NUSA
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NUSA
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.19
+0.01 (+5.56%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 1 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5074 out_tok=2653 at=2026-07-25T23:21:34 --> NUSA พลิกขาดทุนสุทธิ Q1/2565 เป็นกำไร 17 ล้านบาท รับแรงหนุนธุรกิจการแพทย์-สุขภาพ ธุรกิจการแพทย์-สุขภาพดันรายได้โต 238% ขณะที่อสังหาฯ ชะลอตัว ฝ่ายจัดการคาดรับรู้กำไรขายเงินลงทุนใน Q2/2565 บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการไตรมาส 1 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 17 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 210 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้ในกลุ่มธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญแรงกดดันจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่ทำให้ NUSA พลิกกลับมามีกำไรในไตรมาส 1 ปี 2565 มาจากการเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ในกลุ่มธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งชดเชยผลประกอบการที่ชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้เป็นอย่างดี ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักคือ **การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าทางการแพทย์และให้บริการทางการแพทย์ที่เพิ่มขึ้นถึง 493 ล้านบาท หรือ 100%** โดยส่วนใหญ่มาจากการจำหน่าย Antigen Rapid Test Kit ของบริษัท เวิลด์ เมดิคอลอัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด และรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ของบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด ในทางตรงกันข้าม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 27 ล้านบาท หรือ 18% และธุรกิจสวนสนุกยังคงมีต้นทุนค่าเสื่อมราคาโดยไม่มีรายได้จากการปิดให้บริการชั่วคราว ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเพิ่มขึ้นของรายได้ในกลุ่มการแพทย์และสุขภาพเป็นผลโดยตรงจากการที่บริษัท เวิลด์ เมดิคอลอัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สามารถจำหน่าย Antigen Rapid Test Kit ได้เป็นจำนวนมากถึง 436 ล้านบาท ประกอบกับรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ของบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด ที่เพิ่มขึ้น 57 ล้านบาท ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการสินค้าและบริการทางการแพทย์ที่ยังคงมีอยู่สูงในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ในขณะที่รายได้อสังหาริมทรัพย์ที่ลดลงนั้น เป็นผลมาจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้กำลังซื้อของผู้บริโภคลดลง ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากธุรกิจการแพทย์และสุขภาพจะเติบโตโดดเด่นในไตรมาสนี้ แต่ปัจจัยดังกล่าวส่วนใหญ่มาจากการจำหน่ายสินค้าทางการแพทย์ ซึ่งอาจมีความผันผวนตามสถานการณ์การระบาดและนโยบายของภาครัฐ ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ มีแผนที่จะรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2565 ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกต่อผลประกอบการในระยะสั้น ## Highlight สำคัญ * **กำไรสุทธิ 17 ล้านบาท:** พลิกจากขาดทุนสุทธิ 210 ล้านบาทใน Q1/2564 * **รายได้รวม 746 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 238% YoY จาก 220 ล้านบาท * **รายได้ธุรกิจการแพทย์-สุขภาพโตแรง:** เพิ่มขึ้น 493 ล้านบาท หรือ 100% * **รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง:** หดตัว 18% YoY * **ต้นทุนการเงินลดลง:** เหลือ 84 ล้านบาท ลดลง 1% YoY * **D/E Ratio ลดลง:** อยู่ที่ 1.11 จาก 1.47 ณ สิ้นปี 2564 * **การลงทุนใหม่:** เข้าซื้อโรงแรมในเยอรมนี และลงทุนในธุรกิจกัญชงครบวงจร ## ภาพรวมผลประกอบการ บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) รายงานผลประกอบการสำหรับไตรมาส 1 ปี 2565 มีรายได้รวม 746 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 238% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 220 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 17 ล้านบาท พลิกกลับมาจากขาดทุนสุทธิ 210 ล้านบาทในไตรมาส 1 ปี 2564 การเปลี่ยนแปลงนี้มีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าทางการแพทย์และให้บริการทางการแพทย์จำนวน 493 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการจำหน่าย Antigen Rapid Test Kit และรายได้จากบริการทางการแพทย์ ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 27 ล้านบาท หรือ 18% และรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 28 ล้านบาท หรือ 74% จากการที่โครงการมายโอโซนได้รับความสนใจมากขึ้นหลังสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 45% ตามรายได้ที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นเป็น 43% จาก 28% ในปีก่อน ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 114% ตามรายได้ที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนค่าบริการสวนสนุกอยู่ที่ 19 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เป็นค่าเสื่อมราคา โดยบริษัทย่อยได้ปิดกิจการชั่วคราวจากสถานการณ์โควิด-19 ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 36% เป็น 157 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายในการขายของธุรกิจการแพทย์ บริษัทมีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 6 ล้านบาท และต้นทุนทางการเงินลดลง 1% มาอยู่ที่ 84 ล้านบาท ## โอกาส * **ธุรกิจกัญชงครบวงจร:** บริษัทฯ ได้รับใบอนุญาตปลูกพืชกัญชงและอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตโรงงานสกัดสาร CBD คาดว่าจะสามารถสกัดสารและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ภายในปี 2565 * **ธุรกิจโรงพยาบาลในจีน:** มีการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ * **การเข้าซื้อโรงแรมในเยอรมนี:** การเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมที่ประเทศเยอรมนี พร้อมสิทธิเครื่องหมายการค้าและใบอนุญาตต่างๆ เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ * **แพลตฟอร์มนำเที่ยว:** การลงทุนในแพลตฟอร์มการจำหน่ายจองล่วงหน้าเกี่ยวกับกิจการนำเที่ยว ซึ่งได้ทำสัญญากับ depa * **การรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุน:** คาดว่าจะเริ่มรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2565 ## ความเสี่ยง * **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและการขายอสังหาริมทรัพย์ * **การแข่งขันในธุรกิจการแพทย์:** ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพมีการแข่งขันสูง * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** อาจส่งผลกระทบต่อต้นทุนและกำไร โดยเฉพาะหนี้สินค่าก่อสร้าง * **การดำเนินธุรกิจสวนสนุก:** ยังคงมีต้นทุนค่าเสื่อมราคาและได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 และการท่องเที่ยวที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ * **ความเสี่ยงด้านกฎหมายและกฎระเบียบ:** โดยเฉพาะธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับกัญชง ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลง ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * ความคืบหน้าในการขอใบอนุญาตและเริ่มดำเนินการธุรกิจกัญชง * ผลประกอบการจากการดำเนินธุรกิจโรงแรมในเยอรมนี * การรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด ใน Q2/2565 * แนวโน้มรายได้และกำไรของธุรกิจการแพทย์และสุขภาพในไตรมาสถัดไป * การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และธุรกิจสวนสนุก ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) แม้ว่าภาพรวมผลประกอบการจะได้รับแรงหนุนจากธุรกิจการแพทย์ แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ NUSA ในไตรมาส 1 ปี 2565 ยังคงมีรายได้ลดลง 18% เมื่อเทียบกับปีก่อน ซึ่งฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นผลมาจากการขายที่ลดน้อยลง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 28% เป็น 43% ซึ่งเป็นผลมาจากการที่ต้นทุนขายลดลงในสัดส่วนที่มากกว่ารายได้ที่ลดลง ในด้านฐานะการเงิน มีการตีราคาที่ดินใหม่ 4 แห่งของบริษัทบริษัทย่อยและบริษัทร่วมค้า ทำให้มูลค่าที่ดินเพิ่มขึ้น 2,472 ล้านบาท ส่งผลให้สินทรัพย์รวมเพิ่มขึ้นอย่างมาก อย่างไรก็ตาม การตีราคานี้อาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ในอนาคตหากมีการขายสินทรัพย์ดังกล่าว ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 มีนาคม 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 13,994 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2,666 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการตีราคาที่ดินใหม่ 4 แห่งมูลค่าเพิ่มขึ้น 2,472 ล้านบาท และการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมที่ประเทศเยอรมนี รวมถึงการลงทุนในบริษัท ณุศา ซีเอสอาร์ จำกัด เพื่อเข้าสู่ธุรกิจกัญชงครบวงจร และการลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลที่ประเทศจีน หนี้สินรวมอยู่ที่ 7,377 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 642 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของหนี้สินภาษีเงินได้รอตัดบัญชี 469 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลจากการตีราคาใหม่ทรัพย์สิน และการขายเงินลงทุนในบริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด จำนวน 1,700 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มรับรู้กำไรใน Q2/2565 ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 2,024 ล้านบาท หรือ 44% มาอยู่ที่ 6,617 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) ลดลงจาก 1.47 ณ สิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 1.11 ในไตรมาส 1 ปี 2565 ซึ่งแสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น ## สรุปท้าย NUSA พลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 1 ปี 2565 จากแรงหนุนของธุรกิจการแพทย์และสุขภาพที่เติบโตอย่างก้าวกระโดด แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจ แต่การปรับปรุงอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และการลงทุนในธุรกิจใหม่ที่มีศักยภาพ เช่น กัญชง และการเข้าซื้อสินทรัพย์ในต่างประเทศ รวมถึงการคาดการณ์รับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในไตรมาสถัดไป เป็นปัจจัยที่น่าจับตา อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NUSA ไตรมาส 1/2565
รายได้รวม
505.47 ล้านบาท
↑ 50% YoY
กำไรขั้นต้น
40.18 ล้านบาท
↓ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.95 %
กำไรสุทธิ
-443.02 ล้านบาท
↑ 952.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.64 %
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
505
↑ + 50% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -55.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-443
↑ + 952.7% YoY
D/E Ratio
0.58

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม —
505.47
+49.96%
337.07
-0.01%
337.11
+58.02%
213.34
-65.15%
612.26
-72.86%
2,256.28
+44.57%
กำไรขั้นต้น —
40.18
-55.62%
90.52
+20.63%
75.04
-3.75%
77.96
+6.24%
73.38
-46.23%
136.46
-50.34%
ค่าใช้จ่ายรวม —
266.61
+48.62%
179.40
-27.46%
247.30
+105.50%
120.34
-43.97%
214.78
-20.48%
270.08
-38.90%
กำไรสุทธิ —
-443.02
-952.72%
-42.08
+77.19%
-184.46
+17.17%
-222.70
+37.78%
-357.94
-216.99%
-112.92
+44.95%
กำไรต่อหุ้น —
-0.03
-1,033.33%
0.00
+78.57%
-0.01
+17.65%
-0.02
+37.04%
-0.03
-200.00%
-0.01
+43.75%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
7.95
-70.40%
26.86
+20.66%
22.26
-39.08%
36.54
+205.01%
11.98
+98.02%
6.05
-65.64%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
52.75
-0.88%
53.22
-27.45%
73.36
+30.05%
56.41
+60.80%
35.08
+193.07%
11.97
-57.73%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-87.64
-601.68%
-12.49
+77.17%
-54.72
+47.58%
-104.39
-78.57%
-58.46
-1,069.20%
-5.00
+61.95%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
135.86
-62.48%
362.09
+949.54%
34.50
0.00
0.00
-100.00%
2,532.20
+88.13%
ROE(%) —
-7.58
-21.47%
-6.24
+67.75%
-19.35
-11.91%
-17.29
-71.02%
-10.11
0.00
ROA(%) —
-2.38
-667.74%
-0.31
+93.40%
-4.70
+3.89%
-4.89
-42.57%
-3.43
-290.56%
1.80
+37.40%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.58
-10.77%
0.65
-55.78%
1.47
+27.83%
1.15
+30.68%
0.88
0.00
P/E —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV —
0.39
-73.83%
1.49
-14.37%
1.74
+304.65%
0.43
-23.21%
0.56
+9.80%
0.51
+15.91%
BV —
0.77
-2.53%
0.79
+41.07%
0.56
-16.42%
0.67
-23.86%
0.88
-5.38%
0.93
-8.82%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.30
-74.58%
1.18
+21.65%
0.97
+234.48%
0.29
-40.82%
0.49
+4.26%
0.47
+4.44%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
-7.58
ROA (%)
-2.38
Book Value/หุ้น
0.71

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,696.67
-9.40%
2,976.45
+43.19%
2,078.63
-1.40%
2,238.87
-6.36%
2,813.32
-27.00%
3,883.64
-25.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
13,011.33
+3.66%
12,552.33
+35.60%
9,249.53
+7.44%
8,478.48
-2.02%
8,230.79
-6.54%
8,969.17
+17.03%
รวมสินทรัพย์ —
15,708.01
+1.15%
15,528.78
+36.99%
11,328.15
+5.70%
10,717.35
-2.96%
11,044.12
-12.77%
12,852.81
-0.01%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,862.91
+11.46%
3,465.86
-27.32%
4,768.34
+13.07%
4,187.06
+6.57%
3,928.79
-8.20%
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,923.07
-27.34%
2,646.77
+34.23%
1,966.44
+29.21%
1,551.88
+24.98%
1,241.71
-31.85%
0.00
รวมหนี้สิน —
5,785.98
-5.34%
6,112.64
-9.31%
6,734.77
+17.35%
5,738.94
+10.99%
5,170.50
-15.26%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
9,922.03
+5.37%
9,416.14
+104.90%
4,593.38
-7.73%
4,978.41
-15.24%
5,873.61
-10.45%
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-7.58
-6.24
-19.35
-17.29
-10.11
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-2.38
-0.31
-4.70
-4.89
-3.43
1.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.70
0.86
0.44
0.53
0.72
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.22
0.26
0.05
0.01
0.03
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
268.34
113.11
17.65
40.71
0.00
38.58
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
696.23
580.32
519.97
1,170.71
0.00
511.60
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
157.99
397.66
569.49
1,061.67
99,999.99
575.75
วงจรเงินสด —
806.58
295.78
-31.87
149.76
0.00
-25.57
D/E —
0.58
0.65
1.47
1.15
0.88
—
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+388
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
65.39
-157.15%
-114.41
-151.41%
222.56
+73.67%
128.15
-86.86%
975.26
-52.70%
2,061.94
+414.57%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
387.58
-152.57%
-737.32
+543.22%
-114.63
-238.31%
82.88
-133.25%
-249.30
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-618.53
-183.24%
743.08
+3,702.87%
19.54
-108.32%
-234.99
-76.95%
-1,019.29
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-167.66
+56.52%
-107.12
-185.78%
124.88
-982.54%
-14.15
-95.34%
-303.55
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29.35
-78.49%
136.47
+1,077.48%
11.59
-54.96%
25.73
-92.19%
329.29
-29.72%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
39.24
+33.70%
29.35
-78.49%
136.47
+1,077.48%
11.59
-54.96%
25.73
-92.18%
0.00