MBK
เข้าสู่ระบบ สมัครฟรี
MBK
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
19.80
0.20 (1.00%)

AiO BOT สรุปด้วย AI(O) BOT

AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=13248 out_tok=2462 at=2026-07-25T20:07:34 --> # MBK พลิกขาดทุนปี 64 เป็นกำไร 332 ล้านบาทปี 65 รับธุรกิจฟื้นตัว-ส่วนแบ่งกำไรบวก ## รายได้รวมโต 10% แบกรับต้นทุน-ภาษีสูงขึ้น แต่ภาพรวมธุรกิจโรงแรม-ศูนย์การค้ากลับมาสดใส บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการปี 2565 พลิกกลับมามีกำไรสุทธิ 332 ล้านบาท จากที่ขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาทในปี 2564 โดยมีปัจจัยหนุนหลักจากการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ขณะที่รายได้จากการดำเนินงานรวมเติบโต 10% อย่างไรก็ตาม ต้นทุนบางส่วนปรับสูงขึ้น และการกลับมาจ่ายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในอัตราปกติ ส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานยังคงเผชิญแรงกดดัน ## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน ### 1) หัวใจคืออะไร หัวใจสำคัญที่ทำให้ MBK พลิกจากขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาทในปี 2564 มาเป็นกำไรสุทธิ 332 ล้านบาทในปี 2565 มาจาก 2 ปัจจัยหลัก คือ **การฟื้นตัวอย่างก้าวกระโดดของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว** ซึ่งมีรายได้เพิ่มขึ้นถึง 275% และ **ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าที่เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญถึง 222%** โดยเฉพาะจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งได้รับผลดีจากการผ่อนคลายมาตรการโควิด-19 ### 2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น * **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** การที่รัฐบาลเปิดประเทศรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติตั้งแต่ปลายปี 2564 ประกอบกับมาตรการกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศ เช่น โครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" และ "ทัวร์เที่ยวไทย" รวมถึงการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวไตรมาส 4 ปี 2565 ส่งผลให้ธุรกิจโรงแรมเริ่มฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง * **ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม:** การผ่อนคลายมาตรการควบคุมโควิด-19 ทำให้ศูนย์การค้ากลับมาคึกคัก ผู้เช่าสามารถดำเนินธุรกิจได้ดีขึ้น ส่งผลให้บริษัทร่วมที่ดำเนินธุรกิจศูนย์การค้ามีผลประกอบการดีขึ้น และรับรู้ส่วนแบ่งกำไรเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ จากที่ปีก่อนได้รับผลกระทบจากการปิดศูนย์การค้า ### 3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่ **มีโอกาสต่อเนื่อง** โดยฝ่ายบริหารคาดการณ์ว่าธุรกิจโรงแรมจะกลับเข้าสู่สภาวะปกติก่อนเกิดโรคระบาดได้ในปี 2566 เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลดีต่อรายได้และกำไรของกลุ่มธุรกิจโรงแรมอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้าอาจต้องพิจารณาถึงผลกระทบจากการปรับลดการให้ส่วนลดค่าเช่าที่เริ่มทยอยลดลงตามสถานการณ์ที่ดีขึ้น ซึ่งอาจส่งผลต่อการรับรู้รายได้ค่าเช่าตามมาตรฐานบัญชี TFRS 16 ที่ต้องรับรู้รายได้ตามวิธีเส้นตรงตลอดอายุสัญญาเช่าที่เหลืออยู่ ## Highlight สำคัญ * **พลิกกำไรสุทธิ:** MBK มีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 332 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้น 1,136 ล้านบาท หรือ 141% จากปี 2564 ที่ขาดทุน 804 ล้านบาท * **รายได้รวมเติบโต 10%:** รายได้จากการดำเนินงานรวมอยู่ที่ 8,405 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 774 ล้านบาท จาก 7,631 ล้านบาทในปี 2564 * **ธุรกิจโรงแรมฟื้นตัวแรง:** รายได้ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวพุ่งขึ้น 275% หรือ 608 ล้านบาท จากผลการเปิดประเทศและการท่องเที่ยวภายในประเทศ * **ส่วนแบ่งกำไรบวก:** ส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมและการร่วมค้าเพิ่มขึ้น 222% หรือ 741 ล้านบาท จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจศูนย์การค้า * **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์รายได้ลด:** รายได้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ลดลง 9% หรือ 92 ล้านบาท เนื่องจากชะลอการเปิดโครงการใหม่ ## ภาพรวมผลประกอบการ MBK มีรายได้จากการดำเนินงานรวม 8,405 ล้านบาทในปี 2565 เพิ่มขึ้น 10% เมื่อเทียบกับปีก่อน โดยมีปัจจัยขับเคลื่อนหลักจากธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวที่เติบโตถึง 275% และธุรกิจศูนย์การค้าที่เติบโต 15% ขณะที่ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์มีรายได้ลดลง 9% และธุรกิจอาหารลดลง 3% กำไรจากการดำเนินงานอยู่ที่ 312 ล้านบาท เพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 1,850% จาก 16 ล้านบาทในปี 2564 ซึ่งเป็นผลมาจากการฟื้นตัวของรายได้และส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น 222% อย่างไรก็ตาม ค่าใช้จ่ายพนักงานเพิ่มขึ้น 13% และภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างกลับมาจ่ายในอัตราปกติ ทำให้กำไรจากการดำเนินงานยังคงเผชิญแรงกดดัน เมื่อหักรายการอื่น ๆ เช่น ค่าใช้จ่ายทางการเงิน และภาษีเงินได้นิติบุคคล MBK สามารถพลิกกลับมามีกำไรสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้น 332 ล้านบาทในปี 2565 จากที่ขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาทในปี 2564 ## โอกาส * **การฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว:** การเปิดประเทศและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติเป็นโอกาสสำคัญที่จะผลักดันรายได้ของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยวให้เติบโตต่อเนื่อง * **การปรับกลยุทธ์ธุรกิจศูนย์การค้า:** การสรรหาผู้เช่ารายใหม่ การปรับปรุงพื้นที่ให้ทันสมัย และการนำเทคโนโลยีมาใช้ จะช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและดึงดูดลูกค้า * **การศึกษาหาที่ดินศักยภาพ:** การมองหาที่ดินเพื่อพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัยที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป จะเป็นโอกาสในการเติบโตของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในอนาคต * **การบริหารสภาพคล่อง:** การนำสภาพคล่องไปลงทุนในตราสารทางการเงินที่มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี จะช่วยสร้างผลตอบแทนที่สูงกว่าการฝากเงิน ## ความเสี่ยง * **ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกและอัตราเงินเฟ้อ:** อาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภค และต้นทุนการดำเนินงาน * **การแข่งขันในตลาดสินเชื่อ:** ธุรกิจการเงิน โดยเฉพาะการให้เช่าซื้อรถจักรยานยนต์ เผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้น * **การเปลี่ยนแปลงกฎระเบียบ:** นโยบายภาครัฐที่เกี่ยวข้องกับภาษี หรือมาตรการควบคุมโรคระบาด อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจ * **การตั้งสำรองหนี้สูญ:** การตั้งสำรองหนี้สูญและค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญที่เพิ่มขึ้นในธุรกิจการเงิน อาจส่งผลกระทบต่อผลกำไร ## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ * **แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม:** การกลับสู่สภาวะปกติก่อนโควิด-19 จะเป็นปัจจัยสำคัญต่อรายได้และกำไรในปี 2566 * **ผลกระทบจากการปรับลดส่วนลดค่าเช่า:** การรับรู้รายได้ค่าเช่าตามมาตรฐาน TFRS 16 และการปรับลดส่วนลดค่าเช่าจะส่งผลต่อรายได้ธุรกิจศูนย์การค้าอย่างไร * **การบริหารจัดการต้นทุน:** การควบคุมค่าใช้จ่ายพนักงานและค่าใช้จ่ายดำเนินงานอื่น ๆ ให้มีประสิทธิภาพ * **การตั้งสำรองหนี้สูญในธุรกิจการเงิน:** การติดตามสถานการณ์ลูกหนี้รายที่อยู่ระหว่างฟ้องร้องบังคับคดี * **แผนการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์:** การศึกษาและพัฒนาโครงการใหม่ ๆ ที่ตอบรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง) ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ MBK มีรายได้ลดลง 9% ในปี 2565 โดยส่วนใหญ่มาจากการรับรู้รายได้โครงการที่อยู่อาศัยที่ลดลง 59 ล้านบาท ซึ่งเป็นผลมาจากการชะลอการเปิดโครงการใหม่ในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว อย่างไรก็ตาม บริษัทฯ ยังคงศึกษาและมองหาที่ดินศักยภาพเพื่อพัฒนาโครงการในอนาคต ในส่วนของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุน มีมูลค่าลดลง 667 ล้านบาท โดยมีการปรับปรุงศูนย์การค้าและโครงการท่าเทียบเรือริเวอร์เดลวอเตอร์ฟร้อนท์ แอนด์ มารีน่า รวมถึงการบันทึกค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย ## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด ณ สิ้นปี 2565 MBK มีสินทรัพย์รวม 54,350 ล้านบาท ลดลง 2% หนี้สินรวม 32,537 ล้านบาท ลดลง 5% และส่วนของผู้ถือหุ้น 21,813 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 4% โดยมีอัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.49 เท่า กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้น 19% เป็น 2,881 ล้านบาท จากการรับรู้รายได้ที่เพิ่มขึ้น และการบริหารจัดการเจ้าหนี้การค้าที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมลงทุนลดลงอย่างมีนัยสำคัญ 1,064% เป็นติดลบ 3,074 ล้านบาท เนื่องจากมีการลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้เพิ่มขึ้น เพื่อบริหารสภาพคล่องให้เกิดประโยชน์สูงสุด กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลง 39% เป็นติดลบ 2,987 ล้านบาท เนื่องจากการจ่ายคืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ที่เพิ่มขึ้น รวมถึงการจ่ายเงินปันผล ## สรุปท้าย MBK แสดงให้เห็นถึงการฟื้นตัวที่แข็งแกร่งในปี 2565 ด้วยการพลิกกลับมามีกำไรสุทธิ จากผลประกอบการที่ดีขึ้นของธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว รวมถึงส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น แม้ว่ารายได้รวมจะเติบโต 10% แต่ก็ยังคงเผชิญกับแรงกดดันจากต้นทุนและภาษีที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การบริหารจัดการสภาพคล่องและการลงทุนในตราสารทางการเงินเป็นกลยุทธ์ที่น่าสนใจ ด้านความเสี่ยงยังคงต้องจับตาการแข่งขันในธุรกิจการเงิน และความผันผวนทางเศรษฐกิจ ซึ่งฝ่ายบริหารต้องบริหารจัดการอย่างใกล้ชิดเพื่อรักษาโมเมนตัมการเติบโตในปีต่อไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 4/2565
รายได้รวม
3,181.97 ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49 ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95 %
กำไรสุทธิ
1,107.51 ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81 %
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4% YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3% YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9% YoY
D/E Ratio
1.36

รายได้และกำไร (ล้านบาท)

กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รายได้รวม —
3,181.97
+4.00%
3,059.70
+13.39%
2,698.31
-2.35%
2,763.37
+45.71%
1,896.54
-22.37%
2,442.92
-26.84%
กำไรขั้นต้น —
1,748.49
+8.30%
1,614.44
+10.74%
1,457.81
+17.22%
1,243.63
+73.00%
718.88
-42.71%
1,254.89
-22.06%
ค่าใช้จ่ายรวม —
971.30
+13.16%
858.37
-13.38%
990.97
+20.76%
820.59
+22.50%
669.89
-9.90%
743.51
+10.41%
กำไรสุทธิ —
1,107.51
+92.93%
574.05
+85.86%
308.86
+23.00%
251.11
+161.01%
-411.59
-877.32%
52.95
-95.57%
กำไรต่อหุ้น —
0.56
+92.76%
0.29
+85.90%
0.16
+22.83%
0.13
+161.06%
-0.21
-870.37%
0.03
-95.53%
กำไร(ขาดทุน)อื่นๆ —
13.06
+119.99%
-65.33
+92.46%
-866.99
-187.68%
-301.37
+56.11%
-686.58
-246.98%
467.12
-52.00%
ROE(%) —
16.88
+41.49%
11.93
+62.98%
7.32
+360.38%
1.59
+140.87%
-3.89
-689.39%
0.66
-94.02%
ROA(%) —
8.57
+18.04%
7.26
+31.05%
5.54
+66.87%
3.32
+137.14%
1.40
-51.56%
2.89
-57.81%
หนี้สิน/ส่วนผู้ถือหุ้น —
1.36
-15.00%
1.60
-5.88%
1.70
+14.09%
1.49
-8.02%
1.62
-2.99%
1.67
+2.45%
P/E —
9.26
-44.68%
16.74
-18.62%
20.57
+145.47%
8.38
0.00
-100.00%
16.53
-8.27%
P/BV —
1.29
-25.00%
1.72
+23.74%
1.39
-9.74%
1.54
+38.74%
1.11
+7.77%
1.03
-30.87%
BV —
13.61
+14.08%
11.93
+4.74%
11.39
-0.96%
11.50
-5.12%
12.12
-1.30%
12.28
-13.58%
YIELD(%) —
5.41
+39.79%
3.87
-20.53%
4.87
-12.41%
5.56
0.00
-100.00%
6.35
+79.38%
ราคาหุ้น —
17.50
-14.63%
20.50
+29.75%
15.80
-10.73%
17.70
+32.09%
13.40
+6.35%
12.60
-40.57%
อัตรากำไรขั้นต้น(%) —
54.95
+4.15%
52.76
-2.35%
54.03
+20.07%
45.00
+18.73%
37.90
-26.22%
51.37
+6.53%
อัตราค่าใช้จ่าย(%) —
30.53
+8.84%
28.05
-23.63%
36.73
+23.67%
29.70
-15.91%
35.32
+16.03%
30.44
+50.92%
อัตรากำไรสุทธิ(%) —
34.81
+85.55%
18.76
+63.84%
11.45
+25.96%
9.09
+141.89%
-21.70
-1,100.00%
2.17
-93.94%
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
15.27

สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)

ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
รวมสินทรัพย์หมุนเวียน —
13,301.12
+30.70%
10,176.71
+1.55%
10,021.50
-7.68%
10,855.51
-16.88%
13,060.02
+8.84%
12,064.62
-0.67%
รวมสินทรัพย์ไม่หมุนเวียน —
53,727.05
+1.59%
52,606.12
+4.27%
50,449.86
+15.99%
43,494.60
+3.07%
42,197.40
-6.52%
45,077.64
+11.86%
รวมสินทรัพย์ —
67,028.17
+6.29%
62,782.83
+3.82%
60,471.36
+11.26%
54,350.10
-1.64%
55,257.42
-3.30%
57,142.26
+8.96%
รวมหนี้สินหมุนเวียน —
8,768.31
-19.70%
10,919.86
+44.59%
7,552.19
+16.02%
6,509.53
+17.37%
5,546.19
+38.17%
3,606.67
-52.66%
รวมหนี้สินไม่หมุนเวียน —
29,803.72
+6.83%
27,842.65
-8.82%
30,534.60
+17.32%
26,027.60
-9.16%
28,653.12
-9.73%
32,150.49
+59.81%
รวมหนี้สิน —
38,572.03
-0.63%
38,762.50
+1.77%
38,086.79
+17.06%
32,537.13
-4.86%
34,199.31
-4.36%
35,757.15
+28.92%
รวมส่วนของเจ้าของ —
28,456.14
+17.38%
24,020.33
+7.31%
22,384.57
+2.62%
21,812.97
+3.58%
21,058.11
-1.53%
21,385.11
-13.44%
D/E —
1.36
1.61
1.70
1.49
1.62
1.67
อัตราผลตอบแทนผู้ถือหุ้น —
16.88
11.93
7.32
1.59
-3.89
0.66
อัตราผลตอบแทนจากสินทรัพย์ —
8.57
7.26
5.54
3.32
1.40
2.89
อัตราส่วนสภาพคล่อง —
1.52
0.93
1.33
1.67
2.35
3.35
อัตราส่วนสภาพคล่องหมุนเร็ว —
0.66
0.24
0.40
0.60
0.99
1.32
ระยะเวลาเก็บหนี้เฉลี่ย —
19.01
20.54
0.00
0.00
46.71
43.89
ระยะเวลาขายสินค้าเฉลี่ย —
100.14
107.81
0.00
0.00
207.35
255.51
ระยะเวลาชำระหนี้เจ้าหนี้การค้า —
85.75
74.25
0.00
0.00
84.59
103.91
วงจรเงินสด —
33.39
54.11
0.00
0.00
169.48
195.49
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท

กระแสเงินสด (ล้านบาท)

กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK

รายการ 2569 2568 2567 2566 2565 2564 2563
เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน —
-1,011.91
-67.99%
-3,160.81
-4.24%
-3,300.69
+69.99%
-1,941.74
-399.73%
647.83
-52.17%
1,354.36
+217.51%
เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน —
159.03
-93.81%
2,568.89
-16.47%
3,075.52
-356.60%
-1,198.57
-1,594.29%
80.21
-96.06%
2,037.99
+484.57%
เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน —
2,021.22
+11.07%
1,819.83
-611.98%
-355.45
-54.96%
-789.22
+273.44%
-211.34
+168.16%
-78.81
-84.05%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) —
1,109.13
+20.59%
919.78
-198.09%
-937.65
-77.89%
-4,240.81
-2,277.23%
194.78
-93.63%
3,055.51
+986.40%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด —
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%
786.16
+16.44%
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด —
1,164.37
-9.15%
1,281.66
+38.41%
926.01
-27.03%
1,269.00
-71.48%
4,448.80
+15.80%
3,841.66
+388.66%