บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน)
SET · ยานยนต์
0.99
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=18417 out_tok=3116 at=2026-08-13T18:06:59 -->
# NEX พลิกขาดทุน Q2/2569 สู่กำไร 228.55 ล้านบาท รับอานิสงส์ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าฟื้นตัว
## รายได้ยานยนต์ไฟฟ้าฟื้นตัวแรง Q2/2569 พลิกขาดทุนสู่กำไร ขณะที่ธุรกิจคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ยังเติบโตต่อเนื่อง
บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) หรือ NEX รายงานผลประกอบการไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 228.55 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 62.65 ล้านบาทในไตรมาสก่อนหน้า และดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 205.83 ล้านบาท โดยปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของรายได้ในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ประกอบกับการเติบโตอย่างต่อเนื่องของธุรกิจคอมพิวเตอร์และระบบซอฟต์แวร์
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
**หัวใจกำไรของ NEX ในไตรมาส 2 ปี 2569 คือ การพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 228.55 ล้านบาท (ไม่รวมรายการพิเศษ) ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่งของรายได้ในกลุ่มธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ ประกอบกับการเติบโตของธุรกิจคอมพิวเตอร์และระบบซอฟต์แวร์**
**ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น:**
1. **การฟื้นตัวของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์:** แม้ในไตรมาส 2 ปี 2569 จะมีการบันทึกรายการรับคืนสินค้าเพื่อบริหารจัดการและเตรียมส่งมอบให้กับลูกค้าใหม่ ส่งผลให้รายได้สุทธิจากธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ลดลง 25.90 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน แต่เมื่อพิจารณาภาพรวมครึ่งปีแรก บริษัทฯ มีปริมาณการส่งมอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้นถึง 59 คัน คิดเป็นรายได้ที่เพิ่มขึ้น 268.18 ล้านบาท ซึ่งแสดงให้เห็นถึงการเติบโตของปริมาณการขายที่แข็งแกร่ง แม้จะมีการกลับรายการรายได้จากการรับคืนสินค้าก็ตาม การบริหารจัดการสินค้าคงคลังและลูกหนี้การค้าที่ทำได้อย่างมีประสิทธิภาพยังช่วยสนับสนุนการรับรู้รายได้ให้กลับมาเป็นบวกได้
2. **การเติบโตของธุรกิจคอมพิวเตอร์และระบบซอฟต์แวร์:** ธุรกิจส่วนนี้ยังคงเป็นปัจจัยหนุนที่สำคัญ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 19.47 ล้านบาทเมื่อเทียบกับปีก่อน และเพิ่มขึ้น 39.86 ล้านบาทเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการที่ต่อเนื่องในตลาด
3. **การบริหารจัดการต้นทุน:** แม้ต้นทุนขายในธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์จะเพิ่มขึ้นตามปริมาณการส่งมอบ แต่การบริหารจัดการรายการรับคืนสินค้าและการกลับรายการต้นทุนขายส่งผลให้ต้นทุนโดยรวมมีการปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ซึ่งช่วยสนับสนุนอัตรากำไรขั้นต้น
**จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่:**
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยมีปัจจัยสนับสนุนจาก:
* **การขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์:** การเปิดตัวรถยนต์ไฟฟ้าเพื่อการพาณิชย์รุ่น Vantastic และการเป็นผู้จัดจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวสำหรับยานยนต์ไฟฟ้าแบรนด์ BAW รุ่น M8 จะช่วยเพิ่มโอกาสในการสร้างรายได้ในตลาดใหม่ๆ
* **การเติบโตของตลาด EV เชิงพาณิชย์:** ตลาดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น (Early Stage) และมีศักยภาพในการเติบโตสูง สอดคล้องกับนโยบาย ESG ขององค์กรต่างๆ
* **การควบรวมกิจการ:** การเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท ไทยอีวี จำกัด (Thai EV) จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มยานยนต์พาณิชย์ขนาดเล็กถึงกลาง และสร้าง Synergy กับธุรกิจเดิม
* **ความร่วมมือกับพันธมิตรระดับโลก:** การร่วมมือกับ SINOTRUK เพื่อทำตลาดรถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้า จะช่วยขยายฐานรายได้ในกลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
* **โครงการจัดหารถโดยสารสาธารณะ:** สัญญาซื้อขายยานยนต์ไฟฟ้า 1,520 คันกับนครชัยแอร์สำหรับโครงการของ ขสมก. จะเป็นแหล่งรายได้ที่มั่นคงในอนาคต
## Highlight สำคัญ
* **พลิกมีกำไรสุทธิ:** Q2/2569 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 228.55 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 205.83 ล้านบาทใน Q2/2568 และขาดทุน 62.65 ล้านบาทใน Q1/2569
* **รายได้รวมเติบโต YoY:** รายได้รวม Q2/2569 อยู่ที่ 183.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.72 ล้านบาท หรือ 6.82% เมื่อเทียบกับ Q2/2568 ที่ 171.87 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหนุนจากธุรกิจคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์
* **ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าฟื้นตัว:** แม้มีรายการรับคืนสินค้า แต่ปริมาณการส่งมอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 23 คัน YoY หนุนรายได้ 77.30 ล้านบาท แต่ถูกหักล้างด้วยรายการรับคืนสินค้า 103.20 ล้านบาท ทำให้รายได้สุทธิลดลง 25.90 ล้านบาท
* **ครึ่งปีแรกรายได้โตเด่น:** 6M/2569 รายได้รวม 536.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 219.50 ล้านบาท หรือ 69.14% YoY จาก 317.47 ล้านบาท โดยหลักจากการส่งมอบรถไฟฟ้าเชิงพาณิชย์เพิ่มขึ้น 59 คัน
* **สินค้าคงคลังลดลง:** สินค้าคงเหลือสุทธิ ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 1,223.30 ล้านบาท ลดลง 63.94 ล้านบาท จากสิ้นปี 2568 จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
* **การเข้าซื้อกิจการ:** อนุมัติเข้าซื้อหุ้นทั้งหมดของ บริษัท ไทยอีวี จำกัด (Thai EV) มูลค่า 149.95 ล้านบาท เพื่อเสริมความแข็งแกร่งในตลาด EV พาณิชย์ขนาดกลาง
## ภาพรวมผลประกอบการ
บริษัท เน็กซ์ พอยท์ จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย รายงานผลประกอบการในไตรมาส 2 ปี 2569 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ 228.55 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 205.83 ล้านบาท และเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่ขาดทุนสุทธิ 62.65 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมในไตรมาส 2 ปี 2569 อยู่ที่ 183.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.72 ล้านบาท หรือ 6.82% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า
สำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 2569 บริษัทฯ มีรายได้รวม 536.97 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 219.50 ล้านบาท หรือ 69.14% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยมีกำไรสุทธิส่วนของบริษัทใหญ่ (ไม่รวมรายการพิเศษ) อยู่ที่ 268.48 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 106.37 ล้านบาท
## โอกาส
* **การเติบโตของตลาด EV เชิงพาณิชย์:** ตลาดนี้ยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นและมีศักยภาพสูงในการขยายตัว
* **การขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์:** การเปิดตัวรุ่นใหม่และการเป็น Exclusive Distributor ของแบรนด์ BAW จะช่วยเจาะตลาดใหม่
* **การควบรวมกิจการ:** การเข้าซื้อ Thai EV จะเสริมความแข็งแกร่งในกลุ่มยานยนต์พาณิชย์ขนาดเล็กถึงกลาง
* **ความร่วมมือเชิงกลยุทธ์:** การร่วมมือกับ SINOTRUK จะช่วยบุกตลาดรถบรรทุกหนักพลังงานไฟฟ้า
* **โครงการภาครัฐ:** สัญญาจัดหารถโดยสารสาธารณะกับ ขสมก. จะสร้างรายได้ที่มั่นคงในอนาคต
* **นโยบาย ESG:** การให้ความสำคัญกับความยั่งยืนของลูกค้าองค์กรเป็นโอกาสในการนำเสนอโซลูชันสีเขียว
## ความเสี่ยง
* **รายการรับคืนสินค้า:** การบันทึกรายการรับคืนสินค้าในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ส่งผลกระทบต่อรายได้และกำไรขั้นต้นในระยะสั้น
* **ความผันผวนของราคาพลังงาน:** แม้จะใช้ EV แต่ต้นทุนโลจิสติกส์โดยรวมยังคงได้รับผลกระทบจากราคาพลังงาน
* **การแข่งขันในตลาด:** ตลาด EV มีแนวโน้มการแข่งขันที่สูงขึ้น
* **เงื่อนไขบังคับก่อนในการเข้าซื้อกิจการ:** การเข้าซื้อ Thai EV ยังต้องรอให้เงื่อนไขบังคับก่อนสำเร็จลุล่วง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลการดำเนินงานของ Thai EV หลังการควบรวม:** การรับรู้รายได้และ Synergy ที่คาดหวัง
* **ความคืบหน้าในการส่งมอบรถ EV ให้กับ ขสมก.:** การผลิตและการส่งมอบล็อตแรกภายในไตรมาส 2 ปี 2570
* **การตอบรับของตลาดต่อรถบรรทุกหนัก HOWO และ SITRAK:** จากความร่วมมือกับ SINOTRUK
* **การบริหารจัดการสินค้าคงคลัง:** โดยเฉพาะในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า เพื่อรักษาสภาพคล่อง
* **การรับรู้รายได้จากผลิตภัณฑ์ใหม่:** เช่น Vantastic และ BAW M8
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: สินค้าอุตสาหกรรม)
**รายได้:** ใน Q2/2569 รายได้รวมอยู่ที่ 183.59 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.82% YoY โดยธุรกิจคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์เติบโต 19.47 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ แม้ปริมาณส่งมอบเพิ่มขึ้น 23 คัน แต่รายได้สุทธิลดลง 25.90 ล้านบาท เนื่องจากรายการรับคืนสินค้า 103.20 ล้านบาท สำหรับ 6M/2569 รายได้รวมเติบโต 69.14% YoY เป็น 536.97 ล้านบาท จากการส่งมอบรถไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 59 คัน
**ต้นทุนขาย:** Q2/2569 ต้นทุนขายรวม 174.69 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 42.5% YoY โดยต้นทุนธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเพิ่มขึ้น 29.10 ล้านบาทหลังหักรายการกลับรายการต้นทุนจากการรับคืนสินค้า สำหรับ 6M/2569 ต้นทุนขายรวมเพิ่มขึ้น 109.05% YoY เป็น 471.42 ล้านบาท ตามการเติบโตของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้า
**สินค้าคงคลัง:** ณ 30 มิ.ย. 2569 สินค้าคงเหลือสุทธิ 1,223.30 ล้านบาท ลดลง 5.0% จากสิ้นปี 2568 จากการบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
**สินทรัพย์รวม:** ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 6,361.71 ล้านบาท ลดลง 2.44% จากสิ้นปี 2568 โดยเงินสดและรายการเทียบเท่าลดลง 132.42 ล้านบาท ลูกหนี้การค้าลดลง 76.75 ล้านบาท และสินค้าคงเหลือลดลง 63.94 ล้านบาท
**หนี้สินรวม:** ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 2,072.64 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.65% จากสิ้นปี 2568 หลักจากหนี้สินหมุนเวียนที่เกิดจากสัญญา
**ส่วนของผู้ถือหุ้น:** ณ 30 มิ.ย. 2569 อยู่ที่ 4,289.07 ล้านบาท ลดลง 5.14% จากสิ้นปี 2568 เป็นผลจากการรับรู้ผลขาดทุนจากการดำเนินงาน
**กระแสเงินสด:** 6M/2569 กระแสเงินสดสุทธิใช้ไปในกิจกรรมดำเนินงาน 22.26 ล้านบาท ใช้ไปในกิจกรรมลงทุน 82.43 ล้านบาท และใช้ไปในกิจกรรมจัดหาเงิน 27.74 ล้านบาท ส่งผลให้เงินสดและรายการเทียบเท่าลดลงสุทธิ 132.42 ล้านบาท
## สรุปท้าย
NEX พลิกกลับมามีกำไรสุทธิใน Q2/2569 จากการฟื้นตัวของธุรกิจยานยนต์ไฟฟ้าเชิงพาณิชย์และการเติบโตของธุรกิจคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ แม้จะเผชิญกับรายการรับคืนสินค้าในกลุ่มยานยนต์ไฟฟ้า แต่การบริหารจัดการต้นทุนและปริมาณการส่งมอบที่เพิ่มขึ้นในภาพรวม 6 เดือนแรก สะท้อนถึงศักยภาพในการเติบโต นอกจากนี้ การขยายพอร์ตผลิตภัณฑ์ การควบรวมกิจการ และความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขับเคลื่อนการเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคต ท่ามกลางความเสี่ยงจากรายการพิเศษและการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นในตลาด EV
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ NEX ไตรมาส 2/2569
รายได้รวม
228.50
ล้านบาท
↓ 14.3% YoY
กำไรขั้นต้น
-347.01
ล้านบาท
↓ 40.2% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
-151.86
%
กำไรสุทธิ
-865.89
ล้านบาท
↓ 63.6% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-378.95
%
D/E Ratio
0.44
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
228
↓ -14.3%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
-347
↓ -40.2%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-866
↓ -63.6%
YoY
D/E Ratio
0.44
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — NEX
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
0.44
ROE (%)
-30.05
ROA (%)
-14.06
Book Value/หุ้น
0.68
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — NEX
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+4,788
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+56
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — NEX
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
4,788.26
-15,368.69%
|
-31.36
-85.55%
|
-217.03
-122.96%
|
945.44
+181.21%
|
336.21
-568.78%
|
-71.72
-66.81%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
55.67
-89.33%
|
521.81
+169.45%
|
193.66
-171.85%
|
-269.55
-63.15%
|
-731.54
-39.93%
|
-1,217.83
+3,308.42%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
-4,647.37
-1,684.89%
|
293.23
-193.26%
|
-314.43
-1,153.01%
|
29.86
-155.53%
|
-53.77
-102.05%
|
2,624.35
+944.02%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
383.09
-51.12%
|
783.67
-332.00%
|
-337.79
|
0.00
-100.00%
|
880.78
-34.01%
|
1,334.80
-284,100.00%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
522.11
-25.63%
|
702.00
+45.88%
|
481.21
-49.93%
|
961.15
-31.85%
|
1,410.25
+1,769.12%
|
75.45
-0.62%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
335.58
-35.73%
|
522.11
-25.63%
|
702.00
+45.88%
|
481.21
-49.93%
|
961.15
-31.85%
|
1,410.25
+1,769.12%
|