บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.19
+0.01 (+5.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5352 out_tok=3070 at=2026-07-27T11:21:57 -->
# NUSA Q2/2564: ขาดทุนสุทธิลดลงเล็กน้อย แม้รายได้อสังหาฯ โต แต่ถูกกดดันจากต้นทุน-FX
## รายได้อสังหาฯ ฟื้นตัวจากการโอนโครงการใหม่ แต่ภาพรวมยังขาดทุนสุทธิ เหตุต้นทุน-FX พุ่ง-ธุรกิจสวนสนุกซบ
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 485 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แม้รายได้รวมจะเติบโต 19% เป็น 361 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น แต่ถูกหักล้างด้วยต้นทุนขายที่สูงขึ้น อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้น และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ต่อธุรกิจสวนสนุก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
กลุ่มธุรกิจ: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่อธิบายผลประกอบการของ NUSA ในไตรมาส 2 ปี 2564 คือ **การฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้น 31%** ซึ่งเป็นปัจจัยบวกหลัก แต่ถูกบั่นทอนอย่างมีนัยสำคัญจาก **อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลง 6%** และ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นถึง 231%** ทำให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงเล็กน้อย 1% เมื่อเทียบกับปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น:** เป็นผลมาจากการขายห้องชุดโครงการมายโอโซนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขายตั้งแต่ปลายปีก่อน รวมถึงการขายห้องชุดโครงการสเตททาวเวอร์ที่เพิ่มขึ้น
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง:** ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่ล้นตลาด (Over Supply) ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ลดราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง
* **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น:** ส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างของบริษัทย่อย ซึ่งได้รับผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน
* **ธุรกิจสวนสนุกซบเซา:** รายได้และต้นทุนค่าบริการสวนสนุกลดลงอย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ทำให้ต้องปิดให้บริการชั่วคราวและขาดนักท่องเที่ยวต่างชาติ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**ลักษณะครั้งคราว** สำหรับปัจจัยบวกอย่างรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่เพิ่มขึ้นนั้น มีโอกาสต่อเนื่องได้จากโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขาย แต่สำหรับปัจจัยกดดันอย่างอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงนั้น ฝ่ายจัดการระบุว่าเป็นการปรับกลยุทธ์เพื่อรักษาสภาพคล่องในภาวะตลาดที่ท้าทาย ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องหากภาวะตลาดไม่ดีขึ้น ส่วนผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนนั้น มีลักษณะผันผวนตามสภาวะตลาด และธุรกิจสวนสนุกที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 ก็มีแนวโน้มจะฟื้นตัวได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย แต่ยังคงต้องจับตาปัจจัยภายนอกเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 485 ล้านบาท:** ลดลง 1% YoY แม้รายได้รวมโต 19% เป็น 361 ล้านบาท
* **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์โต 31%:** จากการโอนห้องชุดโครงการมายโอโซนและสเตททาวเวอร์
* **อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 6%:** เป็น 16% จากการปรับลดราคาเพื่อรักษาสภาพคล่องในภาวะตลาด Over Supply
* **กำไรจากการขายห้องชุดให้เช่า 15 ล้านบาท:** จากการขายโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์
* **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนพุ่ง 231%:** เป็น 78 ล้านบาท จากความผันผวนของค่าเงิน
* **ธุรกิจสวนสนุกและค่าเช่า/บริการ ได้รับผลกระทบจากโควิด-19:** รายได้ลดลงต่อเนื่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีรายได้รวม 361 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 31% เป็นผลมาจากการโอนห้องชุดโครงการมายโอโซนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขาย รวมถึงการขายห้องชุดโครงการสเตททาวเวอร์ที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ยังมีกำไรจากการขายห้องชุดให้เช่าโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์ จำนวน 15 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง 14% และรายได้จากสวนสนุกก็ลดลง 7 ล้านบาท เนื่องจากผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19
ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 41% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจากปีก่อน 6% มาอยู่ที่ 16% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีภาวะล้นตลาด (Over Supply) ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ลดราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อรักษาสภาพคล่อง
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 9% เป็นผลมาจากการลดค่าใช้จ่ายพนักงานขาย ค่าส่งเสริมการขาย และค่าใช้จ่ายในการบริหาร เพื่อลดต้นทุนท่ามกลางสถานการณ์ที่ท้าทาย
แต่ปัจจัยที่กดดันผลประกอบการอย่างมีนัยสำคัญคือ ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นถึง 231% เป็น 78 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างของบริษัทย่อยที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน นอกจากนี้ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 9% ตามหนี้สินที่เพิ่มขึ้น
ส่งผลให้ภาพรวมผลการดำเนินงานสำหรับงวด 6 เดือนแรกปี 2564 บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 485 ล้านบาท ลดลง 1% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่ของบริษัทใหญ่เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 3% เป็น 478 ล้านบาท
## โอกาส
* **การโอนโครงการที่ก่อสร้างแล้วเสร็จ:** โครงการมายโอโซนที่เริ่มโอนและขายได้ต่อเนื่องเป็นปัจจัยบวกต่อรายได้
* **การขยายธุรกิจด้านสุขภาพ:** การเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมรวมทั้งสิทธิเครื่องหมายการค้าและใบอนุญาตต่างๆ เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ และการลงทุนในธุรกิจเพาะพันธุ์พืชสมุนไพร รวมถึงกัญชา กัญชง เป็นการกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสการเติบโตใหม่ๆ
* **การลงทุนในแพลตฟอร์มการจำหน่ายจองล่วงหน้า:** การลงทุนในแพลตฟอร์มเกี่ยวกับธุรกิจนำเที่ยว เป็นการปรับตัวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและมองหาช่องทางรายได้ใหม่ๆ
## ความเสี่ยง
* **ภาวะตลาดที่อยู่อาศัย Over Supply:** ส่งผลให้ต้องลดราคาขายเพื่อรักษาสภาพคล่อง ซึ่งกระทบต่ออัตรากำไรขั้นต้น
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลให้เกิดผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ยังคงส่งผลกระทบต่อรายได้จากธุรกิจให้เช่า บริการ และสวนสนุก รวมถึงการท่องเที่ยว
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** จากหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ภาระดอกเบี้ยสูงขึ้น
* **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ที่เพิ่มขึ้น:** อยู่ที่ 1.28 จาก 1.15 ณ สิ้นปี 2563 บ่งชี้ถึงการพึ่งพาหนี้สินที่สูงขึ้น
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการโอนโครงการ:** โดยเฉพาะโครงการมายโอโซน และโครงการใหม่ๆ ที่จะเปิดในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้น:** ในภาวะตลาดที่ท้าทาย
* **ผลกระทบจากความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** และความสามารถในการบริหารจัดการความเสี่ยง
* **ความคืบหน้าของธุรกิจใหม่:** ด้านสุขภาพ และธุรกิจเกี่ยวกับพืชสมุนไพร
* **การฟื้นตัวของธุรกิจสวนสนุกและธุรกิจบริการ:** เมื่อสถานการณ์โควิด-19 คลี่คลาย
* **การบริหารจัดการหนี้สินและต้นทุนทางการเงิน:** เพื่อรักษาสภาพคล่อง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**การโอนโครงการ:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 31% เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลักในไตรมาสนี้ โดยเฉพาะจากการโอนห้องชุดโครงการมายโอโซนที่ก่อสร้างแล้วเสร็จและเริ่มขายตั้งแต่ปลายปีก่อน รวมถึงการขายห้องชุดโครงการสเตททาวเวอร์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการสร้างรายได้จากการขายโครงการที่มีอยู่
**อัตรากำไร:** อัตรากำไรขั้นต้นลดลง 6% มาอยู่ที่ 16% ซึ่งเป็นประเด็นที่น่ากังวล ฝ่ายจัดการระบุว่าเกิดจากการปรับลดราคาเพื่อรักษาสภาพคล่องในภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีภาวะล้นตลาด (Over Supply) ซึ่งสะท้อนถึงแรงกดดันในการแข่งขันและสภาวะอุปสงค์ที่อ่อนแอ
**การเปิดโครงการใหม่/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับ Backlog หรือแผนการเปิดโครงการใหม่ที่ชัดเจน ซึ่งเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินรายได้ในอนาคต
**รายได้ค่าเช่า/Occupancy Rate:** รายได้จากการให้เช่าและบริการลดลง 14% ซึ่งสอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและผลกระทบจากโควิด-19 โดยไม่ได้ระบุ Occupancy Rate หรือ Rental Yield
**ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้มีการระบุรายละเอียดเกี่ยวกับต้นทุนก่อสร้างที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างมีนัยสำคัญ นอกเหนือจากต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้นตามรายได้
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 10,637 ล้านบาท ลดลง 97 ล้านบาทจากสิ้นปี 2563 โดยมีรายการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญคือ สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที่ถือไว้เพื่อขายลดลงจากการขายโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์ ต้นทุนโครงการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ลดลงสอดคล้องกับการขาย และที่ดินอาคารและอุปกรณ์ลดลงจากค่าเสื่อมราคา
อย่างไรก็ตาม บริษัทมีการเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์จำนวน 197 ล้านบาท จากการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมรวมทั้งสิทธิเครื่องหมายการค้าและใบอนุญาตต่างๆ เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ นอกจากนี้ยังมีสินทรัพย์ไม่มีตัวตนเพิ่มขึ้นจากการลงทุนในแพลตฟอร์มการจำหน่ายจองล่วงหน้า และเงินจ่ายล่วงหน้าค่าเพิ่มทุนในการร่วมค้าเพื่อลงทุนในธุรกิจเกี่ยวกับพืชสมุนไพร
หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 224 ล้านบาท เป็น 5,964 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินกู้ยืมจากกิจการอื่น เจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง และรายได้รอรับรู้จากประกันภัย ในทางตรงกันข้าม เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินลดลง
อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ 1.28 เพิ่มขึ้นจาก 1.15 ณ สิ้นปี 2563 ซึ่งบ่งชี้ว่าบริษัทมีการพึ่งพาหนี้สินเพิ่มขึ้น
ในส่วนของกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน หรือการจัดหาเงินโดยตรง แต่จากรายการเปลี่ยนแปลงสินทรัพย์และหนี้สิน สามารถอนุมานได้ว่ามีการใช้เงินสดในการลงทุนในธุรกิจใหม่ และการชำระหนี้บางส่วน
## สรุปท้าย
NUSA ในไตรมาส 2 ปี 2564 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวของรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเป็นสัญญาณบวก แต่ถูกบั่นทอนด้วยแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจากการแข่งขันในตลาด และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่พุ่งสูงขึ้น ประกอบกับธุรกิจสวนสนุกที่ยังคงซบเซาจากผลกระทบโควิด-19 ทำให้ภาพรวมยังคงขาดทุนสุทธิ แม้จะลดลงเล็กน้อย การลงทุนในธุรกิจใหม่ด้านสุขภาพและพืชสมุนไพร รวมถึงแพลตฟอร์มดิจิทัล เป็นความพยายามในการกระจายความเสี่ยงและมองหาโอกาสเติบโตในระยะยาว แต่ความเสี่ยงจากภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ท้าทาย ความผันผวนของค่าเงิน และภาระหนี้สินที่เพิ่มขึ้น ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องจับตาอย่างใกล้ชิด
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NUSA ไตรมาส 2/2564
รายได้รวม
505.47
ล้านบาท
↑ 50% YoY
กำไรขั้นต้น
40.18
ล้านบาท
↓ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.95
%
กำไรสุทธิ
-443.02
ล้านบาท
↑ 952.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.64
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
505
↑ + 50%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -55.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-443
↑ + 952.7%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NUSA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
-7.58
ROA (%)
-2.38
Book Value/หุ้น
0.71
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NUSA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+388
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NUSA
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
65.39
-157.15%
|
-114.41
-151.41%
|
222.56
+73.67%
|
128.15
-86.86%
|
975.26
-52.70%
|
2,061.94
+414.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
387.58
-152.57%
|
-737.32
+543.22%
|
-114.63
-238.31%
|
82.88
-133.25%
|
-249.30
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-618.53
-183.24%
|
743.08
+3,702.87%
|
19.54
-108.32%
|
-234.99
-76.95%
|
-1,019.29
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-167.66
+56.52%
|
-107.12
-185.78%
|
124.88
-982.54%
|
-14.15
-95.34%
|
-303.55
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.35
-78.49%
|
136.47
+1,077.48%
|
11.59
-54.96%
|
25.73
-92.19%
|
329.29
-29.72%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.24
+33.70%
|
29.35
-78.49%
|
136.47
+1,077.48%
|
11.59
-54.96%
|
25.73
-92.18%
|
0.00
|