NUSA
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
NUSA
บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.19
+0.01 (+5.56%)

สรุปงบการเงิน

ไตรมาสที่ 3 ปี 2565

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=5228 out_tok=2605 at=2026-07-25T22:40:35 --> # NUSA พลิกขาดทุนสุทธิลดลง 49% รับรายได้การแพทย์พุ่ง-กำไรขายบ.ย่อย ## รายได้รวมโต 28% จากปีก่อน แต่กำไรสุทธิยังขาดทุน เหตุรายได้อสังหาฯ ชะลอตัว-ต้นทุนการเงินสูง บริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) หรือ NUSA รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 มีรายได้รวม 1,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 28% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักจากการเติบโตของรายได้ธุรกิจทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์ รวมถึงการรับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย อย่างไรก็ตาม บริษัทยังคงมีผลขาดทุนสุทธิ 356 ล้านบาท ลดลง 49% จากปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ลดลง และต้นทุนทางการเงินที่ยังคงอยู่ในระดับสูง ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน หัวใจสำคัญที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการของ NUSA ในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากธุรกิจทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์ ควบคู่ไปกับการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย** ซึ่งช่วยชดเชยผลประกอบการที่ชะลอตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้บางส่วน **ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:** * **รายได้ธุรกิจทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์:** เพิ่มขึ้นถึง 738 ล้านบาท หรือ 34% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีแรงหนุนหลักจากการรับรู้รายได้จากบริษัท พานาซี เมดิคอล เซ็นเตอร์ จำกัด จำนวน 189 ล้านบาท แม้ว่ารายได้จากการขาย Antigen Rapid Test Kit จะลดลง 155 ล้านบาทก็ตาม การฟื้นตัวของสถานการณ์โควิด-19 และการผ่อนปรนมาตรการต่างๆ ส่งผลให้โครงการมายโอโซนได้รับความสนใจเพิ่มขึ้น ทำให้รายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 87 ล้านบาท หรือ 83% * **กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย:** บริษัทฯ รับรู้กำไรจากการขายเงินลงทุนในบริษัท ณุศา เลเจนด์สยาม จำกัด (บริษัทย่อย) จำนวน 262 ล้านบาท (สุทธิจากกำไรส่วนที่ยังไม่รับรู้) ซึ่งรายการนี้เป็นรายการพิเศษที่ส่งผลบวกต่อผลกำไรโดยตรง * **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง:** ในทางตรงกันข้าม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 69 ล้านบาท หรือ 15% เมื่อเทียบกับปีก่อน เนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค **จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:** **ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่ารายได้จากธุรกิจทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์จะเติบโตได้ดี และมีแนวโน้มที่ดีจากการผ่อนคลายสถานการณ์โควิด-19 แต่การเติบโตในส่วนนี้อาจมีความผันผวนตามสถานการณ์โรคระบาดและกำลังซื้อที่ยังคงเปราะบาง ส่วนกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยนั้นเป็นรายการครั้งคราว (one-time) ที่ไม่สามารถคาดหวังให้เกิดขึ้นต่อเนื่องได้ ในขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญกับความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจชะลอตัว ## Highlight สำคัญ * **รายได้รวม 1,684 ล้านบาท:** เพิ่มขึ้น 28% YoY จาก 1,316 ล้านบาท * **ขาดทุนสุทธิ 356 ล้านบาท:** ลดลง 49% YoY จาก 696 ล้านบาท (ขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของบริษัทใหญ่ 375 ล้านบาท ลดลง 330 ล้านบาท YoY) * **รายได้ธุรกิจการแพทย์และบริการทางการแพทย์โต 34%:** เป็นปัจจัยขับเคลื่อนหลัก * **กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย 262 ล้านบาท:** ช่วยหนุนผลประกอบการ * **รายได้อสังหาริมทรัพย์ลดลง 15%:** จากเศรษฐกิจชะลอตัว * **อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ลดลง:** จาก 1.47 ณ สิ้นปี 2564 เหลือ 0.53 ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ## ภาพรวมผลประกอบการ สำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,684 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 368 ล้านบาท หรือ 28% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการเพิ่มขึ้นของรายได้จากการขายสินค้าทางการแพทย์และการให้บริการทางการแพทย์ 738 ล้านบาท และรายได้จากการให้เช่าและบริการเพิ่มขึ้น 87 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 69 ล้านบาท ในด้านต้นทุน บริษัทมีต้นทุนขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 173 ล้านบาท ทำให้มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 35% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ 29% ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการเพิ่มขึ้น 23 ล้านบาท สอดคล้องกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารลดลง 7 ล้านบาท โดยค่าใช้จ่ายบริหารลดลง 85 ล้านบาทจากการจำหน่ายเงินลงทุนในบริษัทย่อย แต่ค่าใช้จ่ายในการขายเพิ่มขึ้น 78 ล้านบาทจากธุรกิจทางการแพทย์ ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นเล็กน้อย 2 ล้านบาท ผลการดำเนินงานรวมสำหรับงวด 9 เดือน สิ้นสุดวันที่ 30 กันยายน 2565 มีผลขาดทุนสุทธิ 356 ล้านบาท ลดลง 340 ล้านบาท หรือ 49% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้ที่เพิ่มขึ้นโดยส่วนใหญ่มาจากรายได้ทางการแพทย์และสุขภาพ และผลจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยจำนวน 262 ล้านบาท ## โอกาส * **การเติบโตของธุรกิจทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์:** การฟื้นตัวของเศรษฐกิจและการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 หนุนการใช้บริการทางการแพทย์และสุขภาพ รวมถึงธุรกิจให้เช่าและบริการที่โครงการมายโอโซน * **การลงทุนในธุรกิจสุขภาพ:** การเข้าซื้อโรงแรมในประเทศเยอรมันนีพร้อมสิทธิเครื่องหมายการค้าและใบอนุญาตต่างๆ เพื่อดำเนินธุรกิจด้านสุขภาพ สะท้อนถึงการขยายธุรกิจไปยังตลาดใหม่ที่มีศักยภาพ * **การลงทุนใน WEH:** การเข้าถือหุ้นในบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้งส์ จำกัด (WEH) สัดส่วน 7.1% อาจเป็นโอกาสในการรับผลตอบแทนจากการลงทุนในระยะยาว ## ความเสี่ยง * **เศรษฐกิจชะลอตัว:** ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกำลังซื้อและความต้องการซื้ออสังหาริมทรัพย์ ทำให้รายได้จากธุรกิจหลักยังคงเผชิญความท้าทาย * **ต้นทุนทางการเงิน:** ต้นทุนทางการเงินที่อยู่ในระดับสูงอาจเป็นภาระต่อผลประกอบการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากอัตราดอกเบี้ยมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น * **ความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน:** มีผลกระทบต่อต้นทุนและผลขาดทุนจากอัตราแลกเปลี่ยน ดังที่ปรากฏในผลขาดทุนจากการดำเนินงานที่ยกเลิก * **การพึ่งพารายได้จากธุรกิจการแพทย์:** แม้จะเติบโตได้ดี แต่การพึ่งพารายได้จากธุรกิจการแพทย์อาจมีความเสี่ยงหากสถานการณ์โควิด-19 กลับมาแพร่ระบาดรุนแรงอีกครั้ง หรือมีการแข่งขันสูงขึ้น ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มรายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การฟื้นตัวของยอดขายและการโอนกรรมสิทธิ์ในโครงการต่างๆ * **ผลประกอบการธุรกิจทางการแพทย์และบริการ:** การเติบโตอย่างต่อเนื่องและเสถียรภาพของรายได้จากธุรกิจนี้ * **ความคืบหน้าการลงทุนในธุรกิจสุขภาพที่เยอรมนี:** การดำเนินงานและการสร้างรายได้จากโรงแรมที่ซื้อมา * **การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงิน:** กลยุทธ์ในการลดภาระต้นทุนทางการเงินของบริษัท * **ความคืบหน้าการรับชำระเงินลงทุนในบริษัทย่อย:** การรับชำระเงินลงทุนมูลค่า 689.50 ล้านบาท ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) แม้ว่าเอกสาร MD&A จะไม่ได้ให้รายละเอียดเชิงลึกเกี่ยวกับยอดขาย (Presale) หรือ Backlog ของโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยตรง แต่ระบุชัดเจนว่า **รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 15%** เนื่องจากเศรษฐกิจชะลอตัว ซึ่งสะท้อนถึงความท้าทายในภาคอสังหาริมทรัพย์ที่บริษัทดำเนินงานอยู่ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อยู่ที่ 35% ซึ่งถือว่าปรับตัวดีขึ้นจากปีก่อนที่ 29% เป็นผลมาจากการบริหารจัดการต้นทุนขายที่ลดลงตามรายได้ที่ลดลง ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ วันที่ 30 กันยายน 2565 บริษัทมีสินทรัพย์รวม 14,599 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3,271 ล้านบาทจากสิ้นปี 2564 โดยมีปัจจัยหลักจากการเพิ่มขึ้นของเงินลงทุนในตราสารทุน (หุ้น WEH) 3,138 ล้านบาท และลูกหนี้อื่นระยะยาว 866 ล้านบาท จากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อยที่ยังค้างรับ ในทางตรงกันข้าม ที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ลดลง 2,317 ล้านบาท จากการขายบริษัทย่อย และที่ดินรอการพัฒนาลดลง 538 ล้านบาท หนี้สินรวมอยู่ที่ 5,034 ล้านบาท ลดลง 1,701 ล้านบาท จากสิ้นปี 2564 ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของหนี้สินของบริษัทย่อยที่ขายออกไป ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้น 4,973 ล้านบาท หรือ 108% จากปีก่อน เป็นผลจากการตีราคาสินทรัพย์ใหม่และการออกหุ้นเพิ่มทุนเพื่อแลกเปลี่ยน (Share swap) กับ WEH อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) ปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญจาก 1.47 ณ สิ้นปี 2564 เหลือ 0.53 ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2565 ซึ่งแสดงถึงการปรับปรุงโครงสร้างทางการเงินที่ดีขึ้น ## สรุปท้าย NUSA ในไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกเกมด้วยการเติบโตของรายได้จากธุรกิจทางการแพทย์และบริการทางการแพทย์ รวมถึงการรับรู้กำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุนในบริษัทย่อย ซึ่งช่วยลดผลขาดทุนสุทธิลงได้อย่างมาก อย่างไรก็ตาม ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ยังคงเผชิญความท้าทายจากเศรษฐกิจชะลอตัว ขณะที่การลงทุนในธุรกิจสุขภาพใหม่ๆ และการถือหุ้นใน WEH เป็นโอกาสที่ต้องจับตา การปรับปรุงฐานะทางการเงินด้วย D/E ที่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเป็นสัญญาณบวก แต่การบริหารจัดการต้นทุนทางการเงินและแนวโน้มรายได้จากธุรกิจหลักยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่นักลงทุนต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในรอบถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NUSA ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
505.47 ล้านบาท
↑ 50% YoY
กำไรขั้นต้น
40.18 ล้านบาท
↓ 55.6% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
7.95 %
กำไรสุทธิ
-443.02 ล้านบาท
↑ 952.7% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-87.64 %
D/E Ratio
0.58
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
505
↑ + 50% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
40
↓ -55.6% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-443
↑ + 952.7% YoY
D/E Ratio
0.58

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รายได้รวม —
505.47
+49.96%
337.07
-0.01%
337.11
+58.02%
213.34
-65.15%
612.26
-72.86%
2,256.28
+44.57%
กำไรขั้นต้น —
40.18
-55.62%
90.52
+20.63%
75.04
-3.75%
77.96
+6.24%
73.38
-46.23%
136.46
-50.34%
ค่าใช้จ่ายรวม —
266.61
+48.62%
179.40
-27.46%
247.30
+105.50%
120.34
-43.97%
214.78
-20.48%
270.08
-38.90%
กำไรสุทธิ —
-443.02
-952.72%
-42.08
+77.19%
-184.46
+17.17%
-222.70
+37.78%
-357.94
-216.99%
-112.92
+44.95%
กำไรต่อหุ้น —
-0.03
-1,033.33%
0.00
+78.57%
-0.01
+17.65%
-0.02
+37.04%
-0.03
-200.00%
-0.01
+43.75%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
7.95
-70.40%
26.86
+20.66%
22.26
-39.08%
36.54
+205.01%
11.98
+98.02%
6.05
-65.64%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
52.75
-0.88%
53.22
-27.45%
73.36
+30.05%
56.41
+60.80%
35.08
+193.07%
11.97
-57.73%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
-87.64
-601.68%
-12.49
+77.17%
-54.72
+47.58%
-104.39
-78.57%
-58.46
-1,069.20%
-5.00
+61.95%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
135.86
-62.48%
362.09
+949.54%
34.50
0.00
0.00
-100.00%
2,532.20
+88.13%
ROE(%) —
-7.58
-21.47%
-6.24
+67.75%
-19.35
-11.91%
-17.29
-71.02%
-10.11
0.00
ROA(%) —
-2.38
-667.74%
-0.31
+93.40%
-4.70
+3.89%
-4.89
-42.57%
-3.43
-290.56%
1.80
+37.40%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
0.58
-10.77%
0.65
-55.78%
1.47
+27.83%
1.15
+30.68%
0.88
0.00
P/E —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
P/BV —
0.39
-73.83%
1.49
-14.37%
1.74
+304.65%
0.43
-23.21%
0.56
+9.80%
0.51
+15.91%
BV —
0.77
-2.53%
0.79
+41.07%
0.56
-16.42%
0.67
-23.86%
0.88
-5.38%
0.93
-8.82%
YIELD(%) —
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
0.00
ราคาหุ้น —
0.30
-74.58%
1.18
+21.65%
0.97
+234.48%
0.29
-40.82%
0.49
+4.26%
0.47
+4.44%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.58
ROE (%)
-7.58
ROA (%)
-2.38
Book Value/หุ้น
0.71

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
2,696.67
-9.40%
2,976.45
+43.19%
2,078.63
-1.40%
2,238.87
-6.36%
2,813.32
-27.00%
3,883.64
-25.18%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
13,011.33
+3.66%
12,552.33
+35.60%
9,249.53
+7.44%
8,478.48
-2.02%
8,230.79
-6.54%
8,969.17
+17.03%
รวมสินทรัพย์ —
15,708.01
+1.15%
15,528.78
+36.99%
11,328.15
+5.70%
10,717.35
-2.96%
11,044.12
-12.77%
12,852.81
-0.01%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
3,862.91
+11.46%
3,465.86
-27.32%
4,768.34
+13.07%
4,187.06
+6.57%
3,928.79
-8.20%
0.00
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
1,923.07
-27.34%
2,646.77
+34.23%
1,966.44
+29.21%
1,551.88
+24.98%
1,241.71
-31.85%
0.00
รวมหนี้สิน —
5,785.98
-5.34%
6,112.64
-9.31%
6,734.77
+17.35%
5,738.94
+10.99%
5,170.50
-15.26%
0.00
รวมส่วนของเจ้าของ —
9,922.03
+5.37%
9,416.14
+104.90%
4,593.38
-7.73%
4,978.41
-15.24%
5,873.61
-10.45%
0.00
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
-7.58
-6.24
-19.35
-17.29
-10.11
0.00
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
-2.38
-0.31
-4.70
-4.89
-3.43
1.80
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
0.70
0.86
0.44
0.53
0.72
0.00
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.22
0.26
0.05
0.01
0.03
0.00
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
268.34
113.11
17.65
40.71
0.00
38.58
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
696.23
580.32
519.97
1,170.71
0.00
511.60
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
157.99
397.66
569.49
1,061.67
99,999.99
575.75
วงจรเงินสด —
806.58
295.78
-31.87
149.76
0.00
-25.57
D/E —
0.58
0.65
1.47
1.15
0.88
—
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+65
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+388
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NUSA

รายการ 2567 2566 2565 2564 2563 2562 2561
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
65.39
-157.15%
-114.41
-151.41%
222.56
+73.67%
128.15
-86.86%
975.26
-52.70%
2,061.94
+414.57%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
387.58
-152.57%
-737.32
+543.22%
-114.63
-238.31%
82.88
-133.25%
-249.30
0.00
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
-618.53
-183.24%
743.08
+3,702.87%
19.54
-108.32%
-234.99
-76.95%
-1,019.29
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
-167.66
+56.52%
-107.12
-185.78%
124.88
-982.54%
-14.15
-95.34%
-303.55
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
29.35
-78.49%
136.47
+1,077.48%
11.59
-54.96%
25.73
-92.19%
329.29
-29.72%
0.00
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
39.24
+33.70%
29.35
-78.49%
136.47
+1,077.48%
11.59
-54.96%
25.73
-92.18%
0.00