บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน)
SET · พัฒนาอสังหาริมทรัพย์
23.50
+0.00 (+0.00%)
สรุปด้วย AI(O) BOT
AI Generated
<!-- mda-text-gen model=gemini-2.5-flash-lite in_tok=12908 out_tok=2745 at=2026-07-25T20:18:43 -->
# MBK Q4/2564 ขาดทุนสุทธิพลิกจากปีก่อน รับผลกระทบโควิด-19 ฉุดรายได้หด
## รายได้รวมหด 12% ขณะที่กำไรจากการดำเนินงานลดลง 97% ฝ่ายจัดการชี้ปัจจัยหลักจาก COVID-19 กระทบธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรมเป็นหลัก
บริษัท เอ็ม บี เค จำกัด (มหาชน) หรือ MBK รายงานผลประกอบการปี 2564 สิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 พลิกขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาท เทียบกับปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิ 149 ล้านบาท โดยมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 7,631 ล้านบาท ลดลง 12% จากปีก่อนหน้า สาเหตุหลักมาจากผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจหลักของกลุ่มบริษัทอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจโรงแรม
## Hero: หัวใจกำไร — สาเหตุหลักที่ทำให้ผลประกอบการเปลี่ยน
หัวใจสำคัญที่ทำให้ผลประกอบการของ MBK ในปี 2564 พลิกจากกำไรเป็นขาดทุนสุทธิ มาจากผลกระทบโดยตรงของการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อรายได้จากการดำเนินงานของธุรกิจหลัก โดยเฉพาะธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจโรงแรม ซึ่งเป็นธุรกิจที่ต้องอาศัยการรวมตัวของผู้คนจำนวนมาก ทำให้ได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์และมาตรการควบคุมโรคระบาดอย่างหนัก
**1) หัวใจคืออะไร**
หัวใจหลักที่อธิบายการเปลี่ยนแปลงผลประกอบการคือ **การลดลงอย่างมีนัยสำคัญของรายได้จากการดำเนินงาน โดยเฉพาะในธุรกิจศูนย์การค้าและธุรกิจโรงแรม** ซึ่งส่งผลให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงถึง 97% จาก 626 ล้านบาทในปี 2563 เหลือเพียง 16 ล้านบาทในปี 2564 นอกจากนี้ การรับรู้ส่วนแบ่งขาดทุนจากเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่เพิ่มขึ้น และค่าใช้จ่ายทางการเงินที่สูงขึ้น ยังเป็นปัจจัยที่ซ้ำเติมผลประกอบการให้ขาดทุนสุทธิถึง 804 ล้านบาท
**2) ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น**
* **ธุรกิจศูนย์การค้า:** รายได้ลดลง 37% (883 ล้านบาท) เนื่องจากมาตรการปิดศูนย์การค้าตามช่วงเวลาที่รัฐบาลกำหนด ทั้งในปี 2563 (56 วัน) และปี 2564 (44 วัน) รวมถึงการให้ส่วนลดค่าเช่าและค่าบริการแก่ผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ
* **ธุรกิจโรงแรมและการท่องเที่ยว:** รายได้ลดลง 54% (263 ล้านบาท) จากการที่นักท่องเที่ยวต่างชาติหยุดเดินทางมาประเทศไทยตั้งแต่ปี 2563 และแม้จะมีการเปิดประเทศในปลายปี 2564 ก็ยังคงมีมาตรการควบคุมที่เข้มงวด ประกอบกับการที่โรงแรมหลายแห่งต้องหยุดให้บริการชั่วคราวเพื่อควบคุมค่าใช้จ่ายในช่วง Low Season
* **ส่วนแบ่งขาดทุนจากบริษัทร่วม:** เพิ่มขึ้น 47% (107 ล้านบาท) โดยเฉพาะจากบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งได้รับผลกระทบจาก COVID-19 เช่นเดียวกับธุรกิจของกลุ่มบริษัท
* **ค่าใช้จ่ายทางการเงิน:** เพิ่มขึ้น 33% (184 ล้านบาท) ส่วนใหญ่เกิดจากการรับรู้ดอกเบี้ยจ่ายจากหนี้สินตามสัญญาเช่าภายใต้มาตรฐาน TFRS 16 ที่เพิ่มขึ้น
**3) จะเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือไม่**
**ยังไม่ชัดเจน ต้องติดตาม** แม้ว่าฝ่ายจัดการจะระบุว่าได้เฝ้าติดตามสถานการณ์และวางแผนกลยุทธ์เพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอย่างใกล้ชิด รวมถึงการปรับลดค่าใช้จ่ายและปรับตัวให้เข้ากับ New Normal แต่ผลกระทบจาก COVID-19 ยังคงเป็นปัจจัยที่คาดเดาได้ยาก การฟื้นตัวของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรมจะขึ้นอยู่กับการควบคุมการระบาดของโรค และนโยบายภาครัฐในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเป็นสำคัญ
## Highlight สำคัญ
* **ขาดทุนสุทธิ 804 ล้านบาท:** พลิกจากกำไร 149 ล้านบาทในปี 2563 โดยมีสาเหตุหลักจากผลกระทบ COVID-19
* **รายได้จากการดำเนินงานลดลง 12%:** อยู่ที่ 7,631 ล้านบาท โดยธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรมหดตัวรุนแรง
* **กำไรจากการดำเนินงานลดลง 97%:** เหลือเพียง 16 ล้านบาท จาก 626 ล้านบาทในปี 2563
* **ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโต:** รายได้เพิ่มขึ้น 40% เป็น 1,000 ล้านบาท จากโครงการบ้านพักอาศัยที่ทยอยโอน
* **ธุรกิจการเงินยังแข็งแกร่ง:** กำไรจากการดำเนินงานเพิ่มขึ้น 12% เป็น 851 ล้านบาท
* **เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 16%:** อยู่ที่ 4,449 ล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง
## ภาพรวมผลประกอบการ
สำหรับปีสิ้นสุดวันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่มบริษัทมีรายได้จากการดำเนินงานรวม 7,631 ล้านบาท ลดลง 12% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า (8,636 ล้านบาท) โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาดของ COVID-19 ที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรมเป็นอย่างมาก ทำให้กำไรจากการดำเนินงานลดลงอย่างมีนัยสำคัญถึง 97% จาก 626 ล้านบาท เหลือเพียง 16 ล้านบาท ส่งผลให้บริษัทพลิกขาดทุนสุทธิส่วนที่เป็นของผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ เป็นจำนวน 804 ล้านบาท จากที่เคยมีกำไร 149 ล้านบาทในปี 2563
## โอกาส
* **การฟื้นตัวของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** รายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์เติบโต 40% จากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการที่อยู่อาศัยใหม่ๆ และการศึกษาเพื่อพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
* **การปรับตัวของธุรกิจโรงแรม:** การเน้นบริการลูกค้าภายในประเทศ การจัดโปรโมชั่น และการเข้าร่วมโครงการภาครัฐ เช่น เราเที่ยวด้วยกัน อาจช่วยหนุนรายได้เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย
* **การเติบโตของธุรกิจการประมูล:** รายได้เพิ่มขึ้น 23% จากปริมาณรถยึดที่มากขึ้นและความต้องการรถมือสองที่เพิ่มขึ้น
* **การบริหารต้นทุนทางการเงิน:** การออกหุ้นกู้ใหม่ด้วยอัตราดอกเบี้ยต่ำลง และการไถ่ถอนหุ้นกู้เดิมที่มีดอกเบี้ยสูง ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายทางการเงินในระยะยาว
## ความเสี่ยง
* **ความไม่แน่นอนของสถานการณ์ COVID-19:** การระบาดระลอกใหม่และความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงหลักที่ส่งผลกระทบต่อธุรกิจศูนย์การค้า โรงแรม และการท่องเที่ยว
* **การแข่งขันในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** แม้จะมีการศึกษาเพื่อพัฒนาโครงการใหม่ แต่การแข่งขันในตลาดอสังหาริมทรัพย์ยังคงสูง
* **ความเสี่ยงด้านเครดิต:** แม้ธุรกิจการเงินจะเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อ แต่สถานการณ์เศรษฐกิจที่ชะลอตัวอาจส่งผลต่อความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้
* **การเปลี่ยนแปลงนโยบายภาครัฐ:** มาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ หรือนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้และต้นทุนของกลุ่มบริษัท
## สิ่งที่ต้องจับตาเป็นพิเศษ
* **การควบคุมการระบาดของ COVID-19:** ความคืบหน้าในการฉีดวัคซีน และมาตรการของภาครัฐในการเปิดประเทศและกระตุ้นเศรษฐกิจ
* **แผนการเปิดโครงการใหม่ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์:** การปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
* **แนวโน้มรายได้และอัตราการเข้าใช้บริการของธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม:** หลังจากการผ่อนคลายมาตรการต่างๆ
* **การบริหารจัดการต้นทุน:** โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายคงที่ในธุรกิจที่ได้รับผลกระทบ
* **การบริหารจัดการหนี้สิน:** โดยเฉพาะการไถ่ถอนหุ้นกู้เดิมที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง
## รายละเอียดเชิงลึก (กลุ่ม: อสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง)
ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของ MBK ในปี 2564 มีการเติบโตที่น่าสนใจ โดยมีรายได้เพิ่มขึ้น 40% เป็น 1,000 ล้านบาท ปัจจัยขับเคลื่อนหลักมาจากการโอนกรรมสิทธิ์โครงการ "Riverdale Residence" ซึ่งเป็นบ้านพักอาศัยระดับพรีเมี่ยม และโครงการ "Quaritz Rama IX" ที่เป็นบ้านพักอาศัยระดับพรีเมี่ยมเช่นกัน รวมถึงโครงการ "บ้านร่มไม้-บ่อวิน" และโครงการในจังหวัดภูเก็ต อย่างไรก็ตาม โครงการ "Quinn Condominium 101" มีรายได้ลดลงเล็กน้อยเนื่องจากเริ่มโอนกรรมสิทธิ์ตั้งแต่ปลายปี 2563 ฝ่ายจัดการยังคงชะลอการเปิดโครงการใหม่ๆ ออกไปก่อนจนกว่าสถานการณ์เศรษฐกิจจะกลับมาเป็นปกติ แต่ยังคงศึกษาและพัฒนาโครงการที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป
ในส่วนของธุรกิจศูนย์การค้า ซึ่งเป็นธุรกิจหลักอีกด้านหนึ่ง ได้รับผลกระทบอย่างหนักจาก COVID-19 รายได้ลดลงถึง 37% เนื่องจากมาตรการปิดศูนย์การค้า และการให้ส่วนลดค่าเช่าแก่ผู้เช่าอย่างต่อเนื่อง ฝ่ายจัดการได้ปรับกลยุทธ์โดยการสรรหาผู้เช่ารายใหม่ พัฒนาพื้นที่ให้ทันสมัย และนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อตอบรับวิถีชีวิตแบบ New Normal
## ฐานะการเงินและกระแสเงินสด
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2564 กลุ่มบริษัทมีสินทรัพย์รวม 55,257 ล้านบาท ลดลง 3% จากปีก่อนหน้า โดยมีหนี้สินรวม 34,199 ล้านบาท ลดลง 4% และส่วนของผู้ถือหุ้น 21,058 ล้านบาท ลดลง 2% อัตราส่วนหนี้สินต่อทุน (D/E Ratio) อยู่ที่ประมาณ 1.62 เท่า
เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น 16% เป็น 4,449 ล้านบาท เพื่อรักษาสภาพคล่อง โดยมีเงินสดรับจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมที่ประกอบธุรกิจประกันชีวิต 487 ล้านบาท
กระแสเงินสดสุทธิจากกิจกรรมดำเนินงานเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ 122% เป็น 2,430 ล้านบาท ส่วนใหญ่มาจากการลดลงของเงินสดจ่ายจากการให้สินเชื่อแก่ลูกหนี้ และการลดลงของเงินสดจ่ายเพื่อซื้อสินค้าคงเหลือ
กระแสเงินสดจากกิจกรรมลงทุนลดลง 84% เป็น 319 ล้านบาท เนื่องจากปี 2563 มีรายการเงินปันผลพิเศษและเงินคืนทุนจากบริษัทร่วมจำนวนมาก ในขณะที่ปี 2564 มีเงินสดรับจากการขายเงินลงทุนในบริษัทร่วมประกันชีวิต
กระแสเงินสดจากกิจกรรมจัดหาเงินลดลงอย่างมาก 2,611% เป็นการใช้ไปสุทธิ 2,142 ล้านบาท เนื่องจากมีการจ่ายคืนหุ้นกู้ระยะยาวมากกว่าการออกหุ้นกู้ใหม่ และการลดลงของการกู้ยืมเงินระยะยาว
## สรุปท้าย
MBK ในปี 2564 เผชิญกับความท้าทายครั้งใหญ่จาก COVID-19 ส่งผลให้ภาพรวมผลประกอบการพลิกขาดทุนสุทธิ โดยมีหัวใจสำคัญมาจากรายได้ที่หดตัวในธุรกิจศูนย์การค้าและโรงแรม แม้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะเติบโตได้ดี และธุรกิจการเงินยังคงแข็งแกร่ง แต่ไม่สามารถชดเชยผลกระทบจากธุรกิจหลักได้ การบริหารจัดการสภาพคล่องยังคงเป็นสิ่งสำคัญ โดยบริษัทมีเงินสดเพิ่มขึ้นเพื่อรองรับความไม่แน่นอน ขณะที่การฟื้นตัวในระยะต่อไปจะขึ้นอยู่กับการควบคุมโรคระบาด และความสามารถในการปรับตัวของธุรกิจให้เข้ากับสภาวะเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงไป
** ข้อมูลถูกสรุปโดย AI จากงบการเงินของ MBK ไตรมาส 4/2564
รายได้รวม
3,181.97
ล้านบาท
↑ 4% YoY
กำไรขั้นต้น
1,748.49
ล้านบาท
↑ 8.3% YoY
อัตรากำไรขั้นต้น (%)
54.95
%
กำไรสุทธิ
1,107.51
ล้านบาท
↑ 92.9% YoY
อัตรากำไรสุทธิ (%)
34.81
%
D/E Ratio
1.36
รายละเอียดงบการเงิน
รายได้รวม (ล้านบาท)
3,182
↑ + 4%
YoY
กำไรขั้นต้น (ล้านบาท)
1,748
↑ + 8.3%
YoY
กำไรสุทธิ (ล้านบาท)
1,108
↑ + 92.9%
YoY
D/E Ratio
1.36
รายได้และกำไร (ล้านบาท)
กำไรขาดทุน (ล้านบาท) — MBK
ฐานะทางการเงิน
D/E Ratio
1.36
ROE (%)
16.88
ROA (%)
8.57
Book Value/หุ้น
14.89
สินทรัพย์ / หนี้สิน / ส่วนผู้ถือหุ้น (ล้านบาท)
ฐานะทางการเงิน (ล้านบาท) — MBK
กระแสเงินสด
กิจกรรมดำเนินงาน
-1,012
ล้านบาท
กิจกรรมลงทุน
+159
ล้านบาท
กิจกรรมจัดหาเงิน
—
ล้านบาท
กระแสเงินสด (ล้านบาท)
กระแสเงินสด (ล้านบาท) — MBK
| รายการ | 2569 | 2568 | 2567 | 2566 | 2565 | 2564 | 2563 |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน | — |
-1,011.91
-67.99%
|
-3,160.81
-4.24%
|
-3,300.69
+69.99%
|
-1,941.74
-399.73%
|
647.83
-52.17%
|
1,354.36
+217.51%
|
| เงินสดสุทธิ(ใช้ไปใน)กิจกรรมลงทุน | — |
159.03
-93.81%
|
2,568.89
-16.47%
|
3,075.52
-356.60%
|
-1,198.57
-1,594.29%
|
80.21
-96.06%
|
2,037.99
+484.57%
|
| เงินสดสุทธิได้มาจาก(ใช้ไปใน)กิจกรรมจัดหาเงิน | — |
2,021.22
+11.07%
|
1,819.83
-611.98%
|
-355.45
-54.96%
|
-789.22
+273.44%
|
-211.34
+168.16%
|
-78.81
-84.05%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดเพิ่มขึ้น(ลดลง) (สุทธิ) | — |
1,109.13
+20.59%
|
919.78
-198.09%
|
-937.65
-77.89%
|
-4,240.81
-2,277.23%
|
194.78
-93.63%
|
3,055.51
+986.40%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือต้นงวด | — |
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|
786.16
+16.44%
|
| เงินสดและรายการเทียบเท่าเงินสดคงเหลือปลายงวด | — |
1,164.37
-9.15%
|
1,281.66
+38.41%
|
926.01
-27.03%
|
1,269.00
-71.48%
|
4,448.80
+15.80%
|
3,841.66
+388.66%
|