บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.61
+0.01 (+1.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7793 out_tok=3206 at=2026-07-25T22:30:05 -->
# MK Q3/2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 62.3 ล้านบาท รับรายได้อสังหาฯ ฟื้นตัว
## รายได้รวมหดตัว 20.41% แต่กำไรขั้นต้นทรงตัว ฝ่ายจัดการเร่งปรับกลยุทธ์รับมือโควิด-19
บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 62.3 ล้านบาท เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 125.04 ล้านบาท แม้รายได้รวมจากการขายและบริการจะลดลง 6.12% แต่กำไรขั้นต้นโดยรวมยังทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน โดยมีปัจจัยหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ทำให้หลายธุรกิจต้องหยุดชะงัก อย่างไรก็ตาม ฝ่ายจัดการยังคงมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนและสภาพคล่อง พร้อมเตรียมแผนเพิ่มรายได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MK ในไตรมาส 3 ปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุน มาจากผลกระทบโดยตรงของการแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ประกอบกับการรับรู้รายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์ของบริษัทย่อยในปีก่อน
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงคือ **การขาดทุนสุทธิ 62.3 ล้านบาท** ในไตรมาส 3 ปี 2564 เทียบกับกำไรสุทธิ 125.04 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยสำคัญ 2 ประการ คือ
* **ผลกระทบจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น:** ส่งผลให้ธุรกิจสนามกอล์ฟต้องหยุดให้บริการ และธุรกิจบริการด้านสุขภาพได้รับผลกระทบจากการระงับการให้บริการ ทำให้รายได้และกำไรขั้นต้นของสองธุรกิจนี้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
* **การรับรู้กำไรจากการขายทรัพย์สินของบริษัทย่อยในปี 2563:** ในไตรมาส 3 ปี 2563 บริษัท พรอสเพค ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อย ได้รับรู้กำไรจากการขายทรัพย์สินบางส่วนของโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน จำนวน 263.30 ล้านบาท ซึ่งเป็นรายการพิเศษที่ไม่ได้เกิดขึ้นในปีนี้ ทำให้รายได้รวมของกลุ่มบริษัทลดลงอย่างมากเมื่อเทียบกับปีก่อน
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **ธุรกิจสนามกอล์ฟ:** การประกาศเคอร์ฟิวและมาตรการปิดสถานบริการต่างๆ ทำให้สนามกอล์ฟต้องหยุดให้บริการตั้งแต่วันที่ 17 กรกฎาคม - 31 สิงหาคม 2564 เป็นระยะเวลา 45 วัน ส่งผลให้รายได้ในไตรมาสนี้ลดลง 21.45% เมื่อเทียบกับปีก่อน แม้จะมีการบำรุงรักษาสนามอย่างสม่ำเสมอและเตรียมมาตรการความปลอดภัยเมื่อเปิดให้บริการ แต่ผลกระทบจากการปิดยาวนานก็ส่งผลต่อผลประกอบการโดยตรง
* **ธุรกิจบริการด้านสุขภาพ:** ธุรกิจนี้ก็ได้รับผลกระทบจากการระงับการให้บริการตามมาตรการของภาครัฐ ทำให้รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ แม้จะมีการปรับกลยุทธ์ขายคูปองล่วงหน้าและเตรียมแผนสำหรับลูกค้าต่างชาติ แต่ก็ยังไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากการปิดบริการได้ทั้งหมด
* **รายการพิเศษปีก่อน:** การที่ปีก่อนมีกำไรจากการขายทรัพย์สินของบริษัทย่อย ทำให้ฐานกำไรของปีก่อนสูงกว่าปกติ เมื่อเทียบกับปีนี้ที่ไม่มีรายการดังกล่าว จึงทำให้ผลประกอบการโดยรวมดูเหมือนลดลงอย่างมาก
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ลักษณะครั้งคราว**
จากเอกสารระบุว่า ผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ในไตรมาส 3 ปี 2564 นั้นรุนแรงกว่าทุกไตรมาสที่ผ่านมา แต่กลุ่มบริษัทสามารถมีผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปี โดยมีผลขาดทุนลดลงอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการควบคุมต้นทุนและปรับลดค่าใช้จ่าย รวมถึงรักษาสภาพคล่อง และได้เตรียมแผนเพิ่มรายได้จากธุรกิจต่างๆ เมื่อสถานการณ์คลี่คลายลง โดยเชื่อมั่นในโอกาสทางธุรกิจที่ได้เริ่มดำเนินการไปแล้วเพื่อสร้างฐานรายได้อย่างสม่ำเสมอตามแผนการปรับโครงสร้างรายได้ นอกจากนี้ นโยบายผ่อนคลายมาตรการ LTV ของธนาคารแห่งประเทศไทย และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว จะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและภาคอสังหาริมทรัพย์ในไตรมาสถัดไป
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 62.3 ล้านบาท:** เทียบกับกำไร 125.04 ล้านบาทใน Q3/2563 เนื่องจากผลกระทบโควิด-19 และไม่มีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เหมือนปีก่อน
* **รายได้รวมลดลง 20.41%:** อยู่ที่ 815.17 ล้านบาท จาก 1,024.27 ล้านบาทในปีก่อน
* **กำไรขั้นต้นทรงตัว:** อยู่ที่ 199.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย 0.01% จาก 199.32 ล้านบาทในปีก่อน
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:** รายได้เพิ่มขึ้น 8.59% เป็น 663.99 ล้านบาท จาก 611.48 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีปัจจัยบวกจากมาตรการผ่อนคลาย LTV และการเปิดประเทศ
* **ธุรกิจสนามกอล์ฟและบริการสุขภาพ:** ได้รับผลกระทบหนักจากการล็อกดาวน์ ทำให้รายได้ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2564 บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK มีรายได้รวมจากการขายและบริการอยู่ที่ 815.17 ล้านบาท ลดลง 20.41% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้รวม 1,024.27 ล้านบาท โดยมีปัจจัยหลักมาจากการลดลงของรายได้ในธุรกิจสนามกอล์ฟและธุรกิจบริการด้านสุขภาพ อันเนื่องมาจากมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม กำไรขั้นต้นโดยรวมยังคงทรงตัวใกล้เคียงปีก่อน อยู่ที่ 199.35 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.01% จาก 199.32 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งสะท้อนถึงความสามารถในการบริหารจัดการต้นทุนของธุรกิจหลัก
เมื่อพิจารณารายได้จากการขายและบริการแยกตามกลุ่มธุรกิจ พบว่า ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์มีรายได้เพิ่มขึ้น 8.59% เป็น 663.99 ล้านบาท จาก 611.48 ล้านบาทในปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากการเสนอขายสินค้าแบบออนไลน์ การให้ความรู้เกี่ยวกับการขอสินเชื่อ และโปรโมชั่นที่ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ซื้อ ประกอบกับนโยบายผ่อนคลายมาตรการ LTV และการเปิดประเทศที่คาดว่าจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในไตรมาสถัดไป
ในทางกลับกัน ธุรกิจให้เช่าและบริการมีรายได้ลดลง 1.89% เป็น 88.28 ล้านบาท จาก 89.99 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดลงของรายได้จากพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานในโครงการบางกอกฟรีเทรดโซน หลังจากการขายทรัพย์สินบางส่วนออกไป อย่างไรก็ตาม บริษัทได้มีการพัฒนาพื้นที่เพิ่มและสามารถบริหารจัดการพื้นที่ได้ดี ทำให้อัตราการเช่า (Occupancy rate) ยังคงสูงถึงร้อยละ 90
สำหรับธุรกิจสนามกอล์ฟและบริหารอสังหาริมทรัพย์ รายได้ลดลง 21.45% เป็น 30.96 ล้านบาท จาก 39.42 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากสนามกอล์ฟต้องหยุดให้บริการตามมาตรการล็อกดาวน์ แต่ธุรกิจบริหารอสังหาริมทรัพย์ยังคงเติบโตได้ดี
ผลประกอบการโดยรวมในไตรมาส 3 ปี 2564 ขาดทุนสุทธิ 62.31 ล้านบาท เทียบกับกำไรสุทธิ 125.04 ล้านบาทในปีก่อน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการไม่มีรายการพิเศษจากการขายทรัพย์สินของบริษัทย่อยในปีนี้ ซึ่งในปี 2563 มีกำไรจากการขายทรัพย์สินดังกล่าวถึง 263.30 ล้านบาท ประกอบกับต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น 28.91% จากการลงทุนเพื่อสร้างธุรกิจใหม่
## โอกาส
* **มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ:** การผ่อนคลายมาตรการ LTV ชั่วคราว และการเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยว คาดว่าจะช่วยกระตุ้นความเชื่อมั่นและกำลังซื้อในภาคอสังหาริมทรัพย์
* **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจ:** การเน้นการเสนอขายสินค้าออนไลน์ การให้ความรู้และคำปรึกษาด้านสินเชื่อ รวมถึงโปรโมชั่นที่ช่วยแบ่งเบาภาระผู้ซื้อ จะช่วยรักษาฐานลูกค้าในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์
* **การพัฒนาพื้นที่เช่า:** การพัฒนาอาคารคลังสินค้า/โรงงานเพิ่ม และการบริหารจัดการพื้นที่เช่าที่ดี ทำให้มีอัตราการเช่าสูงในธุรกิจให้เช่าและบริการ
* **การขยายตลาดธุรกิจสุขภาพ:** การเตรียมพร้อมขายให้กับลูกค้าต่างชาติ การทำการตลาดเชิงรุกสำหรับลูกค้าภายในประเทศ และการเสนอขายแพ็กเกจพิเศษ จะช่วยเพิ่มรายได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมต้นทุนและปรับลดค่าใช้จ่ายให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม จะช่วยรักษาความสามารถในการทำกำไร
## ความเสี่ยง
* **สถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19:** ความรุนแรงของการระบาดที่อาจยืดเยื้อ ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค รวมถึงอาจมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวดขึ้น
* **ความสามารถในการขอสินเชื่อ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ซบเซาอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการขอสินเชื่อที่อยู่อาศัยของลูกค้ากลุ่มเป้าหมายหลัก
* **ต้นทุนทางการเงิน:** การลงทุนเพื่อสร้างธุรกิจใหม่และการปรับโครงสร้างรายได้ อาจส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินเพิ่มสูงขึ้น
* **การแข่งขันในตลาด:** ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีการแข่งขันสูง ทั้งในด้านราคาและโปรโมชั่น
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและภายในประเทศ อาจส่งผลกระทบต่อภาพรวมการลงทุนและการบริโภค
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การฟื้นตัวของธุรกิจสนามกอล์ฟและบริการสุขภาพ:** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการและเปิดประเทศ
* **ผลตอบรับจากมาตรการผ่อนคลาย LTV และการเปิดประเทศ:** ต่อการตัดสินใจซื้ออสังหาริมทรัพย์
* **ความคืบหน้าในการพัฒนาโครงการใหม่และการบริหารจัดการ Backlog:** เพื่อสร้างรายได้ในอนาคต
* **การบริหารจัดการต้นทุนและค่าใช้จ่าย:** เพื่อรักษาความสามารถในการทำกำไร
* **การบริหารสภาพคล่อง:** เพื่อรองรับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
**ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์:**
* **รายได้:** เพิ่มขึ้น 8.59% YoY เป็น 663.99 ล้านบาท โดยมีปัจจัยบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ และการปรับกลยุทธ์การขายออนไลน์
* **Presale/Backlog:** เอกสารไม่ได้ระบุตัวเลข Presale และ Backlog โดยตรง แต่กล่าวถึงการเสนอขายสินค้าแบบออนไลน์และการให้ความรู้ด้านสินเชื่อ ซึ่งสะท้อนถึงความพยายามในการรักษาฐานลูกค้า
* **ต้นทุนก่อสร้าง:** ไม่ได้ระบุรายละเอียด แต่มีการกล่าวถึงการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายโดยรวม
* **D/E:** ไม่ได้ระบุในเอกสาร
* **กระแสเงินสดจากโครงการ:** ไม่ได้ระบุรายละเอียด
**ธุรกิจให้เช่าและบริการ:**
* **Occupancy Rate:** สูงถึงร้อยละ 90 ณ สิ้นไตรมาส 3 ปี 2564
* **รายได้ค่าเช่า:** มีสัดส่วนรายได้จากค่าเช่าและบริการในโครงการพาร์คคอร์ทจำนวน 13.73 ล้านบาท สร้างรายได้สม่ำเสมอ
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
* **ต้นทุนทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 28.91% YoY เป็น 123.90 ล้านบาท จาก 96.11 ล้านบาทในปีก่อน เนื่องจากการลงทุนเพื่อสร้างธุรกิจใหม่
* **ค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร:** ลดลง 15.00% YoY เป็น 190.44 ล้านบาท จาก 224.05 ล้านบาทในปีก่อน
* **สภาพคล่อง:** ฝ่ายจัดการให้ความสำคัญกับการรักษาสภาพคล่องให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
## สรุปท้าย
MK ในไตรมาส 3 ปี 2564 เผชิญความท้าทายจากการระบาดของโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ธุรกิจสนามกอล์ฟและบริการสุขภาพได้รับผลกระทบหนัก ประกอบกับการไม่มีรายการพิเศษจากการขายสินทรัพย์เหมือนปีก่อน ทำให้บริษัทขาดทุนสุทธิ 62.3 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังคงเติบโตได้ดีจากมาตรการกระตุ้นของภาครัฐ และการปรับกลยุทธ์การขาย ฝ่ายจัดการมุ่งเน้นการควบคุมต้นทุนและรักษาสภาพคล่อง พร้อมเตรียมพร้อมรับโอกาสเมื่อสถานการณ์คลี่คลาย ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาในไตรมาสถัดไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MK ไตรมาส 3/2564
รายได้รวม
442.82
ล้านบาท
↓ 26.8% YoY
กำไรขั้นต้น
133.69
ล้านบาท
↓ 26.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.19
%
กำไรสุทธิ
-157.34
ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-35.53
%
D/E Ratio
2.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
443
↓ -26.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
134
↓ -26.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-157
↑ + 3.4%
YoY
D/E Ratio
2.33
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.33
ROE (%)
-8.83
ROA (%)
1.99
Book Value/หุ้น
3.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+929
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-5,756
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
929.47
-125.35%
|
-3,665.92
+105.84%
|
-1,780.96
+129.89%
|
-774.71
-185.18%
|
909.46
+84.96%
|
491.70
+103.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5,755.61
-341.95%
|
2,378.86
-230.57%
|
-1,821.87
-216.71%
|
1,561.04
+191.94%
|
534.71
-373.09%
|
-195.80
-88.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,900.60
+229.10%
|
1,489.08
-56.87%
|
3,452.46
-352.55%
|
-1,367.03
-2.74%
|
-1,405.53
+487.35%
|
-239.30
-130.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
75.16
-41.37%
|
128.20
-185.11%
|
-150.62
-74.05%
|
-580.49
-1,601.91%
|
38.65
-31.71%
|
56.60
-515.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.70
-82.44%
|
231.74
-44.25%
|
415.67
+141.40%
|
172.19
+4.98%
|
164.02
+52.69%
|
107.42
+22.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
249.96
+514.15%
|
40.70
-82.44%
|
231.74
-44.25%
|
415.67
+141.40%
|
172.19
+4.98%
|
164.02
+52.69%
|