NUSA
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NUSA
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.19
+0.01 (+5.56%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 2 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5352 out_tok=3070 at=2026-07-27T11:21:57 --> # NUSA Q2/2564: ขาดทุนสุทธิลดลงเล็กน้อย แม้รายได้อสังหาฯ โต แต่ถูกกดดันจากต้นทุน-FX ## รายได้อสังหาฯ ฟื้นตัวจากการโอนโครงการใหม่ แต่ภาพรวมยังขาดทุนสุทธิ เหตุต้นทุน-FX พุ่ง-ธุรกิจสวนสนุกซบ บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 485 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 19% เป็น 361 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนขายที่สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อธุรกิจสวนสนุก ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ NUSA ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 31%** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลัก แต่ถูกบั่นทอนอย่างมีนัยสำคัญจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 6%** และ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นถึง 231%** ทำให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงเล็กน้อย 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น:** เป็นผลมาจากการขายห้องชุดโครงการมายโอโซนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขายตั้งแต่ปลายปีก่อน รวมถึงการขายห้องชุดโครงการสเตททาวเวอร์ที่เพิ่มขึ้น * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ล้นตลาด (Over Supply) ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ลดราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง * **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น:** ส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างของบริษัทย่อย ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน * **ธุรกิจสวนสนุกซบเซา:** รายได้และต้นทุนค่าบริการสวนสนุกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ต้องปิดให้บริการชั่วคราวและขาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยบวกอย่างรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นนั้น มีโอกาสต่อเนื่องได้จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขาย แต่สำหรับปัจจัยกดดันอย่างอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาสภาพคล่องในภาวะตลาดที่ท้าทาย ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องหากภาวะตลาดไม่ดีขึ้น ส่วนผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น มีลักษณะผันผวนตามสภาวะตลาด และธุรกิจสวนสนุกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ก็มีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิ 485 ล้านบาท:** ลดลง 1% YoY แม้รายได้รวมโต 19% เป็น 361 ล้านบาท * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โต 31%:** จากการโอนห้องชุดโครงการมายโอโซนและสเตททาวเวอร์ * **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 6%:** เป็น 16% จากการปรับลดราคาเพื่อรักษาสภาพคล่องในภาวะตลาด Over Supply * **กำไรจากการขายห้องชุดให้เช่า 15 ล้านบาท:** จากการขายโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์ * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนพุ่ง 231%:** เป็น 78 ล้านบาท จากความผันผวนของค่าเงิน * **ธุรกิจสวนสนุกและค่าเช่า/บริการ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19:** รายได้ลดลงต่อเนื่อง ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 31% เป็นผลมาจากการโอนห้องชุดโครงการมายโอโซนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขาย รวมถึงการขายห้องชุดโครงการสเตททาวเวอร์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีกำไรจากการขายห้องชุดให้เช่าโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์ จำนวน 15 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง 14% และรายได้จากสวนสนุกก็ลดลง 7 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 41% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากปีก่อน 6% มาอยู่ที่ 16% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีภาวะล้นตลาด (Over Supply) ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ลดราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 9% เป็นผลมาจากการลดค่าใช้จ่ายพนักงานขาย ค่าส่งเสริมการขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อลดต้นทุนท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย แต่ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญคือ ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นถึง 231% เป็น 78 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างของบริษัทย่อยที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 9% ตามหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 485 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่ของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% เป็น 478 ล้านบาท ## โอกาส * **การโอนโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ:** โครงการมายโอโซนที่เริ่มโอนและขายได้ต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้ * **การขยายธุรกิจด้านสุขภาพ:** การเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมรวมทั้งสิทธิเครื่องหมายการค้าและใบอนุญาตต่างๆ เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ และการลงทุนในธุรกิจเพาะพันธุ์พืชสมุนไพร รวมถึงกัญชา กัญชง เป็นการกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ * **การลงทุนในแพลตฟอร์มการจำหน่ายจองล่วงหน้า:** การลงทุนในแพลตฟอร์มเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยว เป็นการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและมองหาช่องทางรายได้ใหม่ๆ ## ความเสี่ยง * **ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย Over Supply:** ส่งผลให้ต้องลดราคาขายเพื่อรักษาสภาพคล่อง ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ * **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจให้เช่า บริการ และสวนสนุก รวมถึงการท่องเที่ยว * **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยสูงขึ้น * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 1.28 จาก 1.15 ณ สิ้นปี 2563 บ่งชี้ถึงการพึ่งพาหนี้สินที่สูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการโอนโครงการ:** โดยเฉพาะโครงการมายโอโซน และโครงการใหม่ๆ ที่จะเปิดในอนาคต * **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** ในภาวะตลาดที่ท้าทาย * **ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** และความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยง * **ความคืบหน้าของธุรกิจใหม่:** ด้านสุขภาพ และธุรกิจเกี่ยวกับพืชสมุนไพร * **การฟื้นตัวของธุรกิจสวนสนุกและธุรกิจบริการ:** เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย * **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** เพื่อรักษาสภาพคล่อง ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **การโอนโครงการ:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 31% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะจากการโอนห้องชุดโครงการมายโอโซนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขายตั้งแต่ปลายปีก่อน รวมถึงการขายห้องชุดโครงการสเตททาวเวอร์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากการขายโครงการที่มีอยู่ **อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 6% มาอยู่ที่ 16% ซึ่งเป็นประเด็นที่น่ากังวล ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการปรับลดราคาเพื่อรักษาสภาพคล่องในภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีภาวะล้นตลาด (Over Supply) ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในการแข่งขันและสภาวะอุปสงค์ที่อ่อนแอ **การเปิดโครงการใหม่/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog หรือแผนการเปิดโครงการใหม่ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินรายได้ในอนาคต **รายได้ค่าเช่า/Occupancy Rate:** รายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง 14% ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากโควิด-19 โดยไม่ได้ระบุ Occupancy Rate หรือ Rental Yield **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามรายได้ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,637 ล้านบาท ลดลง 97 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายลดลงจากการขายโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์ ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลงสอดคล้องกับการขาย และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลงจากค่าเสื่อมราคา อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์จำนวน 197 ล้านบาท จากการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมรวมทั้งสิทธิเครื่องหมายการค้าและใบอนุญาตต่างๆ เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในแพลตฟอร์มการจำหน่ายจองล่วงหน้า และเงินจ่ายล่วงหน้าค่าเพิ่มทุนในการร่วมค้าเพื่อลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับพืชสมุนไพร หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 224 ล้านบาท เป็น 5,964 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากกิจการอื่น เจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง และรายได้รอรับรู้จากประกันภัย ในทางตรงกันข้าม เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.28 เพิ่มขึ้นจาก 1.15 ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการพึ่งพาหนี้สินเพิ่มขึ้น ในส่วนของกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่จากรายการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สิน สามารถอนุมานได้ว่ามีการใช้เงินสดในการลงทุนในธุรกิจใหม่ และการชำระหนี้บางส่วน ## สรุปท้าย NUSA ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่ถูกบั่นทอนด้วยแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการแข่งขันในตลาด และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับธุรกิจสวนสนุกที่ยังคงซบเซาจากผลกระทบโควิด-19 ทำให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงเล็กน้อย การลงทุนในธุรกิจใหม่ด้านสุขภาพและพืชสมุนไพร รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสเติบโตในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทาย ความผันผวนของค่าเงิน และภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NUSA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
505.47 ล้านบาท
↑ 50% YoY
กำไรขั้นต้น
40.18 ล้านบาท
↓ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.95 %
กำไรสุทธิ
-443.02 ล้านบาท
↑ 952.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.64 %
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
505
↑ + 50% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -55.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-443
↑ + 952.7% YoY
D/E Ratio
0.58

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม —
505.47
+49.96%
337.07
-0.01%
337.11
+58.02%
213.34
-65.15%
612.26
-72.86%
2,256.28
+44.57%
กำไรขั้นต้น —
40.18
-55.62%
90.52
+20.63%
75.04
-3.75%
77.96
+6.24%
73.38
-46.23%
136.46
-50.34%
ค่าใช้จ่ายรวม —
266.61
+48.62%
179.40
-27.46%
247.30
+105.50%
120.34
-43.97%
214.78
-20.48%
270.08
-38.90%
กำไรสุทธิ —
-443.02
-952.72%
-42.08
+77.19%
-184.46
+17.17%
-222.70
+37.78%
-357.94
-216.99%
-112.92
+44.95%
กำไรต่อหุ้น —
-0.03
-1,033.33%
0.00
+78.57%
-0.01
+17.65%
-0.02
+37.04%
-0.03
-200.00%
-0.01
+43.75%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
7.95
-70.40%
26.86
+20.66%
22.26
-39.08%
36.54
+205.01%
11.98
+98.02%
6.05
-65.64%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
52.75
-0.88%
53.22
-27.45%
73.36
+30.05%
56.41
+60.80%
35.08
+193.07%
11.97
-57.73%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-87.64
-601.68%
-12.49
+77.17%
-54.72
+47.58%
-104.39
-78.57%
-58.46
-1,069.20%
-5.00
+61.95%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
135.86
-62.48%
362.09
+949.54%
34.50
0.00
0.00
-100.00%
2,532.20
+88.13%
ROE(%) —
-7.58
-21.47%
-6.24
+67.75%
-19.35
-11.91%
-17.29
-71.02%
-10.11
0.00
ROA(%) —
-2.38
-667.74%
-0.31
+93.40%
-4.70
+3.89%
-4.89
-42.57%
-3.43
-290.56%
1.80
+37.40%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.58
-10.77%
0.65
-55.78%
1.47
+27.83%
1.15
+30.68%
0.88
0.00
P/E —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV —
0.39
-73.83%
1.49
-14.37%
1.74
+304.65%
0.43
-23.21%
0.56
+9.80%
0.51
+15.91%
BV —
0.77
-2.53%
0.79
+41.07%
0.56
-16.42%
0.67
-23.86%
0.88
-5.38%
0.93
-8.82%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.30
-74.58%
1.18
+21.65%
0.97
+234.48%
0.29
-40.82%
0.49
+4.26%
0.47
+4.44%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
-7.58
ROA (%)
-2.38
Book Value/หุ้น
0.71

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,696.67
-9.40%
2,976.45
+43.19%
2,078.63
-1.40%
2,238.87
-6.36%
2,813.32
-27.00%
3,883.64
-25.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
13,011.33
+3.66%
12,552.33
+35.60%
9,249.53
+7.44%
8,478.48
-2.02%
8,230.79
-6.54%
8,969.17
+17.03%
รวมสินทรัพย์ —
15,708.01
+1.15%
15,528.78
+36.99%
11,328.15
+5.70%
10,717.35
-2.96%
11,044.12
-12.77%
12,852.81
-0.01%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,862.91
+11.46%
3,465.86
-27.32%
4,768.34
+13.07%
4,187.06
+6.57%
3,928.79
-8.20%
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,923.07
-27.34%
2,646.77
+34.23%
1,966.44
+29.21%
1,551.88
+24.98%
1,241.71
-31.85%
0.00
รวมหนี้สิน —
5,785.98
-5.34%
6,112.64
-9.31%
6,734.77
+17.35%
5,738.94
+10.99%
5,170.50
-15.26%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
9,922.03
+5.37%
9,416.14
+104.90%
4,593.38
-7.73%
4,978.41
-15.24%
5,873.61
-10.45%
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-7.58
-6.24
-19.35
-17.29
-10.11
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-2.38
-0.31
-4.70
-4.89
-3.43
1.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.70
0.86
0.44
0.53
0.72
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.22
0.26
0.05
0.01
0.03
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
268.34
113.11
17.65
40.71
0.00
38.58
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
696.23
580.32
519.97
1,170.71
0.00
511.60
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
157.99
397.66
569.49
1,061.67
99,999.99
575.75
วงจรเงินสด —
806.58
295.78
-31.87
149.76
0.00
-25.57
D/E —
0.58
0.65
1.47
1.15
0.88
—
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+388
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
65.39
-157.15%
-114.41
-151.41%
222.56
+73.67%
128.15
-86.86%
975.26
-52.70%
2,061.94
+414.57%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
387.58
-152.57%
-737.32
+543.22%
-114.63
-238.31%
82.88
-133.25%
-249.30
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-618.53
-183.24%
743.08
+3,702.87%
19.54
-108.32%
-234.99
-76.95%
-1,019.29
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-167.66
+56.52%
-107.12
-185.78%
124.88
-982.54%
-14.15
-95.34%
-303.55
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29.35
-78.49%
136.47
+1,077.48%
11.59
-54.96%
25.73
-92.19%
329.29
-29.72%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
39.24
+33.70%
29.35
-78.49%
136.47
+1,077.48%
11.59
-54.96%
25.73
-92.18%
0.00