บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.19
+0.01 (+5.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5230 out_tok=2712 at=2026-07-25T22:09:30 -->
# NUSA พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 55% รับรายได้การแพทย์-ขายลงทุนหนุน Q4/65
## รายได้รวมโต 24% จากธุรกิจการแพทย์-บริการ ขณะกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนช่วยลดขาดทุนรวม
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกฟื้นมีผลขาดทุนสุทธิลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 55% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากรายได้รวมที่เติบโต 24% จากการขยายตัวของธุรกิจการแพทย์และบริการ รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัษัทย่อย ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องจับตาในทิศทางผลประกอบการช่วงต่อไป
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NUSA ในปี 2565 พลิกฟื้นจากขาดทุนสุทธิจำนวนมากในปี 2564 มาสู่การขาดทุนสุทธิที่ลดลง 55% มาจาก 2 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1) การเติบโตของรายได้รวม 24% หรือ 388 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นถึง 1,035% และรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 47% และ 2) การรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 251 ล้านบาท (สุทธิหลังหักภาษี) ซึ่งช่วยชดเชยผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
การเติบโตของรายได้มาจากหลายส่วน โดยเฉพาะรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดจากการรับรู้รายได้ของบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด ซึ่งสะท้อนถึงการขยายตัวของธุรกิจด้านสุขภาพที่บริษัทให้ความสำคัญ ขณะที่รายได้จากการให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 47% เป็นผลมาจากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้โครงการมายโอโซนได้รับความสนใจมากขึ้น ส่วนกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (ณุศา เลเจนด์สยาม) จำนวน 251 ล้านบาท เป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียวจากการปรับโครงสร้างธุรกิจ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** โดยรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญนั้น ส่วนหนึ่งมาจากการรับรู้รายได้ของบริษัทย่อยใหม่ ซึ่งอาจไม่สามารถเติบโตในอัตราที่สูงเช่นนี้ได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต ขณะที่กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนเป็นรายการที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time transaction) ไม่ใช่รายได้จากการดำเนินงานปกติ ดังนั้น ปัจจัยเหล่านี้จึงมีลักษณะเป็นครั้งคราวมากกว่าที่จะเกิดขึ้นต่อเนื่องในระยะยาว อย่างไรก็ตาม การเติบโตของรายได้จากการให้เช่าและบริการที่เพิ่มขึ้น 47% อาจมีแนวโน้มต่อเนื่องหากสถานการณ์การท่องเที่ยวฟื้นตัวได้ดี
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 55%:** ปี 2565 ขาดทุนสุทธิ 398 ล้านบาท ลดลง 479 ล้านบาท จากปีก่อนที่ขาดทุน 877 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 24%:** รายได้รวม 2,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 388 ล้านบาท จากปีก่อน
* **ธุรกิจการแพทย์หนุนรายได้:** รายได้จากการให้บริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 1,035% หรือ 238 ล้านบาท
* **ธุรกิจบริการฟื้นตัว:** รายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 47% หรือ 95 ล้านบาท
* **กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน:** รับรู้กำไร 251 ล้านบาท จากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย
* **การลงทุนใน WEH และ DEMCO:** เพิ่มทุนเพื่อซื้อหุ้น Wind Energy Holding (WEH) และซื้อหุ้น Demco (DEMCO) เป็นบริษัทร่วม
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) มีรายได้รวม 2,037 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 388 ล้านบาท หรือ 24% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ 238 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 1,035%) จากบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด และรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 95 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 47%) จากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้โครงการมายโอโซนได้รับความสนใจมากขึ้น อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit ลดลง 299 ล้านบาท
ในส่วนของต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 91 ล้านบาท หรือ 20% ทำให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) อยู่ที่ 29% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 20% ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 32 ล้านบาท หรือ 19% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารรวมอยู่ที่ 626 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 44 ล้านบาท หรือ 8% โดยค่าใช้จ่ายขายลดลง 53 ล้านบาท จากส่วนแบ่งกำไรของบริษัทย่อยในการขาย Antigen Rapid Test Kit และการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อยแห่งหนึ่ง ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการบริหารเพิ่มขึ้น 98 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายของบริษัทย่อย 2 แห่งที่เกี่ยวกับธุรกิจทางการแพทย์
ต้นทุนทางการเงินลดลง 19 ล้านบาท หรือ 7% ตามหนี้สินประเภทเงินกู้ยืม
บริษัทมีกำไรจากการวัดมูลค่าเงินลงทุนในตราสารทุนจากการประเมินมูลค่าหุ้นสามัญของบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ณ 31 ธันวาคม 2565 จำนวน 235 ล้านบาท
นอกจากนี้ บริษัทมีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (ณุศา เลเจนด์สยาม) จำนวน 251 ล้านบาท (สุทธิหลังหักภาษี) และมีผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิกจากการขายเงินลงทุนดังกล่าวจำนวน 226 ล้านบาท
ผลการดำเนินงานรวมสำหรับปี 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 398 ล้านบาท ลดลง 479 ล้านบาท หรือ 55% เมื่อเทียบจากปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่มีผลขาดทุน 417 ล้านบาท ลดลง 471 ล้านบาท
## โอกาส
* **ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ:** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจการแพทย์เป็นสัญญาณที่ดี สะท้อนศักยภาพในการขยายตัวของธุรกิจนี้
* **ธุรกิจให้เช่าและบริการ:** การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยวและการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ หนุนรายได้จากธุรกิจให้เช่าและบริการ โดยเฉพาะโครงการมายโอโซน
* **การลงทุนในธุรกิจพลังงาน:** การเข้าลงทุนในบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง จำกัด (WEH) ซึ่งเป็นผู้นำในธุรกิจพลังงานลม อาจสร้างผลตอบแทนในระยะยาว
* **การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน:** การเข้าซื้อหุ้นบริษัท เด็มโก้ จำกัด (มหาชน) (DEMCO) ซึ่งเป็นผู้รับเหมาด้านวิศวกรรมและก่อสร้างโครงการสาธารณูปโภค อาจสร้างโอกาสในการเติบโตร่วมกัน
## ความเสี่ยง
* **รายการพิเศษ:** ผลประกอบการปี 2565 ได้รับผลบวกจากกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน ซึ่งเป็นรายการครั้งเดียว ไม่ใช่รายได้จากการดำเนินงานปกติ
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง ซึ่งส่งผลกระทบต่อผลประกอบการ
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุโดยตรง แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง
* **การพึ่งพารายได้จากธุรกิจการแพทย์:** การเติบโตที่สูงมากของธุรกิจการแพทย์อาจไม่ยั่งยืนในอัตราเดิม และอาจมีความเสี่ยงจากการแข่งขันหรือกฎระเบียบ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจการแพทย์:** จะสามารถรักษาการเติบโตในระดับสูงได้ต่อเนื่องหรือไม่
* **ผลตอบแทนจากการลงทุนใน WEH และ DEMCO:** การลงทุนใหม่เหล่านี้จะสร้างผลกำไรให้บริษัทได้มากน้อยเพียงใด
* **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** แม้จะลดลง แต่ยังคงเป็นภาระที่ต้องบริหารจัดการ
* **การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การรับรู้รายได้จากโครงการที่อยู่อาศัยในอนาคต
* **การดำเนินธุรกิจสุขภาพในต่างประเทศ:** การเข้าซื้อโรงแรมในเยอรมนีเพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ จะสร้างผลตอบแทนอย่างไร
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าเอกสารจะไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับยอดขายรอโอน (Backlog) หรือยอดขายใหม่ (Presale) โดยตรง แต่การที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 11 ล้านบาท หรือ 2% บ่งชี้ว่าการดำเนินงานในส่วนนี้ยังคงทรงตัว อย่างไรก็ตาม การที่บริษัทมีเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 192 ล้านบาท จากการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมที่ประเทศเยอรมนี มูลค่ารวมไม่เกิน 20 ล้านยูโร (ประมาณ 740 ล้านบาท) เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ แสดงให้เห็นถึงทิศทางการลงทุนใหม่ของบริษัทที่มุ่งเน้นไปที่ธุรกิจสุขภาพและบริการมากขึ้น แทนที่จะเป็นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่อการอยู่อาศัยแบบดั้งเดิม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 15,529 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4,193 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในตราสารทุน 3,373 ล้านบาท จากการซื้อหุ้น WEH และเงินลงทุนในบริษัทร่วม 856 ล้านบาท จากการซื้อหุ้น DEMCO นอกจากนี้ยังมีเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 192 ล้านบาท
ในทางตรงกันข้าม ที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลง 2,254 ล้านบาท และที่ดินรอการพัฒนาลดลง 334 ล้านบาท เป็นผลจากการขายบริษัทย่อยในระหว่างงวด
หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,112 ล้านบาท ลดลง 627 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่เป็นการลดลงของหนี้สินของบริษัทย่อยที่ขายออกไป ทำให้ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4,820 ล้านบาท หรือ 105% จากปีก่อน โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 0.65 ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.47 ในปีก่อน
กระแสเงินสดจากการดำเนินงานไม่ได้ระบุรายละเอียดในเอกสารนี้
## สรุปท้าย
NUSA ในปี 2565 สามารถลดการขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของรายได้ในธุรกิจการแพทย์และบริการ รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน อย่างไรก็ตาม ปัจจัยเหล่านี้มีลักษณะเป็นครั้งคราว การลงทุนใหม่ในธุรกิจพลังงานและโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการขยายธุรกิจสุขภาพในต่างประเทศ จะเป็นกุญแจสำคัญที่ต้องจับตาว่าบริษัทจะสามารถสร้างการเติบโตที่ยั่งยืนและพลิกกลับมามีกำไรจากการดำเนินงานปกติได้ในอนาคตหรือไม่ ท่ามกลางความเสี่ยงจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและลักษณะรายการพิเศษที่ส่งผลต่อผลประกอบการ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NUSA ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
505.47
ล้านบาท
↑ 50% YoY
กำไรขั้นต้น
40.18
ล้านบาท
↓ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.95
%
กำไรสุทธิ
-443.02
ล้านบาท
↑ 952.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.64
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
505
↑ + 50%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -55.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-443
↑ + 952.7%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NUSA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
-7.58
ROA (%)
-2.38
Book Value/หุ้น
0.71
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NUSA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+388
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NUSA
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
65.39
-157.15%
|
-114.41
-151.41%
|
222.56
+73.67%
|
128.15
-86.86%
|
975.26
-52.70%
|
2,061.94
+414.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
387.58
-152.57%
|
-737.32
+543.22%
|
-114.63
-238.31%
|
82.88
-133.25%
|
-249.30
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-618.53
-183.24%
|
743.08
+3,702.87%
|
19.54
-108.32%
|
-234.99
-76.95%
|
-1,019.29
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-167.66
+56.52%
|
-107.12
-185.78%
|
124.88
-982.54%
|
-14.15
-95.34%
|
-303.55
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.35
-78.49%
|
136.47
+1,077.48%
|
11.59
-54.96%
|
25.73
-92.19%
|
329.29
-29.72%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.24
+33.70%
|
29.35
-78.49%
|
136.47
+1,077.48%
|
11.59
-54.96%
|
25.73
-92.18%
|
0.00
|