บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน)
SET · ขนส่งและโลจิสติกส์
4.04
0.04 (0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=4292 out_tok=2282 at=2026-07-25T23:32:11 -->
# NYT กำไร Q3/2564 พุ่ง 34.8% รับรถยนต์ส่งออกฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตตามปริมาณรถยนต์ผ่านท่า ขณะที่ต้นทุนบริการเพิ่มขึ้นตามการดำเนินงาน
บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) หรือ NYT รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 28.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3 ล้านบาท หรือ 34.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของตลาดส่งออกรถยนต์ ส่งผลให้ปริมาณรถยนต์ผ่านท่าเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณการดำเนินงานก็เป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนกำไรสุทธิของ NYT ในไตรมาส 3 ปี 2564 ให้เติบโตถึง 34.8% (7.3 ล้านบาท) เมื่อเทียบกับปีก่อน มาจาก **การฟื้นตัวของปริมาณรถยนต์ส่งออกที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ** โดยปริมาณรถยนต์ผ่านท่าในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 17.1% และยอดสะสม 9 เดือนเพิ่มขึ้น 28.4% ซึ่งส่งผลโดยตรงต่อรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือที่เพิ่มขึ้น 18.1% ในไตรมาส 3 และ 10.9% ในช่วง 9 เดือนแรกของปี
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
สถานการณ์โควิด-19 ที่เริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้ตลาดการส่งออกรถยนต์ฟื้นตัวกลับมา ทำให้ปริมาณรถยนต์ที่ต้องขนถ่ายผ่านท่าของ NYT เพิ่มสูงขึ้น โดยเฉพาะในไตรมาส 3 ที่เห็นการเติบโตที่ชัดเจน การเพิ่มขึ้นของปริมาณรถยนต์นี้ได้กระตุ้นให้รายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการก็เพิ่มขึ้นตามสัดส่วนเช่นกัน โดยเฉพาะค่าสัมปทานที่แปรผันตามปริมาณ และค่าเคลื่อนย้ายรถ รวมถึงค่าเช่าพื้นที่ลานพักสินค้าที่เพิ่มขึ้นตามการดำเนินงานที่มากขึ้น
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง แต่ต้องจับตาปัจจัยด้านต้นทุน** การฟื้นตัวของตลาดส่งออกรถยนต์เป็นสัญญาณที่ดี และการที่ปริมาณรถยนต์ผ่านท่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วง 9 เดือนแรกของปี บ่งชี้ว่าแนวโน้มนี้อาจดำเนินต่อไปได้ อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการระบุว่ารายได้รวมจากการให้บริการท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้นในสัดส่วนที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของปริมาณรถยนต์ เนื่องจากมีการลดลงของรายได้จากการให้บริการใช้พื้นที่จอดพักสินค้า ซึ่งเป็นจุดที่ต้องจับตาว่าการบริหารจัดการพื้นที่และบริการเสริมจะสามารถชดเชยส่วนที่ลดลงได้หรือไม่ นอกจากนี้ ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้นตามปริมาณก็เป็นปัจจัยที่อาจกดดันอัตรากำไรในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิ Q3/2564 เติบโต 34.8%** แตะ 28.4 ล้านบาท และ **9 เดือนแรกโต 15.4%** เป็น 157.8 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/2564 เพิ่มขึ้น 13.3%** เป็น 305.7 ล้านบาท และ **9 เดือนแรกโต 9.8%** เป็น 973.6 ล้านบาท
* **รายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 18.1%** จากปริมาณรถยนต์ส่งออกฟื้นตัว
* **ต้นทุนการให้บริการ Q3/2564 เพิ่มขึ้น 17.4%** ตามปริมาณการดำเนินงานที่สูงขึ้น
* **ขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วมลดลง** ในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรก จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจและงานโปรเจคแท่นขุดเจาะน้ำมัน
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท นามยง เทอร์มินัล จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีกำไรสุทธิ 28.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 7.3 ล้านบาท หรือ 34.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2564 มีกำไรสุทธิ 157.8 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21.1 ล้านบาท หรือ 15.4% เมื่อเทียบกับปีก่อน
รายได้รวมในไตรมาส 3 อยู่ที่ 305.7 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.3% และยอดสะสม 9 เดือนอยู่ที่ 973.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.8% โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากรายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือที่เพิ่มขึ้น 18.1% ในไตรมาส 3 และ 10.9% ในช่วง 9 เดือนแรก ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของตลาดส่งออกรถยนต์
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนการให้บริการก็ปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย โดยในไตรมาส 3 เพิ่มขึ้น 17.4% และ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 15.6% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน สาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางตรงที่เกี่ยวข้องกับการให้บริการท่าเทียบเรือ เช่น ค่าสัมปทานส่วนที่แปรผันตามปริมาณ และค่าเคลื่อนย้ายรถ รวมถึงค่าเช่าพื้นที่ลานพักสินค้าที่เพิ่มขึ้น
ในส่วนของค่าใช้จ่ายในการบริหารของบริษัทลดลงตามนโยบายการควบคุมค่าใช้จ่าย แต่ภาพรวมของกลุ่มบริษัทมีการเพิ่มขึ้นจากค่าใช้จ่ายก่อนการดำเนินงานของบริษัทย่อย
นอกจากนี้ บริษัทรับรู้ผลขาดทุนจากการลงทุนในบริษัทร่วมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ โดยในไตรมาส 3 ขาดทุนลดลง 9.7 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกขาดทุนลดลง 31.9 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทร่วมมีปริมาณสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจที่เริ่มฟื้นตัว และมีงานโปรเจคแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่เข้ามา
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของตลาดส่งออกรถยนต์:** เป็นปัจจัยบวกหลักที่ส่งผลให้ปริมาณรถยนต์ผ่านท่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
* **การกลับมาของงานโปรเจคขนาดใหญ่:** การมีงานโปรเจคแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่เข้ามาช่วยหนุนรายได้และผลประกอบการของบริษัทร่วม
* **การขยายตัวของบริการคลังสินค้า:** การมีลูกค้ารายใหม่เข้าใช้บริการพื้นที่คลังสินค้าช่วยหนุนรายได้ในส่วนนี้
## ความเสี่ยง
* **การลดลงของรายได้จากการให้บริการใช้พื้นที่จอดพักสินค้า:** แม้ปริมาณรถยนต์จะเพิ่มขึ้น แต่รายได้ส่วนนี้กลับลดลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรโดยรวม
* **ต้นทุนการให้บริการที่เพิ่มขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางตรง เช่น ค่าสัมปทาน และค่าเช่าพื้นที่ อาจกดดันอัตรากำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** แม้สถานการณ์จะคลี่คลาย แต่การกลับมาระบาดอีกครั้งอาจส่งผลกระทบต่อภาคการส่งออกและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มปริมาณรถยนต์ส่งออกในไตรมาสถัดไป
* การบริหารจัดการรายได้จากการให้บริการใช้พื้นที่จอดพักสินค้า
* การควบคุมต้นทุนการให้บริการให้สอดคล้องกับการเติบโตของปริมาณงาน
* ผลประกอบการของบริษัทร่วม โดยเฉพาะจากงานโปรเจคขนาดใหญ่
* การขยายตัวของรายได้จากบริการคลังสินค้าและการหาลูกค้ารายใหม่
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: บริการ)
* **รายได้จากการให้บริการท่าเทียบเรือ:** เพิ่มขึ้น 18.1% ใน Q3/2564 จากปริมาณรถยนต์ผ่านท่าที่เพิ่มขึ้น 17.1% (26,170 คัน) ในไตรมาส 3 และเพิ่มขึ้น 28.4% (135,788 คัน) ใน 9 เดือนแรก อย่างไรก็ตาม รายได้รวมเพิ่มขึ้นน้อยกว่าปริมาณรถยนต์เนื่องจากรายได้จากการใช้พื้นที่จอดพักสินค้าลดลง
* **รายได้จากการให้บริการคลังสินค้า:** เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.5% ใน Q3/2564 และ 3.0% ใน 9 เดือนแรก จากการมีลูกค้ารายใหม่เข้ามาใช้บริการ
* **ต้นทุนการให้บริการ:** เพิ่มขึ้น 17.4% ใน Q3/2564 และ 15.6% ใน 9 เดือนแรก จากค่าสัมปทานที่แปรผันตามปริมาณ, ค่าเคลื่อนย้ายรถ และค่าเช่าพื้นที่ลานพักสินค้า
* **ขาดทุนจากบริษัทร่วม:** ลดลงอย่างมีนัยสำคัญใน Q3/2564 และ 9 เดือนแรก เนื่องจากปริมาณสินค้าผ่านท่าเพิ่มขึ้นและมีงานโปรเจคแท่นขุดเจาะน้ำมันขนาดใหญ่
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
(เอกสารที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด จึงขอข้ามส่วนนี้ไป)
## สรุปท้าย
NYT โชว์ผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ที่แข็งแกร่ง โดยมีกำไรสุทธิเติบโตถึง 34.8% เป็นผลจากการฟื้นตัวของตลาดส่งออกรถยนต์ที่หนุนปริมาณรถยนต์ผ่านท่าให้เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ แม้ต้นทุนการให้บริการจะปรับตัวสูงขึ้นตามการดำเนินงาน แต่การลดลงของผลขาดทุนจากบริษัทร่วมก็เป็นอีกปัจจัยที่ช่วยเสริมผลกำไร อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการบริหารจัดการรายได้จากการใช้พื้นที่จอดพักสินค้า และการควบคุมต้นทุนในระยะต่อไป เพื่อประเมินโอกาสในการเติบโตอย่างยั่งยืน
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NYT ไตรมาส 3/2024
รายได้รวม
763.63
ล้านบาท
↑ 65.9% YoY
กำไรขั้นต้น
189.89
ล้านบาท
↑ 1.5% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
24.87
%
กำไรสุทธิ
327.37
ล้านบาท
↑ 133.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
42.87
%
D/E Ratio
1.01
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
764
↑ + 65.9%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
190
↑ + 1.5%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
327
↑ + 133.9%
YoY
D/E Ratio
1.01
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NYT
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.01
ROE (%)
17.05
ROA (%)
12.75
Book Value/หุ้น
2.65
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NYT
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-285
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-429
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NYT
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-284.80
-33.13%
|
-425.89
+77.70%
|
-239.67
+12.33%
|
-213.36
-38.57%
|
-347.32
-152.94%
|
656.11
+265.28%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-428.71
+586.38%
|
-62.46
-240.52%
|
44.45
-114.70%
|
-302.35
+207.86%
|
-98.21
-147.56%
|
206.49
-209.20%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
703.22
+8.64%
|
647.27
+173.92%
|
236.30
-43.28%
|
416.62
+29.39%
|
321.99
-145.90%
|
-701.49
+1,402,880.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-10.29
-106.47%
|
158.92
+286.95%
|
41.07
-141.44%
|
-99.11
-19.78%
|
-123.55
-176.69%
|
161.11
-117.09%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
302.40
-9.64%
|
334.67
+58.21%
|
211.53
+80.73%
|
117.04
-54.09%
|
254.94
+171.70%
|
93.83
-90.95%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
214.72
-28.99%
|
302.40
-9.64%
|
334.67
+58.21%
|
211.53
+80.73%
|
117.04
-54.09%
|
254.94
+171.70%
|