55
-176.69%
|
161.11
-117.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
302.40
-9.64%
|
334.67
+58.21%
|
211.53
+80.73%
|
117.04
-54.09%
|
254.94
+171.70%
|
93.83
-90.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
214.72
-28.99%
|
302.40
-9.64%
|
334.67
+58.21%
|
211.53
+80.73%
|
117.04
-54.09%
|
254.94
+171.70%
|