บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
23.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13248 out_tok=2462 at=2026-07-25T20:07:34 -->
# MBK พลิกขาดทุนปี 64 เป็นกำไร 332 ล้านบาทปี 65 รับธุรกิจฟื้นตัว-ส่วนแบ่งกำไรบวก
## รายได้รวมโต 10% แบกรับต้นทุน-ภาษีสูงขึ้น แต่ภาพรวมธุรกิจโรงแรม-ศูนย์การค้ากลับมาสดใส
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 332 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานรวมเติบโต 10% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น และการกลับมาจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราปกติ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานยังคงเผชิญแรงกดดัน
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
### 1) หัวใจคืออะไร
หัวใจสำคัญที่ทำให้ MBK พลิกจากขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นกำไรสุทธิ 332 ล้านบาทในปี 2565 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 275% และ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 222%** โดยเฉพาะจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งได้รับผลดีจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19
### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
* **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** การที่รัฐบาลเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตั้งแต่ปลายปี 2564 ประกอบกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่น โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" และ "ทัวร์เที่ยวไทย" รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไตรมาส 4 ปี 2565 ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง
* **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ศูนย์การค้ากลับมาคึกคัก ผู้เช่าสามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทร่วมที่ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้ามีผลประกอบการดีขึ้น และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากที่ปีก่อนได้รับผลกระทบจากการปิดศูนย์การค้า
### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่
**มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าธุรกิจโรงแรมจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติก่อนเกิดโรคระบาดได้ในปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้าอาจต้องพิจารณาถึงผลกระทบจากการปรับลดการให้ส่วนลดค่าเช่าที่เริ่มทยอยลดลงตามสถานการณ์ที่ดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชี TFRS 16 ที่ต้องรับรู้รายได้ตามวิธีเส้นตรงตลอดอายุสัญญาเช่าที่เหลืออยู่
## Highlight สำคัญ
* **พลิกกำไรสุทธิ:** MBK มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 332 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้น 1,136 ล้านบาท หรือ 141% จากปี 2564 ที่ขาดทุน 804 ล้านบาท
* **รายได้รวมเติบโต 10%:** รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 8,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 774 ล้านบาท จาก 7,631 ล้านบาทในปี 2564
* **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวพุ่งขึ้น 275% หรือ 608 ล้านบาท จากผลการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวภายในประเทศ
* **ส่วนแบ่งกำไรบวก:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 222% หรือ 741 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจศูนย์การค้า
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ลด:** รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 9% หรือ 92 ล้านบาท เนื่องจากชะลอการเปิดโครงการใหม่
## ภาพรวมผลประกอบการ
MBK มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 8,405 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่เติบโตถึง 275% และธุรกิจศูนย์การค้าที่เติบโต 15% ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 9% และธุรกิจอาหารลดลง 3%
กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 312 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,850% จาก 16 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 222% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 13% และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกลับมาจ่ายในอัตราปกติ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานยังคงเผชิญแรงกดดัน
เมื่อหักรายการอื่น ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และภาษีเงินได้นิติบุคคล MBK สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 332 ล้านบาทในปี 2565 จากที่ขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาทในปี 2564
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันรายได้ของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวให้เติบโตต่อเนื่อง
* **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจศูนย์การค้า:** การสรรหาผู้เช่ารายใหม่ การปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัย และการนำเทคโนโลยีมาใช้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและดึงดูดลูกค้า
* **การศึกษาหาที่ดินศักยภาพ:** การมองหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จะเป็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต
* **การบริหารสภาพคล่อง:** การนำสภาพคล่องไปลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน
## ความเสี่ยง
* **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และต้นทุนการดำเนินงาน
* **การแข่งขันในตลาดสินเชื่อ:** ธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะการให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ เผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น
* **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาษี หรือมาตรการควบคุมโรคระบาด อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ
* **การตั้งสำรองหนี้สูญ:** การตั้งสำรองหนี้สูญและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การกลับสู่สภาวะปกติก่อนโควิด-19 จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และกำไรในปี 2566
* **ผลกระทบจากการปรับลดส่วนลดค่าเช่า:** การรับรู้รายได้ค่าเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16 และการปรับลดส่วนลดค่าเช่าจะส่งผลต่อรายได้ธุรกิจศูนย์การค้าอย่างไร
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น ๆ ให้มีประสิทธิภาพ
* **การตั้งสำรองหนี้สูญในธุรกิจการเงิน:** การติดตามสถานการณ์ลูกหนี้รายที่อยู่ระหว่างฟ้องร้องบังคับคดี
* **แผนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การศึกษาและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ MBK มีรายได้ลดลง 9% ในปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้โครงการที่อยู่อาศัยที่ลดลง 59 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอการเปิดโครงการใหม่ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงศึกษาและมองหาที่ดินศักยภาพเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต
ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน มีมูลค่าลดลง 667 ล้านบาท โดยมีการปรับปรุงศูนย์การค้าและโครงการท่าเทียบเรือริเวอร์เดลวอเตอร์ฟร้อนท์ แอนด์ มารีน่า รวมถึงการบันทึกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ สิ้นปี 2565 MBK มีสินทรัพย์รวม 54,350 ล้านบาท ลดลง 2% หนี้สินรวม 32,537 ล้านบาท ลดลง 5% และส่วนของผู้ถือหุ้น 21,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.49 เท่า
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 19% เป็น 2,881 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการเจ้าหนี้การค้าที่ดีขึ้น
อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 1,064% เป็นติดลบ 3,074 ล้านบาท เนื่องจากมีการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้เพิ่มขึ้น เพื่อบริหารสภาพคล่องให้เกิดประโยชน์สูงสุด
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 39% เป็นติดลบ 2,987 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการจ่ายเงินปันผล
## สรุปท้าย
MBK แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในปี 2565 ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 10% แต่ก็ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนและภาษีที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการสภาพคล่องและการลงทุนในตราสารทางการเงินเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ด้านความเสี่ยงยังคงต้องจับตาการแข่งขันในธุรกิจการเงิน และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งฝ่ายบริหารต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในปีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
3,181.97
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95
%
กำไรสุทธิ
1,107.51
ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81
%
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9%
YoY
D/E Ratio
1.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
14.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,011.91
-67.99%
|
-3,160.81
-4.24%
|
-3,300.69
+69.99%
|
-1,941.74
-399.73%
|
647.83
-52.17%
|
1,354.36
+217.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
159.03
-93.81%
|
2,568.89
-16.47%
|
3,075.52
-356.60%
|
-1,198.57
-1,594.29%
|
80.21
-96.06%
|
2,037.99
+484.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,021.22
+11.07%
|
1,819.83
-611.98%
|
-355.45
-54.96%
|
-789.22
+273.44%
|
-211.34
+168.16%
|
-78.81
-84.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,109.13
+20.59%
|
919.78
-198.09%
|
-937.65
-77.89%
|
-4,240.81
-2,277.23%
|
194.78
-93.63%
|
3,055.51
+986.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|
786.16
+16.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,164.37
-9.15%
|
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|