บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
1.01
0.01 (0.98%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=8577 out_tok=2693 at=2026-07-25T21:54:49 -->
# NEX กำไรสุทธิ Q3/66 พุ่ง 732% รับธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ฟื้นตัว
## รายได้-กำไรโตแรงจากยอดขายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้น ขณะที่ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมก็ปรับตัวดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2566 มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 66.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 732% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรเพียง 7.95 ล้านบาท โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นตัวและขยายตัวของธุรกิจหลัก
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ขับเคลื่อนผลประกอบการของ NEX ในไตรมาส 3 ปี 2566 คือ **การเติบโตอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์** ซึ่งส่งผลให้กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ และ **ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นอย่างมากจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม** โดยกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่พุ่งสูงขึ้นถึง 732% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
**ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์:** การเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นในธุรกิจนี้มาจากยอดขายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก โดยในงวดสามเดือนสิ้นสุด 30 กันยายน 2566 บริษัทฯ มีกำไรขั้นต้น 119.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 64% จากปีก่อน ซึ่งส่วนใหญ่มาจากการขายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จำนวนมาก ในขณะที่ต้นทุนขายและบริการลดลง 15% สอดคล้องกับรายได้ที่ลดลงในไตรมาสนี้ (แต่เมื่อพิจารณา 9 เดือนแรก ยอดขายและกำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นมหาศาล)
**ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมเพิ่มขึ้นจากขาดทุน 6.44 ล้านบาทในปีก่อน เป็นกำไร 9.34 ล้านบาทในไตรมาสนี้ หรือเพิ่มขึ้น 15.78 ล้านบาท โดยในงวด 9 เดือนแรกของปี 2566 บริษัทร่วมมีการจำหน่ายสินค้าให้กับลูกค้าเป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ NEX รับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยเฉพาะในส่วนของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เนื่องจากเอกสารระบุว่าในงวดเก้าเดือนแรกของปี 2566 บริษัทฯ จำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ถึง 1,291 คัน ซึ่งเป็นจำนวนที่สูงกว่าปี 2565 ที่เพิ่งเริ่มจำหน่ายอย่างมาก แสดงให้เห็นถึงการเติบโตของตลาดและความสามารถในการขยายฐานลูกค้าของบริษัทฯ นอกจากนี้ การที่บริษัทร่วมมีการจำหน่ายสินค้าจำนวนมากในปีนี้ ก็เป็นสัญญาณที่ดีต่อส่วนแบ่งกำไรในอนาคต อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามปัจจัยด้านการบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเช่นกัน
## Highlight สำคัญ
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ Q3/66 พุ่ง 732% YoY** แตะ 66.15 ล้านบาท จาก 7.95 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 9 เดือนแรกปี 66 เติบโตกว่า 684.97 ล้านบาท** จากขาดทุน 114.23 ล้านบาท เป็นกำไร 570.74 ล้านบาท
* **ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มีกำไรขั้นต้น Q3/66 เพิ่มขึ้น 64% YoY** เป็น 119.47 ล้านบาท และ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 440% เป็น 569.39 ล้านบาท จากยอดขายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์รวม 1,291 คัน
* **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม Q3/66 พลิกจากขาดทุนเป็นกำไร 9.34 ล้านบาท** และ 9 เดือนแรกเพิ่มขึ้น 343.13 ล้านบาท เป็น 278.58 ล้านบาท
* **รายได้รวม Q3/66 ลดลง 9% YoY** อยู่ที่ 1,249.51 ล้านบาท โดยหลักมาจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ที่เปลี่ยนสัดส่วนการขายจากรถโดยสารเป็นรถบรรทุกไฟฟ้าซึ่งมีมูลค่าต่ำกว่า
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร Q3/66 เพิ่มขึ้น 15% YoY** เป็น 78.68 ล้านบาท โดยมีสาเหตุหลักจากหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับไตรมาส 3 ปี 2566 NEX มีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,249.51 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 1,378.97 ล้านบาท โดยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ เนื่องจากมีการจำหน่ายรถบรรทุกไฟฟ้ามากกว่ารถโดยสารไฟฟ้า ซึ่งมีมูลค่าต่อคันต่ำกว่า อย่างไรก็ตาม ต้นทุนขายและบริการลดลง 15% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 62% เป็น 151.84 ล้านบาท
เมื่อพิจารณาผลประกอบการ 9 เดือนแรกของปี 2566 รายได้รวมเติบโตอย่างก้าวกระโดดถึง 314% เป็น 7,214.08 ล้านบาท จาก 1,743.65 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากการจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ถึง 1,291 คัน ทำให้กำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้น 309% เป็น 651.06 ล้านบาท
ในส่วนของกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ ไตรมาส 3 ปี 2566 อยู่ที่ 66.15 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 732% จาก 7.95 ล้านบาทในปีก่อน และสำหรับ 9 เดือนแรกปี 2566 พลิกจากขาดทุนสุทธิ 114.23 ล้านบาท มาเป็นกำไรสุทธิ 570.74 ล้านบาท โดยมีปัจจัยสนับสนุนหลักจากกำไรขั้นต้นที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์:** การที่ NEX สามารถจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ได้ในปริมาณมาก สะท้อนถึงความต้องการของตลาดที่เพิ่มขึ้น และศักยภาพของบริษัทในการตอบสนองความต้องการดังกล่าว
* **การรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การที่บริษัทร่วมมีการจำหน่ายสินค้าจำนวนมากในปีนี้ เป็นสัญญาณที่ดีต่อการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
* **รายได้อื่นที่เพิ่มขึ้น:** รายได้อื่น เช่น ดอกเบี้ยรับจากการขายสินค้าผ่อนชำระ และค่าบริการ ค่าเช่า มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งช่วยสนับสนุนผลประกอบการโดยรวม
## ความเสี่ยง
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น:** ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเฉพาะหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรหากไม่สามารถบริหารจัดการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
* **การเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผลิตภัณฑ์ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า:** การที่รายได้ลดลงในไตรมาส 3 เนื่องจากสัดส่วนการขายรถบรรทุกไฟฟ้าที่มูลค่าต่ำกว่ารถโดยสารไฟฟ้า อาจเป็นปัจจัยที่ต้องจับตา
* **ต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น:** ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้นจากการซื้อสินค้าแบบผ่อนชำระ ซึ่งสอดคล้องกับการเติบโตของธุรกิจ
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* แนวโน้มการจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในไตรมาสถัดไป และสัดส่วนของรถประเภทต่างๆ
* การบริหารจัดการหนี้สงสัยจะสูญ และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารโดยรวม
* ผลประกอบการของบริษัทร่วม และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไร
* การเปลี่ยนแปลงของต้นทุนทางการเงิน และต้นทุนวัตถุดิบที่อาจส่งผลต่อ GPM
* การขยายตัวของธุรกิจคอมพิวเตอร์และระบบซอฟต์แวร์ให้มีอัตราการเติบโตที่สูงขึ้น
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์:** เป็นธุรกิจหลักที่ขับเคลื่อนผลประกอบการ โดยเห็นได้จากการเพิ่มขึ้นของกำไรขั้นต้นอย่างมีนัยสำคัญจากการจำหน่ายรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จำนวนมาก แม้ว่ารายได้ในไตรมาส 3 จะลดลงเล็กน้อยจากการเปลี่ยนสัดส่วนผลิตภัณฑ์ แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่แข็งแกร่ง
**ธุรกิจคอมพิวเตอร์และระบบซอฟต์แวร์:** ธุรกิจนี้มีผลกำไรขั้นต้นคงที่ โดยในไตรมาส 3 มีกำไรขั้นต้น 38.16 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 23% YoY และ 9 เดือนแรกมีกำไรขั้นต้น 101.13 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15% YoY ซึ่งถือเป็นการเติบโตที่สม่ำเสมอ
**ธุรกิจให้บริการขนส่ง:** ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น แต่ขาดทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง ทั้งในไตรมาส 3 และ 9 เดือนแรก โดยมีสาเหตุมาจากการบริหารจัดการภายในที่ดีขึ้นและการลดต้นทุนการดำเนินงาน
**GPM:** แม้เอกสารจะไม่ได้ระบุ GPM เป็นเปอร์เซ็นต์โดยตรง แต่จากตัวเลขกำไรขั้นต้นและต้นทุนขาย สามารถอนุมานได้ว่า GPM ในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์มีการปรับตัวดีขึ้นอย่างมาก โดยเฉพาะในงวด 9 เดือนแรกที่กำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้นถึง 440% เมื่อเทียบกับรายได้ที่เพิ่มขึ้น 314%
**ราคาวัตถุดิบ:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบของราคาวัตถุดิบโดยตรง
**การส่งออก:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับการส่งออก
**ค่าเงิน:** เอกสารไม่ได้ระบุถึงผลกระทบจากอัตราแลกเปลี่ยน
**สินค้าคงคลัง:** เอกสารไม่ได้ระบุข้อมูลเกี่ยวกับสินค้าคงคลัง
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสาร MD&A ที่ให้มาไม่ได้ระบุรายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสด เช่น สินทรัพย์ หนี้สิน อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E) หรือกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน การลงทุน และการจัดหาเงิน
## สรุปท้าย
NEX ในไตรมาส 3 ปี 2566 แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวและเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยมีหัวใจกำไรสำคัญมาจากการขยายตัวของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ และการรับรู้ส่วนแบ่งกำไรที่เพิ่มขึ้นจากบริษัทร่วม แม้ว่ารายได้รวมในไตรมาสจะลดลงเล็กน้อยจากการปรับเปลี่ยนสัดส่วนผลิตภัณฑ์ แต่ภาพรวม 9 เดือนแรกแสดงถึงการเติบโตที่น่าประทับใจ อย่างไรก็ตาม นักลงทุนควรจับตาการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่เพิ่มขึ้น รวมถึงแนวโน้มการเติบโตของตลาดรถยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ในระยะยาว เพื่อประเมินโอกาสและความเสี่ยงในการลงทุนต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NEX ไตรมาส 3/2566
รายได้รวม
228.50
ล้านบาท
↓ 14.3% YoY
กำไรขั้นต้น
-347.01
ล้านบาท
↓ 40.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-151.86
%
กำไรสุทธิ
-865.89
ล้านบาท
↓ 63.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-378.95
%
D/E Ratio
0.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
228
↓ -14.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-347
↓ -40.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-866
↓ -63.6%
YoY
D/E Ratio
0.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.44
ROE (%)
-30.05
ROA (%)
-14.06
Book Value/หุ้น
0.70
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,788
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,788.26
-15,368.69%
|
-31.36
-85.55%
|
-217.03
-122.96%
|
945.44
+181.21%
|
336.21
-568.78%
|
-71.72
-66.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
55.67
-89.33%
|
521.81
+169.45%
|
193.66
-171.85%
|
-269.55
-63.15%
|
-731.54
-39.93%
|
-1,217.83
+3,308.42%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,647.37
-1,684.89%
|
293.23
-193.26%
|
-314.43
-1,153.01%
|
29.86
-155.53%
|
-53.77
-102.05%
|
2,624.35
+944.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
383.09
-51.12%
|
783.67
-332.00%
|
-337.79
|
0.00
-100.00%
|
880.78
-34.01%
|
1,334.80
-284,100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
522.11
-25.63%
|
702.00
+45.88%
|
481.21
-49.93%
|
961.15
-31.85%
|
1,410.25
+1,769.12%
|
75.45
-0.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
335.58
-35.73%
|
522.11
-25.63%
|
702.00
+45.88%
|
481.21
-49.93%
|
961.15
-31.85%
|
1,410.25
+1,769.12%
|