บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.19
+0.01 (+5.56%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5259 out_tok=2570 at=2026-07-25T22:49:04 -->
# NUSA พลิกขาดทุนสุทธิ Q2/2565 รับอานิสงส์ธุรกิจการแพทย์-ขายเงินลงทุน
## รายได้รวมพุ่ง 257% สู่ 1,293 ล้านบาท จากการขายสินค้าแพทย์-บริการ ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ ชะลอตัว
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 257% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากการเติบโตของธุรกิจการแพทย์และบริการทางการแพทย์ รวมถึงกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ส่งผลให้ภาพรวมบริษัทยังคงขาดทุนสุทธิ แต่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ NUSA ในไตรมาส 2 ปี 2565 มีการเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยสำคัญ มาจาก **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจการแพทย์และบริการทางการแพทย์ ประกอบกับกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย** ซึ่งสามารถชดเชยผลกระทบจากการชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
ฝ่ายจัดการระบุว่า รายได้จากการขายสินค้าทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้นถึง 654 ล้านบาท หรือ 100% โดยมีสาเหตุหลักมาจากการจำหน่าย Antigen Rapid Test Kit ของบริษัท เวิลด์ เมดิคอลอัลไลแอนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เป็นจำนวน 529 ล้านบาท และรายได้จากการให้บริการทางการแพทย์ของบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด อีก 125 ล้านบาท นอกจากนี้ บริษัทยังมีกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย (บริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด) จำนวน 262 ล้านบาท (สุทธิจากกำไรส่วนที่ยังไม่รับรู้) ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ช่วยหนุนผลประกอบการในไตรมาสนี้
ในทางตรงกันข้าม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 52 ล้านบาท หรือ 21% เนื่องจากยอดขายที่ลดลง สะท้อนถึงภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากธุรกิจการแพทย์จะเติบโตอย่างแข็งแกร่งในไตรมาสนี้ แต่การพึ่งพารายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit อาจมีความไม่แน่นอนในระยะยาว ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และความต้องการของตลาด ส่วนกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยเป็นรายการพิเศษที่เกิดขึ้นครั้งเดียว (one-time) ไม่สามารถคาดหวังว่าจะเกิดขึ้นต่อเนื่องได้ ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก
## Highlight สำคัญ
* **รายได้รวมพุ่ง 257% YoY:** อยู่ที่ 1,293 ล้านบาท จาก 362 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจการแพทย์หนุนรายได้:** รายได้จากการขายสินค้าและบริการทางการแพทย์เพิ่มขึ้น 654 ล้านบาท หรือ 100%
* **กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน:** รับรู้ 262 ล้านบาท จากการขายหุ้นในบริษัทย่อย
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ชะลอตัว:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 21%
* **ขาดทุนสุทธิลดลง 75%:** อยู่ที่ 123 ล้านบาท จาก 485 ล้านบาทในปีก่อน (ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 143 ล้านบาท ลดลง 339 ล้านบาท)
* **การลงทุนใน WEH:** บริษัทฯ ได้ทยอยซื้อหุ้นสามัญในบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด (WEH) คิดเป็น 7.1% ผ่านการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบ Share swap
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับงวดสิ้นสุดวันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,293 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 931 ล้านบาท หรือ 257% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์ 654 ล้านบาท และกำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 262 ล้านบาท ขณะที่รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 52 ล้านบาท หรือ 21%
ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 86 ล้านบาท หรือ 42% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลง ทำให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 37% เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 22% ต้นทุนค่าเช่าและบริการเพิ่มขึ้น 16 ล้านบาท หรือ 21% สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น
ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 90 ล้านบาท หรือ 53% ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการขายของบริษัทย่อยที่เกี่ยวกับธุรกิจทางการแพทย์ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2 ล้านบาท หรือ 2%
ผลการดำเนินงานรวมสำหรับงวดนี้ บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 123 ล้านบาท ลดลง 362 ล้านบาท หรือ 75% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 339 ล้านบาท
## โอกาส
* **ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ:** การเติบโตของรายได้จากการขายสินค้าและบริการทางการแพทย์เป็นโอกาสสำคัญในการสร้างรายได้และผลกำไรในระยะสั้น
* **ธุรกิจกัญชง:** การลงทุนในบริษัท ณุศา ซีเอสอาร์ จำกัด เพื่อเข้าสู่ธุรกิจกัญชงครบวงจร ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ โดยได้รับใบอนุญาตปลูกและอยู่ระหว่างขอใบอนุญาตโรงงานสกัดสาร CBD คาดว่าจะสามารถผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ได้ภายในปี 2565
* **ธุรกิจโรงแรมในจีน:** การลงทุนในธุรกิจโรงพยาบาลที่ประเทศจีน ซึ่งคิดเป็นสัดส่วน 36% ของเงินลงทุนในบริษัทร่วมค้า
* **การเข้าซื้อโรงแรมในเยอรมนี:** การเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมที่ประเทศเยอรมนี เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ มูลค่าการซื้อรวมไม่เกิน 20 ล้านยูโร
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของธุรกิจการแพทย์:** รายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit อาจมีความไม่แน่นอนสูง ขึ้นอยู่กับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 และความต้องการของตลาด
* **ภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความสามารถในการขายอสังหาริมทรัพย์
* **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ส่งผลกระทบต่อต้นทุนและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน โดยเฉพาะเจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง
* **การดำเนินงานที่ยกเลิก:** มีผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิกจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด จำนวน 226 ล้านบาท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มรายได้ธุรกิจการแพทย์:** การเติบโตจะต่อเนื่องหรือไม่ และจะพึ่งพิง Antigen Rapid Test Kit มากน้อยเพียงใด
* **ความคืบหน้าธุรกิจกัญชง:** การได้รับใบอนุญาตโรงงานสกัดสาร CBD และการเริ่มจำหน่ายผลิตภัณฑ์ภายในปี 2565
* **ยอดขายและโอนโครงการอสังหาริมทรัพย์:** ทิศทางของธุรกิจหลักในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
* **การรับรู้รายได้จากการขายเงินลงทุน:** การชำระเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ยังค้างรับจำนวน 689.50 ล้านบาท
* **ความคืบหน้าการเข้าซื้อโรงแรมในเยอรมนี:** การดำเนินการตามแผนธุรกิจด้านสุขภาพ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
แม้ว่าภาพรวมของ NUSA ในไตรมาสนี้จะได้รับแรงหนุนจากธุรกิจการแพทย์ แต่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเป็นส่วนสำคัญของบริษัทฯ โดยรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 21% ซึ่งเป็นผลมาจากยอดขายที่ลดลง อย่างไรก็ตาม อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงอยู่ที่ระดับ 37% ซึ่งถือว่าดี และเพิ่มขึ้นจากปีก่อน 22% สะท้อนถึงการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีในส่วนของโครงการที่ยังคงดำเนินการอยู่
ฝ่ายจัดการไม่ได้ระบุถึง Backlog หรือโครงการใหม่ที่เปิดขายในไตรมาสนี้อย่างชัดเจน แต่มีการกล่าวถึงการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมที่ประเทศเยอรมนี ซึ่งอาจเป็นส่วนหนึ่งของการขยายธุรกิจในอนาคต
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 14,620 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,292 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 โดยมีรายการสำคัญคือ เงินลงทุนในตราสารทุนที่เพิ่มขึ้น 3,138 ล้านบาท จากการทยอยซื้อหุ้น WEH คิดเป็น 7.1% ผ่านการออกหุ้นเพิ่มทุนแบบ Share swap นอกจากนี้ ลูกหนี้อื่นระยะยาวเพิ่มขึ้น 845 ล้านบาท จากการขายเงินลงทุนที่ยังค้างรับ และเงินมัดจำค่าซื้อที่ดินอาคารและอุปกรณ์เพิ่มขึ้น 43 ล้านบาท จากการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมในเยอรมนี
หนี้สินรวมอยู่ที่ 4,875 ล้านบาท ลดลง 1,859 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหนี้สินของบริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด หลังจากการขายบริษัทย่อยดังกล่าว
ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 5,059 ล้านบาท หรือ 112% จากปีก่อน เนื่องจากการตีราคาใหม่และการออกหุ้นสามัญเพิ่มทุนเพื่อแลกเปลี่ยนกับ WEH ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.47 ณ สิ้นปี 2564 มาอยู่ที่ 0.51 ในไตรมาสนี้
## สรุปท้าย
NUSA ในไตรมาส 2 ปี 2565 แสดงให้เห็นถึงการปรับตัวที่น่าสนใจ โดยสามารถพลิกฟื้นรายได้รวมให้เติบโตอย่างก้าวกระโดดจากการขยายธุรกิจสู่ภาคการแพทย์และบริการทางการแพทย์ รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน แม้ว่าธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะยังคงเผชิญความท้าทาย แต่การบริหารจัดการต้นทุนยังคงแข็งแกร่ง การลดลงของหนี้สินและอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนที่ลดลงอย่างมาก สะท้อนถึงการปรับโครงสร้างทางการเงินที่ดี อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาแนวโน้มการเติบโตของธุรกิจการแพทย์ในระยะยาว และความคืบหน้าของธุรกิจใหม่ๆ เช่น กัญชง เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NUSA ไตรมาส 2/2565
รายได้รวม
505.47
ล้านบาท
↑ 50% YoY
กำไรขั้นต้น
40.18
ล้านบาท
↓ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.95
%
กำไรสุทธิ
-443.02
ล้านบาท
↑ 952.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.64
%
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
505
↑ + 50%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -55.6%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-443
↑ + 952.7%
YoY
D/E Ratio
0.58
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NUSA
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
-7.58
ROA (%)
-2.38
Book Value/หุ้น
0.71
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NUSA
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+388
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NUSA
| รายการ | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 | 2562 | 2561 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
65.39
-157.15%
|
-114.41
-151.41%
|
222.56
+73.67%
|
128.15
-86.86%
|
975.26
-52.70%
|
2,061.94
+414.57%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
387.58
-152.57%
|
-737.32
+543.22%
|
-114.63
-238.31%
|
82.88
-133.25%
|
-249.30
|
0.00
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-618.53
-183.24%
|
743.08
+3,702.87%
|
19.54
-108.32%
|
-234.99
-76.95%
|
-1,019.29
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
-167.66
+56.52%
|
-107.12
-185.78%
|
124.88
-982.54%
|
-14.15
-95.34%
|
-303.55
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
29.35
-78.49%
|
136.47
+1,077.48%
|
11.59
-54.96%
|
25.73
-92.19%
|
329.29
-29.72%
|
0.00
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
39.24
+33.70%
|
29.35
-78.49%
|
136.47
+1,077.48%
|
11.59
-54.96%
|
25.73
-92.18%
|
0.00
|