บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.19
+0.01 (+5.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5494 out_tok=2896 at=2026-07-25T23:31:18 -->
# NUSA พลิกรายได้ Q3/2564 ทะยาน 203% รับดีล Antigen Test Kit หนุน
## รายได้โตแรงจากธุรกิจการแพทย์ฯ ชดเชยอสังหาฯ ชะลอตัว ขณะที่ขาดทุนสุทธิยังทรงตัว
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 มีรายได้รวม 1,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 203% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาด อย่างไรก็ตาม ผลขาดทุนสุทธิรวมยังคงใกล้เคียงกับปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้รายได้รวมของ NUSA ในไตรมาส 3 ปี 2564 เติบโตอย่างก้าวกระโดด มาจากการรับรู้รายได้ก้อนใหญ่จากธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งคิดเป็นการเพิ่มขึ้นถึง 704 ล้านบาท หรือ 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลงนามสัญญาจัดหา Antigen Rapid Test Kit จำนวน 8.5 ล้านชุด มูลค่า 552 ล้านบาทกับองค์การเภสัชกรรม และการจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปอีก 152 ล้านบาท
ในขณะเดียวกัน ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ซึ่งเป็นธุรกิจหลักของบริษัทฯ มีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 191 ล้านบาท หรือ 74% จากการขายห้องชุดโครงการมายโอโซนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขายในช่วงปลายปีก่อน รวมถึงรายได้จากการขายที่ดินโครงการเฟรชคอนโด 2 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ เผชิญกับภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ล้นตลาด (Oversupply) ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการลดราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 7%
นอกจากนี้ ธุรกิจให้เช่าและบริการ รวมถึงธุรกิจสวนสนุก ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้รายได้ลดลง 25 ล้านบาท และ 7 ล้านบาท ตามลำดับ โดยเฉพาะธุรกิจสวนสนุกที่ต้องปิดให้บริการชั่วคราว ส่งผลให้มีต้นทุนค่าเสื่อมราคาที่ยังคงอยู่
สำหรับผลขาดทุนสุทธิรวมสำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 อยู่ที่ 696 ล้านบาท ขาดทุนเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีรายได้รวมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก แต่ถูกหักล้างด้วยอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ต้นทุนค่าเสื่อมราคาของธุรกิจสวนสนุกที่ไม่มีรายได้ และการขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นถึง 154 ล้านบาท หรือ 202% อันเป็นผลมาจากความผันผวนของค่าเงิน
**ประเมินโอกาสต่อเนื่อง:** รายได้จากธุรกิจการแพทย์และสุขภาพที่เข้ามาอย่างมีนัยสำคัญนี้ **มีโอกาสต่อเนื่อง** ในระยะสั้นถึงกลาง โดยเฉพาะหากมีการลงนามสัญญาจัดหาเพิ่มเติม หรือการจำหน่าย Antigen Rapid Test Kit ให้กับบุคคลทั่วไปยังคงมีปริมาณสูง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่ง 203%:** NUSA มีรายได้รวม 1,313 ล้านบาทใน Q3/2564 เพิ่มขึ้น 880 ล้านบาท จากปีก่อน
* **ธุรกิจการแพทย์ฯ ขับเคลื่อนหลัก:** รายได้จากการแพทย์และสุขภาพเพิ่มขึ้น 704 ล้านบาท จากการขาย Antigen Rapid Test Kit
* **อสังหาฯ เผชิญ Oversupply:** รายได้ขายอสังหาฯ เพิ่ม 191 ล้านบาท แต่ GPM ลดลงเหลือ 7% จากการแข่งขันและต้องลดราคา
* **ขาดทุนสุทธิทรงตัว:** ขาดทุนสุทธิรวม 696 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2 ล้านบาท จากปีก่อน
* **ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนพุ่ง:** มีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 154 ล้านบาท
* **สินทรัพย์รวมเพิ่ม:** สินทรัพย์รวม 11,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 438 ล้านบาท จากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและเงินมัดจำซื้อโรงแรม
* **หนี้สินรวมเพิ่ม:** หนี้สินรวม 6,433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 694 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำค่าขายและเจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,313 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 880 ล้านบาท หรือ 203% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ 191 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 74%) จากการขายห้องชุดโครงการมายโอโซน และรายได้จากการขายที่ดินโครงการเฟรชคอนโด 2 รวมถึงการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญของรายได้ทางการแพทย์และสุขภาพ 704 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 100%) จากการลงนามสัญญาจัดหา Antigen Rapid Test Kit และการจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป
อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 216 ล้านบาท หรือ 107% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 15% ในปีก่อนมาอยู่ที่ 7% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลล้นตลาด ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ลดราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่อง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 170 ล้านบาท หรือ 49% ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการขายที่เกี่ยวข้องกับการจัดหา Antigen Rapid Test Kit นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 103 ล้านบาท หรือ 202% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 5 ล้านบาท หรือ 2%
ส่งผลให้ผลการดำเนินงานรวมสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 696 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2 ล้านบาท หรือ 1% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่มีจำนวน 705 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท
## โอกาส
* **ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ:** การได้รับสัญญาจัดหา Antigen Rapid Test Kit และการจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และกำไรในระยะสั้นถึงกลาง
* **การขยายธุรกิจสุขภาพ:** การเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมเพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ แสดงถึงความมุ่งมั่นในการขยายธุรกิจไปยังกลุ่มที่มีศักยภาพ
* **การลงทุนในแพลตฟอร์มท่องเที่ยว:** การลงทุนในแพลตฟอร์มจำหน่ายจองล่วงหน้าเกี่ยวกับกิจการนำเที่ยว เป็นการกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสในธุรกิจท่องเที่ยวในอนาคต
## ความเสี่ยง
* **ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงเผชิญภาวะล้นตลาด (Oversupply) ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและอัตรากำไรของโครงการอสังหาริมทรัพย์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** การขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด
* **ผลกระทบจากโควิด-19:** แม้ธุรกิจการแพทย์ฯ จะเติบโต แต่ธุรกิจบริการอื่นๆ เช่น สวนสนุก ยังคงได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดและข้อจำกัดในการเดินทาง
* **การลดราคาอสังหาริมทรัพย์:** การปรับลดราคาเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้นในระยะยาว
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ยอดขายและรายได้จาก Antigen Rapid Test Kit:** ความต่อเนื่องของคำสั่งซื้อและการจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไป
* **ความคืบหน้าโครงการโรงแรมเพื่อสุขภาพ:** การดำเนินงานและการสร้างรายได้จากธุรกิจสุขภาพใหม่
* **การบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** มาตรการและผลลัพธ์ในการลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน
* **แนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การปรับตัวของอุปสงค์และอุปทานในตลาดที่อยู่อาศัย
* **การรับรู้รายได้จากโครงการอสังหาริมทรัพย์:** ยอดโอนและ Backlog ที่จะรับรู้ในไตรมาสถัดไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ในไตรมาส 3 ปี 2564 ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ NUSA มีรายได้จากการขายเพิ่มขึ้น 191 ล้านบาท หรือ 74% จากการขายห้องชุดโครงการมายโอโซนที่เริ่มก่อสร้างแล้วเสร็จและขายได้ในช่วงปลายปีก่อน รวมถึงการขายที่ดินโครงการเฟรชคอนโด 2 อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ประสบปัญหาภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ล้นตลาด (Oversupply) ทำให้ต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการลดราคาอสังหาริมทรัพย์ ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 15% ในปีก่อน เหลือเพียง 7% ในไตรมาสนี้ ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 216 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
บริษัทฯ มีการรับรู้รายได้จากการขายห้องชุดให้เช่าโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์ จำนวน 15 ล้านบาท จากการขายห้องชุดให้กับบุคคลท่านหนึ่งในราคา 210 ล้านบาท ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลง 170 ล้านบาท สอดคล้องกับการรับรู้รายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้น
ในด้านฐานะการเงิน สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายลดลง 171 ล้านบาท จากการขายห้องชุดโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 กันยายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 11,155 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 438 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของลูกหนี้การค้าและลูกหนี้อื่น 603 ล้านบาท จากการลงนามสัญญาซื้อขาย Antigen Rapid Test Kit กับองค์การเภสัชกรรม และการเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์ 259 ล้านบาท จากการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมเพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ
ในขณะเดียวกัน หนี้สินรวมอยู่ที่ 6,433 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 694 ล้านบาท จากสิ้นปี 2563 โดยส่วนใหญ่เป็นการเพิ่มขึ้นจากเงินมัดจำค่าขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 85 ล้านบาท เจ้าหนี้ค่าก่อสร้างของบริษัทย่อย 60 ล้านบาท และเงินกู้ยืมระยะสั้นจากกิจการที่เกี่ยวข้อง 25 ล้านบาท เพื่อใช้ในการซื้อ Antigen Rapid Test Kit อย่างไรก็ตาม เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง 9 ล้านบาท
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.36 เพิ่มขึ้นจาก 1.15 ณ สิ้นปี 2563
## สรุปท้าย
NUSA ในไตรมาส 3 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการพลิกฟื้นของรายได้จากการดำเนินงานที่แข็งแกร่ง โดยมีธุรกิจการแพทย์และสุขภาพเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญจากการรับรู้รายได้จากดีล Antigen Rapid Test Kit แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดที่ล้นและความจำเป็นในการปรับลดราคาเพื่อรักษาสภาพคล่อง ซึ่งส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น การขาดทุนสุทธิยังคงทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันจากขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น การบริหารจัดการความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยนและแนวโน้มตลาดอสังหาริมทรัพย์จะเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในระยะต่อไป ควบคู่ไปกับการต่อยอดโอกาสจากธุรกิจสุขภาพใหม่ที่กำลังจะเข้ามาเสริมทัพ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NUSA ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
505.47
ล้านบาท
↑ 50% YoY
กำไรขั้นต้น
40.18
ล้านบาท
↓ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.95
%
กำไรสุทธิ
-443.02
ล้านบาท
↑ 952.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.64
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
505
↑ + 50%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -55.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-443
↑ + 952.7%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NUSA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
-7.58
ROA (%)
-2.38
Book Value/หุ้น
0.71
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NUSA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+388
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NUSA
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
65.39
-157.15%
|
-114.41
-151.41%
|
222.56
+73.67%
|
128.15
-86.86%
|
975.26
-52.70%
|
2,061.94
+414.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
387.58
-152.57%
|
-737.32
+543.22%
|
-114.63
-238.31%
|
82.88
-133.25%
|
-249.30
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-618.53
-183.24%
|
743.08
+3,702.87%
|
19.54
-108.32%
|
-234.99
-76.95%
|
-1,019.29
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-167.66
+56.52%
|
-107.12
-185.78%
|
124.88
-982.54%
|
-14.15
-95.34%
|
-303.55
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.35
-78.49%
|
136.47
+1,077.48%
|
11.59
-54.96%
|
25.73
-92.19%
|
329.29
-29.72%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.24
+33.70%
|
29.35
-78.49%
|
136.47
+1,077.48%
|
11.59
-54.96%
|
25.73
-92.18%
|
0.00
|