บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
0.61
+0.01 (+1.67%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=7578 out_tok=2824 at=2026-07-25T21:38:36 -->
# MK กำไร Q3/2565 พลิกขาดทุนเป็นกำไร เผยรายได้อสังหาฯ แนวราบ-อุตสาหกรรมฟื้นตัว
## รายได้รวมโต 37% รับแรงหนุนอสังหาฯ แนวราบ-อุตสาหกรรม ขณะธุรกิจสนามกอล์ฟ-สุขภาพยังเผชิญแรงกดดัน
บริษัท มั่นคงเคหะการ จำกัด (มหาชน) หรือ MK รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 87.66 ล้านบาท จากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 62.31 ล้านบาท โดยมีรายได้รวมเพิ่มขึ้น 37.40% เป็น 1,120.05 ล้านบาท ปัจจัยหลักมาจากการฟื้นตัวของธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแนวราบ และธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MK พลิกจากขาดทุนเป็นกำไรในไตรมาส 3 ปี 2565 คือ **การเติบโตอย่างมีนัยสำคัญของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นในธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแนวราบและธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม** โดยรายได้รวมเติบโตถึง 37.40% และอัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นจาก 25.35% เป็น 46.87%
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย:** รายได้เติบโต 32.47% จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจหลังผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ประกอบกับความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบที่ยังคงสูง โดยสินค้าของบริษัทตอบโจทย์ความคุ้มค่าและราคาที่เหมาะสม (1.5-3 ล้านบาท) นอกจากนี้ มาตรการสนับสนุนจากภาครัฐ เช่น การลดค่าธรรมเนียมโอน/จดจำนอง และการผ่อนคลาย LTV รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่ยังไม่สูงมากนัก เป็นปัจจัยบวกกระตุ้นการตัดสินใจซื้อ บริษัทเน้นบริหารต้นทุนและสินค้าคงคลังอย่างระมัดระวัง ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างมากจาก 26.42% เป็น 47.92%
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม:** รายได้เติบโต 11.69% จากการพัฒนาคลังสินค้า/โรงงานให้เช่าเพิ่มขึ้น โดยมีพื้นที่ให้เช่ารวม 29,000 ตารางเมตร และอัตราการเช่า 90% นอกจากนี้ รายได้จากการบริหารงานก่อสร้างและบริหารอสังหาริมทรัพย์ให้กับกองทรัสต์และบริษัทร่วมทุน รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่า 60% ยังช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมของธุรกิจนี้
ในทางตรงกันข้าม ธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับมีรายได้เติบโต 174.28% และธุรกิจสุขภาพองค์รวมมีรายได้เติบโต 386.46% แต่ทั้งสองธุรกิจยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น โดยเฉพาะธุรกิจสุขภาพองค์รวมที่ยังคงมีต้นทุนคงที่สูงและยอดขายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** สำหรับธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยและอุตสาหกรรม โดยฝ่ายจัดการระบุว่ามาตรการสนับสนุนจากภาครัฐจะยังคงมีผลต่อเนื่องถึงไตรมาส 4 ปีนี้ และบริษัทเน้นการบริหารต้นทุนอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การพัฒนาคลังสินค้า/โรงงานให้เช่าและการบริหารอสังหาริมทรัพย์ให้กับกองทรัสต์ยังเป็นรายได้ที่ต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ธุรกิจสุขภาพองค์รวมยังคงต้องจับตาการเปิดสาขาใหม่และการฟื้นตัวของกำลังซื้อของผู้บริโภค
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** MK มีกำไรสุทธิ 87.66 ล้านบาทใน Q3/2565 เทียบกับขาดทุน 62.31 ล้านบาทใน Q3/2564
* **รายได้รวมเติบโต 37.40%:** รายได้รวมอยู่ที่ 1,120.05 ล้านบาท จาก 815.17 ล้านบาทในปีก่อน
* **อัตรากำไรขั้นต้นพุ่ง:** อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญจาก 25.35% เป็น 46.87%
* **อสังหาฯ แนวราบฟื้นตัว:** รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยเติบโต 32.47% จากความต้องการที่สูงและมาตรการรัฐหนุน
* **อสังหาฯ อุตสาหกรรมเติบโต:** รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 11.69% จากพื้นที่เช่าที่เพิ่มขึ้นและอัตราการเช่าสูง
* **ธุรกิจสุขภาพยังขาดทุน:** แม้รายได้เติบโตสูง แต่ธุรกิจสุขภาพองค์รวมยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้น
## ภาพรวมผลประกอบการ
ในไตรมาส 3 ปี 2565 บริษัทและบริษัทย่อยมีรายได้จากการขายและบริการรวม 1,120.05 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 304.88 ล้านบาท หรือ 37.40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยมีกำไรขั้นต้นรวม 490.51 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 291.17 ล้านบาท หรือ 146.06% ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้นรวมเพิ่มขึ้นจาก 25.35% เป็น 46.87% ขณะที่ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 17.52% เป็น 1,037.12 ล้านบาท โดยมีต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 30.07% และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 48.60% ส่งผลให้บริษัทมีกำไรสุทธิ 87.66 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุทธิ 62.31 ล้านบาทในปีก่อน
สำหรับงวด 9 เดือนแรกของปี 2565 บริษัทมีรายได้รวม 2,193.79 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 11.70% และมีกำไรขั้นต้นรวม 783.86 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 56.88% แต่อย่างไรก็ตาม ต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวมเพิ่มขึ้น 3.18% โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 19.20% และต้นทุนทางการเงินเพิ่มขึ้น 23.94% ส่งผลให้บริษัทมีผลขาดทุนสุทธิ 126.38 ล้านบาท ลดลงเมื่อเทียบกับขาดทุน 233.62 ล้านบาทในปีก่อน
## โอกาส
* **มาตรการภาครัฐหนุนตลาดอสังหาริมทรัพย์:** การลดค่าธรรมเนียมโอน/จดจำนอง และการผ่อนคลาย LTV จะยังคงเป็นปัจจัยบวกต่อการตัดสินใจซื้อบ้าน
* **ความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบต่อเนื่อง:** สินค้าของบริษัทที่เน้นความคุ้มค่าและตอบโจทย์การอยู่อาศัยระยะยาว ยังคงเป็นที่ต้องการของตลาด
* **การเติบโตของธุรกิจอุตสาหกรรม:** การขยายพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานให้เช่า และการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ให้กับกองทรัสต์ จะสร้างรายได้ที่ต่อเนื่อง
* **การเปิดธุรกิจสุขภาพองค์รวมแห่งใหม่:** การเปิดสาขาใหม่ที่สามพราน นครปฐม คาดว่าจะช่วยเพิ่มรายได้และชดเชยต้นทุนคงที่ได้ในอนาคต
* **การปรับโครงสร้างรายได้:** สัดส่วนกำไรขั้นต้นจากธุรกิจที่มีรายได้ต่อเนื่อง (recurring) และรายได้จากการให้บริการเพิ่มขึ้นเป็น 70% สะท้อนการปรับตัวที่ดีขึ้น
## ความเสี่ยง
* **ภาวะเงินเฟ้อและค่าครองชีพสูง:** ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค
* **ต้นทุนทางการเงินที่สูงขึ้น:** การเพิ่มขึ้นของต้นทุนทางการเงินส่งผลต่อค่าใช้จ่ายของบริษัท
* **ธุรกิจสุขภาพองค์รวมยังขาดทุน:** แม้รายได้เติบโต แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้นจากการดำเนินงาน
* **ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ:** สภาวะเศรษฐกิจที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจน อาจส่งผลกระทบต่อยอดขายและการลงทุน
* **การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์:** ตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงมีการแข่งขันสูง
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **ผลประกอบการธุรกิจสุขภาพองค์รวมหลังเปิดสาขาใหม่:** ประสิทธิภาพในการสร้างรายได้และลดผลขาดทุน
* **อัตราการเช่าพื้นที่ในธุรกิจอุตสาหกรรม:** การรักษาอัตราการเช่าให้อยู่ในระดับสูง
* **การบริหารต้นทุนค่าก่อสร้าง:** ท่ามกลางภาวะเงินเฟ้อ
* **การตอบรับของตลาดต่อโครงการที่อยู่อาศัยใหม่:** โดยเฉพาะในระดับราคาที่บริษัทเน้น
* **แนวโน้มอัตราดอกเบี้ย:** ผลกระทบต่อต้นทุนทางการเงินและกำลังซื้อของผู้บริโภค
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัย:** รายได้จากการขายอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้น 32.47% โดยมีปัจจัยหนุนจากเศรษฐกิจที่ฟื้นตัว มาตรการภาครัฐ และความต้องการที่อยู่อาศัยแนวราบที่สูง บริษัทเน้นสินค้าที่คุ้มค่าและเสนอโปรโมชั่นเพื่อลดภาระลูกค้า อัตราการอนุมัติสินเชื่อที่อยู่อาศัยที่สูงขึ้นเป็นปัจจัยบวกสำคัญ อัตรากำไรขั้นต้นของธุรกิจนี้เพิ่มขึ้นอย่างโดดเด่นจาก 26.42% เป็น 47.92%
* **ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรม:** รายได้เพิ่มขึ้น 11.69% จากการเพิ่มพื้นที่คลังสินค้า/โรงงานให้เช่า และอัตราการเช่าที่ 90% นอกจากนี้ รายได้จากการบริหารงานก่อสร้างและบริหารอสังหาริมทรัพย์ให้กับกองทรัสต์และบริษัทร่วมทุน รวมถึงอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงกว่า 60% ยังช่วยหนุนผลประกอบการ
* **ธุรกิจสนามกอล์ฟและสปอร์ตคลับ:** รายได้เติบโต 174.28% จากการตลาดที่เข้มข้น การจัดแข่งขันกอล์ฟ และการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ทำให้มีจำนวนนักกอล์ฟและรายได้สะสม 9 เดือนสูงสุดเป็นประวัติการณ์
* **ธุรกิจสุขภาพองค์รวม:** รายได้เติบโต 386.46% แต่ยังคงมีผลขาดทุนขั้นต้นจากการดำเนินงาน เนื่องจากต้นทุนคงที่สูงและยอดขายยังไม่เป็นไปตามเป้าหมาย บริษัทกำลังเตรียมเปิดสาขาใหม่ที่สามพราน นครปฐม
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
เอกสารไม่ได้ให้รายละเอียดเกี่ยวกับฐานะการเงินและกระแสเงินสดโดยตรง แต่ระบุว่าบริษัทมีการใช้เงินลงทุนเพื่อขยายธุรกิจใหม่ตามแผนการปรับโครงสร้างรายได้ในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนทางการเงินและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารเพิ่มสูงขึ้น
## สรุปท้าย
MK สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิในไตรมาส 3 ปี 2565 ได้อย่างน่าประทับใจ โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่อาศัยแนวราบที่ฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง และธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เพื่ออุตสาหกรรมที่เติบโตต่อเนื่อง ควบคู่ไปกับการบริหารต้นทุนที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าธุรกิจสุขภาพองค์รวมจะยังคงเป็นแรงกดดัน แต่การปรับโครงสร้างรายได้และการเปิดสาขาใหม่ในอนาคตเป็นโอกาสสำคัญที่ต้องจับตา การเติบโตของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงขึ้น สะท้อนถึงศักยภาพในการดำเนินงานที่ดีขึ้นของบริษัท ท่ามกลางความท้าทายจากภาวะเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MK ไตรมาส 3/2565
รายได้รวม
442.82
ล้านบาท
↓ 26.8% YoY
กำไรขั้นต้น
133.69
ล้านบาท
↓ 26.9% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
30.19
%
กำไรสุทธิ
-157.34
ล้านบาท
↑ 3.4% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
-35.53
%
D/E Ratio
2.33
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
443
↓ -26.8%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
134
↓ -26.9%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
-157
↑ + 3.4%
YoY
D/E Ratio
2.33
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
2.33
ROE (%)
-8.83
ROA (%)
1.99
Book Value/หุ้น
3.33
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
+929
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
-5,756
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
929.47
-125.35%
|
-3,665.92
+105.84%
|
-1,780.96
+129.89%
|
-774.71
-185.18%
|
909.46
+84.96%
|
491.70
+103.36%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
-5,755.61
-341.95%
|
2,378.86
-230.57%
|
-1,821.87
-216.71%
|
1,561.04
+191.94%
|
534.71
-373.09%
|
-195.80
-88.66%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
4,900.60
+229.10%
|
1,489.08
-56.87%
|
3,452.46
-352.55%
|
-1,367.03
-2.74%
|
-1,405.53
+487.35%
|
-239.30
-130.72%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
75.16
-41.37%
|
128.20
-185.11%
|
-150.62
-74.05%
|
-580.49
-1,601.91%
|
38.65
-31.71%
|
56.60
-515.87%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
40.70
-82.44%
|
231.74
-44.25%
|
415.67
+141.40%
|
172.19
+4.98%
|
164.02
+52.69%
|
107.42
+22.04%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
249.96
+514.15%
|
40.70
-82.44%
|
231.74
-44.25%
|
415.67
+141.40%
|
172.19
+4.98%
|
164.02
+52.69%
|