MK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MK
บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.61
+0.01 (+1.67%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7832 out_tok=2728 at=2026-07-25T21:17:35 --> # MK ขาดทุนสุทธิเพิ่ม 181.89 ล้านบาทในปี 2564 รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดธุรกิจอสังหาฯ ## รายได้รวมทรงตัว แต่ต้นทุนพุ่งดันผลขาดทุนสุทธิพุ่งสูง เหตุธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์หดตัวหนัก บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK รายงานผลประกอบการปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 185.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 181.89 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนที่ขาดทุน 3.42 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากการขายและบริการที่ลดลงเล็กน้อย แต่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจหลักของผลประกอบการที่ขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญในปี 2564 คือ **การหดตัวอย่างรุนแรงของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์** โดยเฉพาะรายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่ลดลงถึง 98% ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมของบริษัทลดลงถึง 31.30% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมกลับปรับตัวสูงขึ้น 5.88% ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** สาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงต่อเนื่องตลอดปี 2564 ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของกลุ่มลูกค้าหลักในระดับราคา 3-8 ล้านบาท และปัญหาหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มสูงขึ้น สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการพิจารณาสินเชื่อ ทำให้ความสามารถในการขอสินเชื่อของลูกค้าลดลง นอกจากนี้ บริษัทได้ชะลอการลงทุนพัฒนาโครงการใหม่เพื่อลดความเสี่ยงและบริหารจัดการสินค้าคงเหลืออย่างระมัดระวัง รวมถึงมีการขายที่ดินที่ยังไม่มีแผนพัฒนาในระยะสั้นออกไปเพื่อบริหารสภาพคล่อง **ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมที่สูงขึ้น:** แม้ว่ารายได้รวมจะลดลงเล็กน้อย แต่ต้นทุนขายเพิ่มขึ้น 11.39% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 26.13% ซึ่งเป็นปัจจัยกดดันให้ผลขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่องในบางส่วน แต่มีปัจจัยบวกเข้ามาช่วย** * **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลายลง ประกอบกับมาตรการภาครัฐในการลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 8 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของกลุ่มลูกค้าหลักได้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเข้มงวดของสถาบันการเงินและการบริหารสินค้าคงคลังยังคงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตาม * **ธุรกิจให้เช่าและบริหารอสังหาริมทรัพย์:** มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะในภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 น้อยกว่า และมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ การลงทุนในโครงการใหม่ๆ เช่น บางปะกง และวังน้อย รวมถึงการซื้อหุ้นบริษัทฟรีโซน แอสเซท จะช่วยเพิ่มพื้นที่เช่าในอนาคต * **ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ:** แม้จะยังขาดทุน แต่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว สอดคล้องกับเทรนด์การดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ โดยเฉพาะเมื่อการเปิดประเทศรับลูกค้าต่างชาติเป็นไปได้มากขึ้น ## Highlight สำคัญ * **ขาดทุนสุทธิปี 2564 เพิ่มขึ้น 181.89 ล้านบาท เป็น 185.31 ล้านบาท** จากปีก่อนที่ขาดทุน 3.42 ล้านบาท * **รายได้จากการขายและบริการรวมลดลง 0.85%** อยู่ที่ 3,031.07 ล้านบาท * **กำไรขั้นต้นรวมลดลง 31.30%** อยู่ที่ 601.96 ล้านบาท อัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.66% เป็น 19.86% * **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์รายได้ลดลง 1.95%** โดยเฉพาะรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยลดลง 98% * **ธุรกิจให้เช่าและบริหารอสังหาริมทรัพย์รายได้เพิ่มขึ้น 2.30%** จากการพัฒนาพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานเพิ่มขึ้น * **ธุรกิจสนามกอล์ฟรายได้ลดลง 9.04%** แต่สามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงปีก่อน * **ธุรกิจบริการด้านสุขภาพมีรายได้รวม 3.77 ล้านบาท** แต่ยังคงขาดทุน 97.97 ล้านบาท * **ต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 26.13%** เนื่องจากมีการลงทุนในธุรกิจสุขภาพ * บริษัทได้ขายหุ้นของบริษัท มั่นคง ลิฟวิ่ง จำกัด ทำให้รับรู้กำไรจากการขายบริษัทย่อย 70.9 ล้านบาท ## ภาพรวมผลประกอบการ ในปี 2564 บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK มีรายได้จากการขายและบริการรวม 3,031.07 ล้านบาท ลดลง 0.85% เมื่อเทียบกับปีก่อนที่มีรายได้ 3,056.93 ล้านบาท ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 5.88% เป็น 3,659.38 ล้านบาท ส่งผลให้กำไรขั้นต้นรวมลดลง 31.30% มาอยู่ที่ 601.96 ล้านบาท และอัตรากำไรขั้นต้นลดลงจาก 28.66% เป็น 19.86% โดยรวมแล้ว บริษัทขาดทุนสุทธิ 185.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ขาดทุน 3.42 ล้านบาท ## โอกาส * **มาตรการภาครัฐกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์:** การลดค่าธรรมเนียมการโอนและจดจำนองสำหรับที่อยู่อาศัยราคาไม่เกิน 8 ล้านบาท คาดว่าจะช่วยกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของกลุ่มลูกค้าหลักได้ * **การเติบโตของธุรกิจให้เช่าและบริหารอสังหาริมทรัพย์:** การพัฒนาพื้นที่คลังสินค้าและโรงงานอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการร่วมทุนในโครงการใหม่ จะช่วยเพิ่มรายได้และกำไรในระยะยาว * **ศักยภาพธุรกิจบริการด้านสุขภาพ:** เทรนด์การดูแลสุขภาพและการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพที่เพิ่มขึ้น ประกอบกับการเปิดประเทศรับลูกค้าต่างชาติ จะเป็นโอกาสในการเติบโตของโครงการ "รักษ" * **การปรับโครงสร้างรายได้:** สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจที่มีรายได้สม่ำเสมอและรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้น สะท้อนความสามารถในการสร้างรายได้ที่มั่นคง ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของสถานการณ์โควิด-19:** การแพร่ระบาดระลอกใหม่หรือการกลายพันธุ์ของเชื้อไวรัส อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจและการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ * **ความเข้มงวดของสถาบันการเงิน:** การพิจารณาสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่เข้มงวดขึ้น อาจส่งผลต่อความสามารถในการซื้อของผู้บริโภค * **การบริหารสินค้าคงเหลือ:** การบริหารจัดการสินค้าคงเหลือในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์อย่างมีประสิทธิภาพเป็นสิ่งสำคัญ * **ต้นทุนทางการเงิน:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินจากการลงทุนในธุรกิจใหม่ อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร * **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** ภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อโดยรวม ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **ยอดขาย (Presale) และยอดโอน (Transfer) ของโครงการที่อยู่อาศัย:** โดยเฉพาะโครงการที่อยู่ในระดับราคา 3-8 ล้านบาท * **อัตราการเช่าพื้นที่ (Occupancy Rate) และรายได้ค่าเช่าของโครงการคลังสินค้า/โรงงาน:** โดยเฉพาะโครงการใหม่ที่กำลังพัฒนา * **ความคืบหน้าและการตอบรับของโครงการ "รักษ":** โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดรับลูกค้าต่างชาติ * **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อควบคุมผลขาดทุนและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น * **การบริหารสภาพคล่องและภาระหนี้สิน:** เพื่อรองรับความผันผวนทางเศรษฐกิจ ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์ลดลง 1.95% โดยมีปัจจัยหลักมาจากรายได้จากอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยที่ลดลงถึง 98% เนื่องจากผลกระทบจากโควิด-19 กำลังซื้อที่ลดลง และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน บริษัทได้ชะลอการเปิดโครงการใหม่และเน้นบริหารสินค้าคงเหลือ รวมถึงมีการขายที่ดินที่ยังไม่มีแผนพัฒนาเพื่อเสริมสภาพคล่อง อย่างไรก็ตาม มาตรการภาครัฐที่ออกมาคาดว่าจะช่วยกระตุ้นตลาดได้ในระยะต่อไป **ธุรกิจให้เช่าและบริหารอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เพิ่มขึ้น 2.30% โดยมีปัจจัยหลักมาจากการพัฒนาพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าจะมีผลกระทบจากการขายสิทธิการเช่าในบางส่วนของโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน แต่การขยายพื้นที่เช่าใหม่ๆ ทั้งในโครงการเดิมและโครงการร่วมทุนใหม่ๆ เช่น บางปะกง และวังน้อย จะช่วยเพิ่มรายได้ในอนาคต นอกจากนี้ รายได้จากการบริหารทรัพย์สินในกองทรัสต์ก็เติบโตอย่างมีนัยสำคัญ **ธุรกิจสนามกอล์ฟ:** รายได้ลดลง 9.04% เนื่องจากมาตรการควบคุมโควิด-19 ที่ส่งผลให้ต้องปิดให้บริการชั่วคราว อย่างไรก็ตาม บริษัทสามารถรักษาระดับอัตรากำไรขั้นต้นได้ใกล้เคียงปีก่อน และมีรายได้ในไตรมาส 4 ที่สูงที่สุดเมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อนๆ สะท้อนถึงการฟื้นตัวหลังการกลับมาเปิดให้บริการ **ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ:** โครงการ "รักษ" ยังคงมีผลขาดทุนรวม 97.97 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากค่าเสื่อมราคาและค่าใช้จ่ายบุคลากร แม้ว่าการเปิดให้บริการจะล่าช้าและได้รับผลกระทบจากโควิด-19 แต่บริษัทเชื่อมั่นในศักยภาพของธุรกิจนี้ในระยะยาว โดยเฉพาะเมื่อมีการเปิดประเทศรับลูกค้าต่างชาติ และได้ปรับกลยุทธ์เข้าถึงกลุ่มลูกค้าภายในประเทศได้ผลตอบรับที่ดี ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าบริษัทได้ขายที่ดินที่ยังไม่มีแผนการพัฒนาในระยะสั้นจำนวน 86.8 ล้านบาท เพื่อบริหารจัดการสภาพคล่องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด และมีการขายหุ้นของบริษัท มั่นคง ลิฟวิ่ง จำกัด ทำให้มีเงินทุนหมุนเวียนเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ บริษัทยังเน้นให้ความสำคัญในการดำรงสินทรัพย์สภาพคล่องเพื่อป้องกันความเสี่ยงจากความผันผวนทางเศรษฐกิจมากกว่าการลดภาระหนี้สิน ## สรุปท้าย ปี 2564 เป็นปีที่ท้าทายสำหรับ MK โดยเฉพาะธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักจากโควิด-19 ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การปรับโครงสร้างรายได้ไปสู่ธุรกิจให้เช่าและบริหารอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงธุรกิจบริการด้านสุขภาพที่มีแนวโน้มเติบโตในระยะยาว ประกอบกับมาตรการกระตุ้นอสังหาริมทรัพย์จากภาครัฐ เป็นปัจจัยที่น่าจับตาว่าบริษัทจะสามารถพลิกฟื้นผลประกอบการให้กลับมาเติบโตได้อย่างไรในอนาคต
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
442.82 ล้านบาท
↓ 26.8% YoY
กำไรขั้นต้น
133.69 ล้านบาท
↓ 26.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.19 %
กำไรสุทธิ
-157.34 ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-35.53 %
D/E Ratio
2.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
443
↓ -26.8% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
134
↓ -26.9% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-157
↑ + 3.4% YoY
D/E Ratio
2.33

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม
442.82
-26.84%
605.32
+61.77%
374.19
+1.51%
368.62
-74.56%
1,449.12
+65.24%
876.97
+1.83%
กำไรขั้นต้น
133.69
-26.91%
182.90
+153.76%
72.08
-23.71%
94.48
-75.59%
387.01
+67.38%
231.22
-16.21%
ค่าใช้จ่ายรวม
178.20
+3.51%
172.15
-23.65%
225.46
-27.79%
312.23
+23.46%
252.90
-5.86%
268.64
+12.09%
กำไรสุทธิ
-157.34
-3.38%
-152.20
+57.27%
-356.23
-493.41%
90.55
+87.43%
48.31
+244.25%
-33.49
+39.41%
กำไรต่อหุ้น
-0.11
-2.80%
-0.11
+57.20%
-0.25
-490.63%
0.06
+88.24%
0.03
+241.67%
-0.02
+38.46%
อัตรากำไรขั้นต้น(%)
30.19
-0.10%
30.22
+56.91%
19.26
-24.85%
25.63
-4.04%
26.71
+1.29%
26.37
-17.70%
อัตราค่าใช้จ่าย(%)
40.24
+41.49%
28.44
-52.80%
60.25
-28.87%
84.70
+385.39%
17.45
-43.03%
30.63
+10.06%
อัตรากำไรสุทธิ(%)
-35.53
-41.33%
-25.14
+73.59%
-95.20
-487.62%
24.56
+637.54%
3.33
+187.17%
-3.82
+40.50%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ
120.85
+66.69%
72.50
+304.12%
17.94
+336.50%
4.11
-98.45%
265.38
-3.15%
274.02
+33,517.07%
ROE(%)
-8.83
+40.94%
-14.95
-34.20%
-11.14
-1,889.29%
-0.56
+80.21%
-2.83
+85.09%
-18.98
ROA(%)
1.99
+485.29%
0.34
-62.22%
0.90
+63.64%
0.55
-50.00%
1.10
+300.00%
-0.55
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น
2.33
-27.64%
3.22
+33.61%
2.41
+16.43%
2.07
+6.70%
1.94
-36.39%
3.05
P/E
-100.00
-100.00
-100.00
-100.00
0.00
0.00
-100.00%
P/BV
0.16
-56.76%
0.37
-5.13%
0.39
-18.75%
0.48
-7.69%
0.52
+4.00%
0.50
+2.04%
BV
3.59
-12.86%
4.12
-25.09%
5.50
-5.66%
5.83
-0.68%
5.87
-5.78%
6.23
-0.80%
YIELD(%)
0.00
0.00
-100.00%
5.14
0.00
-100.00%
3.62
0.00
-100.00%
ราคาหุ้น
0.59
-61.44%
1.53
-28.50%
2.14
-23.02%
2.78
-8.55%
3.04
-2.56%
3.12
+1.30%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.33
ROE (%)
-8.83
ROA (%)
1.99
Book Value/หุ้น
3.33

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน
4,963.38
-39.51%
8,205.90
+79.49%
4,571.73
-21.23%
5,803.95
+4.66%
5,545.43
-12.27%
6,321.17
-8.48%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน
11,436.38
-27.76%
15,831.05
+7.05%
14,787.78
+5.17%
14,060.66
+4.19%
13,495.10
+15.70%
11,664.08
+19.02%
รวมสินทรัพย์
16,399.75
-31.77%
24,036.95
+24.16%
19,359.52
-2.54%
19,864.60
+4.33%
19,040.52
+5.87%
17,985.25
+7.65%
รวมหนี้สินหมุนเวียน
6,721.44
-28.85%
9,447.43
+61.00%
5,868.15
-1.53%
5,959.25
-5.30%
6,292.48
+25.09%
5,030.25
+41.55%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน
4,759.73
-46.48%
8,894.12
+13.74%
7,819.69
+5.07%
7,442.53
+18.52%
6,279.60
-0.55%
6,314.02
-0.70%
รวมหนี้สิน
11,481.17
-37.40%
18,341.56
+34.00%
13,687.84
+2.13%
13,401.78
+6.60%
12,572.09
+10.82%
11,344.27
+14.45%
รวมส่วนของเจ้าของ
4,918.58
-13.64%
5,695.39
+0.42%
5,671.68
-12.24%
6,462.82
-0.09%
6,468.44
-2.60%
6,640.98
-2.27%
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น
-8.83
-14.95
-11.14
-0.56
-2.83
-18.98
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์
1.99
0.34
0.90
0.55
1.10
-0.55
อัตราส่วนสภาพคล่อง
0.74
0.87
0.78
0.97
0.88
0.56
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว
0.17
0.04
0.16
0.24
0.09
0.13
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย
172.39
95.35
0.00
0.00
9.17
6.74
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย
1,917.38
1,469.06
0.00
0.00
736.78
946.36
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า
239.43
235.88
0.00
0.00
65.87
62.69
วงจรเงินสด
1,850.34
1,328.53
0.00
0.00
680.07
890.41
D/E
2.33
3.22
2.41
2.07
1.94
1.71
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+929
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-5,756
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน
929.47
-125.35%
-3,665.92
+105.84%
-1,780.96
+129.89%
-774.71
-185.18%
909.46
+84.96%
491.70
+103.36%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน
-5,755.61
-341.95%
2,378.86
-230.57%
-1,821.87
-216.71%
1,561.04
+191.94%
534.71
-373.09%
-195.80
-88.66%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน
4,900.60
+229.10%
1,489.08
-56.87%
3,452.46
-352.55%
-1,367.03
-2.74%
-1,405.53
+487.35%
-239.30
-130.72%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ)
75.16
-41.37%
128.20
-185.11%
-150.62
-74.05%
-580.49
-1,601.91%
38.65
-31.71%
56.60
-515.87%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด
40.70
-82.44%
231.74
-44.25%
415.67
+141.40%
172.19
+4.98%
164.02
+52.69%
107.42
+22.04%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด
249.96
+514.15%
40.70
-82.44%
231.74
-44.25%
415.67
+141.40%
172.19
+4.98%
164.02
+52.69%