NUSA
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NUSA
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.19
+0.01 (+5.56%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 4 ปี 2564

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5591 out_tok=2634 at=2026-07-25T22:19:12 --> # NUSA พลิกรายได้โต 130% สู่ 1,651 ล้านบาท Q4/2564 รับดีลการแพทย์-สุขภาพ แต่ยังขาดทุนสุทธิ ## รายได้พุ่งแรงจากธุรกิจการแพทย์-สุขภาพ ขณะที่ธุรกิจอสังหาฯ เผชิญแรงกดดันด้านราคาและสต็อกล้น บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการปี 2564 มีรายได้รวม 1,651 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 130% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงรายงานผลขาดทุนสุทธิที่ 876 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ และผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ NUSA ในปี 2564 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของรายได้จากธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ** ซึ่งเพิ่มขึ้นถึง 867 ล้านบาท หรือ 100% คิดเป็นสัดส่วนหลักของรายได้รวมที่เพิ่มขึ้น 1,651 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม แม้รายได้รวมจะเติบโต แต่บริษัทฯ ยังคงประสบภาวะขาดทุนสุทธิ 876 ล้านบาท ซึ่งลดลงเล็กน้อย 3% จากปีก่อน โดยมีปัจจัยกดดันหลักมาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่ต้องปรับลดราคาเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง และผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น การเติบโตของรายได้ในกลุ่มการแพทย์และสุขภาพ มาจากการที่บริษัทย่อยลงนามสัญญาจัดหา Antigen Rapid Test Kit จำนวน 8.5 ล้านชุดกับองค์การเภสัชกรรม มูลค่า 552 ล้านบาท และการจำหน่ายให้กับบุคคลทั่วไปอีก 292 ล้านบาท นอกจากนี้ ยังมีการรับรู้รายได้จากบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด เป็นเวลา 1 เดือน จำนวน 23 ล้านบาท ในส่วนของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ แม้จะมีรายได้จากการขายที่ดินโครงการเฟรชคอนโดเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท จากความสนใจในโครงการมายโอโซนที่เพิ่มขึ้นหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 แต่บริษัทฯ กลับมีอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16% เหลือ 9% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลมีภาวะ Over Supply ทำให้บริษัทต้องปรับลดราคาเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ปัจจัยลบสำคัญอีกประการคือ **ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นถึง 140 ล้านบาท** เป็น 131 ล้านบาท ซึ่งส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างของบริษัทย่อยที่ได้รับผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** การเติบโตของรายได้จากธุรกิจการแพทย์และสุขภาพที่เกิดจากดีล Antigen Rapid Test Kit อาจเป็นปัจจัยชั่วคราว ขึ้นอยู่กับความต้องการของตลาดและสัญญาที่ได้รับในอนาคต ส่วนธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่และแรงกดดันด้านราคา ขณะที่ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนมีความผันผวนสูงตามสภาวะตลาดโลก ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวมพุ่ง 130% YoY สู่ 1,651 ล้านบาท** จากการเติบโตของธุรกิจการแพทย์และสุขภาพเป็นหลัก * **ขาดทุนสุทธิลดลง 3% YoY สู่ 876 ล้านบาท** แม้รายได้รวมจะเพิ่มขึ้น แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น รวมถึงผลขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยนกดดันผลกำไร * **ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพโตแรง 100%** จากการขาย Antigen Rapid Test Kit และรายได้จากบริษัทย่อย * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เผชิญแรงกดดัน** อัตรากำไรขั้นต้นลดลงเหลือ 9% จากภาวะ Over Supply และการปรับลดราคาเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง * **ขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนพุ่ง 1,589%** เป็น 131 ล้านบาท จากความผันผวนของค่าเงินกระทบเจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง * **เข้าลงทุนในธุรกิจกัญชงครบวงจร** ผ่านการร่วมทุนในบริษัท ณุศา ซีเอสอาร์ จำกัด และเตรียมขอใบอนุญาตสกัดสาร CBD ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,651 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 932 ล้านบาท หรือ 130% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้ทางการแพทย์และสุขภาพ 867 ล้านบาท จากการขาย Antigen Rapid Test Kit และการรับรู้รายได้จากบริษัทย่อย นอกจากนี้ รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท ในขณะที่รายได้จากสวนสนุกปรับลดลง 6 ล้านบาท ต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 109 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น แต่ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 16% เหลือ 9% เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวและตลาดที่อยู่อาศัยล้นตลาด ทำให้บริษัทต้องปรับลดราคาขายเพื่อเพิ่มสภาพคล่อง ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 193 ล้านบาท เป็น 701 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นค่าใช้จ่ายในการขายที่เพิ่มขึ้นจากการทำสัญญา Antigen Rapid Test Kit บริษัทมีผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนเพิ่มขึ้น 140 ล้านบาท เป็น 131 ล้านบาท ส่วนใหญ่เกิดจากเจ้าหนี้ค่าก่อสร้างของบริษัทย่อย ส่งผลให้ปี 2564 บริษัทฯ มีผลขาดทุนสุทธิ 876 ล้านบาท ลดลง 23 ล้านบาท หรือ 3% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ลดลง 39 ล้านบาท เป็น 889 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจสุขภาพ:** การขยายธุรกิจด้านการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงการลงทุนในธุรกิจกัญชงครบวงจร อาจเป็นโอกาสในการสร้างรายได้และผลกำไรในอนาคต * **การฟื้นตัวของธุรกิจให้เช่า:** การผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ส่งผลให้โครงการมายโอโซนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลดีต่อรายได้ค่าเช่าและบริการ * **การขายสินทรัพย์:** การขายห้องชุดโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์ ช่วยลดสินทรัพย์และเพิ่มสภาพคล่อง ## ความเสี่ยง * **ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดที่อยู่อาศัยในกรุงเทพฯ และปริมณฑลยังคงมีภาวะ Over Supply และการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรง อาจส่งผลกระทบต่ออัตรากำไรและความสามารถในการระบายสต็อก * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ เป็นความเสี่ยงที่ต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิด * **การพึ่งพารายได้จากดีลพิเศษ:** รายได้ที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากธุรกิจการแพทย์และสุขภาพจากการขาย Antigen Rapid Test Kit อาจเป็นปัจจัยที่ไม่ยั่งยืนในระยะยาว * **ต้นทุนการเงิน:** แม้ต้นทุนทางการเงินจะลดลงเล็กน้อย แต่หนี้สินรวมที่เพิ่มขึ้นอาจส่งผลต่อภาระดอกเบี้ยในอนาคต ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ:** จะสามารถรักษาการเติบโตได้ต่อเนื่องหรือไม่ หลังหมดสัญญาสินค้าบางรายการ * **กลยุทธ์การบริหารสต็อกและราคาอสังหาริมทรัพย์:** จะสามารถเพิ่มยอดขายและรักษาระดับอัตรากำไรได้หรือไม่ ท่ามกลางภาวะตลาดที่ท้าทาย * **การบริหารจัดการความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน:** มาตรการของบริษัทในการลดผลกระทบจากความผันผวนของค่าเงิน * **ความคืบหน้าธุรกิจกัญชง:** การได้รับใบอนุญาตและการเริ่มสร้างรายได้จากธุรกิจกัญชง * **การบริหารจัดการหนี้สิน:** การรักษาสัดส่วนหนี้สินต่อทุนให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ NUSA ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายจากภาวะตลาดที่อยู่อาศัยในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่มีภาวะล้นตลาด (Over Supply) ส่งผลให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ด้วยการลดราคาอสังหาริมทรัพย์เพื่อเพิ่มสภาพคล่องในการดำเนินงาน แม้จะมีการขายที่ดินโครงการเฟรชคอนโดเพิ่มขึ้น 40 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 15 ล้านบาท จากความสนใจในโครงการมายโอโซนที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่สามารถชดเชยแรงกดดันด้านอัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจาก 16% เหลือ 9% ได้ การขายห้องชุดโครงการแบงคอค เมดิเพล็กซ์ จำนวน 19 ล้านบาท เป็นการระบายสต็อกที่สำคัญ ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 11,328 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 611 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ 879 ล้านบาท จากการซื้อบริษัท พานาซี เมดิคอล เซนเตอร์ จำกัด และการเข้าทำสัญญาซื้อโรงแรมที่ประเทศเยอรมัน รวมถึงการลงทุนในธุรกิจกัญชงและแพลตฟอร์มการนำเที่ยว ในขณะเดียวกัน หนี้สินรวมเพิ่มขึ้น 996 ล้านบาท เป็น 6,735 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการเพิ่มขึ้นของเงินมัดจำค่าขาย, เงินกู้ยืมจากสถาบันการเงินเพื่อซื้อบริษัทย่อย และเจ้าหนี้ค่าก่อสร้าง ส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) เพิ่มขึ้นจาก 1.15 เป็น 1.47 ## สรุปท้าย ปี 2564 เป็นปีแห่งการเปลี่ยนแปลงสำหรับ NUSA โดยมีรายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดด 130% สู่ 1,651 ล้านบาท จากการเข้ามาของธุรกิจการแพทย์และสุขภาพ ซึ่งเป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากภาวะตลาดที่อ่อนแอและแรงกดดันด้านราคา ขณะที่ผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยนที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเป็นอีกปัจจัยที่ต้องจับตา การบริหารจัดการต้นทุน ค่าใช้จ่าย และความเสี่ยงด้านอัตราแลกเปลี่ยน ควบคู่ไปกับการแสวงหาโอกาสในการเติบโตจากธุรกิจใหม่ๆ เช่น กัญชง จะเป็นกุญแจสำคัญในการพลิกฟื้นผลประกอบการของบริษัทในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NUSA ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
505.47 ล้านบาท
↑ 50% YoY
กำไรขั้นต้น
40.18 ล้านบาท
↓ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.95 %
กำไรสุทธิ
-443.02 ล้านบาท
↑ 952.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.64 %
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
505
↑ + 50% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -55.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-443
↑ + 952.7% YoY
D/E Ratio
0.58

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม —
505.47
+49.96%
337.07
-0.01%
337.11
+58.02%
213.34
-65.15%
612.26
-72.86%
2,256.28
+44.57%
กำไรขั้นต้น —
40.18
-55.62%
90.52
+20.63%
75.04
-3.75%
77.96
+6.24%
73.38
-46.23%
136.46
-50.34%
ค่าใช้จ่ายรวม —
266.61
+48.62%
179.40
-27.46%
247.30
+105.50%
120.34
-43.97%
214.78
-20.48%
270.08
-38.90%
กำไรสุทธิ —
-443.02
-952.72%
-42.08
+77.19%
-184.46
+17.17%
-222.70
+37.78%
-357.94
-216.99%
-112.92
+44.95%
กำไรต่อหุ้น —
-0.03
-1,033.33%
0.00
+78.57%
-0.01
+17.65%
-0.02
+37.04%
-0.03
-200.00%
-0.01
+43.75%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
7.95
-70.40%
26.86
+20.66%
22.26
-39.08%
36.54
+205.01%
11.98
+98.02%
6.05
-65.64%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
52.75
-0.88%
53.22
-27.45%
73.36
+30.05%
56.41
+60.80%
35.08
+193.07%
11.97
-57.73%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-87.64
-601.68%
-12.49
+77.17%
-54.72
+47.58%
-104.39
-78.57%
-58.46
-1,069.20%
-5.00
+61.95%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
135.86
-62.48%
362.09
+949.54%
34.50
0.00
0.00
-100.00%
2,532.20
+88.13%
ROE(%) —
-7.58
-21.47%
-6.24
+67.75%
-19.35
-11.91%
-17.29
-71.02%
-10.11
0.00
ROA(%) —
-2.38
-667.74%
-0.31
+93.40%
-4.70
+3.89%
-4.89
-42.57%
-3.43
-290.56%
1.80
+37.40%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.58
-10.77%
0.65
-55.78%
1.47
+27.83%
1.15
+30.68%
0.88
0.00
P/E —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV —
0.39
-73.83%
1.49
-14.37%
1.74
+304.65%
0.43
-23.21%
0.56
+9.80%
0.51
+15.91%
BV —
0.77
-2.53%
0.79
+41.07%
0.56
-16.42%
0.67
-23.86%
0.88
-5.38%
0.93
-8.82%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.30
-74.58%
1.18
+21.65%
0.97
+234.48%
0.29
-40.82%
0.49
+4.26%
0.47
+4.44%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
-7.58
ROA (%)
-2.38
Book Value/หุ้น
0.71

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,696.67
-9.40%
2,976.45
+43.19%
2,078.63
-1.40%
2,238.87
-6.36%
2,813.32
-27.00%
3,883.64
-25.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
13,011.33
+3.66%
12,552.33
+35.60%
9,249.53
+7.44%
8,478.48
-2.02%
8,230.79
-6.54%
8,969.17
+17.03%
รวมสินทรัพย์ —
15,708.01
+1.15%
15,528.78
+36.99%
11,328.15
+5.70%
10,717.35
-2.96%
11,044.12
-12.77%
12,852.81
-0.01%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,862.91
+11.46%
3,465.86
-27.32%
4,768.34
+13.07%
4,187.06
+6.57%
3,928.79
-8.20%
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,923.07
-27.34%
2,646.77
+34.23%
1,966.44
+29.21%
1,551.88
+24.98%
1,241.71
-31.85%
0.00
รวมหนี้สิน —
5,785.98
-5.34%
6,112.64
-9.31%
6,734.77
+17.35%
5,738.94
+10.99%
5,170.50
-15.26%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
9,922.03
+5.37%
9,416.14
+104.90%
4,593.38
-7.73%
4,978.41
-15.24%
5,873.61
-10.45%
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-7.58
-6.24
-19.35
-17.29
-10.11
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-2.38
-0.31
-4.70
-4.89
-3.43
1.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.70
0.86
0.44
0.53
0.72
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.22
0.26
0.05
0.01
0.03
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
268.34
113.11
17.65
40.71
0.00
38.58
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
696.23
580.32
519.97
1,170.71
0.00
511.60
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
157.99
397.66
569.49
1,061.67
99,999.99
575.75
วงจรเงินสด —
806.58
295.78
-31.87
149.76
0.00
-25.57
D/E —
0.58
0.65
1.47
1.15
0.88
—
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+388
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
65.39
-157.15%
-114.41
-151.41%
222.56
+73.67%
128.15
-86.86%
975.26
-52.70%
2,061.94
+414.57%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
387.58
-152.57%
-737.32
+543.22%
-114.63
-238.31%
82.88
-133.25%
-249.30
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-618.53
-183.24%
743.08
+3,702.87%
19.54
-108.32%
-234.99
-76.95%
-1,019.29
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-167.66
+56.52%
-107.12
-185.78%
124.88
-982.54%
-14.15
-95.34%
-303.55
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29.35
-78.49%
136.47
+1,077.48%
11.59
-54.96%
25.73
-92.19%
329.29
-29.72%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
39.24
+33.70%
29.35
-78.49%
136.47
+1,077.48%
11.59
-54.96%
25.73
-92.18%
0.00